Share

ความอัดอั้น

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-04 00:16:25

ความอัดอั้นในใจ

“หลักฐานก็บอกอยู่ตรงหน้า ทำไมฉันจะต้องถามอะไรอีก”

“แล้วคุณพ่อรู้หรือคะว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง อะไรก็โทษแต่รัณ คุณพ่อเคยถามรัณเหมือนที่ถามน้องไหมคะว่ารัณเป็นอะไร เจ็บตรงไหน แผลเย็บกี่เข็ม เจ็บมากหรือเปล่า กินยาหรือยัง หนูโดนรถเฉี่ยวคุณพ่อคิดจะถามรัณบ้างหรือเปล่า วันนี้เจออะไรมาบ้าง กินข้าวยัง วันเกิดรัณวันไหน คุณพ่อเคยสนใจบ้างไหม ทำไมคะ เพราะรัณเกิดมาเป็นผู้หญิงคุณพ่อเลยไม่คิดว่ารัณเป็นลูก หรือสิ่งที่หนูต้องการมันมากไปหรือคะ…..พ่อถึงไม่เห็นค่า” เสียงตะโกนถามดนัยผู้เป็นบิดาอย่างอัดอั้นกับสิ่งที่เก็บไว้ข้างใน คำพูดต่างๆ ทะลักพรั่งพรูขึ้นมาจากอกจนเธอห้ามอารมณ์ไม่อยู่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีต่อบิดา ตั้งแต่เธอมีน้องชาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ถามว่าเธออิจฉาน้องชายตัวเองไหม ดารัณญาตอบได้เลยว่าอิจฉา อิจฉาที่คุณพ่อทุ่มเทความรักความใส่ใจที่มีต่อดินแดนซึ่งต่างกับเธอมากนัก พ่อที่ไม่เคยแม้แต่จะถามเธอว่ากินข้าวหรือยัง ครั้งเดียว……ก็ไม่เคยมี

“นี่แกพูดอะไร แกโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ ที่ฉันต้องคอยเอาใจ” แม้จะอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแต่ดนัยก็ยังอดต่อว่าบุตรสาวไม่ได้เมื่อนึกถึงแผลลูกชายเมื่อครู่

“โตแล้วหนูไม่ใช่ลูกคุณพ่อหรือ หนูไม่มีความรู้สึกหรือไงคะ คุณพ่อเอาแต่ชื่นชม เยินยอน้อง อะไรๆ ก็ดินแดน ต่างกับหนูที่เอาแต่ดุด่า เอาแต่ว่า ถึงหนูจะทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของคุณพ่อ” คนน้อยใจถามอย่างเหลืออด ปล่อยให้เลือดไหลผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ใส่ใจ แผลเดิมยังไม่หายก็ได้แผลใหม่มาเพิ่ม หญิงสาวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาผู้เป็นบิดาราวกับค้นหาความจริงจากคนวัยกลางคนที่ยืนสีหน้าเรียบ ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ปลายนิ้วแต่มันไม่เจ็บเลยถ้าเทียบกับหัวใจที่แหลกละเอียดไม่ต่างกับเศษแจกกันบนพื้นของเธอในตอนนี้

“รัณ” ดนัยยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความเคร่งเครียดกับสิ่งที่ได้ฟังแล้วคิดตามคำพูดเมื่อครู่ของลูกสาว นี่เขาทำอะไรลงไป

“คุณรัณ ตายจริงเลือดออกเยอะจัง ว้ายยย เศษแก้วฝังลึกเลย มาค่ะ มากับพี่ สงสัยคงต้องไปโรงพยาบาล มาค่ะ เดี๋ยวพี่หวานพาไป” แม่บ้านสาวร้องทักเมื่อเห็นคุณหนูของบ้านได้แผลลึก หลังจากที่อาศัยหาจังหวะเข้ามาดูเหตุการณ์อยู่นาน

“อย่าคิดว่าไม่มีใครเข้าใจเจ้า ตราบใดที่ยังมีเราอยู่ตรงนี้ นิ่งซะ คนดีข้า” ใช่ พระองค์รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้เอ่ยเช่นนี้ออกมา เจ้าของเสียงเอ่ยเนิบนาบทว่าทรงพลังเอ่ยปลอบประโลมอย่างห่วงใยทั้งที่ไม่ปรากฏร่าง สัมผัสแผ่วเบาที่มือบางคล้ายกับถ่ายทอดความรู้สึกห่วงใยและเอื้ออาทรต่อคนเจ็บ

คนบาดเจ็บทั้งกายและใจปล่อยให้แม่บ้านจูงมือออกจากห้องไปราวกับหุ่นยนต์ ตอนนี้เธอไม่มีกระจิตกระใจพูดหรือทำอะไรทั้งสิ้น นอกจากเดินตามแรงฉุดรั้งลงไปข้างล่าง

ดนัยมองลงมายังมือดารัณญาตามหลังก็ต้องตกใจกับบาดแผลทั้งแผลเก่าและแผลใหม่ เลือดไหลอาบเต็มมือหยดลงบนพื้นเต็มทาง เขามองตามร่างลูกสาวด้วยแววตาที่รู้สึกผิดสะท้อนอยู่ในทรวง พลางนึกโกรธตัวเอง นี่เขากำลังทำลายจิตใจลูกสาวอย่างไม่รู้ตัวหรือนี่ ดนัยเดินกลับเข้าห้องตัวเองแล้วนั่งคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ตกใจกับสิ่งที่เขาทำลงไป ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ทางตรงและทางอ้อม คำพูดของดารัณญาเมื่อครู่หลั่งเข้ามาในหัว นานเทาไหร่แล้วที่เขาทำร้ายลูกสาวตัวเอง มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปถือกรอบรูปข้างหัวเตียง นิ้วสากลูบไล้ที่รูปผู้หญิงผมยาวประบ่า ใบหน้าเรียวรูปไข่กำลังยิ้มพร้อมกับอุ้มลูกน้อยในอ้อมแขน ถัดไปเป็นเขาที่กำลังกอดคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

“ผมขอโทษ ที่ละเลยความรู้สึกลูกและดูแลยัยรัณได้ไม่ดีพอตามที่สัญญา ผมขอโทษ” น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือก่อนจะกุมขมับนิ่ง

หวานแม่บ้านคนสนิทของดีไซเนอร์สาวพาเธอมายังโรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน ซึ่งโชคดีนักที่วันนี้ไม่ค่อยมีคนจึงไม่ต้องรอคิวนาน ดารัณญาถูกนำตัวมาส่งห้องฉุกเฉิน บรรยากาศเมื่อวานแล่นกลับเข้ามาให้หัวอีกครั้ง กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนเข้าจมูกจนหญิงสาวต้องย่นจมูกเล็กน้อยเธอไม่ชอบกลิ่นนี้สักเท่าไหร่แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้ในเมื่อนี่มันโรงพยาบาล

“คุณหมอกำลังมา รอสักครู่นะคะ” พยาบาลร่างท้วมเดินเข้ามาบอกอย่างใจดีก่อนเตรียมเครื่องมือทำแผลเข็นใส่รถมายังเตียงที่เธอนอนรออยู่ก่อนแล้ว คนเจ็บจึงได้แต่นอนแหงนหน้ามองฝ้าเพดานสีขาวสะอาดอยู่เบื้องหน้าโดยปล่อยให้แขนที่ยังมีเลือดไหลยื่นออกไปนอกเตียงเพราะเธอกลัวป้าปูเตียงจะเปื้อนเลือดของเธอ

“คนไข้คนเมื่อวานนั่นเอง” หมอหนุ่มเดินเข้ามาทักทายทันทีเมื่อจำดารัณญาได้เพราะเมื่อวานเขาก็เป็นคนทำแผลให้เธอ

สาวสวยร่างเล็กตาแดงบวมจนเป็นที่สะดุดตาไม่มีทางที่เขาจะจำไม่ได้

“คะ?” เธอขมวดคิ้ว ดึงสายตากลับมามองชายหนุ่มผิวขาวจัดใบหน้าหล่อเหลาตาคมดุจพญาเหยี่ยวสวมชุดกราวนด์สีขาวท่าทางสุภาพจ้องมองลงมาที่เธอด้วยสายตาอ่อนโยนจนคนบนเตียงรู้สึกได้ เขาจำเธอได้แต่ดารัณญากลับจำเขาไม่ได้ เมื่อวานหญิงสาวไม่ได้มองหน้าคนที่ทำแผลให้เธอด้วยซ้ำเพราะมัวเอาแต่เหม่อลอยคิดทบทวนเหตุการณ์ระหว่างเธอกับแทนไท

“ผมนายแพทย์กิตติภูมิที่พึ่งทำแผลให้คุณเมื่อวาน วันนี้ได้แผลอีกแล้วเหรอครับตัวเล็ก” เสียงทุ้มละมุนหูของเขาทำให้คน’ ตัวเล็ก’ หันมาของใบหน้าเขาเต็มตา ดวงตากลมดุตวัดมองชายหนุ่มที่ยืนยิ้มมุมปากนิดๆ อย่างไม่ชอบใจกับคำที่เขาใช้เรียกเธอ

ตัวเล็กงั้นเหรอ

“ค่ะ” แม้คน ‘ตัวเล็ก’ จะไม่ค่อยพอใจกับฉายาที่เขาตั้งให้ราวกับคนสนิทกันแต่เธอก็อดมองมือตัวเองที่ถูกเขาจับดูแผลอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดแผลก่อนจะใช้ที่คีบหนีบเอาเศษแก้วที่ปักคาออกอย่างเบามือ เธอเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อความเจ็บแล่นเข้าเกาะกุม

“ปวดแผลหรือ ทนเจ็บนิดนึงนะครับ” กิตติภูมิบอกขณะเหลือบมองเห็นสีหน้าฉายแววความเจ็บปวดของหญิงสาวชัด ดวงตาบวมแดงก่ำยังคงหลงเหลือร่องรอยคราบน้ำตาความชื้นยังคงเกาะบนแพขนตางอนยาวของหญิงสาว

เด็กน้อยขี้แย

คุณหมอหนุ่มนึกในใจอย่างเอ็นดู แต่หารู้ไม่ว่าเธอไม่ได้ร้องไห้กับความเจ็บบนฝ่ามือเลยสักนิด

“ค่ะ” คนไข้สาวมองเศษแก้วที่กำลังถูกคีบออกจากฝ่ามือเธอช้าๆ แล้วต้องเบือนหน้าหนีกับภาพที่ดูสยดสยองนั้นไปทางอื่น มันเข้าลึกกว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก หญิงสาวกัดฟันแน่นสะกดกลั้นความเจ็บไว้ได้มากที่สุดเมื่อหมอหนุ่มกำลังเย็บแผลเธอสดๆ ทำไมตอนนี้รู้สึกเจ็บจังนะ ฉีดยาชาไม่ได้เหรอหมอ

“ผมทำแผลให้คุณเรียบร้อยแล้ว รวมถึงแผลเดิมด้วย ต่อไปผมจะฉีดยากันบาดทะยักนะครับ” คุณหมอกิตติภูมิบอกอย่างใจดีขณะมองหญิงสาวที่เบือนหน้าหนีราวกับไม่อยากมองบาดแผลที่กำลังถูกเขารักษา

“หือ จำเป็นต้องฉีดด้วยหรือคะ”

“จำเป็นครับ เพราะเศษแก้วปักมือเดี๋ยวเป็นบาดทะยักเอา” ชายหนุ่มบอกเสียงขันเมื่อมองอากัปกิริยาหญิงสาวที่ทำหน้าหวาดหวั่นกลัวเข็มขึ้นมาทั้งที่เมื่อกี้พึ่งเย็บแผลสดๆ

“ผมมือเบา ไม่เจ็บหรอกครับ” เขาเอ่ยปลอบใจคนไข้สาวสวย

“ค่ะ” ว่าแล้วก็หลับตานิ่งเบือนหน้าหนีกับภาพที่กำลังถูกเข็มแหลมคมทิ่มเข้าที่ต้นแขนช้า ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบเหมือนมดกัดเมื่อเข็มทิ่มลงบนผิวขาวละเอียดของเธอ

“ระหว่างนี้อย่าให้แผลโดนน้ำนะครับแต่ถ้าผ้าก๊อซเปียกก็ควรเปลี่ยนใหม่ และต้องล้างแผลทุกวันจนกว่าแผลจะแห้งสนิท จะล้างเองที่บ้านก็ได้นะครับแต่หมอแนะนำไปล้างที่คลินิกใกล้บ้านหรือมาที่นี่จะดีกว่า แล้วอีกสองอาทิตย์มาตัดไหมที่โรงพยาบาลครับ โอเค เรียบร้อยแล้วครับ เชิญคุณรอรับยาที่ช่องรับยาข้างนอกนะครับ” ระหว่างฉีดยาคุณหมอกิติภูมิก็อธิบายขั้นตอนการรักษาแผลให้หญิงสาวไปรับทราบ

“ขอบคุณค่ะ” คนเจ็บยกมือไหว้ขอบคุณหมออย่างเก้ๆ กังๆ เพราะตึงๆ ที่แขน

“ไม่เป็นไรครับ หน้าที่ของหมออยู่แล้ว หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกโดยไม่ใช่ที่โรงพยาบาลนะครับ” ประโยคหลังเขาเอ่ยนุ่มนวลแฝงความหมายเป็นนัยชัดเจนจนคนตัวเล็กกว่าต้องเงยหน้ามองสบตาคมกริบที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว

“ค่ะ”

พยาบาลสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่างคุณหมอหนุ่มยิ้มแซวที่เห็นอาการชายหนุ่มข้างตัวมองตามคนไข้สาวสวยมากเสน่ห์ถึงแม้จะตัวเล็กแต่ทุกอย่างกับลงตัวไปหมดเมื่ออยู่บนร่างของเธอผู้นี้

“ถูกใจคนไข้รายนี้หรือคะคุณหมอ”

“ครับ เฮ้ย”

“แหม มองตามตาเยิ้มขนาดนี้ไม่ต้องปฏิเสธพี่หรอกค่ะ เป็นพี่พี่ก็ชอบ เธอสวย หุ่นดีถึงทำหน้านิ่งๆ ก็ยังดูดี มีออร่าบางอย่างที่แผ่ออกจากตัวเธอที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แม้จะดูตัวเล็กเหมือนเด็กมอปลายไปหน่อยแต่พี่ว่าเธอสวยแปลกๆ นะคะ” ประโยคหลังทำสีหน้าครุ่นคิด

“แปลกยังไงครับ”

“ก็สวย แต่สวยไม่เหมือนคนทั่วไปน่ะค่ะ อืม จะว่ายังไงดี พี่ก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน อ๊ะ รู้แล้ว สวยแบบนางในวรรณคดีเลยค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกขึ้นได้

“สวย แต่ดูเย็นชา” หมอหนุ่มแสดงความเห็นบ้าง

“พี่ว่าเธอดูเศร้าๆ นะคะ อาการไม่ต่างจากเมื่อวานเลย สงสัยอกหักชัวร์”

“ครับ” นายแพทย์มองตามร่างเล็กไปจนลับสายตาก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ตัวเองอย่างแสนเสียดายที่ไม่ได้ขอช่องทางการติดต่อหญิงสาว

หวานแม่บ้านคนสนิทของดารัณญารีบลุกขึ้นพุ่งตัวไปหาทันทีเมื่อเจ้านายสาวเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

“เป็นยังไงบ้างคะคุณรัณ”

“เย็บเจ็ดเข็มค่ะ” เยอะกว่าที่คิด

“โถ่ เจ็บมากไหมคะนี่ ดูสิมีแต่แผลทั้งตัว เสียดายแขนสวย ๆ ของคุณรัณ พี่ละอยากเห็นหน้าคนขับรถเฉี่ยวคุณรัณจริงๆ สงสัยไม่มีตา แล้วไหนจะฝ่ามือนี่อีก คงหยิบจับอะไรยาก” แม่บ้านอดบ่นไม่ได้เมื่อเห็นเจ้านายเธอมีแต่รอยบาดแผล

“ช่างเขาเถอะ เดี๋ยวรอรับยากัน”

“ค่ะ คุณรัณค่อยๆ เดินนะคะ ระวังกระถางต้นไม้ตรงหน้าด้วยค่ะ ช่วงนี้มีแต่เรื่องเจ็บตัว”

“เว่อร์น่า” เธอบ่นอุบกับท่าทางหวานที่เป็นห่วงเธอมากจนต้องยิ้มน้อยๆ ออกมา

“ก็พี่เป็นห่วงคุณรัณ”

“รัณรู้ รัณไม่เป็นไรหรอก อย่าห่วงเลยค่ะ”

“เจ็บมากหรือเปล่า” พระสุรเสียงดังกังวานใสดุจระฆังดังลอยมาข้างหูเอ่ยอย่างเป็นห่วง

“จะลองดูไหมล่ะคะ” ทั้งที่เป็นคำพูดประชดประชันแต่เธอกลับแฝงน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ให้คนฟังกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ อย่างน้อยนางในดวงใจของเขาก็ไม่ได้เศร้าตลอดเวลา

“คะ คุณรัณว่าอะไรนะคะ” แม่บ้านสาวสะดุ้งเมื่ออยู่ๆ ดารัณญาก็พูดขึ้นมาไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยโดยที่เธอยังไม่ได้ถามอะไรสักนิด พูดตามความจริงหวานควรจะชินได้แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณหนูของบ้านเป็นแบบนี้ บางครั้งเธอก็มักจะได้ยินเสียงเจ้านายสาวคุยกับผู้ชายในห้องแต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับไม่พบใคร หรือแม้แต่ภายในบ้านที่เธอมักจะคุยคนเดียวเหมือนมีอีกคนคอยพูดจาตอบโต้ ตั้งแต่เธอมาทำงานที่บ้านหลังนี้หวานก็เห็นดารัณญาเป็นอย่างนี้แล้ว จะว่าเธอบ้าก็ไม่ใช่ เพราะทุกอย่างเธอดูปกติไปหมดยกเว้นแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว

“อ้อ เปล่าหรอกค่ะ ไปซื้อกาแฟให้รัณหน่อยสิคะ”

“ได้ค่ะ” แม่บ้านรับธนบัตรอย่างงงงันเมื่ออยู่ๆ เธอก็นึกอยากกินกาแฟขึ้นมา ปกติเธอดื่มกาแฟสะที่ไหนกันล่ะ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   ค่อยยังชั่ว

    “ช่วยคนเจ็บให้ได้นะคะ” เธอยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ใครเห็นต่างก็ต้องหวั่นไหวพลางจารึกไว้ในใจ“ครับ” หมอหนุ่มยิ้มรับ ไม่ทันที่จะได้เอื้อนเอ่ยอะไรกับหญิงสาวตรงหน้า“คุณหมอคะ ทางนี้” เสียงเร่งร้อนใจของพยาบาลเรียกจนเขาต้องตัดใจวิ่งไปทางต้นเสียง คนไข้เขารอไม่ได้ ทุกวินาทีมีค่า เขาต้องรีบไป การยื้อชีวิตคนไข้คือหน้าที่ของหมอ“เชื่อไหมว่าผู้ชายคนนั้นไม่รอด” คนที่เธอคิดว่าไปแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ“รู้ได้ยังไงคะ” ดวงตากลมโตมองภาพหมอวิ่งไปยังอีกตึกที่อยู่ไม่ไกลอย่างชื่นชมแล้วเดินจากไปเงียบๆ แม้จะรู้ว่าคนไข้คงไม่รอดเพราะคำบอกกล่าวของคนที่ไม่ปรากฏตัวเมื่อครู่“ก็มีคนมารับวิญญาณผู้ชายคนนั้นไป” น้ำเสียงเรียบเอ่ยอย่างราวกับเป็นเรื่องปกติ“ไปไหนหรือคะ”“ก็ไปรับกรรมที่เขาก่อ ไม่ใช่แค่มนุษย์ผู้นั้น แต่เป็นมนุษย์ทุกคนที่จะต้องกลับไปชดใช้กรรมของตนได้กระทำไว้ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่” พูดจบประโยคเสียงนั้นก็เงียบหาย มาแบบไหนก็ไปแบบนั้นจนดารัณญาชินเสียแล้ว“ไปห้างxxxค่ะ” เธอก้าวขึ้นมานั่งภายในรถยนต์ที่ติดเครื่องแอร์เย็นฉ่ำพร้อมบอกลุงเดชซึ่งตอนนี้กลายเป็นคนขับรถประจำตัวเธอไปโดยปริยายตั้งแต่วันที่เธอบาดเจ็บ“ครับ คุณหนู”“

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   แกมันไร้หัวใจ

    “มีอะไร” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจนักกับการมาของเพื่อนโดยที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าก่อน เจ้าของร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบสามเซนติเมตร ใบหน้ามีหนวดเคราครึ้ม ดวงตาเรียวคม จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากหยักสีสด และไว้ผมทรงแมนบันคือตัดสั้นเตียนด้านข้างทั้งสองและไว้ผมยาวตรงกลางศีรษะแล้วมัดจุกเรียบไปทางด้านหลัง“ก็แกไม่ยอมรับสายฉันนี่หว่า” คนเป็นแขกบ่นแล้วทรุดตัวลงนั่งโซฟามุมหนึ่งของห้อง แม้จะไม่ค่อยชอบใจที่เพื่อนยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองแถมยังพูดจาไม่ต้อนรับเขาอีก แต่วันนี้ภาคินอารมณ์ดีจึงไม่นึกถือสากับความนิ่งเฉยของผู้เป็นเพื่อน“ก็แกไร้สาระ” เสียงทุ้มนุ่มละมุนเอ่ยอย่างไม่แยแสผู้เป็นทั้งเพื่อนและแขก“ใครมันจะไปจ้องแต่คอมทำงานงกๆ ทั้งวันเหมือนแกวะ”“ถ้าไม่มีไรก็กลับไปซะ ฉันต้องรีบเคลียร์งาน”“แกจะไปไหนอีกละคราวนี้” เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าเจ้าตัวเร่งเคลียร์งานเมื่อไหร่นั่นแปลว่าเพื่อนเขาจะหนีเที่ยวอีกแล้ว“เลย”“กี่วัน”“เดือนนึง ถ้าจะมาถามฉันแค่นี้ก็กลับไป”“แกนี่มันไร้หัวใจ”“ถ้าจะมาพูดแค่นี้ก็เชิญ นั่นประตู ฉันจะทำงาน” ชายหนุ่มเจ้าของห้องกว้างนั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์อยู่ในเสื้อยืดแขนสั้นสีดำกับกางเก

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   แค่หน้าที่

    ๗แค่หน้าที่“พูดจากวนเราแบบนี้ได้คงไม่เจ็บแล้วสินะ” จบประโยค แสงสว่างค่อยๆ ม้วนตัวจนเผยร่างโปร่งแสงสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าคมสันสง่างามท่าทางวางอำนาจทอดพระเนตรมองร่างเล็กที่ยืนอยู่เบื้องพระพักตร์“รัณนึกว่าท่านอยู่ข้างบนเสียอีกค่ะ” เธอย่อตัวแสดงความเคารพบุรุษชายตรงหน้าอย่างนอบน้อมเมื่อเห็นว่าแถวนี้ร้างผู้คน ข้างบนที่เธอหมายถึงนั่นก็คือสรวงสวรรค์“เรามาเพราะจะเกิดเรื่องอันตรายกับเจ้า แต่ไม่ทัน” ปลายประโยคแผ่วเบาก้มทอดพระเนตรมองแผลใหม่ที่ถูกพันด้วยผ้าก๊อซอย่างประณีต“แค่พระองค์เป็นห่วงรัณก็มากพอแล้วค่ะ ที่ผ่านมาท่านก็ช่วยรัณมาตลอด” ตั้งแต่เล็กจนโตก็มีเพียงบุรุษท่านนี้ที่คอยปัดเป่าเภทภัยให้หญิงสาวมาเสมอคงมีเพียงแต่เหตุการณ์ตกน้ำครั้งนั้นที่เขาช่วยเธอไม่ทัน“เป็นหน้าที่เราที่ต้องคอยดูแลเจ้า หากมีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นกับเจ้าเราย่อมบกพร่องในหน้าที่”“แค่หน้าที่หรือคะ” ถามพลางเอียงคอมองอย่างสงสัย“ใช่ แค่หน้าที่” หน้าที่ของหัวใจ พระสุรเสียงแผ่วเบาไม่หนักแน่นเหมือนเคยและต่อประโยคสุดท้ายในใจ เขาจะคอยตามดูแลหญิงสาวเพียงแค่ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้น เพราะต่อไปนี้เขาไม่ยอมปล่อยเธอล่องลอยไปไหนไกลอี

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   ความอัดอั้น

    ๖ความอัดอั้นในใจ“หลักฐานก็บอกอยู่ตรงหน้า ทำไมฉันจะต้องถามอะไรอีก”“แล้วคุณพ่อรู้หรือคะว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง อะไรก็โทษแต่รัณ คุณพ่อเคยถามรัณเหมือนที่ถามน้องไหมคะว่ารัณเป็นอะไร เจ็บตรงไหน แผลเย็บกี่เข็ม เจ็บมากหรือเปล่า กินยาหรือยัง หนูโดนรถเฉี่ยวคุณพ่อคิดจะถามรัณบ้างหรือเปล่า วันนี้เจออะไรมาบ้าง กินข้าวยัง วันเกิดรัณวันไหน คุณพ่อเคยสนใจบ้างไหม ทำไมคะ เพราะรัณเกิดมาเป็นผู้หญิงคุณพ่อเลยไม่คิดว่ารัณเป็นลูก หรือสิ่งที่หนูต้องการมันมากไปหรือคะ…..พ่อถึงไม่เห็นค่า” เสียงตะโกนถามดนัยผู้เป็นบิดาอย่างอัดอั้นกับสิ่งที่เก็บไว้ข้างใน คำพูดต่างๆ ทะลักพรั่งพรูขึ้นมาจากอกจนเธอห้ามอารมณ์ไม่อยู่ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่มีต่อบิดา ตั้งแต่เธอมีน้องชาย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป ถามว่าเธออิจฉาน้องชายตัวเองไหม ดารัณญาตอบได้เลยว่าอิจฉา อิจฉาที่คุณพ่อทุ่มเทความรักความใส่ใจที่มีต่อดินแดนซึ่งต่างกับเธอมากนัก พ่อที่ไม่เคยแม้แต่จะถามเธอว่ากินข้าวหรือยัง ครั้งเดียว……ก็ไม่เคยมี“นี่แกพูดอะไร แกโตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ ที่ฉันต้องคอยเอาใจ” แม้จะอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินแต่ดนัยก็ยังอดต่อว่าบุตรสาวไม่ได้เมื่อนึกถึงแผลล

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   แตกหัก

    ๕แตกหักเช้าวันใหม่แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลอดผ่านกระจกใสทำให้เจ้าห้องห้องต้องซุกใบหน้าลงกับหมอนเพื่อหลีกเลี่ยงแสงที่แยงตา แม้เปลือกตาจะปิดสนิทแต่ก็รับรู้ถึงความสว่างจ้าของความร้อนแรง วันนี้ร่างบางตื่นสายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะเธอไม่ต้องรีบไปเข้าร้านอย่างเมื่อก่อน หลังจากที่นอนทบทวนความคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วเธอตัดสินใจที่จะถอนหุ้นออกจากร้านเสื้อผ้าที่ร่วมลงทุนทำร่วมกันกับแทนไทและปรารีณา ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันกับแทนไทได้อีก ถึงจะถูกกล่าวหาว่าเธอไม่มีความเป็นมืออาชีพก็เถอะ ก็ใครจะไปทนได้กันละก๊อกๆ“คุณรัณ คุณปลามารอพบคุณรัณค่ะ”“รัณอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวลงไป”“ค่ะ”ไม่ถึงสิบห้านาทีดารัณญาอยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ ก่อนจะเดินลงมายังห้องรับแขกที่ปรากฏร่างหญิงสาวสูงโปร่งสวมชุดทันสมัยราวกับนางแบบหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นก็มิปาน แน่ละก็หล่อนเป็นดีไซเนอร์มีห้องเสื้อผ้าแบรนด์หรูที่เธอร่วมลงทุนอยู่นั่นเอง“รัณ แกไปทำไรมา ทำไมมีแต่แผล” เสียงร้องทักแสดงความตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินตรงเข้ามาหาหลังจากที่มานั่งรอผู้เป็นเจ้าของบ้านแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นบาดแผลที่มีปลาสเตอร์ติดตามฝ่ามือรวมไ

  • เพียงเธอยิ้ม ใจฉันก็ละลาย   เขาที่ไม่ใช่คน

    ๔เขาที่ไม่ใช่คนร่างบางระหง ใบหน้าสวยหวานหากเวลานี้กลับอมทุกข์ราวกับแบกโลกทั้งใบเดินทอดน่องราวกับร่างไร้วิญญาณมาตามราวสะพานที่มีแสงไฟระยิบทอดยาวตามราวจนสุดปลายทางก่อนจะเดินลงสะพานแล้วเดินเลียบเคียงกับพื้นหญ้าที่ขนานกับแม่น้ำจนมาหยุดตรงม้านั่งที่ว่างอยู่ที่เดียวราวกับเป็นใจ มือบางวางกระเป๋าไว้ข้างลำตัว หันหน้ามองพื้นน้ำสีครามที่พลิ้วไหวตามแรงลมนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ให้ไหลทะลักลงมาอย่างไม่แคร์สายตาผู้คนที่มานั่งชมวิวในกลางค่ำกลางคืนเช่นเดียวกับเธอดีไซเนอร์สาวพึ่งรู้ซึ้งกับคำว่าอกหักก็ตอนนี้นี่เอง แทนไทคือแฟนคนแรกซึ่งเธอก็คาดหวังไว้มากว่าเขาจะเป็นแฟนคนแรกและคนสุดท้ายแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตลอดเวลาที่คบกันจนเกือบจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เขาไม่เคยรักเธอเลยด้วยซ้ำ แทนไทคบเธอเพียงเพราะปิดบังรสนิยมส่วนตัวเขาเองทั้งที่มีคนเอ่ยเตือนเธอแล้วแท้ๆ กลับไม่เชื่อเขา พอคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พรั่งพูราวเกือบเขื่อนแตก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดร้าวรานจนแทบไม่อยากหายใจพลันนึกไปถึงอดีตภายในคอนโดกว้างภายในตกแต่งเรียบดูสะอาดตา หญิงสา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status