Accueil / LGBTQ+ / เพียงชั่วข้ามคืน / บทที่ 2 จุดเริ่มต้น

Partager

บทที่ 2 จุดเริ่มต้น

Auteur: DILEMMA 28
last update Date de publication: 2024-11-22 10:37:13

ตอนแรกเดนิมคิดว่าเขากับพี่พัดไม่มีวันจะลงเอยกันได้อีก แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อเย็นวันหนึ่งเขาและชองส์ออกไปเที่ยวคลับแห่งหนึ่งกลางใจเมือง

เดนิมไม่ได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนมาเสียนานเลยถือโอกาสเปิดหูเปิดตาอีกทั้งยังมีชองส์ที่เขาพอจะไว้ใจไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันได้ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงนัดกันไปที่คลับแห่งหนึ่งว่ากันว่าบรรยากาศดีและติดหนึ่งในสามของสถานบันเทิงที่ครบครันมากที่สุดในย่านนั้น

เดนิมจองโต๊ะไว้บนชั้นสองซึ่งเป็นชั้นวีไอพีชั้นลอยที่สามารถมองเห็นเวทีข้างล่างได้อย่างชัดเจนบรรยากาศดีกับแกล้มอร่อยสมกับรีวิวจริงๆอีกทั้งบริกรก็ได้รับการเทรนมาอย่างดียิ่งพวกเขาเป็นแขกวีไอพียิ่งนอบน้อมเดนิมจิบไวน์ในมืออย่างสบายอารมณ์เขาคุ้นเคยกับไวน์มากกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆเพราะเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจที่บ้านส่วนชองส์กำลังดื่มด่ำกับคอนยัคสีอำพันในมือหากเขาไม่ได้มากับเดนิมรับรองว่าไม่ขาดคนข้างกายติดไม้ติดมือกับห้องไปด้วยแน่ๆสถานที่อโคจรแบบนี้ดูไม่ค่อยเหมาะกับเดนิมสักเท่าไหร่

“อย่าดื่มเยอะเบบี๋เดี๋ยวเมา”

“รู้แล้วแหละน่า” เดนิมบ่นอุบอิบแม้จะเลิกรากันไปกลายมาเป็นเพื่อนคนสนิทแต่ชองส์ก็ยังคอยบ่นจู้จี้จุกจิกเหมือนเดิมแถมยังขี้หวงมากอีกด้วย

“เฮ้นั่นใช่สุดที่รักของยูไหม” ชองส์พยักพเยิดหน้าไปทางเป้าหมายที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์บาร์กับสาวสวยเซ็กซี่คนหนึ่งอย่างสนิทสนม

เดนิมหันไปมองเป็นพี่พัดจริงๆด้วยระยะเวลาเกือบสิบปีที่ไม่ได้เจอหน้ากันแต่พอกลับมาเจอกันมักอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนกระอักกระอ่วนอยู่เสมอ “สุดที่รักอะไรกัน” เดนิมพึมพำก่อนจะหันมาจิบไวน์ในมืออีกทั้งเสียงหัวใจของเขายังเต้นตึกตักจนกลัวว่าจะแสดงออกมาทางแววตาและสีหน้าจึงหลุบตามองเครื่องดื่มในมือโดยไม่พูดอะไรอีก

“ไม่เข้าไปทักทายหน่อยเหรอไง”

“ไม่ล่ะ”

เดนิมละสายตาจากเครื่องดื่มในมือก่อนจะเงยหน้าไปมองรอบๆคลับเหมือนว่าไม่ได้สนใจแต่สมองกับคิดเรื่องของพิพัฒน์ซ้ำไปซ้ำมาจะว่าตัดใจแล้วก็พูดได้ไม่เต็มปากเดนิมรู้ดีอยู่แก่ใจไม่งั้นคงไม่เลิกรากับชองส์แม้ว่าชองส์จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้มากเล่ห์แต่พอคบกันชองส์ไม่เคยทำให้เดนิมต้องรู้สึกไม่มั่นใจในความสัมพันธ์เดนิมรู้ว่าชองส์จริงจังกับตนแต่ทว่าเรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้เขาไม่สามารถเปิดใจให้ใครได้อีกและเว้นที่ว่างไว้รอคอยใครคนนั้นเสมอมาคนคนนั้นก็คือพี่พัดพี่พัดสลักอยู่ในใจเดนิมตั้งแต่วันที่เขาจมน้ำแล้วอีกฝ่ายหยุดยื้อชีวิตเขามาจากมัจจุราชได้อย่างเส้นยาแดงผ่าแปดหลังจากนั้นพวกเราจบกันด้วยดีจนกลายมาเป็นเพื่อนกันที่คุยกันได้ทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องของพิพัฒน์

“แต่ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนั้นจะร้ายไม่เบา” ชองส์พูดพร้อมกับแกว่งของเหลวสีอำพันในมือแต่สายตากลับจดจ้องไปยังคนสองคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

“ยังไง” เดนิมหันกลับไปมองบ้างจากที่นั่งกลายเป็นยืนเกาะที่กั้นทางเคาน์เตอร์ค่อนข้างสว่างและมองเห็นชัดกว่าชั้นสองเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว

“คิดว่าไงล่ะ”

“อย่ามาเล่นลิ้นน่า” เดนิมดูไม่ออกว่าผู้หญิงคนนั้นร้ายยังไงเห็นเพียงด้านข้างก็พอจะเดาได้ว่าเธอสวยและมีรสนิยมเอามากๆไม่ว่าจะการแต่งตัวและกิริยามารยาทเดนิมดูไม่ออกเลยสักนิดว่าระหว่างสองคนนั้นมีความผิดปกติอะไรอีกทั้งชองส์ไม่น่าจะรู้จักใครที่นี่ทำไมถึงมองออกว่าผู้หญิงคนนั้นดูร้ายไม่เบา?

“10 9 8 7 6 5…”

“นับอะไรน่ะ” เดนิมหันกลับไปมองอีกฝ่ายที่กำลังนั่งจิบคอนยัคในมืออย่างอารมณ์ดีเหมือนกับว่ากำลังมองดูภาพยนตร์ที่ถูกใจและตัวละครหลักหนึ่งในนั้นก็คือพิพัฒน์

เดนิมหันกลับมามองอีกทีก็เห็นพี่พัดฟุบลงไปกับเคาน์เตอร์คล้ายกำลังมึนเมาเสียงเพลงดังกระหึ่มและผู้คนที่เบียดเสียดวาดลวดลายกลางฟลอร์ทำเอาเดนิมตาพร่าเห็นเป้าหมายอีกทีก็ตอนที่พี่พัดถูกบริกรประคองออกไปพร้อมผู้หญิงคนนั้นแต่แปลก! ปกติพี่พัดคอแข็งจะตายแล้วอีกอย่างไม่น่าจะปล่อยให้ตัวเองต้องเมาจนไม่ได้สติขนาดนั้นเดนิมเริ่มลนลานก่อนจะเรียก

“ชองส์!!”

ชองส์เบะปากก่อนจะกระซิบกระซาบกับบริกรที่ยืนคอยบริการอยู่ข้างๆ

“ตามมา”

เดนิมสับสนความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวผู้หญิงคนนั้นคิดจะทำอะไรกับพี่พัดกันแน่จะว่าเป็นคู่รักก็คงไม่ใช่เพราะที่เขารู้ตอนนี้พี่พัดไม่ได้มีใครการกระทำของผู้หญิงคนนั้นคิดในแง่ดีไม่ได้จริงๆพอเดนิมตามชองส์มาก็มาเจอจังหวะช็อตเด็ดชองส์ที่มีสติก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเมื่อเห็นสาวสวยคนนั้นกำลังยื่นเงินให้บริกรด้วยแบงก์พันหลายใบเรื่องบริกรคนนั้นจัดการไม่ยากแต่ว่าผู้หญิงคนนี้เนี่ยสิพอจับคนเมาขึ้นรถได้ก็ขับรถออกไปสบายใจเฉิบเรื่องราวจะจบลงที่ตรงไหนผู้ชายมากเล่ห์อย่างชองส์เดาได้ไม่ยากหรอกอีกอย่างใกล้คลับที่นี่มีโรงแรมอย่างว่ารายล้อมส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้น The Lover ที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกเป็นโรงแรมกระชับสัมพันธ์ระหว่างคู่รักที่เลื่องชื่อมากไปด้วยอุปกรณ์และบริการเสริมขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์และความต้องการของผู้บริโภค

เดนิมขับรถตามไปด้วยความกระวนกระวายคล้ายสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนชองส์ต้องคอยเรียกสติกันอยู่ตลอดสายตาของเขามองเพียงทะเบียนรถคันตรงหน้าที่ขับตามห่างๆอยู่สองสามร้อยเมตรและแล้วก็เป็นดังที่ชองส์คาดการณ์ไว้ไม่ผิด

รถญี่ปุ่นตรงหน้าเลี้ยวเข้าไปยัง The Lover เดนิมเหยียบเบรกด้วยความรู้สึกเย็นวาบไปตั้งแต่หัวจรดเท้าผู้หญิงคนนั้นวางยาพี่พัดจริงๆ

เดนิมหันไปมองคนข้างๆที่ไม่มีอาการตื่นตระหนกเลยสักนิดชองส์หยิบเงินเป็นปึกออกมาจากในกระเป๋า

“จะทำยังไงต่อไปดี”

“จะไปยากอะไรลงมา”

แม้ชองส์จะเป็นลูกครึ่งเติบโตและใช้ชีวิตที่ฝรั่งเศสเป็นหลักแต่กลับรู้จักใช้เส้นสายได้เก่งยิ่งกว่าเดนิมที่เป็นคนไทยแท้ๆเสียอีกเงินง้างปากได้หมดถ้ามากพอและแล้วหมายเลขห้องก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า

1459

เสียงเคาะประตูทำให้นิชาที่กำลังถอดเสื้อให้พิพัฒน์ชะงักมือเธอเดินไปดูยังตาแมวพบบริกรกำลังยืนถือถาดใส่เครื่องดื่มอยู่ในมือ

นิชาครุ่นคิดแต่ก็ไม่ได้เอะใจ ‘สงสัยจะเป็นเซอร์วิสของทางโรงแรม’ แต่เมื่อเปิดประตูก็ต้องชะงักเมื่อเจอกับชายหนุ่มสองคนคนหนึ่งเอเชียคนหนึ่งต่างชาติตาสีเขียวนิชางุนงงแต่ยังไม่ทันสอบถามอะไรทั้งสองคนก็วิ่งพุ่งพรวดเข้ามาในห้องพยุงพิพัฒน์ที่กำลังนอนสะลึมสะลือใบหน้าคมแดงก่ำมีเหงื่อผุดตามไรผมคล้ายทรมานกับอะไรบางสิ่ง

“เดี๋ยวพวกแกสองคนจะทำอะไรปล่อยนะ”

“ฉันบอกให้ปล่อยไม่งั้นฉันจะแจ้งความ” หญิงสาวเริ่มแผดเสียงโวยวาย

“งั้นก็แจ้งเลยผมจะได้แจ้งว่าคุณมอมยาแล้วยังจะทำอนาจารอีก” เดนิมพูดเสียงแข็ง

นิชาชะงักที่ได้ยิน “ใครมอมยาใครแกมีหลักฐานหรือไง”

“มีไม่มีก็รอหมายเรียกละกัน” นิชาลนลานทันทีที่ได้ยินพลางหยิบกระเป๋าวิ่งออกจากห้องพักโดยไม่หันมามองอีก

พิพัฒน์ที่เมาไม่ได้สติทิ้งตัวลงมาแทบจะพยุงไม่ไหวเดนิมที่สูงเพียงแค่อกต้องใช้เรี่ยวแรงมหาศาลร่วมกับชองส์พยุงคนเมาขึ้นรถที่จอดไว้อย่างทุลักทุเล

“ไปไหนต่อเอาไปส่งที่บ้านไหม”

“กลัวว่าที่บ้านจะเป็นห่วงนะสิดึกแล้วด้วย” ก่อนจะต่อสายหาพี่แฝดแต่ก็ไม่มีคนรับสงสัยจะนอนกันหมดแล้วจะไปส่งโรงพยาบาลก็กลัวว่าจะมีข่าวฉาวหลุดออกไปอีกทั้งพิพัฒน์กำลังเป็นที่จับตาของโลกออนไลน์เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงในโลกธุรกิจอยู่ตอนนี้จะเอาไปส่งที่บ้านคุณน้ามาลินีก็ไกลเกินไปเดนิมทำท่าครุ่นคิดพลางมองดูคนบนตักที่นอนกระสับกระส่ายใบหน้าแดงก่ำอย่างน่าสงสารหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ด้วยความเป็นห่วงชองส์เหลือบตามองกระจกหลังอย่างเป็นระยะพลางเบ้ปากอย่างไม่ชอบใจโตเป็นควายขนาดนี้ยังถูกวางยาอีกไก่อ่อนชะมัด

“อย่าบอกนะว่าคอนโดยูไอไม่เห็นด้วยเด็ดขาด”

“ยูก็อยู่กะไอด้วยไงไม่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองสักหน่อย” ชองส์ไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อีกอย่างนี่ก็ดึกมากแล้วด้วยทั้งง่วงทั้งเพลียแถมยังต้องมาช่วยไอ้ศัตรูหัวใจตัวฉกาจอีก

เดนิมและชองส์หิ้วปีกคนเมาขึ้นมายังห้องอย่างทุลักทุเลชองส์บ่นด่าไปตลอดทางออกไปเที่ยวแทนที่จะได้ความสำราญกลับต้องเจอเรื่องน่ารำคาญใจอย่างนี้อีกชองส์แทบจะโยนอีกฝ่ายลงบนเตียงก่อนจะจับมือเดนิมให้เดินออกไปนอนห้องของตัวเองเขายอมรับว่าไม่ไว้ใจไม่รู้ว่ายาที่อีกฝ่ายได้รับคือยาอะไรกันไว้ดีกว่าแก้

“แต่แบบนี้ไม่อึดอัดไปเหรอ” เดนิมมองร่างพิพัฒน์ที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คสีดำพร้อมเข็มขัดรองเท้าครบชุดแบบนี้ไม่น่าจะสบายตัว

“แล้วไง?” ชองส์ไหวไหล่ตอบอย่างไม่แยแสช่วยมาขนาดนี้แล้วจะต้องทำอะไรอีกตอนแรกแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกไม่ถูกชะตาอยู่แล้วพอมาเห็นกับตายิ่งกว่าคำว่าไม่ถูกชะตาเขาไม่ชอบไอ้เหี้ยนี่แม่งเอ้ย! หน้าตาก็ไม่ได้หล่อเหลามากมายอะไรแถมยังโง่เป็นควายเสียท่าให้ผู้หญิงอีกไอ้ไก่อ่อนชองส์เท้าสะเอวอย่างหัวเสีย

“เอาน่ายูถอดเสื้อผ้าของเขาออกซะเดี๋ยวไอจะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวกับชุดนอนตัวใหม่มาให้”

“ถ้าไอบอกไม่อยากทำละ”

“งั้นไอทำเอง”

“จิ๊” ชองส์ได้แต่จิ๊ปากกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ปีนขึ้นไปบนเตียงสองมือดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจากร่างกายคนเมาอย่างไม่ออมแรง

พิพัฒน์ครางเสียงแผ่วร่างกายค่อยๆอุ่นร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่ร่างกายเหลือเพียงชั้นในที่ปกปิดของสงวนเอาไว้พร้อมกับโยนผ้าห่มคลุมร่างกายเอาไว้เดนิมยกอ่างน้ำอุ่นพร้อมผ้าขนหนูในมือซับหน้าคนเมาอย่างเบามือ

“แค่หน้าก็พอ”

“อื้อ” เดนิมหน้าแดงเมื่อเห็นกองเสื้อผ้าที่อยู่ข้างเตียง

“ปะไปนอนได้แล้ว” ชองส์กึ่งลากกึ่งจูงเดนิมออกมาจากห้องนั้นอย่างทุลักทุเล

“ไอจะนอนที่นี่” เขาหรี่ตามองอีกฝ่ายที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา

“มองอะไร”

“ไอรู้นะว่ายูคิดอะไรอยู่”

“อะไร…ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น” ชองส์ดีดหน้าผากขาวนั้นอย่างแรง

“อย่าแม้แต่จะคิด!”

“ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ” เดนิมตอบตามจริง

“ขอให้มันจริง”

“ไปอาบน้ำได้แล้วไปจะตี 3 อยู่แล้ว” เสียงครืดคราดในกระเป๋ากางเกงทำเอาชองส์ชะงักเวลานี้ใครกันที่โทรมาไม่รู้จักเวล่ำเวลาขนาดนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญเขาจะด่าให้เสียหมาเลยคอยดู

ชองส์รับสายด้วยความหงุดหงิดพ่นภาษาแม่ฝรั่งเศสไฟแลบเหตุการณ์ตึงเครียดน่าดูเมื่อวางสายเดนิมจึงอดถามไม่ได้

“วุ่นวายขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็ใช่นะสิฝ่ายนั้นจะเอาหมายเลขไอดีการ์ดเดี๋ยวนี้เพราะเรื่องภาษีน่ะ”

“จะกลับตอนนี้เลยเหรอ”

“เดนิม…ไอรู้ว่ายูคิดยังไงกับไอ้หมอนั่นแต่ยูต้องสัญญากับไอมาก่อนถ้าไอไปแล้วต้องล็อกห้องให้สนิทไม่เข้าไปในห้องนั้นจนกว่าไอจะกลับมาโอเค?” ชองส์จับใบหน้าสวยหวานนั้นให้หันมาสบตากับตัวเองเขารู้สึกตงิดๆในใจยังไงชอบกลเหมือนกับว่าหากไม่มีเขาอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนจะเกิดเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นแน่ๆเขาไม่กล้าคาดเดาและไม่อยากจะคาดเดาอะไรทำนองนั้น

ชองส์ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มใสนั้นด้วยความรู้สึกห่วงหาอาทรเดนิมควรจะได้เจอคนที่ดีกว่านี้เขาถึงจะวางใจ

“รีบไปเถอะน่าจะเช้าอยู่แล้วเอารถไอไปเถอะจะได้ไปกลับสะดวก”

“สัญญามาก่อนว่าจะไม่เข้าไปที่ห้องนั้น” เดนิมหลบสายตาไม่กล้าจ้องมองอีกฝ่าย

“เดนิม!” เสียงเรียกของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจังทำเอาเดนิมอดที่จะจ้องมองไปยังดวงตาคู่นั้นไม่ได้ก่อนจะตอบตกลง

“อื้อสัญญา” ชองส์ถอนหายใจออกมาดังเฮือกคล้ายโล่งอกกับคำสัญญานั้น

กว่าจะได้อาบน้ำเข้านอนก็เกือบจะตี 4 อยู่แล้วในขณะที่เดนิมกำลังจะเคลิ้มหลับกลับได้ยินเสียงเหมือนอะไรหล่นดังโครมมาจากห้องนอนแขกเขานั่งอยู่บนเตียงของตัวเองชั่งใจสักครู่อีกอย่างเขาก็สัญญากับชองส์ไว้แล้วว่าจะไม่เข้าไปยังห้องนอนนั้นหากไม่มีชองส์อยู่ด้วย

ในขณะที่กำลังจะเอนตัวนอนก็ได้ยินเสียงดังเคร้งอีกครั้งคล้ายกับมีอะไรหล่นเดนิมค่อยๆลงจากเตียงของตัวเองอย่างกล้าๆกลัวๆค่อยๆแง้มประตูยื่นหน้าเข้าไปมองภายในห้องเดนิมจำได้ว่าเขาเปิดไฟที่หัวเตียงทิ้งไว้แต่ตอนนี้กลับมืดมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเลยอาศัยไฟทางเดินเปิดประตูให้กว้างมากขึ้นเพื่อให้เห็นภายในห้องบนเตียงว่างเปล่าไม่มีร่างของพี่พัดเดนิมตกใจก้าวเข้าไปเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังนอนคุดคู้อยู่ข้างล่างเตียงหอบหายใจกระเส่า

“พี่พัด” เดนิมค่อยๆพยุงคนเมาให้ขึ้นมานอนบนเตียงเหมือนว่าอีกฝ่ายจะนอนดิ้นหรืออย่างไรไม่ทราบโคมไฟบนหัวเตียงหล่นอยู่ที่พื้นรวมไปถึงพวกกรอบรูปต่างๆที่วางเอาไว้บนตู้ตรงหัวเตียงเช่นกันแต่เพราะรูปร่างที่ต่างกันเกินไปอีกทั้งพิพัฒน์ยังอยู่ในสภาพเมาทิ้งน้ำหนักไปกับแรงโน้มถ่วงจนเดนิมประคองแทบไม่ไหวเสียแรงและเหงื่อไปไม่น้อยกว่าอีกฝ่ายจะขึ้นมานอนบนเตียงอีกครั้ง

เดนิมรู้สึกว่าร่างกายของพี่พัดร้อนเหมือนเป็นไข้จึงจะผละไปเอาผ้าไปชุบน้ำมาเช็ดให้ฝ่ามือขาวที่วางอยู่บนหน้าผากถูกจับไว้แน่นจนเดนิมรู้สึกเจ็บจนนิ่วหน้า

“พี่พัด” แรงฉุดกระชากทำเอาเดนิมตกใจเมื่อได้สติก็พบว่าตนเป็นฝ่ายอยู่ข้างล่างตอนนี้พี่พัดคล้ายเป็นใครคนหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อนเสียงหายใจกระเส่าทำเอาเดนิมทำตัวไม่ถูก

“พี่พัดนิมเองครับ” เดนิมส่งเสียงแรงอีกฝ่ายตะกุกตะกัก

“อ๊ะ” แรงบีบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างทำเอาเดนิมร้องเสียงหลง

ความร้อนรุ่มภายในร่างกายใกล้ถึงขีดสุดพิพัฒน์รู้แล้วว่าเขาจะระบายความอัดอั้นนี้ยังไงโดยไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะผูกมัดระหว่างเขากับเดนิมโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป

“พี่พัดนี่นิมเองครับ” เดนิมหน้าแดงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อรู้สึกถึงแท่งร้อนที่กำลังดุนดันหน้าขาของเขา

“พี่พัด” เดนิมร้องเรียกอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเหตุการณ์จะเลยเถิดไปกันใหญ่

“นิมเดนิม” เสียงเรียกชื่อกระเส่าข้างใบหูทำเอาเดนิมจนลุกซู่มือที่ตั้งท่าจะผลักอีกฝ่ายออกไปแข็งข้างอยู่อย่างนั้น

“นิม” ริมฝีปากร้อนลากไล้ไปตามซอกคอขาวกลิ่นหอมของครีมอาบน้ำผสมผสานกับกลิ่นกายของคนตรงหน้าทำเอาพิพัฒน์อารมณ์ความปรารถนาพุ่งขึ้นสูงไปอีกความอัดอั้นที่ไม่สามารถปลดปล่อยได้ด้วยมือตัวเองทำเอาพิพัฒน์ทรมานจนแทบบ้าเขาขยับมือเพื่อต้องการปลอบประโลมความกระสันของตัวเองที่พลุ่งพล่านแต่ทว่าไม่สามารถไปถึงฝั่งฝันได้สักทีจนได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาจากใครอีกคนพิพัฒน์รีบคว้าเชือกเส้นสุดท้ายนั้นไว้หากเขามีสติสัมปชัญญะเพียงพอเขาจะผลักไสเดนิมออกไปให้เร็วที่สุดแต่ตอนนี้ไม่ใช่…เขาต้องการต้องการใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยความต้องการนั้นให้ทุเลาร่างกายภายในคล้ายถูกไฟเผาไหม้

“นิมช่วยพี่ด้วยนิม”

เดนิมนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น “ชะช่วยยังไงครับ”

“อ๊ะ” แรงขบเม้มที่หัวไหล่ทำเอาเดนิมสูดปากเพื่อระบายความเจ็บปวด “นิมเจ็บ”

“นิมเดนิม” เสียงเรียกชื่อของเขาทำเอาเดนิมตกอยู่ในภวังค์พิพัฒน์เพื่อต้องการระบายความต้องการเขาเอ่ยขอร้องอีกฝ่ายจากจิตใต้สำนึก “ช่วยพี่…ช่วย” เสียงพูดขาดหายริมฝีปากลากไล้พรมจูบไปทั่วหน้าไม่ว่าจะหน้าผากเปลือกตาโหนกแก้มไล่ลงมาจนถึงริมฝีปากบางที่มีรสสตรอเบอร์รี่ของลิปมันเคลือบไว้อยู่มือที่กั้นอยู่กลางอกระหว่างพวกเขาทั้งสองค่อยๆอ่อนแรงลงกลายเป็นคล้องคออีกฝ่ายเพื่อรับการจุมพิตจากเจ้าชายที่เขาใฝ่ฝันมาตลอดหากนี่คือฝันเดนิมไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลยจริงๆเขายินดีจะจมดิ่งไปยังห้วงฝันนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ชุดนอนถูกดึงทึ้งออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของเขาที่ปราศจากอาภรณ์ก็สัมผัสกับเตียงกว้างเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำก็ไม่สามารถดับไฟราคะของพวกเขาทั้งสองให้มอดดับลงไปได้

เดนิมคิดว่าหากพวกเขามีสัมพันธ์ทางกายกันแล้วพี่พัดคงจะมีความรู้สึกดีๆให้เขากลับมาบ้างความคิดตื้นเขินของเด็กน้อยคนหนึ่งที่สร้างวิมานกลางอากาศเอาไว้อย่างสวยหรูคล้ายจะเป็นจริงในวันนี้ในวันที่พี่พัดโอบกอดเขาโดยปราศจากข้อกังขาใดๆอีกทั้งเรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างพวกเขาสองคน

แม้จะรู้ว่าเขาเองก็เป็นเพียงคนฉวยโอกาสคนหนึ่ง

“นิมยินดีเป็นของพี่พัดนิมจะเป็นของพี่พัดคนเดียว” เดนิมเอ่ยออกมาหลังจากที่พวกเขาต่างก็โกยอากาศเข้าปอดหลังจากผ่านการจูบแลกลิ้นที่ดูดดื่ม

“อื้ม”

เพราะอารมณ์พุ่งสูงจนได้ที่พิพัฒน์ไม่มีสติมาไตร่ตรองและเตรียมพร้อมช่องทางให้แก่อีกฝ่ายเขารู้เพียงแต่ต้องการหาทางระบายความอัดอั้นนี้ให้เร็วที่สุดแท่งร้อนดุนดันช่องทางตีบแคบนั้นอย่างโหยหาอาศัยเพียงความชุ่มชื้นที่ส่วนหัวเท่านั้นมันทั้งฝืดและแคบพิพัฒน์กัดฟันแน่นก่อนจะค่อยๆขยับเอวออกแล้วขยับเข้าอยู่อย่างนั้นอย่างทุลักทุเลก่อนจะเข้าไปได้จนสุดโคน

เดนิมเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเขารู้สึกถึงของเหลวร้อนที่เอ่อล้นออกมาเจ็บจนต้องเกร็งร่างกายแต่ก็ไม่ปริปากออกมาสักคำกัดริมฝีปากตัวเองจนเลือดซิบ

พอได้เห็นสีหน้าที่เชิดขึ้นพร้อมเสียงครางด้วยความสุขสมของพี่พัดความเจ็บแค่นี้เขาทนได้ถ้ามันจะทำให้พี่พัดมีความสุข

“อื้อ” แกนกายค่อยๆขยับเข้าขยับออกตามจังหวะเดนิมกอดรัดพร้อมจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าเพื่อระบายความเจ็บปวดและความรู้สึกเสียดเสียวที่ตีตื้นขึ้นมาพร้อมๆกันกับจังหวะที่แปรเปลี่ยนไปพี่พัดกอดก่ายลูบไล้ร่างกายของเขาอย่างโหยหาสองร่างแนบชิดติดกันจนแทบไม่มีช่องว่างเสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงเฉอะแฉะของน้ำลายที่ดังอยู่ในโสตประสาทบอกกับเดนิมว่าทั้งหมดคือเรื่องจริง

ตอนนี้เขากับพี่พัดเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์

“ซี้ด” เสียงครางกระเส่าทำเอาเดนิมโอนอ่อนร่างกายไปตามแรงกระแทกแล้วแต่พี่พัดจะนำพาร่างกายนี้หากสร้างความสุขให้กับพี่พัดได้เขายินดีและเต็มใจแรงกระแทกกระทั้นไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงไม่รู้ว่าถูกจับให้พลิกคว่ำหงายไปกี่รอบเดนิมเสร็จสมไปไม่รู้กี่ครั้งแต่เหมือนว่าคนข้างหลังยังไม่ได้ปลดปล่อยออกมาหลับใหลกรอบ

“อื้ออ๊ะ” เดนิมหมอบอยู่กับที่นอนส่วนสะโพกยกสูงขึ้นเพื่อรองรับการตอกกระแทกท่านี้เข้าไปลึกจนร่างบางสั่นกระตุกไม่หยุดช่องทางภายในตอดดูดจนทำให้ความเสียวแล่นไปทั่วร่างกายหัวสมองของพิพัฒน์ชาวาบขาวโพลนเมื่อไปถึงปลายฝั่งฝันอย่างที่ใจปรารถนา

“อ๊าซี้ด” พิพัฒน์ฟุบอยู่บนหลังเดนิมหายใจกอบโกยเข้าปอดอย่างหนักแกนกายกระตุกเพื่อปลดปล่อยความกำหนัดสู่โพรงร้อนนั้นอยู่นานเขาไม่อยากถอดถอนออกไปจริงๆมันทั้งอุ่นและตอดรัดแน่นแบบนี้

เดนิมเหลือบมองนาฬิกาบนผนังเกือบหกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ยอีกอย่างเขากลัวชองส์จะกลับมาในตอนนี้แถมประตูห้องนอนก็เปิดอ้าซ่าเอาไว้แบบนั้นเดนิมดิ้นขลุกขลักแม้จะอ่อนเพลียจากรสรักแต่เขาก็ไม่อยากมาเล่นหนังสดให้ใครได้ดูและไม่อยากให้ใครได้ล่วงรู้ความลับของเรา

“พี่พัดปล่อยนิมก่อนครับ” เดนิมดิ้นขลุกขลักแต่ไม่เป็นผลแถมยังรู้สึกถึงความเเข็งขืนของแก่นกายที่คาอยู่ตรงช่องทางนั้นพิพัฒน์พลิกกายขึ้นมาทาบทามพร้อมกับจุมพิตริมฝีปากบางนั้นอย่างโหยหาก่อนจะเสือกไสแก่นกายเข้าไปหาโพรงอุ่นนั้นอีกครั้งและอีกครั้งอย่างไม่รู้เบื่อหัวสมองเดนิมมึนเบลอร่างกายของเขาคล้ายโดนสูบเอาวิญญาณออกไปยังไงยังงั้นช่องทางหลังที่รองรับการสอดใส่มานานเริ่มส่งสัญญาณประท้วงความรู้สึกแสบชาตีตื้นขึ้นมาเมื่อแกนกายสอดเข้าออกอยู่อย่างนี้

“อื้ออ๊ะ” ร่างกายบิ้วพลิ้วไปด้วยความเสียดเสียวครั้งแล้วครั้งเล่าสองเท้างองุ้มจิกเกร็งเมื่อพาดอยู่บนบ่ากว้างสองมือจิกทึ้งผ้าปูที่นอนปลอกหมอนที่หลุดลุ่ยออกมาเพื่อระบายความเสียดเสียวที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกาย

พี่พัดถูกวางยาอะไรกันแน่…

ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุดเดนิมไม่รู้ว่าตัวเองจมสู่ห้วงนิทราไปตั้งแต่เมื่อไหร่สะดุ้งตื่นมาอีกทีก็ตอนที่เห็นพี่ชายฝาแฝดทั้งสองยืนเท้าสะเอวมองที่ปลายเตียง

ไม่ต้องพูดอะไรก็รู้ว่าระหว่างพวกเขาสองคนผ่านค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนมาด้วยกันสภาพเตียงที่ยุ่งเหยิงรวมไปถึงกลิ่นคาวคละคลุ้งต่างๆเดนิมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาจากอกของพิพัฒน์ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าแถมยังมีร่องรอยสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วร่างกายอย่างเห็นได้ชัดเดนิมรีบยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาเลื่อนสายตาไปมองคนข้างๆที่ยังนอนหลับใหลไม่ได้สติ

  “ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วออกมา เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เดนีสเอ่ยเสียงเรียบ เดนิมรู้ว่าพี่ชายฝาแฝดทั้งสองต้องอดกลั้นแค่ไหนที่ไม่อาละวาดและด่าทอออกมา นั่นก็เพื่อนนี่ก็น้องชายตัวเอง

เดนิมรีบสวมชุดนอนอย่างลวกๆก่อนจะรีบกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเองสภาพร่างกายที่ผ่านการร่วมรักมาอย่างหนักทำเอาเขาแทบจะทรงตัวอาบน้ำใต้ฝักบัวแทบไม่อยู่ปวดเมื่อยไปตามร่างกายไหนจะคราบเลือดที่แห้งตามต้นขาด้านในนั้นเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าระหว่างเขากับพี่พัดมีสัมพันธ์ทางร่างกายกันจริงแท้แน่นอน

แต่เดนิมก็ไม่รู้ว่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบหรืออย่างไรทำให้เขากล้าตัดสินใจบ้าบิ่นอย่างนั้นขนาดพี่ชายฝาแฝดของเขายังเหมือนจะรับไม่ได้เลยแล้วพี่พัดล่ะ? เดนิมสำรวจตัวเองอยู่หน้ากระจกอยู่นานสองนานร่องรอยสีกุหลาบแต่งแต้มไปทั่วลำคอรวมถึงไหปลาร้าริมฝีปากของเขาบวมช้ำแถมเสียงยังแหบแห้ง

เดนิมสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเรียกขวัญกำลังใจให้ตัวเองเพื่อออกไปเผชิญกับพี่ชายทั้งสองที่กำลังนั่งรอด้วยความรู้สึกหลากหลาย

“นั่งสิ”

เดนิมก้มหน้าค่อยๆหย่อนก้นลงที่โซฟาแต่พอจะทิ้งตัวนั่งลงกลับต้องซูดปากด้วยความเจ็บที่เสียดแทงขึ้นมาเหมือนว่าช่องทางหลังจะฉีกขาดและบวมช้ำจากการถูกเสียดสีเป็นเวลานานก่อนจะค่อยๆจัดหมอนอิงเอียงตัวซบด้านข้างเพื่อไม่ให้ทับแผลที่ช่องทางด้านหลัง

สีหน้าและท่าทางทั้งหมดไม่พ้นพี่แฝดทั้งสองที่จ้องมองน้องเล็กมาตั้งแต่ต้นเดนีสที่เหมือนจะมีเหตุผลมากที่สุดตอนนี้คล้ายว่ากำลังอดกลั้นไม่ให้โทสะที่มีอยู่ในอกได้ปะทุออกมาเดนิมก้มหน้ากอดหมอนอิงอยู่ในอกไม่กล้าสบตากับพี่ๆทั้งสอง

“จะบอกพี่ได้มั้ยว่าทำไมเรากับไอ้พัดถึงได้มาอยู่ด้วยกันได้” เดนิมกระชับอ้อมแขนกอดหมอนอิงในมือแน่นขึ้นกว่าเดิมก่อนจะเอ่ย

“คือ…นิมเจอพี่พัดที่คลับแล้วพี่พัดถูกวางยานิมกับชองส์เลยเข้าไปช่วย”

“แล้วไหนไอ้ชองส์นั่นล่ะทำไมเหลือเราคนเดียว”

“ชองส์เพิ่งกลับไปตอนตี 3 พอดีมีธุระด่วนครับ”

“แล้วทำไมเราถึงไม่พาไอ้พัดไปส่งที่บ้าน”

“คือนิมเห็นว่ามันดึกแล้วแล้วบ้านพี่พัดก็ไกลด้วยนิมเลย…”

“ที่นิมอยากออกมาอยู่คอนโดคนเดียวเพราะเหตุผลนี้ด้วยหรือเปล่า”

“ปะ…เปล่านะครับนิมกับพี่พัดเจอกันเพราะความบังเอิญจริงๆ” เดนิมเริ่มอยู่ไม่สุขแม้แต่พี่ชายของเขายังตั้งแง่กับเขาขนาดนี้หากพี่พัดตื่นมารู้ว่าคนที่ตัวเองมีสัมพันธ์ด้วยเมื่อคืนคือน้องชายเพื่อนอย่างเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

“นิมโทรหาพี่แฝดแล้วแต่ไม่มีใครรับ” เดนิมตอบอุบอิบก้มหน้ากอดหมอนอิงอยู่อย่างนั้น

“เลยเอาไอ้พัดมานอนที่นี่?” เดนีนจี้ถามต่อแม้ว่าน้ำเสียงจะราบเรียบแต่สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังโมโหสุดๆแต่ทำได้เพียงสะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเหล่านั้นเอาไว้

“อยากให้พี่บอกพ่อกับแม่ว่ายังไงเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะนิมนิมก็รู้จักร่างกายตัวเองดี” เดนีนเอ่ยพร้อมกับจ้องมองน้องชายที่ร่างกายกำลังสั่นเทา

เดนิมขอบตาร้อนผ่าวน้ำตาค่อยๆเอ่อออกมาจากกระบอกตาเขาสูดหายใจเพื่อระงับน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาอยู่รอมร่อ

“อย่าบอกพ่อกับแม่นะครับ” เขาไม่อยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องนี้ไม่อยากให้พี่พัดรู้สึกว่าเขากำลังใช้ข้ออ้างนี้เพื่อบีบบังคับ

“ไม่บอกได้เหรอเรื่องบานปลายมาถึงขนาดนี้นะนิม” เดนีสตะคอกเสียงดังทำเอาเดนิมสะดุ้งซบหน้ากับหมอนอิงร้องไห้สะอึกสะอื้น

ปกติพี่แฝดจะห้อมล้อมเอาใจเขาคล้ายว่าเขาเป็นสิ่งของล้ำค่าหนึ่งเดียวของบ้านเดนิมมีร่างกายที่พิเศษเป็นผู้ชายที่มีมดลูกสามารถตั้งครรภ์ได้เฉกเช่นเดียวกับเพศหญิงตอนแรกพวกเขาเป็นห่วงแทบตายเรื่องที่จะให้น้องเล็กไปเรียนไกลหูไกลตาต้องมีข้อแม้ว่าไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนต้องรับโทรศัพท์ต้องตอบไลน์แต่เพราะเช้านี้มีสายที่ไม่ได้รับจากน้องเล็กตอนตี 3 พอโทรกลับก็ไม่มีคนรับเดนิมหายไปไม่ตอบกลับแฝดพี่ทั้งสองจึงได้มาตามหาที่คอนโดเพราะว่าเป็นพี่น้องรหัสที่ประตูหน้าห้องจึงไม่ใช่ความลับพอได้มาเห็นประตูห้องนอนแขกที่เปิดอ้าไว้เสื้อผ้ารองเท้ากระจัดกระจายไปตามพื้นห้องพี่ชายอย่างเขาหัวใจแทบจะหยุดเต้น

ตอนแรกนึกว่าไอ้หนุ่มฝรั่งเศสคนนั้นเสียด้วยซ้ำแต่พอได้มาเห็นกับตาว่าคนที่นอนกอดเดนิมอยู่นั้นคือเพื่อนของตัวเองอย่างพิพัฒน์เดนีสและเดนีนถึงกับไปไม่ถูกไม่รู้จะทำยังไงเพราะต่างรู้ๆกันอยู่ว่าไอ้พัดหลีกเลี่ยงที่จะเจอกับเดนิมจะตายพวกเขารู้ดีว่าพิพัฒน์ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรกับน้องชายของเขาพอมาเจอภาพนี้คล้ายมีค้อนปอนด์ทุบแสกหน้าพวกเขาอย่างจัง

เดนิมทำอะไรลงไป?

หรือเป็นเพราะความเต็มใจของคนทั้งสอง?

เดนีสพี่ชายฝาแฝดคนโตที่มีวุฒิภาวะมากที่สุดยังโมโหจนแทบสติหลุดขนาดนี้แล้วพ่อกับแม่จะขนาดไหนสภาพของเดนิมตอนนี้ดูแทบไม่ได้

ไอ้พัดแม่ง!!! ต่อให้จะโดนวางยาอะไรก็ช่างตอนนี้ก็หลีกเลี่ยงเรื่องสัมพันธ์ทางกายไม่ได้ต่อให้ไม่อยากยอมรับแค่ไหนก็ดิ้นไม่หลุดแม้จะขนหลักฐานบริสุทธิ์มากมายมากองต่อหน้าแต่ว่าพ่อแม่ของเขาย่อมไม่ยอมเลิกแล้วต่อกันเป็นแน่ยังไงเดนิมก็เป็นฝ่ายเสียหายปลายทางก็เห็นจะมีทางออกอยู่ทางเดียว

ต่อให้ไม่มีความรู้สึกแต่ยังไงก็ต้องรับผิดชอบ!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพียงชั่วข้ามคืน   ตอนพิเศษ 2

    เดนิมที่สวมชุดคลุมท้องอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อฟังคุณแม่ลูกสองเล่าถึงเรื่องการคลอดธรรมชาติ“ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”“ใช่…ขนาดนั้นแหละแต่ว่านะมนุษย์แม่อย่างเราทนได้เชื่อสิ” วินตราตอบคุณแม่มือใหม่ตรงหน้าที่เหมือนจะกังวลไปเสียทุกอย่างถามนั่นนี่ส่วนเขาที่เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาก่อนก็คอยตอบคำถามน้องสามีอย่างใจเย็น“มะมะ” เดนอนเริ่มพูดคุยสองคำได้แล้วเรียกมามาปาปาทั้งวันไม่ก็หม่ำๆเด็กน้อยเริ่มเดินได้แล้วพอเดินได้ก็เริ่มซนเดินไปทั่วทั้งบ้านตอนนี้วินตราต่างก็ย้ายมาที่บ้านใหญ่ชั่วคราวเพราะลลดาอยากเลี้ยงหลานตอนนี้วินตราก็ท้องลูกคนที่สองได้ 4 สัปดาห์จะเรียกว่าหัวปีท้ายปีก็ไม่ผิดนักวินตรามองสามีตัวเองตาเขียวอยากจะถลกหนังหัวคนทำเพราะตอนนี้เขาก็ย่าง 43 แล้วมาท้องตอนแก่สังขารไม่ไหวแม้ว่าใจจะสู้ก็ตามอีกอย่างก็กังวลโรคทางพันธุกรรมและความผิดปกติทางโครโมโซมที่อาจเกิดขึ้นได้เดนิมอุ้มเด็กน้อยมานั่งตักแล้วสอน “เดนิมเดนิมไหนพูดสิครับ”“เดเด”“เดนิมครับ”“เดเดนิม”“เก่งมาก” เดนิมหอมแก้มยุ้ยๆนั้นฟอดใหญ่อย่างมันเขี้ยว“มีสองคนไล่ๆกันแบบนี้ก็ดีนะครับเหนื่อยทีเดียว” วินตราถอนหายใจพร้อมกับเอ

  • เพียงชั่วข้ามคืน   ตอนพิเศษ 1

    การแต่งงานถูกจัดที่เกาะส่วนตัวของท่านเจ้าสัวเป็นงานใหญ่ที่มีการเลี้ยงฉลองถึง 3 วัน 3 คืนบรรดาแขกเหรื่อที่ตบเท้ารวมงานพันกว่าคนและแน่นอนว่าเจ้าบ่าวถูกมอมเหล้าคอพับทุกคืนเดนิมยืนมองภาพถ่ายฉากหลังริมทะเลฟ้าสวยทะเลสีครามสองบ่าวสาวกำลังสวมแหวนแต่งงานให้แก่กันส่วนภาพอื่นๆก็เป็นภาพที่พวกเขาทั้งสองต่างก็ฉีกยิ้มจนไปถึงดวงตาแตกต่างจากภาพในอดีตอย่างเห็นได้ชัดการแต่งงานครั้งนี้มีแต่ความชื่นมื่น“อื้อ”เดนิมถูกสวมกอดจากทางด้านหลังจมูกก็ซุกไซร้ไปทั่วลำคอระหง“พี่พัด”“ยืนมองรูปนี้อีกแล้วนะเรา” ไม่รู้สิรูปถ่ายพวกนี้ที่เดนิมได้อัดใส่กรอบไว้ติดไว้ในห้องนอนของพวกเขารวมไปถึงห้องนั่งเล่นแต่รูปที่สวมแหวนให้กันมักจะดึงดูดความสนใจของเขามากเป็นพิเศษเป็นภาพที่ทะเลท้องฟ้าเหมือนเป็นใจทุกอย่างลงตัวแถมชุดแต่งงานยังเป็นชุดที่เขาออกแบบเอาไว้เพชรและไข่มุกเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงแดดเดนิมยังจำภาพวันงานได้ดีแม้จะผ่านมาร่วมสามเดือนแล้วก็ตามตอนนี้พวกเขาทั้งสองย้ายมาอยู่เพนท์เฮ้าส์หลังเดิมเพียงแต่มีการต่อเติมจัดผังใหม่ห้องนอนใหญ่ถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นรวมไปถึงห้องนอนแขกก็ออกแบบใหม่เพื่อรองรับสมาชิกใหม่ในวันหน้า

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทส่งท้าย ปารีสกับความฝันในวันวาน

    เดนิมไม่ได้คาดหวังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ความจริงเขาแทบไม่ต่างอะไรไปจากเดิมเพิ่มเติมคือมีคนคอยรับคอยส่งก็เท่านั้น“ไงไอ้พัดการงานไม่มีทำเหรอไง” เดนีสถามพลางเปิดฝ่ายเปิดประตูให้เดนิมขณะที่รถจอดหน้าบริษัทบริษัทนี้เป็นบริษัทของเดนิมที่แตกย่อยไลน์การผลิตเครื่องดื่มออกมาภายใต้การดูแลของเดนีสวันนี้เขาแวะเข้ามาประชุมในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นหนึ่งในคณะบริหารด้วยส่วนเลขาข้างหลังนั้นสีหน้าราบเรียบบุคลิกดีแตกต่างจากเจ้านายอย่างสิ้นเชิง“ขอบคุณครับ” เดนิมเอ่ยขอบคุณพี่ชายก่อนจะลงรถมายืนข้างๆ “อ้าวสวัสดีครับคุณวิน”“สวัสดีครับ” วินตราเอ่ยทักทายน้องชายเจ้านายอย่างนอบน้อม“ตอนเย็นพี่มารับนะ”“ครับ”“ตอนเย็นก็กลับกับพี่ไงบ้านเดียวกันกลับด้วยกันประหยัดดีออก”“แล้วคุณวินตรากลับยังไงล่ะครับ” เดนีสสะอึกรถคันโปรดของเขานั่งได้แค่สองคนวันนี้ขับมาเองไม่ได้ให้คนขับมาส่งด้วยเดนีสตีหน้าขรึม “อ้อลืมไปวันนี้มีประชุมตอนบ่ายต่อ” ก่อนจะเดินหนีเข้าไปในตึกพร้อมกับคุณเลขา“ตอนเย็นพี่มารับนะ”“อาจจะเลทหน่อยนะครับช้าสักครึ่งชั่วโมง”“ไม่เป็นไรมีอะไรก็โทรมา”“ครับ” พิพัฒน์รอจนเดนิมเดินหายเข้าไปในตึกเขาถึงเคลื

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 33 ลิลลี่สีขาวกับความนัย

    “ทำไมนิมถึงให้โอกาสพี่” พิพัฒน์ตัดสินใจถามออกไปไม่รู้สิหากเป็นเขาคงไม่ได้ง่ายดายแบบนี้แต่ความคิดของเดนิมการที่เขาให้อภัยคนตรงหน้าไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นมันมีระยะเวลาอีกทั้งพี่พัดคงไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เรียกว่า ‘ง้อขอคืนดี’ ไม่ได้แวะเวียนมาหาหรือขยันสรรหาของมีค่ามาให้แต่การกระทำกลับตรงข้าม“ลิลลี่สีขาวตลอดสามปีที่พี่พัดส่งให้นิมทุกโอกาสก็แฝงความนัยไม่ใช่เหรอครับ”“อ่า” นั่นก็จริงเพราะพิพัฒน์ไม่ใช่คนช่างพูดแต่การกระทำของเขามักจะแฝงความนัยเอาไว้ในสิ่งของต่างๆเสมอไม่ว่าจะดอกลิลลี่สีขาวที่ส่งให้อีกฝ่ายในทุกโอกาสพิเศษต่างๆเดนิมมีพร้อมทุกสิ่งเขาไม่อยากให้ของมีค่าเพื่อกดดันให้อีกฝ่ายรับไว้ดอกไม้อย่างมากสองสัปดาห์ก็เหี่ยวเฉาร่วงโรยไปจะทิ้งก็สมควรเพราะถึงแก่เวลาเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแต่ความจริงแล้วดอกลิลลี่สีขาวพวกนั้นไม่เคยถูกทิ้งสักช่อแม้จะแห้งเหี่ยวไร้กลิ่นไม่เหลือความสวยงามแต่ความหมายยังคงอยู่ยังคงวางอยู่ในกล่องใสเรียงซ้อนกันหลายกล่องภายในโกดังเก็บของแต่เขาไม่บอกพี่พัดหรอก“พี่พัดคงรู้ความหมายของลิลลี่สีขาวดี”ดอกลิลลี่สีขาวแสดงความรักที่บริสุทธิ์และความไร้เดียงสาความเห็นอกเห็นใ

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 32 หนังสือเล่มเดิมกับคนอ่านคนเดิม

    ว่ากันว่าหนังสือเล่มเดิมตอนจบไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ยังคงเหมือนเดิม…นั่นก็จริงส่วนหนึ่งแต่ว่าทุกครั้งที่อ่านกาลเวลาไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่คนเราโตขึ้นสังคมสิ่งแวดล้อมแม้ตอนจบในตอนสุดท้ายจะยังคงเหมือนเดิมแต่ทว่าความรู้สึกทุกครั้งที่ได้อ่านไม่มีทางเหมือนเดิมคนเราเองก็เช่นกันทุกคนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาไม่มีใครคงเดิมจะเป็นไรไปหากเราอยากจะหยิบเล่มโปรดขึ้นมาอ่านอีกครั้งแม้ว่าระหว่างทางที่อ่านจะเปียกปอนและเหน็บหนาวไปบ้างแม้ตอนจบจะไม่สมหวังแต่อย่างน้อยเราก็ได้อ่านมันเพื่อเติบโตคนเราไม่ได้เติบโตเพียงร่างกายแต่ความรู้สึกของเราก็เติบโตด้วยเช่นกันเรียนรู้ที่ยอมรับความผิดพลาดแก้ไขและทำให้มันดีขึ้นดังเช่นพวกเขาทั้งสองเริ่มแรกสถานการณ์ไม่เป็นใจพอเวลาผ่านไปทำให้ตกผลึกได้ถึงบางสิ่งบางความรู้สึกที่ไม่แจ่มชัดในตอนแรกนิยามคำว่ารักคนเราไม่เหมือนกันบ้างขอแค่ได้รักบ้างขอให้ได้อยู่ด้วยกันแล้วถ้าหากนิยามรักของพวกเราสองคนไม่ตรงกับคนอื่นล่ะ? พิพัฒน์นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดขับรถไปยังบ้านศศิภักดีตลอดทาง หากผู้ใหญ่ทางบ้านศศิภักดีจะกีดกัน นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก การแต่งงานของพวกเขาทั้งสองในตอนแรกมีแต่ความไม่เข้าใจ ความ

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 31 แฟนไซน์ของคุณนักเขียนคนโปรด

    การอ่านนิยายกลายเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของนักธุรกิจชื่อดังอย่างพิพัฒน์ เขาพึ่งค้นพบการเยียวยาหัวใจตัวเอง ก็เหมือนวลี ‘นั่งโง่ ๆ ที่ริมทะเล’ อะไรทำนองนั้น อีกอย่างมันทำให้เขาเข้าใจตัวตนของเดนิมมากขึ้น เมื่อก่อนเขาคิดว่านิยายมันไม่สมจริง ประโลมโลก รู้สึกว่าเสียเวลาชีวิตด้วยซ้ำ แต่พอได้ลองอ่าน ลองวิเคราะห์ตัวละคร หลาย ๆ เรื่องราวจะเห็นได้ว่านิยายไม่เพียงสร้างความบันเทิงหรือเสริมสร้างจินตนาการ แต่บางเรื่องกลับซ่อนเรื่องราวเบื้องหลัง ความฝันบางอย่างที่นักเขียนไม่สามารถลงมือทำมันในชีวิตจริงได้ แต่สามารถทำให้มันสำเร็จได้ในนิยายเรื่องหนึ่งดังเช่นเรื่อง ‘ความรักและกาลเวลา’ ที่เขากำลังอ่านอยู่ตอนนี้จะบอกว่าอินก็คงจะไม่ผิดนักเป็นการบอกเล่าความรักของคนสองคนที่ผ่านอุปสรรคกาลเวลาความเข้าใจผิดและกลับมาพบกันอีกครั้งโดยปลายปากกาของ FALLIN นักเขียนผู้ไม่สมหวังในความรักรวมไปถึงความฝันต่างๆได้ถูกบอกเล่าผ่านตัวอักษรหน้าแล้วหน้าเล่าค่อยๆถ่ายทอดออกมาอย่างถูกจังหวะบางประโยคก็กระแทกใจคนอ่านทำให้นักอ่านรู้สึกคล้อยตามและเห็นใจตัวละครได้ไม่ยากพิพัฒน์ได้เรียนรู้และเข้าใจคนคนหนึ่งเพราะการอ่านนิยาย FALLIN เป็นนามปาก

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 29 เวลาคือคำตอบ

    พิพัฒน์เดินออกจากห้องพักผู้ป่วยด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แม้แต่สองแฝดที่ทำท่าจะเข้ามาก่อกวนต่างก็มองหน้ากันด้วยความสงสัย แม้ว่าจะหมั่นไส้ไอ้เพื่อนรักมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้เกลียดถึงขนาดจะฆ่าแกงกัน อีกอย่างเรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้ อย่างที่เคยบอก ไอ้พัดเพื่อนเขาวางตัวดีมาตลอด รักษาระยะห่างกับเดนิม

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 26 ว่าวที่หลุดลอย

    ตั้งแต่งานเปิดตัวโรงแรมคราวที่แล้วพิพัฒน์ก็ไม่รู้ตัวว่าเขาสวมแหวนแต่งงานวงนี้ติดตัวตลอดสวมจนบริเวณโคนนิ้วนางด้านซ้ายมีรอยวงกลมประดับอยู่เขาถอดมันออกมาจดจ้องก่อนจะสังเกตเห็นตัวอักษรหวัดๆน่าจะภาษาฝรั่งเศสเขาอ่านไม่ออกแต่ก็ถ่ายเอาไว้และใช้แอปพลิเคชันแปลแต่ก็อย่างว่า…แอปฯไม่สามารถแปลได้อย่างสละสลวยแต่คว

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 17 ตัวตนของคนคนหนึ่ง

    เดนิมตื่นมาก็บ่ายสามกว่า ๆ แล้ว เขาคิดว่าตอนนี้พี่พัดคงเก็บของกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว จึงกินนอนเล่นกับพวกแฝด เป็นการรวมตัวกันของครอบครัวที่ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เล่นน้ำด้วยกันเหมือนเด็กอีกครั้ง พอได้วางความรู้สึกเหล่านั้นลง เดนิมค้นพบว่าความสุขของเขาได้เพิ่มขึ้นทีละนิด แม้จะมีความรู้สึกผิดอยู่เต็

  • เพียงชั่วข้ามคืน   บทที่ 12 ไม่ได้ง่ายอย่างใจนึก

    เดนิมไม่ออกจากห้องของตัวเองแม้ว่าป้าแม่บ้านที่แม่ของเขาส่งมาทำความสะอาดให้ทุกวันอาทิตย์ก็ตามภายในห้องมีตู้เย็นขนาดเล็กขนมขบเคี้ยวรวมไปถึงกาน้ำร้อนขนาดพกพาอีกทั้งเพราะการเขียนนิยายออกมาสักเรื่องหนึ่งมันใช้เวลาและในตอนที่อารมณ์พาไปหรือจินตนาการพรั่งพรูเดนิมไม่อยากจะลุกออกไปทำอะไรนิ้วเรียวยาวเคาะแป้นพิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status