เข้าสู่ระบบภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูกหนานุ่มที่อยู่ข้างกาย ครู่ต่อมา สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาก็สอดประสานเข้ามาที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ รั้งร่างของเธอให้จมดิ่งลงสู่อ้อมอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นสบู่หอมสะอาดผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของปรินทร์ลอยมาแตะจมูก ปลุกให้สติที่พร่าเลือนของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอรีบพลิกกายกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของอ้อมกอดนั้นทันที แต่กลายเป็นว่าการหันกลับมาอย่างรวดเร็วทำให้ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับปลายจมูกโด่งของปรินทร์อย่างจัง "พะ...พี่น่าน! พี่จะทำอะไรคะ!" พลอยชมพูอุทานเสียงสั่น พยายามจะดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอ้อมแขนหนากลับล็อกเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหนได้เลย "พี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยครับ พลอยคิดมากไปหรือเปล่า" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าคมเข้มแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่วงแขนแกร่งของเขายังคงโอบรัดเอวบางของเธอไว้แน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง "ไม่ได้ทำอะไรได้ยังไงคะ! ก็เนี่ย พี่น่านกำลังกอดพลอยอยู่นะคะ ปล่อยพลอยได้แล้วค่ะ" พลอยชมพูประท้วงเสียงหลง พยายามจะแกะมือหนาออก แต่ยิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก "ก็พี่บอกพลอยไปแล้วนี่ครับ ว่าคืนนี้พี่อยากนอนกอดพลอย" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูราบเรียบแต่กลับแฝงความเอาแต่ใจไว้อย่างร้ายกาจ เขาจงใจกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดผิวเนียนของเธอ "แต่มัน...มันอึดอัดนี่คะ พี่น่านปล่อยก่อนสิ" "กอดแฟนตัวเองมันผิดตรงไหนครับ" เขาพึมพำพลางเกยคางลงบนไหล่มน ไม่ยอมคลายวงแขนแม้แต่น้อย "เราคบกันมาตั้งหลายเดือน พี่เพิ่งจะได้กอดแบบจริง ๆ จัง ๆ ก็คืนนี้แหละ แถมตอนนี้พี่มีสิทธิ์กอดว่าที่ภรรยาของพี่ไม่ใช่เหรอ" "แต่มันก็..." พลอยชมพูอึกอัก พยายามหาเหตุผลมาแย้งแต่สมองกลับขาวโพลนไปหมดเพราะสัมผัสอุ่นร้อนที่แผ่นหลัง "ไม่มีแต่ครับ..." ปรินทร์ขัดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูเจ้าเล่ห์กว่าเดิม เขาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดข้างแก้มเนียน "หรือว่าที่พลอยขัดขืนอยู่นี่...เป็นเพราะพลอยอยากให้พี่ทำอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าครับ ถ้าใช่...พี่ยินดีมากเลยนะ พร้อมบริการเต็มที่เลย" "พะ...พี่น่าน! เปล่าสักหน่อยค่ะ!" พลอยชมพูชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะด้วยความตกใจกับประโยคกึ่งรุกกึ่งหยอกของเขา "ไม่ได้อยากให้ทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ! แค่กอด...แค่กอดเฉย ๆ ก็พอแล้ว" ร่างบางยอมหยุดดิ้นและนอนนิ่งราวกับตุ๊กตา เพราะกลัวว่าถ้าขยับตัวมากกว่านี้ คนตัวโตอาจจะทำอย่างอื่น ขึ้นมาจริง ๆ อย่างที่เขาขู่ไว้ เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากหนาที่กดจูบลงบนกลุ่มผมของเธอซ้ำ ๆ ราวกับจะซึมซับกลิ่นกายสาวให้เต็มปอด ก่อนที่เขาจะซบหน้าลงกับหมอนใบเดียวกันในระยะประชิด เวลาผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน พลอยชมพูสัมผัสได้ว่าวงแขนที่เคยรัดแน่นเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ยังคงโอบกอดเธอไว้ ลมหายใจของปรินทร์ที่เป่ารดต้นคอเริ่มหนักแน่นและสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณว่า ท่านประธานผู้เผด็จการได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว เมื่อแน่ใจว่าคนตัวโตหลับสนิท พลอยชมพูจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ใบหน้าที่เคยดูเคร่งขรึมและเย็นชา บัดนี้กลับดูอ่อนโยนและผ่อนคลาย ขนตาหนาเป็นแพทอดเงาลงบนโหนกแก้ม สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากหยักที่เธอมักจะเผลอมองบ่อย ๆ หัวใจของพลอยชมพูเต้นรัวแรงจนกลัวว่ามันจะปลุกคนตรงหน้าให้ตื่นขึ้นมา "นี่เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม..." เธอคิดในใจพลางเอื้อมมือไปหมายจะลูบไล้ใบหน้าเขาเบา ๆ แต่แล้ว... ในจังหวะที่ปลายนิ้วเกือบจะแตะผิวแก้ม ดวงตาคู่คมที่เคยปิดสนิทกลับลืมโพลงขึ้นมาทันที! "แอบมองพี่...แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรอยู่ครับหืม" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ชัดเจนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาพลอยชมพูสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะหงายหลัง "พะ...พี่น่าน! นี่ยังไม่หลับอีกเหรอคะ!" ร่างบางอุทานเสียงหลง พยายามจะพลิกตัวหนีด้วยความอับอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าแอบจ้องหน้าเขาอยู่ "ใครจะไปหลับลงล่ะครับ..ในเมื่อมีสายตาหวาน ๆ จ้องพี่ขนาดนี้" ปรินทร์ยิ้มกึ่งล้อเลียน แววตาของเขาไม่ได้ดูง่วงงุนเลยสักนิด แต่กลับวาววับไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ก่อนที่พลอยชมพูจะได้ทันตั้งตัว ปรินทร์ก็ขยับกายอย่างรวดเร็ว เขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่าพลิกตัวขึ้นมาอยู่เหนือร่างบาง พร้อมกับใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างยันฟูกหนานุ่มเอาไว้ กลายเป็นท่าทางที่เขาคร่อมร่างของเธอไว้ทั้งตัวในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของกันและกัน "ทำอะไรคะ...ลงไปนอนดี ๆ สิ" พลอยชมพูละล่ำละลักบอก หน้าแดงซ่านจนแทบจะระเบิด มือบางทั้งสองข้างยกขึ้นดันอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ "ใครจะไปนอนลงล่ะครับ...พลอยเล่นจ้องพี่ตาแป๋วแถมยังแอบยิ้มหวานใส่พี่ขนาดนั้น ใครจะไปหลับลงไหว" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่พร่าเลือน แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย "พลอยทำให้พี่นอนไม่หลับนะรู้ไหม...แบบนี้พลอยต้องรับผิดชอบ" พลอยชมพูหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด เธอเม้มปากแน่นพลางค้อนขวับให้คนเจ้าเล่ห์ "จะ...จะให้พลอยรับผิดชอบอะไรคะ พี่น่านนั่นแหละขี้ตู่ พลอยยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย" "ยังจะเถียงอีกเหรอครับ" ปรินทร์เลิกคิ้วกวน ๆ มุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ "ถ้าอยากรู้ว่าต้องรับผิดชอบยังไง...ก็รับผิดชอบแบบนี้ไงครับ" สิ้นคำพูดที่เอาแต่ใจ ปรินทร์ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เขาโน้มใบหน้าลงมาปิดปากช่างเจรจานั้นทันที ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนกลีบปากนุ่มละมุนอย่างหนักแน่นแต่ทว่าแฝงไปด้วยความทะนุถนอมในคราแรก ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความซาบซ่านและเร่าร้อนตามอารมณ์ที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน พลอยชมพูเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ มือที่เคยดันอกแกร่งไว้กลับอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ สัมผัสอุ่นร้อนที่ริมฝีปากทำให้สมองของเธอมึนงงไปหมด รสจูบที่นุ่มนวลทว่ารุกเร้าของร่างสูงทำให้เธอเผลอไผลไปกับสัมผัสที่เขาหยิบยื่นให้ จนสุดท้ายมือบางที่เคยต้านทานก็ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปคล้องคอชายหนุ่มไว้โดยไม่รู้ตัว สัมผัสจาบจ้วงที่แฝงไปด้วยความโหยหาของร่างสูงทวีความเร่าร้อนขึ้น เมื่อพลอยชมพูเริ่มเผยอรริมฝีปากตอบรับ ลิ้นร้อนของชายหนุ่มสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้ากับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง มอบสัมผัสที่ซาบซ่านจนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือหนาข้างหนึ่งเชยคางขึ้นเพื่อให้ได้รับรสจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่วนอีกข้างก็เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง พลอยชมพูรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีมลายหายไปในอากาศ สมองขาวโพลนจนจำไม่ได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เคยประท้วงอะไรเขาไว้ เสียงครางอื้ออึงในลำคอของเธอถูกกลืนกินด้วยรสจูบ ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขากดจูบหนัก ๆ ที่มุมปากเนียนนุ่มทิ้งท้าย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าคมสันลงมาซุกไซส์ที่พวงแก้มแดงระเรื่อ แล้วไล่ต่ำลงมายังลำคอระหง กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นปนกลิ่นครีมอาบน้ำอ่อน ๆ ยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มยากจะหักห้ามใจ "คืนนี้...พี่ขอนะครับคนดี" ปรินทร์กระซิบย้ำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า แฝงไปด้วยความโหยหาที่ปิดไม่มิด สายตาคมกริบทอดมองดวงตาคู่สวยที่บัดนี้วาวฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใส ๆ จากอารมณ์รักที่พลุ่งพล่าน "พะ...พี่น่าน" เสียงของเธอเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม "นะครับ...พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้พลอยเจ็บ" ปรินทร์เกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าหวานออกอย่างเบามือ สัมผัสจากปลายนิ้วร้อนผ่าวที่ไล้ไปตามโหนกแก้มทำให้พลอยชมพูหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม คำมั่นสัญญาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและให้เกียรติของเขา "พลอยเชื่อใจพี่น่านค่ะ" คำยืนยันแผ่วเบานั้นเหมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมใจ ร่างสูงคลี่ยิ้มละมุน แววตาที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเทิดทูน "ขอบคุณมากครับคนดี...ขอบคุณที่เชื่อใจพี่" สิ้นคำขอบคุณ ปรินทร์ก็ก้มลงประทับจูบที่ริมฝีปากบางอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ความนุ่มนวลทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่เพิ่มทวีคูณ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวพันหยอกล้ออย่างช่ำชองจนพลอยชมพูครางประท้วงในลำคอเบา ๆ มือหนาที่เคยยันฟูกไว้เริ่มอยู่ไม่สุข เขาเคลื่อนไหวไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายสาว ลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมือที่บัดนี้ดูจะกลายเป็นอุปสรรคชิ้นสำคัญ ร่างสูงผละริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่เพื่อสบตาที่ปรือปรอยของเธอ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับที่ชายชุดนอนตัวสั้น ก่อนจะรั้งชุดนอนขึ้น พลอยชมพูให้ความร่วมมือด้วยการยกแขนขึ้นเหนือศีรษะตามสัญชาตญาณ เพียงครู่เดียวอาภรณ์ชิ้นน้อยก็ถูกถอดถอนออกทางศีรษะและถูกโยนลงไปกองอยู่ที่ข้างเตียง บัดนี้ ร่างบางของพลอยชมพูที่เหลือเพียงบราเซียลูกไม้สีหวานและแพนตี้ตัวจิ๋ว อยู่ภายใต้เงื้อมมือของคนตัวโต เธอรีบยกมือขึ้นกอดอกตัวเองไว้แน่นด้วยความขัดเขิน "พี่น่าน อย่าจ้องขนาดนั้นสิคะ พลอยอาย..." ปรินทร์ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลในความงดงามตรงหน้า มือหนาค่อย ๆ เอื้อมไปจับข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอให้ออกจากกัน "จะปิดทำไมกันครับคนดี... ให้พี่ได้ชื่นชมให้เต็มตาหน่อยไม่ได้เหรอ" เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่ากระซิบชิดใบหู "พลอยสวยขนาดนี้...สวยจนพี่ไม่อยากจะละสายตาไปไหนเลยแม้แต่วินาทีเดียว" พอสิ้นประโยคที่ทำเอาคนฟังใจสั่นสะท้าน ปรินทร์ก็ไม่ปล่อยให้พลอยชมพูได้มีโอกาสประท้วง เขาโน้มใบหน้าลงมาปิดริมฝีปากบางอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวพันจนร่างบางสั่นระริก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วลากไล้สัมผัสอุ่นร้อนลงมาที่ซอกคอ ชายหนุ่มกดจูบหนัก ๆ สลับกับการขบเม้มเบา ๆ ราวกับจะตีตราจองไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียด เขาไล่ต่ำลงมาเรื่อย ๆ ผ่านลำคอระหงจนถึงเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่ถี่รัวของเธอ มือหนาทั้งสองข้างของเขาก็สอดประสานเข้าไปทางด้านหลังของร่างบางอย่างรู้หน้าที่ ฝ่ามือร้อนผ่าวสัมผัสกับแผ่นหลังเนียนละเอียดพลางลูบไล้เฟ้นหาจุดยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ เพียงแค่ปลายนิ้วสะกิดและออกแรงบีบเบา ๆ พันธนาการที่ปกปิดความงดงามนั้นก็หลุดออกอย่างง่ายดาย "กริ๊ก..." เสียงของตะขอที่หลุดออกจากกันทำเอาพลอยชมพูสะดุ้ง พร้อมกับความรู้สึกโล่งที่แผ่นหลัง บราเซียตัวสวยที่เคยโอบอุ้มทรวงอกอิ่มบัดนี้คลายตัวออกตามแรงโน้มถ่วง ปรินทร์ผละใบหน้าขึ้นมาสบตาคนใต้ร่างที่บัดนี้หน้าแดงซ่านจนถึงขีดสุด ร่างสูงใช้มือหนาทั้งสองข้างรั้งสายบราเซียที่พาดอยู่บนลาดไหล่มนให้หลุดร่วงลงไป ก่อนจะจัดการถอดบราเซีย ชิ้นน้อยนั้นออกให้พ้นจากร่างกายของเธอแล้วโยนมันลงไปอย่างไม่ไยดี ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ส่องสว่างรำไร ความงดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้อาภรณ์บัดนี้ปรากฏแก่สายตาของร่างสูงอย่างเต็มตา ชายหนุ่มถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลาย ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะกับความสมบูรณ์แบบตรงหน้า "สวย... สวยมาก" ปรินทร์พึมพำเสียงพร่า แววตาคมกริบสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนยากจะกักเก็บ ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาโน้มกายลงไปซุกไซ้สูดดมความหอมกรุ่นจากทรวงอกอิ่มอย่างหลงใหล มือหนาทั้งสองข้างเริ่มทำหน้าที่บีบเค้นเต้าทรวงนุ่มอย่างย่ามใจ นิ้วเรียวแกร่งขยับหยอกเย้าสะกิดวนกับยอดอกสีหวานที่บัดนี้แข็งเป็นไตสู้มือเพราะแรงอารมณ์ ก่อนที่เขาจะครอบครองมันด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวและเริ่มดูดดึงอย่างตะกรุมตะกรามตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น "อ๊ะ..อื้อ... พี่น่านคะ... พลอย... พลอยเสียว" พลอยชมพูครางกระเส่าอย่างกลั้นไม่อยู่ ร่างบางบิดเร้าไปมาบนที่นอนนุ่มด้วยความรัญจวนใจ มือบางทั้งสองข้างขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้าใส่ไม่หยุดหย่อน เมื่อได้ยินเสียงครางหวานหูปรินทร์ยิ่งได้ใจ เขาเร่งเร้าจังหวะการดูดดึงให้แรงขึ้นจนเกิดเสียดังระงมไปทั่วห้องนอน มือหนึ่งยังคงบีบเค้นทรวงอกอีกข้างอย่างหนักหน่วงเพื่อสร้างความกระสัน ส่วนริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน "อื้อออ...พี่น่าน... พอ... พอแล้วค่ะ พลอยจะขาดใจ" เธอประท้วงเสียงแผ่ว ทว่าร่างกายกลับทรยศคำพูดด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสรุกเร้าจากริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาอย่างลืมตัว ร่างสูงยังคงครอบครองยอดอกอิ่มอย่างตะกรุมตะกราม ดูดดึงและใช้ลิ้นตวัดหยอกเย้าจนเกิดเสียงชื้นแฉะ มือหนาของปรินทร์ก็เลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องเนียนที่หดเกร็ง เขาไม่ปล่อยให้ร่างบางได้พักหายใจแม้แต่วินาทีเดียว ฝ่ามือหนาเคลื่อนลงไปกดทับลงบน เนินเนื้อนุ่มที่มีเพียงแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วขวางกั้นไว้ ปรินทร์ใช้ปลายนิ้วกรีดกรายไปตามขอบลูกไม้บางเบา ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปสัมผัสกับความฉ่ำชื้นที่เริ่มเอ่อล้นออกมาทักทายสัมผัสของเขาโดยตรง "อ๊ะ! อื้อออ... พี่น่าน..." พลอยชมพูครางกระเส่าพลางเชิดหน้าขึ้นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ร่างบางบิดเร้าไปมาเมื่อถูกโจมตีทั้งบนและล่างพร้อม ๆ กัน มือบางทั้งสองข้างขยุ้มกลุ่มผมหนาของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ในขณะที่ขาเรียวสวยเผลออ้าออกเล็กน้อยตามสัญชาตญาณเพื่อให้เขาได้สัมผัสเธอได้ถนัดถนี่ขึ้น "แฉะขนาดนี้...คงพร้อมให้พี่เข้าไปแล้วใช่ไหมครับ" เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ร่างสูงผละใบหน้าขึ้นมาสบตาคนใต้ร่างที่กำลังหอบหายใจรัว ตอนนี้แววตาของเขาเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนพลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล
เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที
เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ
สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ
คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ
ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้
เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ
พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดในอาคารที่จอดรถของคอนโด พลอยชมพูลงจากรถพลางมองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในสถานที่ที่ดูหรูหราจนกว่าจะจินตนาการถึงปรินทร์พาเธอขึ้นลิฟต์มาจนถึงชั้นที่เขาพัก ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก พลอยชมพูก็ถึงกับอึ้งไปกับความก
รถยนต์ของปรินทร์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ ปรินทร์ไม่ยอมให้พลอยชมพูถือของพะรุงพะรังคนเดียว เขาแย่งถุงวัตถุดิบสารพัดอย่างจากมือเธอมาถือไว้เองทั้งหมด แม้เจ้าตัวจะพยายามปฏิเสธเพราะเกรงใจที่เห็นท่านประธานในชุดสูทเนี๊ยบต้องมาหิ้วถุงพลาสติกที่มีทั้งผักสดและเนื้อสัตว์"คุณน่านคะ พลอยถือเอง







