Masuk“มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจนักกับการมาของเพื่อนโดยที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าก่อน เจ้าของร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตร ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม ดวงตาเรียวคม จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากหยักสีสด และไว้ผมทรงแมนบันคือตัดสั้นเตียนด้านข้างทั้งสองและไว้ผมยาวตรงกลางศีรษะแล้วมัดจุกเรียบไปทางด้านหลัง
“ก็แกไม่ยอมรับสายฉันนี่หว่า” คนเป็นแขกบ่นแล้วทรุดตัวลงนั่งโซฟามุมหนึ่งของห้อง แม้จะไม่ค่อยชอบใจที่เพื่อนยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองแถมยังพูดจาไม่ต้อนรับเขาอีก แต่วันนี้ภาคินอารมณ์ดีจึงไม่นึกถือสากับความนิ่งเฉยของผู้เป็นเพื่อน “ก็แกไร้สาระ” เสียงทุ้มนุ่มละมุนเอ่ยอย่างไม่แยแสผู้เป็นทั้งเพื่อนและแขก “ใครมันจะไปจ้องแต่คอมทำงานงกๆ ทั้งวันเหมือนแกวะ” “ถ้าไม่มีไรก็กลับไปซะ ฉันต้องรีบเคลียร์งาน” “แกจะไปไหนอีกละคราวนี้” เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าเจ้าตัวเร่งเคลียร์งานเมื่อไหร่นั่นแปลว่าเพื่อนเขาจะหนีเที่ยวอีกแล้ว “เลย” “กี่วัน” “เดือนนึง ถ้าจะมาถามฉันแค่นี้ก็กลับไป” “แกนี่มันไร้หัวใจ” “ถ้าจะมาพูดแค่นี้ก็เชิญ นั่นประตู ฉันจะทำงาน” ชายหนุ่มเจ้าของห้องกว้างนั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์อยู่ในเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเกงสแล็คสีเดียวกันยิ่งขับผิวและดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งขึ้น แม้จะเป็นชุดไม่เป็นทางการแต่นั่นคือสไตล์การแต่งตัวของณภัทรผู้ที่ไม่ชอบอยู่กับที่ ชายหนุ่มมักจะออกเดินทางไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ คนเดียวอยู่เสมอแม้จะเป็นถึงผู้บริหารของบริษัททัวร์ก็ตาม “นี่เพื่อนเองครับไอ้คุณณภัทร” “มีอะไรก็รีบพูดมา ช่วงนี้ฉันยุ่ง” เจ้าของห้องหนุ่มยังคงจ้องหน้าจอคอมฯ ส่วนมือก็รัวบนแป้นพิมพ์ไม่มีท่าจะหยุดมาคุยกับแขกแบบจริงจัง “ทำไงดีวะ ฉันไม่กล้าโทร.หาเขา” ภาคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเล่าปัญหาตัวเองที่ต้องถ่อร่างมาปรึกษาเพื่อนถึงที่ “เขาคือใคร” “ก็คนที่ชื่อดารัณญาไง ที่ยิ้มสวยๆ อะ” เขาทวนชื่อหญิงสาวที่เขาเคยโทร.มาเล่าให้เพื่อนฟัง “อ้อ สาวน้อยกรุงเทพที่แกขับรถเฉี่ยวแล้วยังทำท่าจะไปต่อว่าเธอ” “อย่าตอกย้ำกันได้ไหม” ภาคินเอ่ยอย่างขัดใจ “ไม่กล้าก็ไม่ต้องโทร. ไปสิ ยากอะไรวะ” “นี่ไอ้ภัทร แกก็ช่วยฉันคิดหน่อยสิว่าจะพูดอะไรกับเธอดี” “เรื่องนี้แกถนัดนักไม่ใช่เหรอไอ้เสือ ทำไมแค่โทร. หาสาวต้องให้ฉันคิดช่วยละ” เป็นที่รู้กันดีว่าภาคินเก่งเรื่องเข้าหาผู้หญิงมันไม่จำเป็นเลยสักนิดที่เขาจะต้องมาแนะนำแม้กระทั่งคำทักทาย “ก็มันไม่เหมือนกันเว้ย คนนี้อะแปลกฉันเล่าให้แกฟังแล้วนี่” แขกในนามเพื่อนเดินมาทิ้งตัวลงนั่งยังเก้าอี้ล้อลากตรงหน้าโต๊ะทำงานณภัทร “เธอไม่เล่นด้วยก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลย” เขาบอกอย่างไม่สน สายตายังคงจดจ่อกับงานตรงหน้า “แต่คนนี้ฉันจริงจังวะ” ภาคินสบตาเพื่อนน้ำเสียงจริงจังแต่คนฟังรู้สึกไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก “แกพูดแบบนี้คนที่สิบได้แล้วมั้ง” “ไม่ ครั้งนี้ฉันจริงจังของจริงจัง ยังไงคนนี้ฉันก็ต้องได้” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหนักแน่น สายตามุ่งมั่นจน ณภัทรต้องเหลือบหางตาขึ้นมามอง “ก็โทร.หาเธอสิ แล้วพูดทักทายเหมือนที่แกหลีผู้หญิงคนก่อนๆ มันยากตรงไหน” “อืม นั่นสิ” พูดจบเขาก็รีบกดเบอร์โทร. ออกหาหญิงสาวแต่เพียงไม่กี่อึดใจก็ต้องทำหน้าผิดหวัง “ไม่ติดว่ะ” ภาคินเอ่ยเสียงเศร้า ใบหน้ายับยู่ยี่ “เปลี่ยนเบอร์หนีแกละมั้ง” พูดพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ “ไอ้ภัทร แกนี่ ไม่ให้กำลังใจละยังซ้ำเติมฉันอีก” ภาคินพูดอย่างนึกน้อยใจเพื่อนก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวลาผู้เป็นเพื่อน ๘ คุณหมอชอบฉันเหรอคะ ดารัณญามาโรงพยาบาลเพื่อมาตัดไหมเมื่อครบสองอาทิตย์ตามกำหนดหลังจากที่เธอล้างแผลที่คลินิกทุกวัน “คุณนั่นเอง ครบกำหนดตัดไหมใช่ไหมครับ” นายแพทย์กิตติภูมิร้องถามแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วทันทีที่เจอหน้าเธอ เขาเฝ้ารอคอยหญิงสาวตลอดเวลาสองอาทิตย์แล้ววันนี้ก็ได้เจอสักที “ค่ะ” เธอยิ้มให้คุณหมอหนุ่มน้อยๆ จนเขาสตั้นไปหลายวินาที เพียงแค่รอยยิ้มเดียวกลับมีอานุภาพทำหัวใจเขาให้เต้นผิดจังหวะ เหงื่อบนฝ่ามือเริ่มออกจนเปียกชื้น กิตติภูมิทำอะไรไม่ถูกเพียงเพราะรอยยิ้มคนไข้สาวสวยที่เขาหมายปองตรงหน้า แต่พยาบาลที่ยืนข้างๆ สังเกตเห็นจึงดึงชายเสื้อกาวน์คุณหมอเพื่อเรียกสติเขา “อ้อ ชะ เชิญนั่งครับ” คุณหมอหนุ่มผายมือเชิญคนไข้สาวนั่งบนเตียงคนไข้เมื่อเริ่มได้สติแล้วสวมถุงมือยางอย่างชำนาญ เสียงดีดของถุงมือทำให้เธอขยาดเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ” “ผมนึกว่าคุณจะมาล้างแผลที่นี่เสียอีก” เขาหาเรื่องชวนคุยขณะเลิกผ้าก๊อชติดแผลออกจากมือเธอช้าๆ อย่างเบามือ “อ้อ ฉันไปล้างแผลที่คลินิกใกล้บ้านตามที่คุณหมอแนะนำค่ะ” “อ้อ จริงสินะครับ” ชายหนุ่มทำเสียงรับรู้หน้าชาวาบเมื่อได้ฟังคำตอบเธอ ใช่เขาคนแนะนำเธอเองนี่นา หมอกิตติภูมิยื่นมือแบบออกเพื่อรอรับอุปกรณ์ทำแผลจากพยาบาลที่คอยอำนวยความสะดวกให้คุณหมอหนุ่ม เขาค่อยๆ ทำแผลเธอช้าๆ เพื่อซื้อเวลาให้ได้ใกล้ชิดกับหญิงสาวจนพยาบาลที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทำสีหน้าแปลกใจ “เสร็จแล้วคุณจะไปไหนต่อหรือครับ” “คะ อ้อไปทำธุระที่ห้างต่อค่ะ” ดารัณญาเลิกคิ้วสูงงงกับคำถามของหมอหนุ่มแต่ก็ยอมบอก “ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับผมออกเวรพอดี มือคุณคงเจ็บขับรถเองไม่ถนัด” “ฉันมีคนขับรถมาด้วยค่ะ แต่ถึงยังไงก็ไม่กล้ารบกวนคุณหมอหรอกนะคะ” เธอถึงกับบางอ้อเมื่อรู้จุดประสงค์ของนายแพทย์คนนี้ “ไม่รบกวนเลยครับ ผมเต็มใจ” “คุณหมอชอบฉันเหรอคะ” คำถามนิ่งเรียบแต่ตรงๆ ของเธอแทบทำเอามือของเขาที่คีบสำลีเช็ดแผลอยู่แทบร่วง พยาบาลที่ยืนข้างๆ ยิ้มขัน “เอ่อ คะ คือ ว่า” เขาสบดวงตากลมโตแต่ดูหม่นหมองของเธอตอบอย่างอึกอัก เห็นผู้หญิงมาก็มากมายแต่ไม่มีคนไหนที่ทำให้เขาคิดถึงเพียงแค่เจอหน้าแค่ครั้งเดียวได้เท่าหญิงสาวคนนี้เลย “ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่เนื้อคู่เจ้าหรอก” สุ้มเสียงทุ้มดังรื่นหูเอ่ยขึ้นข้างตัวหญิงสาวโดยไม่ปรากฏตัว เธอสะดุ้งเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าท่านจะอยู่ใกล้ตัวเธอจนรับรู้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ประจำตัวของเจ้าของร่าง เมื่อนึกถึงอกแกร่งเปล่าเปลือยใกล้ตัวก็พลอยทำให้ใบหน้าเห่อร้อนแดงซ่าน “เจ้าช่างคิดทะลึ่ง” ไม่แปลกที่จะรู้ทันความคิดเธอ ดารัณญาจึงแสร้งไปพูดกับหมอแทน “ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ” เธอหันมาระบายยิ้มให้กับเขาเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทำตัวไม่ถูก ใบหน้าของคุณหมอขาวแดงจัดไปยังใบหู หมอเขินคนไข้จนหูแดง น่าเอ็นดูดีแฮะ “คุณหมอคะ มีเคสด่วนค่ะ คนไข้อุบัติเหตุอาการสาหัส ความดันโลหิต 90/60 ชีพจร 115 ค่ะ” พยาบาลสาววิ่งเข้ามารายงานหมอกิตติภูมิขณะที่เขาทำแผลหญิงสาวใกล้เสร็จแล้ว “จะไปเดียวนี้ ฝากคุณจัดการต่อด้วย” ประโยคหลังเขาหันไปสั่งการกับพยาบาลสาวที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะวิ่งออกจากนอกห้อง “ค่ะ” พยาบาลสาวรับครับสั่งก่อนจะจัดการทำแผลส่วนต่างๆ ที่เหลือ “ถ้าไม่มีคนไข้สาหัสป่านนี้เจ้าหมอคนนั่นคงเขินจนไม่เป็นอันทำแผลให้เจ้า” “ยังไม่ไปอีกหรือคะ” “คะ อ๋อ เดี๋ยวทำแผลก็ไปแล้วค่ะ” พยาบาลสาวที่รับหน้าที่แทนหมอหนุ่มเอ่ยตอบเมื่อคิดว่าดารัณญากำลังถามเธอ “ฮ่าๆ” ทรงพระสรวลดังก้องกังวานข้างตัวจนเธอเองก็อดขำตามด้วยไม่ได้ แต่หญิงสาวก็ต้องพยายามตีหน้าขรึมเมื่อพยาบาลสาวจับจ้องที่หน้าเธออย่างไม่เข้าใจ “อ่อ ค่ะ” ดารัณญาตอบรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ถึงนาทีห้องฉุกเฉินก็เกิดกลหลขึ้นทันทีเมื่อเวรเปลนำคนเจ็บเข้ามายังภายในห้องฉุกเฉิน หมอพยาบาลต่างวิ่งเข้ากรูเพื่อช่วยชีวิตคนไข้อย่างขยันขันแข็ง เธอจ้องมองภาพเหล่านั้นด้วยใจเต้นแรง เกิดมายี่สิบห้าปีเธอพึงเห็นภาพวินาทีช่วยชีวิตคนอย่างจริงจัง ร่างคนเจ็บนอนหมดสติบนเตียงเลือดไหลชุ่มไปทั่วร่าง หมอหนุ่มช่วยคนไข้อย่างเต็มที่สั่งการพยาบาลอย่างรวดเร็วต่างจากเมื่อครู่ที่ชายหนุ่มแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง “เตรียมห้องผ่าตัดด่วน ตามศัลยแพทย์ทรวงอกมาด้วย” เขาสั่งการอย่างรวดเร็ว “ค่ะ” “ทำแผลเสร็จแล้วนะคะ” เสียงพยาบาลสาวเรียกดึงสายตาเธอให้กลับมามองบาดแผลบนเรือนร่างเธอ แผลบนแขนบางจุดตกสะเก็ดทิ้งไว้เหลือแต่ร่องรอยให้นึกโกรธคนต้นเหตุที่ขับรถเฉี่ยวชนเธอส่วนแผลบนฝ่ามือเริ่มแห้งสนิทแต่ก็ต้องคอยล้างแผลจนกว่าจะหายเป็นปกติ “ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณพยาบาลสาวแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ แต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเจอร่างสูงของนายแพทย์กิตติภูมิที่วิ่งหอบมาทางนี้พอดี เขาหยุดชะงักเมื่อเจอเธอเช่นกัน“รู้ชาติกำเนิดคนอื่น แต่ไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเองสินะ”“ท่านหมายความว่ายังไง” นนท์ถามอย่างที่ใจคิด“แล้วเจ้าไม่แปลกใจหรือที่เห็นกายหยาบของเรา” ผู้มีอำนาจเหนือกว่าไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายย้อนถามกลับแทน“แปลกใจครับ” นนท์ตอบไปตามตรง“เอาเถอะ ถึงตามตำนานเราจะเป็นศัตรูกันแต่เราก็มิเคยมีเรื่องบาดหมางขุ่นข้องใจกันมาก่อน ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครเราจะบอกแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากรู้หรือไม่”“อยากรู้ครับ”“ไปหาที่นั่งเงียบๆ เสีย”“ครับ” นนท์ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่อิดออด แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับเขาก็ตาม นนท์หันรีหันขวางอยู่สักพักก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลติดมือมานั่งที่ข้างบ้านซึ่งตอนนี้ปราศจากผู้คน เนื่องจากตอนนี้เป็นพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอกันและแขกทุกคนที่มาก็ต่างพากันจับกลุ่มนั่งรับประทานอาหารกันยังลานกว้างหน้าบ้าน“ตั้งสติ เห็นอะไรก็ห้ามถาม จะถามได้ก็ต่อเมื่อภาพนั้นหายไปแล้วเท่านั้น” สุ้มเสียงใสดังก้องกังวานเอ่ยเตือนมนุษย์ชายที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาถือติดตัวมา“ครับ”ไม่ทันใดจากฟ้าที่สว่างจ้ากลับมืดมิดลงในพริบตาราวกับมีคนกดปิดสวิตช์ไฟ นนท์ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูกแต่ดีที่
ดารัณญานั่งมองตัวเองในกระจกหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งให้ช่างแต่งหน้ามานานนับเกือบสามชั่วโมง เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวงาช้างแขนยาวทั้งสองข้างปักเพชรวาวระยิบงามตา ผมน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยต่ำๆ ไว้ที่ด้านหลังเผยให้เห็นดวงหน้าขาวที่ถูกแต่งแต้มอย่างบรรจงประณีต “โห ออร่าเจ้าสาวจับมากเลยแก สวยอย่างกับนางในวรรณคดีแนะยัยรัณ” เสียงเฌอมาวีร์ที่เปิดประตูห้องเข้ามาถึงกับตาโตเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่ในห้องซึ่งตอนนี้เหลือแค่เธอ ส่วนช่างแต่งหน้าพึ่งจะออกทานข้าวเมื่อครู่นี้ “แกสวยมากเลยรัณ” ปารีณาที่เดินมาหยุดข้างๆ เธอก็เอ่ยชม พร้อมกับไล่สายตาอย่างสำรวจ “ขอวันหนึ่งน่า จ้างมาแพง” “ฉันยอมแกแค่วันนี้แหละยัยรัณ” เฌอมาวีร์เอ่ย พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเซลฟี่ วันนี้ทั้งเฌอมาวีร์และปารีณาต่างก็อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาว ที่ปารีณาออกแบบเองไม่ซ้ำใครซึ่งอยู่ในธีมเดียวกับเจ้าสาว เสียงโห่นำหน้าขบวนกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับเสียงดนตรีเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ดารัณญาตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก เกิดมาพึ่งจะเคยแต่งงานกับชาวบ้าน มือเล็กบีบเข้าหากันที่หน้าตัก “พี่รัณ พี่รัณสวยจัง
มาเพื่อลา“แล้วปาร์ตี้ที่ไหนวันไหน” ณภัทรกระซิบถามเพื่อนแผ่วเบาราวกับกลัวอีกคนในห้องรู้“ก็คืนก่อนวันที่แกแต่งงานไงไอ้เบือกนี่” ภาคินเอ่ยไม่ลืมต่อว่าเพื่อนที่ช่างไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้“ใครจะไปรู้ละ ไม่เคยแต่งมาก่อนนี่หว่า”“ว่าแต่แกเถอะ ไปขอว่าที่ภรรยาให้มันได้ก่อนนะ” ภาคินกระซิบบอกเพื่อน“เออ ไม่ต้องห่วง”วันก่อนงานแต่งดารัณญาตื่นเช้ากว่าทุกครั้งเพื่อเตรียมงาน งานแต่งจัดขึ้นที่บ้านฝ่ายหญิงในแบบล้านนา และจะจัดอีกครั้งที่กรุงเทพในอาทิตย์ถัดไป ครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงเมื่อวาน แม่เลี้ยงกับลูกชายเธอไปนอนที่บ้านส่วนพ่อนอนค้างกลับเธอที่บ้านหลังนี้ออแกไนซ์ที่ดารัณญาว่าจ้างกำลังวิ่งวุ่นจัดเตรียมซุ้มดอกไม้เพื่อเก็บภาพกันอย่างขะมักเขม้น ภาพถ่ายที่พรีเวดดิ้งที่ใช้ในงานไม่ได้ถ่ายใหม่แต่ณภัทรเอารูปที่เขาถ่ายหญิงสาวเมื่อครั้นไปเที่ยวด้วยกันมาใช้เป็นร้อยๆ รูปจนเธอก็ตกใจที่เห็นภาพตัวเองมากมายขนาดนี้ทั้งตั้งใจถ่ายและมุมเผลอไม่เว้นแม้กระทั่งตอนหลับ ดารัณญาเองก็เซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยที่แฟนหนุ่มของเธอแอบทำให้อย่างลับๆ โดยเตรี๊ยมกันเองกับทีมออแกไนซ์ภาพโพลาลอยเป็นร้อยๆ รูปถูกหนีบและร้อยด้วยเช
“ภัทร ภัทรลองคิดดูดีๆ อีกครั้งได้ไหมคะ เผื่อว่าความรู้สึกที่ภัทรมีให้ยัยนั่นอาจจะเป็นแค่ความหลง ไม่ใช่ความรักอย่างที่ภัทรเข้าใจ”“ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองหรอกนะฟ้ารุ่ง” ณภัทรตอบเสียงเรียบติดเย็นชา เรียกชื่อเต็มอีกฝ่ายบ่งบอกความห่างเหิน“ภัทรลืมรักของเราได้จริงๆ นะเหรอคะ ฟ้ายังจำได้นะว่าเราสัญญากันไว้ว่ายังไง เราจะสร้างครอบครัวเล็กๆ มีลูกน่ารักสักสองคนภัทรทำงานกลับบ้านมาก็กินกับข้าวฝีมือฟ้า เราจะกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน” ฟ้ารุ่งยังคงไม่ยอมแพ้ เล่นบทน่าสงสารพลางบีบเค้นน้ำตาเพื่อขอความเห็นใจจากอดีตคนรัก ไม่เธอจะต้องได้เขากลับคืน ฟ้ารุ่งไม่มีวันยอมแพ้ยัยเด็กนั่นแน่ๆ เธอไม่มีวันยอมเสียภัทรไปอีกคนแน่ๆ“หึ คุณยังทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้แต่กลับมาทวงคนอื่นเนี่ยนะ”“ฟ้าไม่ได้ทวงนะคะ ฟ้าแค่อยากจะบอกว่าฟ้ายังรัก ยังจำเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับภัทรได้ดี จำได้ไม่เคยลืม”“รักผมแต่กลับไปหมั้นไปแต่งงานกลับคนอื่นเนี่ยนะ รักภาษาไหนของคุณเหรอครับฟ้ารุ่ง” เสียงชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมา“ภัทรคะ ที่ฟ้าแต่งงานกับปารมีฟ้ามีเหตุผลนะคะ แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว”“อุ้ย พี่ฟ้า บังเอิญจังเลยนะคะได
ว่าที่สามีฉันแซบมากดารัณญานั่งคิดเมื่อได้ฟังและเห็นสามีของฟ้ารุ่งควงแขนมากับผู้หญิงคนอื่น คงไม่ใช่หย่ากันกับสามีแล้วจะมาทวงแฟนเก่าคืนหรอกนะ“ขอตัวเข้าห้องน้ำนะคะ” ดารัณญาเอ่ยก่อนจะเดินหายไปยังห้องน้ำแต่ไม่ได้เข้าอย่างที่ปากพูด เธอมาเสิร์ชมือถือเข้าเว็บไซต์นักสืบก่อนจะโทรหาพร้อมแจ้งจุดประสงค์“คุณรัณคะ มีคนมาเข้าพบค่ะ” เสียงเลขาสาวต่อสายเข้ามายังโทรศัพท์บนโต๊ะของเธอที่กำลังนั่งร่างแบบอยู่ภายในห้องทำงาน วันนี้เธอมาทำงานเป็นสุดท้ายก่อนจะหยุดเพื่อเตรียมตัวเป้นเจ้าสาว“ใครคะ”“เขาบอกว่ามาจากมิสเตอร์สปายค่ะ” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวเมื่อเลขาเอ่ยถึงชื่อผู้ขอเข้าพบ“บอกให้เขาเข้ามา”“ค่ะคุณรัณ”“สวัสดีครับ” เสียงชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพร้อมกับแว่นอำพรางใบหน้า “สวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”“ครับ”“เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะ พึ่งจะโทรหาเมื่อวานนี่เอง” ดารัณญาเอ่ยเปิดประเด็นเมื่อคู่สนทนานั่งลงบนโต๊ะตรงหน้า ชายหนุ่มวัยกลางคนผมทรงสกินเฮดผิวคล้ำแดดรูปร่างทะมัดทะแมง“สืบเรื่องคนดังมันไม่ยากหรอกครับ นี่ครับ” เขายิ้มพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาตรงหน้าเธอ ดารัณญาเซนต์เช็คให้อีกฝ่าย
ให้อภัย“เดี๋ยวรัณลงไปค่ะ” เธอบอกพนักงานขายอย่างตัดปัญหาก่อนจะลุกออกจากห้องไป ดารัณญาก้าวลงบันไดอย่างๆ ช้าจนมาถึงชั้นล่าง หญิงสาวสวมแว่นดำในชุดที่ถูกตัดออกแบบอย่างประณีตและไม่เหมือนใคร ดูปราดเดียวก็พอรู้ว่าเธอเป็นสาวสไตล์ลิสต์ตัวแม่หรือผู้นำแฟชั่นเช่นเดียวกับดารัณญา ขาเรียวเล็กถูกยกขึ้นไขว้กันราวกับนางพญา ผมเจ้าตัวยาวสลวยถูกดัดให้เป็นลอนใหญ่ๆ แผ่กระจายเต็มกลางหลัง“รู้สึกเป็นเกียรติจัง ที่มาหาฉันถึงที่นี่” ดารัณญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย็นทว่าแววตากับเหยียดยิ้มเมื่อมองไปยังร่างแขกที่นั่งรอเธออยู่มุมรับรองลูกค้า“รัณ” ปารีณาเรียกชื่อเธอพร้อมกับลุกขึ้น ใบหน้าเธอแสดงความดีใจเมื่อเจอหน้าดารัณญา“ใครจุดธูปเรียกมาเหรอ” คำถามของเจ้าของร้านทำเอาแขกและพนักงานที่ได้ยินแทบสะอึก ปารีณายิ้มชะงักก่อนจะทำหน้าหมองลงจนพนักงานที่เห็นถึงกับส่งสายตามามองคนทั้งคู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนนุ่น อรดีต้องส่งสายตาปราม พนักงานจึงกุลีกุจอทางใครทางมัน สองสาวสวยเผชิญหน้ากันทว่าอารมณ์ของทั้งคู่ต่างกัน“เรามาเอง” ปารีณาทรุดตัวลงนั่งก่อนจะจะฝ่ายเริ่มตอบคำถามที่เมื่อเจ้าของร้านสาวถามเมื่อคู่“มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ” ดารัณ
เมียคนเดียว“หนูก็รักพี่ค่ะ” ดารัณญาบอกรักชายหนุ่มกลับ ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่ไม่เคยพูดแม้แต่หญิงสาวเองก็ไม่เคยเช่นกันชายหนุ่มลุกขึ้นรั้งร่างบางอ้อนแอ้นเข้ามาสวมกอดเมื่อได้ฟังประโยคนั้นความปลื้มปีติล้นทะลักหัวใจของเขา ทั้งคู่ตกอยู่ในวงแขนของกันและกันอย่างแนบชิดกระแสความอบอุ่นไหลวนไปทั่วร่างณภัทรคลายอ้
แกเห็นอะไร“พี่ไปส่ง”“อยู่กับเพื่อนที่นี่แหละค่ะ กลับเองได้ ออฟฟิศแค่นี้เองไม่หลงหรอก” ดารัณญาเอ่ยพร้อมกลั้วหัวเราะ พร้อมกับหันหลังเดินออกจากห้อง“รอพี่ด้วย” ณภัทรวิ่งตามหลังหญิงสาวลงมายังหน้าลิฟต์“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ดารัณญาถามชายหนุ่มเมื่ออยู่ภายในลิฟต์กันสองต่อสอง“เอ่อ คะ คือว่า คืนนี้พี่ไปกับ
ก็เขาเป็นแฟนกัน“ถ้าอย่างนั้นผมขอดูรูปภาพพวกนั้นหน่อยได้นะครับ” นายตำรวจที่มียศสารวัตรเอ่ย“ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งไฟล์ให้แต่จริงๆ เป้าหมายไม่ได้มีแค่ผมคนเดียว พวกมันคงหันไปเล่นงานกับแฟนผมแน่เพราะวันนั้นเธอก็อยู่ด้วยในเหตุการณ์” ชายหนุ่มปรายมายังร่างบางที่ยืนอยู่ห่างๆ“ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกคุณไปให้ปากคำท
พยายัสมันเป็นใคร“เข้าบ้านกันเถอะค่ะ” เธอเอ่ยชวนเขาจึงหันมามองหญิงสาว สายตาคมกริบสำรวจไปทั่วร่างอย่างหาสิ่งผิดปกติ“หาอะไรหรือคะ”“พี่แค่สำรวจดูว่าน้องรัณเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความห่วงใยหญิงสาวที่อยู่ๆ ก็วิ่งเท้าเปลือยไปยังสวนหลังข้างบ้านมืดๆ คนเดียว“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขึ้นบ้านก







