เข้าสู่ระบบ“ไหนว่าจะไปส่งเพียงที่บ้าน”
นี่มันม่านรูด!
เขาเลี้ยวรถพาเธอมาที่แบบนี้ทำไม
ขณะรอคำตอบ ชายที่นั่งในตำแหน่งคนขับก็ลงมาเปิดประตูรถฝั่งเธอ สอดมือเข้าใต้หัวเข่าจะอุ้มเธอลงจากรถ สายตาเขามุ่งมั่นมาก มีแววกระหายและหื่นกามจนเพียงพิณต้องผลักเขาออกไป ร่างหนาปานภูเขาไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อยบังคับอุ้มเธอจนได้
“พี่เพิ่งคิดได้...”
ตัวเธอโงนเงนอยู่บนเตียงหลังถูกเขาวางลงไม่เบามือนัก
“ว่าการมีเธอในชีวิตมันก็ไม่ได้น่ารำคาญมากขนาดนั้น”
เขาเริ่มต้นปลดกระดุมเสื้อ
ดวงตาเพียงพิณพร่ามัว เธอเกือบจะร้องไห้...
“พี่ปัณณ์คิดถึงเพียงเหรอคะ”
“ใช่”
สำเร็จแล้ว ประโยคที่บอกไว้ว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกเป็นเรื่องจริง ในที่สุดปัณณ์ก็เปิดใจให้เธอ
ปัณณ์ปีนขึ้นเตียงมาคร่อมกดเธอให้นอนราบ เขาตรึงปลายคางเธอไว้จากนั้นก็จูบเธอรุนแรง ไม่มีการต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ลำแขนบางคู่นั้นยกขึ้นเกี่ยวรอบลำคอดึงปัณณ์ให้โน้มใบหน้าลงมาเบียดเธออย่ามีที่ว่างเหลือให้อากาศ
รสชาติจากเหล้ายังติดอยู่ที่ปลายลิ้นเธอกับเขา รสชาติขมนั้นเร่งเร้าให้เขาและเธอโรมรันพันเกี่ยวปลายลิ้นกันเร็วขึ้น
เพียงพิณได้ยินแค่เสียงลมหายใจตัวเอง ส่วนปัณณ์นิ่งมาก เขาเว้นช่วงให้เธอได้สบตาเขาครู่เดียวเท่านั้นก็จูบต่อ ลากฝ่ามือใหญ่ไปตามท่อนขาขาววกวนหลายครั้งกว่านิ้วใหญ่จะหยุดตรงกึ่งกลางร่างสาว เพียงพิณครางฮือในริมฝีปากร้อน
“พี่ปัณณ์...”
“หืม...”
“รักเพียงแล้วเหรอคะ”
ถึงเขาไม่ตอบ เธอก็เต็มใจจะยกทุกอย่างให้เขา
“เพียงดีใจที่สุด”
กลัวตัวเองจะหมดอารมณ์ปัณณ์จึงเสแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน จัดการปลดซิปมินิเดรสลากออกจากเรือนร่างขาวผ่อง รั้งขอบเสื้อชั้นในเธอลงส่งปลายลิ้นไปตวัดเลียและดูดย้ำ ๆ ให้ยอดอกชมพูระเรื่อชูชันตั้งเต้า สองมือบีบเคล้นประคองฐานไว้ ลากปลายลิ้นปัดป่ายไปมาระหว่างจุกทั้งสอง ลงมาถึงสะดือวงรีน่ารัก
“อื้อ...”
หัวใจเพียงพิณล่องลอย เธอแอ่นสะโพกรับรอยจูบที่เคลื่อนลงต่ำมาถึงขอบชั้นในตัวจิ๋ว หลงรักเจ้าของใบหน้าหล่ออย่างถอนตัวไม่ขึ้น แยกแย้มเรียวขาออกให้ปัณณ์สำรวจเนื้อตัวเธอให้ลึกซึ้งมากขึ้น เขาเบี่ยงขอบชั้นในสอดปลายนิ้วเข้าไปลึก กดนิ้วโป้งลงปุ่มกระสัน เล่นงานเธอทีเดียวทั้งสอดและสี
เพียงพิณคราง ฮือ
เธอคลั่งไคล้เขาจนแทบจะบ้าตาย!
“พี่ปัณณ์”
“ทำให้พี่บ้าง”
ส่งเธอเรียบร้อยแล้ว ปัณณ์รีบจัดการกับผ้าชิ้นน้อยบนตัวเธอตามด้วยเสื้อผ้าน่ารำคาญที่อยู่บนร่างสูงใหญ่ คว้ามือเรียวบางมาสัมผัสกับท่อนเนื้อที่แข็งและร้อนจัด มันพร้อมจะแผดเผาผิวบาง ๆ ของเธอให้มอดไหม้ทุกขณะที่เธอชักรูดให้เขาด้วยมือและปาก
“อื้อ...”
ตัวตนเขายังเต็มอุ้งปาก ได้แค่ชำเลืองหางตาไปมองร่างสูงที่นอนตะแคงข้างเอาหน้าลงไปทางท่อนขาเธอออกมาใช้ปากกับส่วนนั้นของเธอ
“เสียวเหรอ น้ำออกเยอะมาก...”
เสียงพูดเบา ๆ ทำเพียงพิณแก้มแดง อยู่ใกล้เขาเมื่อไรเนื้อตัวเธอไม่เคยแห้ง โดยเฉพาะกึ่งกลางกายสาว เขามีแรงดึงดูดทางเพศอย่างมหาศาลเธอถึงได้ถอนใจจากเขาไม่ไหว
“แค่ก! แค่ก!” เธอสำลัก มัวแต่เสียวที่เขาโจมตีถูกจุด น้ำอุ่นร้อนก็ฉีดอัดเข้ามาในโพรงปาก
เพราะอยู่ในท่านอนตะแคงข้างมวลน้ำเหล่านั้นจึงไหลผ่านขอบปากลงเปื้อนผ้าปูที่นอน ตั้งตัวได้อุ้งมือเพียงพิณประคองส่วนหัวเขาไว้แล้วดูดทำความสะอาดให้อย่างเอาใจ
ปัณณ์น่าจะไม่ไหวแล้ว สองมือเขาคว้าเอวเธอแรงมากนอนหงายหลังสบาย ๆ ให้เธอเป็นฝ่ายขึ้นให้ ทุกมิลลิเมตรที่เธอกลืนกินตัวตนเขาปัณณ์หอบหายใจถี่ และในไม่กี่อึดใจเธอก็นั่งแหมะบนสะโพกหนาครอบครองเขาได้สุดลำ
“พี่ปัณณ์...”
สมชื่อผู้หญิงหน้าด้าน เพียงพิณไม่รู้สึกอายเลย เธอวางฝ่ามือบนซิกแพคลอนใหญ่เร่งบดเอวเร็วจนทั้งเธอและเขาหลุดเสียงร้องไปพร้อม ๆ กัน ยิ่งเห็นว่าสายตาเขาจ้องอยู่ที่ทรวงอกอวบกระเพื่อมไหว เพียงพิณก็ยิ่งกระแทกกระทั้นสะโพกให้พลิ้ว
“อ๊ะ!”
เธอกดร่างลงไปหาเขาจนสุดลำสลับยกขึ้นย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ถึงขั้นที่ต้องผวาเข้ากอดเขาเพราะเสร็จและเสียว
“พี่ปัณณ์...”
ปัณณ์ดึงกรอบหน้าเธอมาจูบบนริมฝีปากหวาน สอดมือใหญ่เข้าใต้บั้นท้าย ขยับตัวขึ้นนั่งให้อกของเธอกับเขาเบียดเป็นเนื้อเดียวกัน
“อืม...”
การจูบยังดำเนินต่อไปตราบจนแผ่นหลังเธอติดเตียงปัณณ์ก็ยังจูบต่อเนื่อง ลมหายใจเขาร้อนระอุ ทอดสายตามองเรือนร่างเย้ายวนแล้วกดยิ้มมุมปาก ช้อนใต้สะโพกจับขาเธอแยกออกนำเอ็นอุ่นที่เพิ่งหลุดออกจากกัน สอดลึกเข้าไปในร่องเปียกแฉะลื่นละมุนอีกครั้ง
“ถูกอย่างที่ปุณณ์พูด แฮ่ก...”
“...”
“มีผู้หญิงมาคอยเอาใจทั้งยังได้เอาฟรี จะรำคาญทำไม”
“...”
“มาให้เอา ก็แค่เอาให้เสร็จ มันจะไปยากอะไร ดีจะตาย ไม่ต้องไปหากินนอกบ้านให้เปลืองเงิน!”
“...”
“เอากับเพียงแม่งโคตรดี ว่างวันไหนมาให้พี่เอาอีกนะ”
“...”
หัวเธอสั่นคลอนจากแรงส่งที่รุนแรงจนเขาต้องตรึงสะโพกเธอไว้ไม่อย่างนั้นจุดหลอมละลายอาจจะหลุดออกจากกัน
เพียงพิณได้ยินทุกคำพูด แต่เธอต้องกัดปากระงับเสียงไว้ ถ้าร้องไห้ออกมาตอนนี้เธอคงจะกลายเป็นคนเสียสติอย่างสมบูรณ์ เพราะถึงแม้หัวใจจะถูกเขาทำให้เจ็บแต่ปากของเธอกลับครางรับสัมผัสจากเขาอย่างมีความสุข
ก็เพราะเธอรักเขา รักคนที่คอยทำร้าย และไม่เคยคิดจะแลกเปลี่ยนความรู้สึกแบบเดียวกันกลับมาให้เธอ
อดีตเมื่อนานมาแล้วณ โรงพยาบาลกรุงเทพฯ ธาราเธอเกือบจะ ‘ฆ่า’ หลานให้ตายด้วยมือคู่นี้นัยน์ตาเพียงพิณไหวสั่นและมีหยดน้ำใสทะลักล้นไม่ขาดสาย ขณะก้มลงมองมือคู่ร้ายกาจที่อุ้มหลานสาวไปกักขัง จนเป็นต้นเหตุให้โรคหัวใจของหลานสาวกำเริบ“ฮึก...”เพียงพิณกลัวหลานสาวจะตายเธอสั่นไปทั้งตัว หลบมุมแอบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะให้อภัย เธอเฝ้ารอจนกระทั่งอาการป่วยของหลานสาวดีขึ้นและย้ายไปที่ห้องพักฟื้น ก็ยังตามไปแอบมองห่าง ๆ ผ่านกรอบกระจกหน้าประตูหลานสาวได้สติแล้ว แต่อาการยังไม่สู้ดีนัก ต้องนอนอยู่บนเตียงคนป่วยมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตโยงเหนือร่าง เธอเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้ของเธอร้องไห้หนักเพราะสงสารลูกสาวเพียงพิณกัดปากจนเจ็บเธอเสียใจ แต่กว่าเธอจะสำนึกผิดได้มันก็สายเกินไปแล้วพลันร่างกายเธอชาและแข็งค้างเป็นหิน เมื่อบังเอิญประสานสายตากับชายคนหนึ่งที่เหลือบมองมาทางนี้ ตั้งสติได้ เพียงพิณรีบหันหลังให้ประตูบานนั้นและรีบเดินหนีปัณณ์ก้าวเท้ายาวตามมาคว้าท่อนแขนเธอ ลากเอาเรือนร่างบอบบางของเพียงพิณเข้ามาในบันไดหนีไฟ ฝ่ามือแกร่งขยุ้มเข้าที่ต้นแขนเล็กออกแรงผลักตัวเธ
Pun: เพียงPun: ไปรับเด็ก ๆ หรือยังPhiang: เรียบร้อยค่ะPhiang: กำลังกลับบ้านเพียงพิณส่งรูปชูสองนิ้วคู่กับเด็ก ๆ ที่ยังสวมยูนิฟอร์มนักเรียนPun: หิวกาแฟจังเธออ่านแล้วยิ้ม เขาชอบอ้อนให้พาลูกแวะไปหาที่ทำงานทุกทีPun: แต่คิดถึงเมียมากกว่าPun: แวะมาหาได้มั้ยPhiang: เอากาแฟกี่แก้วดีคะPun: แก้วเดียวก็พอPun: แต่เสิร์ฟให้ถึงปากนะ : )Phiang: กินให้หมด อย่าเผลอคายล่ะPun: ยกซด : XPhiang: ก่อนหื่น ไปตั้งใจทำงานให้เสร็จก่อนดีไหมคะคุณพ่อPun: 555เพียงพิณเขินจนจะข่วนเบาะ“คุณแม่คุยกับใครคับ”“คุณแม่ยิ้ม”“ยิ้มสวยมากด้วย”“ใช่ ยิ้มสวย น้องพริมจะฟ้องคุณพ่อ”ห้าขวบจริงไหมเนี่ยลูก ๆ ของเธอเพียงพิณเหล่ตามองเด็กฝาแฝดชายหญิงที่หวงแม่เป็นที่หนึ่ง จิ้มหน้าจอโทรศัพท์ที่รูปโพรไฟล์หนึ่งทีเปิดให้เด็กขี้สงสัยดู “คุณแม่คุยกับคนหล่อคนนี้ค่ะ”“ไหน”“ใคร”ลิงน้อยสองตัวแข่งกันยื่นมือป้อม ๆ มารับไปดูด้วยกัน“คุณพ่อนี่นา”“คุณแม่คุยกับคุณพ่อ”“คุณพ่อหล่อเนอะ”“อื้ม หล่อมาก”“พลับก็หล่อ”“พริมก็สวย”จากชมแม่ เปลี่ยนไปชมพ่อ สักพักเด็ก ๆ ก็ชมตัวเองสมแล้วกับที่เกิดมาเป็นลูกเธอ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ลูกของเธอนิสัย
ช่วงเวลาปิดเทอมของเด็ก ๆ ใกล้จะผ่านไป มันเร็วจนน่าใจหาย ปัณณ์ยกทั้งครอบครัวไปพักผ่อนที่บ้านเกิดของเพียงพิณ มีครอบครัวของเตชธรรมร่วมเดินทางไปด้วยกัน แทบจะเป็นกิจวัตรประจำปีของพวกเขาก็ว่าได้เพราะนับจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้ว ที่พวกเขาสองครอบครัวมาพักผ่อนด้วยกัน“คุณแม่ขา หนูช่วยยกขนมไปส่งให้พี่คนสวยได้มั้ยคะ”“ได้ค่ะ ถือระวัง ๆ แล้วบอกพี่เขาด้วยนะคะ ว่าขนมได้แล้วค่ะ”คาเฟกลางสวนสตรอว์เบอร์รีของเพียงพิณมียอดขายค่อนข้างดี เปิดมาได้สามปีแล้ว เธอไม่ได้ลงมาบริหารด้วยตัวเองแต่จะบินมาดูความเรียบร้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และว่าจ้างพอวาให้เข้ามาเป็นผู้จัดการร้าน เพื่อนของเพียงพิณดูแลร้านได้ดีมาก ค่าจ้างที่เธอให้เพื่อนก็มากกว่าเงินเดือนของผู้จัดการทั่วไปหลายเท่าที่ดินแปลงข้าง ๆ เธอก็กว้านซื้อมาหมดเตรียมขยายแปลงสตรอว์เบอร์รี ป้าเจ้าของที่ดินเมตตาขายให้ถูก ๆ เพราะทุกครั้งที่กลับบ้านเพียงพิณมักจะพาเด็ก ๆ ไปเยี่ยม ป้าเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลเธอก็จะฝากพอวาไปเยี่ยม และเอาของกินของใช้ไปฝากทุกครั้ง“ขนมได้แล้วค่ะ พี่คนสวยกินให้อร่อยนะคะ” ลูกค้าโต๊ะนั้นเอ็นดูลูกสาวเจ้าของร้านที่มาช่วยแม่ทำงานน้องพริมในวั
บทสรุปนี้สร้างความเจ็บปวดให้ทุกคน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว จะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายและคนร้ายที่จะมาทำอันตรายหลาน ๆ และเหลนน้อยทั้งสองคนของท่านอีกต่อไป ช่วงเวลาแบบนี้คุณธาราคิดถึงคุณทองดีจับใจ ถ้าท่านยังอยู่ ท่านคงจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้โดยไม่ต้องมีใครเสียเลือดเนื้อเลยสักคน“คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ เพียงเล่าว่าคุณย่าเป็นลมหลายครั้ง ถ้าไม่สบาย พักผ่อนที่บ้านแล้วโทรมาเยี่ยมก็ได้ครับ ไม่ต้องลำบากมาเอง ผมเป็นห่วงคุณย่า กลัวจะเป็นลม หรือออกมาล้มอยู่ข้างนอก”“ย่าอยากมาเยี่ยมปัณณ์ ย่าเป็นห่วงที่สุดในโลก ปัณณ์ดีขึ้นแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย ไม่มีอาการแทรกซ้อนแน่นะ”“ครับ เหลือแค่รอให้ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัว ก็กลับมาเป็นปกติแล้วครับ งานนี้ต้องขอบคุณไอ้เต เพราะหมอหัวใจมือหนึ่งคนก่อนอย่างพ่อผมก็หนีไปอยู่ในคุกซะได้ โรงพยาบาลของเราก็เลยเหลือแค่ไอ้เตที่ผมพอจะฝากชีวิตไว้กับมันได้”“หมอเตเก่งมาก รอข่าวของปัณณ์เผยแพร่ออกไป ย่าเชื่อ ว่าคนไข้จะมาจองคิวรักษากับหมอเตแถวยาวไปถึงหน้าโรงพยาบาล”“ผมจะบอกมันให้นะครับ ว่าคุณย่าชื่นชม”“ย่ามีความสุขมาก ที่มีหลานเก่ง ๆ อยู่รอบตัว มีพัฒน์ มีปุณณ์มาคอยช่วยงานในบริษัท งานในโรงพยาบา
ความตายไม่เจ็บเลย หรือว่าความจริงแล้วมันง่ายกว่าพยายามนอนให้หลับเสียอีกร่างกายเธอเกร็งไปทุกส่วน และหงายหลังล้มตึงลงข้างล้อรถวิญญาณเธอหลุดออกจากร่างเหรอ? เธอถึงเห็นใบหน้าของปัณณ์เข้ามานั่งข้าง ๆ เขาเป็นห่วงเธอมาก เขย่าแขนเธอหลายครั้งเพื่อปลุกให้ตื่น“เพียง เพียง! ฟื้นสิเพียง!”เธอถูกยิงไปแล้วอาจจะที่หัวหรือไม่... ก็ที่หัวใจ“พี่... ปัณณ์”เสียงของเธออ่อนแรงคล้ายคนใกล้ตาย“พี่มาช่วยแล้ว เพียงฟื้นสิ!”“เพียง... จะตายแล้ว”เธอจะไม่ได้อยู่รักกับเขาอีกแล้วปัณณ์ไม่ยอมลดละ เขย่าแขนเธอต่อเนื่องทั้งพยายามจะลากตัวเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่าพยายามเลยทิ้งเธอไว้ที่นี่ อีกไม่นานเธอก็สิ้นใจแล้วหยดน้ำตาไหลผ่านหางตาเพียงพิณลงสู่พื้นลานจอดรถในวัด“เพียง! ฟื้นเร็วเข้า เราต้องรีบหนีกันแล้ว!”“เพียงลุกไม่ไหว เพียง... ถูกยิง”เธอเบะปากร้องไห้ พูดเสียงแผ่วให้ปัณณ์ได้ร่ำลาเธอ บอกรักเธอเถอะก่อนจะไม่มีโอกาสได้คุยกันทั้งที่ยังเป็น ๆปัณณ์เหลียวมองกลับไปด้านหลังหลายครั้ง เขย่าเพียงพิณให้แรงขึ้นต่อมาเขาตะคอกใส่เธอจนแก้วหูเธอแทบแตก“บอกให้ลุกไงเพียง! เธอไม่ได้ถูกยิงโว้ย อย่าคิดไปเอง!”“ไม่ได้ถูกยิง?”พึมพำเสี
บ้านช่องใหญ่โตเงินทองก็กองเต็มบ้าน แต่กลับหาความสุขในชีวิตตัวเองไม่ได้ ราวกับว่าเหลืออยู่ตัวคนเดียวบนโลก ไม่มีลูก ไม่มีหลาน ไม่มีสามี ไม่มีครอบครัว หรือแม้แต่เครือญาติที่เคยสนิทต่างก็ห่างเหินออกไป ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากท่านเจ้าสัวเสียชีวิตเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเพราะอะไรคนผิดคือท่านเหรอ...กรรมถึงได้ตามสนอง ให้ไม่เหลือคนข้าง ๆ ในวัยใกล้จะลาโลกไม่มาลองเป็นท่าน ใครเล่าจะมาเข้าใจความรู้สึกเบื้องหน้าของหญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่าปี คือเจดีย์ธาตุขนาดใหญ่ที่มีภาพถ่ายขาวดำของเจ้าสัวทองดีที่มีรอยยิ้ม จุดนี้อยู่ห่างจากศาลาวัดออกมาค่อนข้างไกล คุณธาราจองล็อกในวัดไว้และให้เหลือพื้นที่รอบ ๆ เพื่อปลูกดอกไม้ จ้างคนให้เข้ามารดน้ำพรวนดินดูแลเจดีย์ธาตุ มาถึงวันนี้ดอกไม้เหล่านั้นจึงยังเบ่งบานสวยงามอากาศยามเช้าตรู่ค่อนข้างหนาวมือสองข้างของหญิงชราแห้งเหี่ยวจากการโดนลมและน้ำค้างยามเช้าเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายชั่วโมงรวมแล้วเกือบสามชั่วโมงเลยก็ว่าได้ ที่ท่านตัดสินใจมานั่งพับเพียบอยู่ในมุมมืด มีกระบอกปืนพกสั้นสีดำวางอยู่ข้าง ๆ ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะปลิดชีพตัวเองตามสามีและหลานสาวไปอยู่ในภพภูมิใหม่อายุปูนนี
‘ปัณณ์เคยบอกปู่ ว่าอยากเป็นหมอมารักษาปู่กับย่าใช่มั้ย’‘ใช่ฮะ ปัณณ์อยากเป็นหมอเหมือนพ่ออธิป’ ‘ปัณณ์ดูตึกตรงหน้าสิ ปู่สร้างโรงพยาบาลไว้ให้ปัณณ์ โตขึ้น ปัณณ์ช่วยปู่ดูแลโรงพยาบาลนะลูก เรียนหมอให้เก่งๆ เรียนหมอหัวใจยิ่งดี จะได้ช่วยดูแลน้องเพลงให้แข็งแรง’‘ฮะคุณปู่ ปัณณ์จะเป็นหมอหัวใจที่เก่งมาช่วยดูแลน
‘เสร็จงานแล้วรีบกลับบ้านนะคะ เพียงจะทำอาหารไว้รอ’ กดส่งข้อความด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม เก็บโทรศัพท์ไว้โดยไม่สนใจว่าเขาจะเข้ามาอ่านหรือเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วถึงเขาจะห้าม เธอก็รั้นอยากไปอยู่ใกล้ๆ อยู่ดี ใบขับขี่รถยนต์มาอยู่ในกระเป๋าของเธอนานแล้ว แต่ ‘เพียงพิณ’ ไม่เคยกล้าขับรถยนต์ออกถนนใหญ่ตามลำพังเ
“แมะ”“แมะๆ”“แมะ”“แมะๆ”“ขา แม่อยู่นี่ค่ะ คนเก่งอยากได้ชุดนอนพี่หมีเหรอคะ”มือน้อยสีขาวอมชมพูของฝาแฝดชายหญิงแข่งกันเหยียดสุดแขนมาแย่งชุดนอนลวดลายน่ารักจากมือแม่เพียง ทั้งตัวของเด็กๆ มีแค่แพมเพิส อากาศเย็นลงเด็กๆ เริ่มหนาว ประท้วงด้วยการเหยียดแขนเหยียดขาเร่งแม่ให้ใส่ชุดนอนให้เร็วๆ“ชุดพี่หมีสีชมพู
เย็นวันนี้อากาศไม่ค่อยดี เจ้าตัวน้อยของเพียงพิณอดออกไปปูเสื่อนั่งเล่นในสนามหญ้าข้างบ้าน ที่มีแปลงสตรอว์เบอร์รีขนาดปานกลางที่เธอปลูก และกำลังออกลูกสีแดงสดสวยน่ารับประทาน เด็ก ๆ ชอบมาก กินเก่ง ลูกไหนเปรี้ยว น้องพลับน้องพริมหันมายิงฟันกระต่ายเล็ก ๆ ใส่แม่ แต่ก็กินต่อจนหมดมีลูกน่ารักถึงสองคนคอยสร้างรอ







