Se connecterเมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงร่องรอยความเจ็บแสบและกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำและเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา ร่างบางหอบหายใจจนอกสะท้อนสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มลดมือที่ตรึงข้อมือเธอไว้ลง แต่กลับเปลี่ยนมาใช้แขนแกร่งโอบรัดเอวบางเอาไว้หลวม ๆ เพื่อไม่ให้เธอร่วงลงไปจริง ๆ ก่อนจะแค่นยิ้มสมเพชออกมา "หึ...นี่แค่จูบคุณยังไม่มีแรงจะยืนเลยเหรอพลอยชมพู" เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ซอกคอขาว พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยคำข่มขู่ "แล้วบทเรียนที่เหลือหลังจากนี้ล่ะ... คุณจะรับมันไหวได้ยังไง ในเมื่อแค่เริ่มต้นคุณก็ดูท่าจะไปไม่รอดเสียแล้ว" พลอยชมพูพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ผลักไสเขาออก แต่ปรินทร์กลับไม่สะทกสะท้าน เขาขยับตัวเพียงนิดเดียวก็รวบตัวเธอเอาไว้ได้หมด ชายหนุ่มก้มลงออกแรงเพียงนิดเดียวก
พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน มันก็เรื่องของฉัน! ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ...ในเมื่อเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้กับฉัน!"ปรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาที่จ้องมองมานั้นวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงกว่าเดิม เขาขยับก้าวเข้าหาเธออีกครั้งจนแผ่นหลังของพลอยชมพูชนเข้ากับเสาไฟริมทางอย่างเลี่ยงไม่ได้"หึ...ปากเก่งดีนี่พลอยชมพู" เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชิดกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สั่นพร่าของเธอ "ในเมื่อคุณยอมรับออกมาเองว่าไม่มีศักดิ์ศรีเหลืออยู่แล้ว และเงินมันสำคัญกับคุณมากขนาดนั้น..."ปรินทร์กระตุกยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เหมือนคมมีดกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ"งั้นคืนนี้ไปต่อกับผมสิ...ในเมื่อรับงานเพื่อนผมได้ กะอีแค่รับงานอดีตผัวเก่าอย่างผม มันคงไม่ยากลำบากใจนักหรอก
เมื่อประตูห้อง VIP1 ถูกผลักเปิดออก พลอยชมพูและเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนก็ก้าวเข้าไปด้านในอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยุดยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ตรงหน้ากลุ่มชายหนุ่ม ที่ดูมีฐานะเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกคนที่ถูกใจไปนั่งดูแลข้างกาย"เด็ก ๆ มากันแล้วค่ะ เลือกกันได้ตามสบายเลยนะ คัดมาแต่ตัวท็อปทั้งนั้น" สุนิสาที่เดินนำเข้ามาเอ่ยแนะนำด้วยรอยยิ้มประจบพลอยชมพูยืนก้มหน้าพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติ มือบางประสานกันแน่นอยู่ข้างลำตัว เธอรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่กำลังกวาดมองร่างกายเธอราวกับเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง ในใจภาวนาขอให้คืนนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแต่แล้วความหวังของเธอก็พังทลายลง เมื่อเสียงโพล่งขึ้นด้วยความตกใจจากชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มลูกค้า ดังขัดจังหวะขึ้นมา"เฮ้ย! ไอ้น่าน... นั่นมันพลอยชมพู แฟนเก่าแกไม่ใช่เหรอวะ!" คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พลอยชมพูชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วยความตกใจสุดขีด เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียงตามสัญชาตญาณทันทีและในวินาทีนั้นเอง...สายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของชายหนุ่มที่นั่งอยู่กึ่งกลางโซฟาตัวยาวปรินทร์ ภานุวัฒน์เขากำลังนิ่งงันไ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป บรรยากาศภายในบ้านหลังเล็กมุกดานั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะอาหารไม้ตัวเก่า พลางชะเง้อมองไปทางประตูบ้านเป็นระยะ แสงไฟสลัวจากหน้าบ้านส่องให้เห็นเงาของร่างบางที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางอ่อนแรง พลอยชมพูฝืนยิ้มกว้างเมื่อเห็นน้องสาวนั่งรออยู่"มุก...วันนี้พี่ซื้อบัวลอยเจ้าโปรดที่เราชอบมาฝากด้วยนะ" พลอยชมพูชูถุงขนมในมือขึ้น พยายามทำน้ำเสียงให้ร่าเริงที่สุดเท่าที่จะทำได้"ขอบคุณค่ะพี่พลอย" มุกดายิ้มรับพลางลุกขึ้นมาช่วยรับของ เธอมองสำรวจใบหน้าพี่สาวที่ช่วงนี้ดูซูบเซียวลงไปมาก แม้พี่สาวจะพยายามหัวเราะหรือชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับหม่นแสงและเต็มไปด้วยความโศกเศร้ามุกดาพยายามมองลอดผ่านประตูออกไปที่หน้าบ้านเหมือนทุกวันที่ผ่านมา เธอชินกับการเห็นรถคันหรูของปรินทร์มาจอดเทียบส่งพี่สาว พร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่เขามีให้กันเสมอ แต่หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่าน เธอเห็นพี่สาวของเธอกลับคนเดียวมาตลอด"พี่พลอยคะ..." มุกดาตัดสินใจถามออกมาในที่สุดขณะที่กำลังแกะถุงบัวลอย "ช่วงนี้พี่น่านเขางานยุ่งมากเลยเหรอคะ ทำไมพักนี้พี่น่านไม่เห็นมาส่งพี่พลอยเลย"มือที่กำลังหยิบช้อนของพลอยชมพูชะงักกึก ความรู้สึก
พลอยชมพูเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอพยายามตั้งสติก่อนจะเอื้อมมือไปปิดประตูห้อง "ยังจำฉันได้อยู่นี่..." คุณหญิงมณฑาแค่นเสียงเหยียดหยาม สายตาคมกริบกวาดมองพลอยชมพูตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกรังเกียจพลอยชมพูไม่ได้ตอบโต้ในทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกนึกคิดที่ตีกันยุ่งเหยิง หญิงสาวก้าวเดินเข้าไปวางถาดอุปกรณ์นวดลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ ท่าทางของเธอยังคงดูนิ่งสงบแม้ภายในจะสั่นไหวเพียงใด"รบกวนคุณหญิงช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่ทางร้านจัดไว้ให้ด้วยนะคะ" พลอยชมพูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ปกติที่สุด พลางผายมือไปยังชุดลำลองที่วางพับไว้อย่างเรียบร้อย "เดี๋ยวพลอยจะออกไปรอข้างนอกค่ะ""ไม่ต้อง!" คุณหญิงมณฑาตวัดเสียงสั่งทันควัน ทรงอำนาจจนพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่กับที่ ท่านไม่ได้มีท่าทีจะหยิบจับชุดที่วางไว้แม้แต่นิดเดียว กลับยิ่งนั่งหลังตรงเด่นสง่าอยู่บนโซฟาเพื่อกดดันคนตรงหน้า"ที่ฉันมาที่นี่...ฉันไม่ได้อยากที่จะมานวดให้เสียเวลาหรอกนะ" คุณหญิงแค่นยิ้มหยัน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างเปิดเผย "แต่ที่ฉันยอมเสียเวลามาเหยียบสถานที่แบบนี้ ก็เพ
คุณหญิงมณฑาขยับตัวเข้าใกล้พลอยชมพูอีกนิด สายตาจ้องเขม็งราวกับจะมองทะลุเข้าไปในหัวใจที่กำลังแหลกสลาย "ความรักของเธอมันกินไม่ได้ และมันก็ช่วยเชิดหน้าชูตาให้ลูกชายฉันในแวดวงธุรกิจไม่ได้เหมือนกัน! ถ้าเธอรักเขาจริงอย่างที่ปากว่า... เธอก็ควรจะสำนึกได้เสียทีว่า โอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เธอจะมอบให้เขาได้ คือการไสหัวออกไปจากชีวิตเขาซะ!""แต่เรารักกันนะคะคุณหญิง" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าทว่าหนักแน่นในความรู้สึก "คุณน่านรักหนู และหนูก็รักเขามาก"คำว่า 'รัก' ที่กลั่นออกมาจากใจจริงของหญิงสาว กลับทำให้คุณหญิงมณฑาแค่นหัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชในความอ่อนต่อโลกของคนเบื้องหน้า"รักกันงั้นเหรอ" คุณหญิงมณฑาทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามพลาง "แล้วไอ้ความรักโง่ ๆ ของเธอน่ะ มันช่วยเชิดหน้าชูตาลูกชายฉันในสังคมได้หรือเปล่า! มันช่วยส่งเสริมเรื่องการงาน หรือช่วยประคองภาพลักษณ์บริษัทของเขาให้ดูดีขึ้นมาได้บ้างไหม!"พลอยชมพูสะอึกจนตัวโยน หยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มจนพร่ามัวไปหมด คำพูดของผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าเปรียบเสมือนพายุที่พัดเอาความมั่นใจเพียงน้อยนิดของเธอให้กระจัดกระจายไม่เหลือช







