เข้าสู่ระบบคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง
รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึง ปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความกว้างขวางและหรูหราของห้องพักที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาแพง ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้อย่างสุดลูกหูลูกตา "ที่นี่...ห้องพี่น่านเหรอคะ" พลอยชมพูถามเสียงแผ่ว พลางเดินไปที่กระจกบานยักษ์ "วิวข้างบนนี้สวยมากเลยนะคะ ปกติพลอยก็มีแต่ยืนมองตรงข้างล่าง ไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ รู้สึกเหมือนฝันไปเลยค่ะ" ปรินทร์เดินเข้ามาซ้อนหลังหญิงสาวก่อนจะสวมกอดเอวบางไว้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ "พลอยชอบที่นี่ไหมครับ" เสียงทุ้มกระซิบถามข้างหู "ชอบค่ะ...แต่มันไม่เหมาะกับคนอย่างพลอยหรอกค่ะ" พลอยชมพูตอบเสียงแผ่ว แววตาสั่นไหวขณะมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานยักษ์ "พลอยเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งที่หาเช้ากินค่ำ คงไม่มีปัญญาที่จะอยู่ที่แบบนี้หรอกค่ะ" คำพูดตัดพ้อตัวเองของร่างบางทำให้วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ปรินทร์ค่อย ๆ หมุนตัวหญิงสาวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา "ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ" ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ใครบอกว่าพลอยไม่มีปัญญา ในเมื่อเจ้าของที่นี่...เขาอนุญาตและอยากให้พลอยมาอยู่ด้วยกันใจจะขาดแล้ว" "พี่น่านพูดแบบนี้...หมายความว่ายังไงคะ" พลอยชมพูถามย้ำ ปรินทร์ไม่ตอบในทันที แต่เขากลับยกมือหนาขึ้นมากุมแก้มเนียนใสของหญิงสาวไว้ทั้งสองข้าง "พี่ตั้งใจไว้แล้ว...พี่จะใช้ที่นี่เป็นเรือนหอของเรา" คำว่า เรือนหอที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างปรินทร์ ทำเอาพลอยชมพูตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด "พี่น่าน..." พลอยชมพูครางชื่อเขาออกมาแผ่วเบา ขอบตาที่ร้อนผ่าวเริ่มมีหยาดน้ำใส ๆ มาคลอเบ้าด้วยความตื้นตันจนจุกอก เธอไม่เคยกล้าฝันเลยว่าชีวิตลูกกำพร้าที่มีแต่ภาระอย่างเธอ จะมีใครสักคนมองเห็นค่าและอยากใช้ชีวิตคู่ด้วยอย่างจริงจังขนาดนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ปรินทร์ก็ค่อย ๆ คลายมือจากไหล่ของเธอ เขาขยับถอยหลังไปก้าวหนึ่งก่อนจะ คุกเข่าลง ต่อหน้าเธอ "พี่น่าน! ทำอะไรคะ...ลุกขึ้นเถอะค่ะ" พลอยชมพูอุทานด้วยความตกใจ มือบางรีบเอื้อมไปหมายจะประคองแขนเขาให้ลุกขึ้น แต่ปรินทร์กลับกุมมือเธอไว้มั่น แววตาของเขาที่ช้อนมองขึ้นมาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เขาล้วงหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเปิดมันออก เผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามที่ทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟอยู่ตรงหน้า "แต่งงานกับพี่นะครับพลอย" หยาดน้ำใสไหลร่วงอาบแก้มเนียนทันทีที่สิ้นประโยค พลอยชมพูสะอื้นออกมาด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันจนจุกอก เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตลูกกำพร้าที่ต้องปากกัดตีนถีบเพื่อส่งน้องเรียน และแบกรับภาระครอบครัวมาเพียงลำพัง จะมีวันที่มีผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้มาคุกเข่าอ้อนวอนขอใช้ชีวิตร่วมกับเธอ "พี่น่าน..." เสียงหวานสั่นพร่าเรียกชื่อเขาอย่างแผ่วเบา มือบางยกขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น แต่น้ำตาแห่งความสุขกลับยิ่งพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ปรินทร์ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจด้วยแววตามุ่งมั่น เขายื่นกล่องแหวนที่ทอประกายวับวาวเข้าไปใกล้เธออีกนิด "แต่งงานกับพี่นะครับ" พลอยชมพูมองผ่านม่านน้ำตา เห็นเงาสะท้อนของความรักที่มั่นคงในดวงตาของปรินทร์ เธอค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ ทั้งน้ำตา ก่อนจะส่งเสียงตอบรับที่กลั่นออกมาจากหัวใจ "ค่ะ...พลอยจะแต่งงานกับพี่น่านค่ะ" ทันทีที่คำตอบรับแสนหวานหลุดออกมาจากปากของหญิงสาว ปรินทร์ยิ้มกว้างด้วยความดีใจอย่างที่สุดจนดวงตาคมหม่นแสงลงด้วยความตื้นตัน เขาประคองมือซ้ายของพลอยชมพูขึ้นมาบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธออย่างพอดิบพอดี หยดน้ำตาที่เปื้อนแก้มเนียน เป็นภาพที่งดงามจนเขาอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ "ขอบคุณนะครับพลอย ขอบคุณที่ยอมให้ผู้ชายคนนี้ดูแล" ปรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะดึงร่างบางของพลอยชมพูเข้ามากอดแนบอก พลอยชมพูซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขาปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจที่พรั่งพรู เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับเธอ "พี่สัญญานะครับ ว่าจะดูแลพลอยให้ดีที่สุด...แต่ตอนนี้ พี่ยังมี เซอร์ไพรส์อีกอย่างหนึ่งให้พลอยนะ" พลอยชมพูเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย "ยังมีอีกเหรอคะพี่น่าน แค่นี้ก็เซอร์ไพรส์มากเเล้วนะคะ" "นั่งรอพี่ที่โซฟาก่อนนะครับ" ปรินทร์ประคองร่างบางไปนั่งลงบนโซฟา "รอพี่แป๊บเดียวนะ ห้ามลุกไปไหนนะครับ" ปรินทร์ลุกเดินหายเข้าไปในโซนครัว ทิ้งให้พลอยชมพูมองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยความงงงวย เธอขยับแหวนเพชรบนนิ้วนางเล่นเบา ๆ ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย ไม่นานนัก ปรินทร์ก็เดินกลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็ก ที่มีควันกรุ่นของน้ำอุ่นลอยขึ้นมาจาง ๆ ในน้ำนั้นมีมะกรูดฝานบาง ๆ และกลีบกุหลาบที่ลอยอยู่เต็มไปหมด "พี่น่าน...นี่พี่จะทำอะไรคะ" พลอยชมพูตาโตด้วยความตกใจ เมื่อเห็นท่านประธานบริษัทหมื่นล้านค่อย ๆ ย่อตัวลงคุกเข่าแทบเท้าเธออีกครั้ง "พี่น่าน! อย่าค่ะ ลุกขึ้นเถอะ พลอยทำเองได้" เธอพยายามจะชักเท้าหนีด้วยความเกรงใจ แต่ปรินทร์กลับกุมข้อเท้าเธอไว้เบา ๆ "อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพี่ทำให้" ปรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาจริงจังและอ่อนโยนที่สุด "พลอยทำงานมาทั้งวัน ดูแลคนอื่นมานับไม่ถ้วน เหนื่อยเพื่อคนอื่นมามากแล้ว...คืนนี้ให้พี่เป็นคนทำให้พลอยหายเหนื่อยบ้างนะครับ" พลอยชมพูอึ้งไปจนพูดไม่ออก หัวใจสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นมือหนาที่เคยเซ็นเอกสารสำคัญ ค่อยๆ บรรจงถอดรองเท้าของเธอออก แล้ววางเท้าของเธอลงในน้ำอุ่น "สบายไหมครับ" เขาถามพลางใช้มือนวดคลึงฝ่าเท้าของเธอเบา ๆ กลิ่นหอมของมะกรูดช่วยให้ผ่อนคลาย แต่สิ่งที่ทำให้พลอยชมพูผ่อนคลายที่สุดกลับเป็นสัมผัสจากมือของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ว่าที่สามีของเธอในตอนนี้ น้ำตาที่เพิ่งแห้งไปเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาใหม่...ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะความซาบซึ้งที่ผู้ชายที่อยู่สูงเทียมฟ้าคนนี้ ยอมลดตัวลงมาล้างเท้าและนวดเท้าให้ผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างเธอด้วยความเต็มใจ "พี่น่าน..." พลอยชมพูเอ่ยเรียกเสียงสั่น "พี่น่านไปหัดทำแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ท่าทางคล่องแคล่วเหมือนมืออาชีพเลย" ปรินทร์เงยหน้าขึ้นมายิ้มละไม แววตาคมกริบทอดมองเธอด้วยความเอ็นดู "ก็ตอนที่พลอยนวดให้พี่ไงครับ พี่ก็อาศัยครูพักลักจำเอา สังเกตเอาว่าพลอยกดตรงไหน ลงน้ำหนักยังไง แล้วพี่ก็จำมาใช้นั่นแหละครับ" "สังเกต...แค่นั้นเองเหรอคะ" "ไม่ใช่แค่สังเกตหรอกครับ พี่ตั้งใจจำเลยต่างหาก" เขาพูดพลางใช้นิ้วโป้งวนนวดบริเวณอุ้งเท้าของเธอเบา ๆ "นวดเสร็จแล้ว... สบายขึ้นบ้างไหมครับ" ปรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้คนฟังใจละลาย "สบายมากเลยค่ะ... ขอบคุณนะคะ พลอยไม่เคยคิดเลยว่าพี่น่านจะทำอะไรแบบนี้ให้พลอย" พลอยชมพูตอบอ้อมแอ้ม ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความซาบซึ้งและเขินอายในเวลาเดียวกัน ปรินทร์ขยับเข้าไปชิดจนไหล่เกยกัน เขาโอบไหล่บางให้คนตัวเล็กเข้ามาซุกอยู่ในอ้อมกอดกว้าง "ในเมื่อสบายตัวแล้ว...คืนนี้ก็ค้างกับพี่ที่นี่นะนะครับ" พลอยชมพูชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น "คะ? ค้างที่นี่เหรอคะพี่น่าน" "นะครับพลอย...คืนนี้พี่อยากนอนกอดพลอย พี่อยากตื่นมาแล้วเห็นหน้าพลอยเป็นคนแรก" เขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ปนไปด้วยความอ้อนวอน "เราเป็นแฟนกันมาหลายเดือนแล้วนะครับ พี่พิสูจน์ให้พลอยเห็นทุกอย่างแล้วว่าพี่รักและจริงจังกับพลอยแค่ไหน" พลอยชมพูใจสั่นระรัว ใบหน้าหวานแดงซ่านไปจนถึงลำคอเมื่อได้รับสัมผัสใกล้ชิดและคำพูดตรงไปตรงมาขนาดนั้น "แต่พลอยไม่มีชุดเปลี่ยนนี่คะ... ของใช้ส่วนตัวก็ไม่มีเลย" "เรื่องชุดไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ" ปรินทร์ยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะจูงมือร่างบางให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับห้องนอน ทันทีที่ปรินทร์เอื้อมมือไปเลื่อนบานประตูตู้เสื้อผ้าฝั่งหนึ่งออก พลอยชมพูก็ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ภายในตู้นั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงหลากสไตล์ ตั้งแต่ชุดเดรสลำลอง ชุดใส่อยู่บ้าน ไปจนถึงชุดนอนที่แขวนเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ "พี่น่าน...นี่มันอะไรกันคะ ทำไมมีเสื้อผ้าผู้หญิงเต็มไปหมดเลย" พลอยชมพูถามเสียงหลง "พี่แอบซุกใครไว้หรือเปล่าคะเนี่ย!" ปรินทร์หลุดขำออกมาเบา ๆ ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดจากด้านหลังแล้วเกยคางบนไหล่เธอ "ไม่มีเหรอครับ พี่มีแค่พลอยคนเดียว เสื้อผ้าทั้งหมดนี้เป็นของพลอยคนเดียว" "พี่น่านเตรียมไว้เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ...พลอยใส่ทั้งปีก็ไม่หมดมั้งคะเนี่ย" "ก็พี่กะว่า...จะให้พลอยมาค้างที่นี่บ่อย ๆ ไงครับ หรือถ้าจะย้ายมาอยู่เลย พี่ก็ยิ่งยินดี" ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์ "นี่พี่น่านวางแผนมัดมือชกพลอยไว้หมดเลยใช่ไหมคะ" "เขาเรียกเตรียมความพร้อมเพื่อ ว่าที่ภรรยาครับ" ปรินทร์ยิ้มกว้างพลางขยี้หัวเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู "ไปอาบน้ำเถอะครับคนดี เดี๋ยวพี่จะรออยู่ข้างนอก หรือว่าจะให้พี่เข้าไปช่วยอาบดี" "ไม่ต้องเลยค่ะ!" พลอยชมพูรีบตอบกลับเสียงหลง หน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก เธอรีบคว้าชุดนอนที่ปรินทร์เลือกให้ แล้วหมุนตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง เสียงหัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ขณะที่แผ่นหลังบางพิงกับประตูห้องน้ำที่เพิ่งล็อคสนิท "คนบ้า...พูดออกมาได้หน้าตาเฉยเลยนะพี่น่าน" เธอพึมพำกับตัวเองพลางลูบแก้มที่ร้อนผ่าว 20 นาทีต่อมา... เสียงประตูห้องน้ำค่อย ๆ เปิดพลอยชมพูเดินออกมาด้วยความประหม่า เธออยู่ในชุดนอน เนื้อผ้าพริ้วไหวเน้นรูปร่างอรชรให้ดูละมุนตา ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอที่เพิ่งผ่านการอาบน้ำอุ่นมาหมาด ๆ ดูมีเลือดฝาดจนน่ามองไปหมด ปรินทร์ที่นั่งพิงหัวเตียงรออยู่ถึงกับตาค้างไปชั่วขณะ เขาเผลอวางแท็บเล็ตในมือลงแล้วจ้องมอง "ว่าที่เจ้าสาว" ของเขาตาไม่กะพริบ "พี่น่าน...มองอะไรขนาดนั้นคะ พลอยทำตัวไม่ถูกแล้วนะ" พลอยชมพูพึมพำพลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้ผมที่เปียกชื้นของตัวเองแก้เขิน "มองคนสวยไงครับ...สวยจนพี่แทบหยุดหายใจเลยนะรู้ไหม" ปรินทร์เอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานที่บัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "เลิกหยอดพลอยได้แล้วค่ะ ไปอาบน้ำได้แล้ว พี่จะได้พักผ่อนด้วยไงคะ" "ไล่พี่แบบนี้ กลัวใจตัวเองเหรอครับ" ปรินทร์แกล้งแหย่พลางขยับลุกจากเตียงเดินเข้าหาคนตัวเล็กที่ยืนเลิ่กลั่กอยู่ "เปล่าสักหน่อยค่ะ! พลอยแค่เห็นว่ามันดึกแล้ว พี่ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน... ไปอาบน้ำเถอะนะคะ เดี๋ยวพลอยนอนที่โซฟาก็ได้ค่ะ" "ไม่ต้องไปนอนโซฟาหรอก นอนรอพี่บนเตียงนี่แหละ" ปรินทร์ยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวของเขาขึ้นมาพาดบ่า "งั้นพี่ไปอาบน้ำแป๊บนึงนะครับ ห้ามหนีกลับบ้านนะ" เขาขยิบตาให้เธอทีหนึ่งอย่างน่ารัก ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าไปในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้พลอยชมพูยืนกำผ้าขนหนูแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนข้างในจะได้ยินพลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที
เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ
สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ
คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ
ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้
เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ
พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม
ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูก
รถยนต์ของปรินทร์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ปรินทร์ไม่ยอมให้พลอยชมพูถือของพะรุงพะรังคนเดียว เขาแย่งถุงวัตถุดิบสารพัดอย่างจากมือเธอมาถือไว้เองทั้งหมด แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจที่เห็นท่านประธานในชุดสูทเนี๊ยบต้องมาหิ้วถุงพลาสติกที่มีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์"คุณน่านคะ พลอยถือเอง







