ログイン
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันสกัดจากกานพลูและไม้หอมระเหยลอยอบอวลไปทั่วบริเวณล็อบบี้ของ "ศิรินทรา สปา" สถานที่พักผ่อนระดับไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนวดบำบัดแบบไทยประยุกต์ใจกลางเมืองหลวง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับกลิ่นอุ่น ๆ ของเทียนหอมที่จุดทิ้งไว้ตามมุมห้อง ช่วยสร้างบรรยากาศให้แขกที่ก้าวเท้าเข้ามาพ้นจากความวุ่นวายข้างนอกรู้สึกเหมือนได้ตัดขาดจากโลกอันเร่งรีบ
พลอยชมพู หรือ พลอย หญิงสาววัย 27 ปี กำลังจุดเทียนหอมอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน เธอสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำขลิบทอง ใบหน้าหวานดูนิ่งสงบ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอ่อนล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน แต่ริมฝีปากก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มละมุนตามแบบฉบับพนักงานบริการที่ดี พลอยชมพูทำงานที่นี่มาเกือบสามปีแล้ว อาชีพหมอนวดสำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนัก แต่สำหรับเธอมันคือมรดกทางวิชาชีพที่แม่เคยพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเธอเป็นครูนวดแผนไทยที่เก่ง เป็นคนคอยปูพื้นฐานให้เธอซึมซับศิลปะการบำบัดนี้จนเข้าเส้นเลือด หลังจากเรียนจบพลอยชมพูจึงไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะเธอเชื่อมั่นว่านี่คืออาชีพสุจริตที่มีเกียรติและสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก...เมื่อสองปีก่อน อุบัติเหตุทางรถยนต์ได้พรากชีวิตทั้งพ่อและแม่ไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้พลอยชมพูต้องกลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน แบกรับภาระดูแล มุกดาน้องสาววัย 15 ปีที่มีอายุห่างกันเกือบสิบปี ภาระนั้นยิ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อมุกดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่ายาจำนวนมหาศาล พลอยชมพูจึงต้องทำงานหนักเพื่อโอกาสทางการศึกษาของน้องสาวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่ "พลอย... มานี่หน่อยสิ" เสียงของ พนิดา แอดมินรุ่นพี่ประจำร้านเรียกข้ามเคาน์เตอร์ พลอยชมพูละมือจากเทียนหอมที่เพิ่งจุดเสร็จ แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปหา พนิดาซึ่งมีอายุมากกว่าเธอสามปีและสนิทสนมกันพอสมควร "ช่วงบ่ายมีตารางของพลอยนะสี่ชั่วโมงรวดเลยเริ่มตอนบ่ายโมง" "กี่คนคะพี่นิ" พลอยชมพูถามพลางเช็กความพร้อมของตัวเอง "คนเดียวจ๊ะ" "หืม เขานวดคนเดียวสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะพี่นิ" พลอยเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติลูกค้าทั่วไปมักจะนวดแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเท่านั้น "จ๊ะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจ ลูกน้องเขาน่ะโทรมาจองคิวไว้นะ บอกว่าเจ้านายเขาเหนื่อย ๆ เลยอยากพักผ่อนแบบยาว ๆ ไม่อยากให้ใครรบกวนเลยเจาะจงขอห้องวีไอพี" พนิดาอธิบายพลางคีย์ข้อมูลลงระบบ "พลอยรีบไปกินข้าวเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว" "โอเคค่ะพี่นิ งั้นพลอยขอตัวไปทานข้าวนะ เดี๋ยวบ่ายโมงจะได้เริ่มทำงานเลย" เธอพยักหน้ารับคำอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนจะปลีกตัวไปเตรียมความพร้อม สี่ชั่วโมงสำหรับคนนวดคนเดียวถือเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิและแรงกายอย่างมาก แต่สำหรับพลอยชมพูที่ฝึกฝนมาอย่างดีตามแบบฉบับที่มารดาเคยสอน เธอถือว่านี่คือโอกาสที่จะได้ใช้ศาสตร์การรักษาอย่างเต็มที่ เวลาเที่ยงห้าสิบนาที พลอยชมพูเข้ามาจัดเตรียมอุปกรณ์ภายในห้องนวด "วีไอพี" กลิ่นน้ำมันอโรมาสูตรเฉพาะถูกอุ่นจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ยาหม่องสมุนไพรสดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหยิบจับง่าย ภายในห้องนวดหรูหราแห่งนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตรงมุมห้องเพื่อความปลอดภัยของทั้งพนักงานและลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสปาระดับไฮเอนด์เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในที่ลับตาคน ในเวลาบ่ายโมงห้านาที พลอยชมพูเดินมาถึงหน้าห้องนวด เธอเว้นจังหวะให้แขกได้มีความเป็นส่วนตัวในการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดที่ทางร้านจัดเตรียมไว้สำหรับแขกทีีจะมานวดโดยเฉพาะ พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปรับจังหวะหัวใจให้นิ่ง แล้วยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งตามมารยาท ก่อนจะเอ่ยอนุญาตเข้าห้อง "ขออนุญาตเข้าไปดูแลนะคะ..." หญิงสาวเอ่ยอนุญาตตามมารยาทพร้อมกับค่อย ๆ ผลักบานประตูไม้เข้าไป ทว่าวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบจนเกือบจะลืมหายใจ ภาพตรงหน้าไม่ใช่ลูกค้าที่สวมชุดเรียบร้อยอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างสูงสง่าของแขกวีไอพีที่ยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไม่เสร็จสรรพ ชายหนุ่มรูปร่างสูงยืนอยู่กลางห้องในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยเป็นลอนชัดเจนตามแบบฉบับคนดูแลตัวเองอย่างดี ผิวพรรณของเขาดูสะอาดสะอ้านแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งดั่งรูปสลัก ท่อนล่างมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่ แสงไฟสลัวจากโคมไฟอโรม่าที่ตกกระทบลงบนมัดกล้ามเนื้อและแผ่นหลังกว้าง ทำให้เขาดูโดดเด่นและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจจนพลอยชมพูถึงกับหน้าร้อนผ่าว และเมื่อร่างสูงหันหน้ามา พลอยชมพูยิ่งตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองมาอย่างนิ่งเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความดุดันและอำนาจ จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยัก สันกรามคมชัดขับเน้นใบหน้าให้ดูแข็งกร้าวแต่กลับดูมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา เป็นความหล่อที่ดูอันตรายและน่าค้นหาไปพร้อม ๆ กัน "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ...ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณลูกค้า!" พลอยชมพูอุทานเสียงหลงพร้อมกับรีบก้มหน้าลงต่ำ มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ขอโทษยกใหญ่ด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูก ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงใบหู เธอไม่รอให้เขาเอ่ยปากต่อว่าแม้แต่คำเดียว ร่างบางรีบหันหลังกลับแล้วถอยพรวดออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะงับประตูปิดลงตามหลัง หญิงสาวยืนพิงกำแพงหน้าห้อง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา "ทำไมเขายังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จนะบ้าจริง" พลอยชมพูได้แต่ยืนตำหนิตัวเองในใจพลางลูบแก้มที่ยังร้อนผ่าวไม่หาย ภาพแผ่นหลังกว้างและใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจของชายหนุ่มคนนั้นยังคงติดตา จนเธอต้องพยายามข่มตาลงเพื่อสลัดความประหม่าทิ้งไป ด้านในห้อง ปรินทร์ ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งหลังจากบานประตูปิดลง เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง แต่กลับมีความรู้สึกชะงักงันไปชั่วอึดใจ ความจริงเขาควรจะเปลี่ยนชุดให้เสร็จภายในห้านาทีแรกตามกฎของร้าน แต่เพราะติดคุยโทรศัพท์เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งวางสายไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ทำให้เขาเพิ่งจะได้เริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง เขาไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน... ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองชุดลำลองที่วางอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาไม่คุ้นชิน ถ้าไม่ใช่เพราะ นิธิศ ลูกน้องคนสนิทที่เป็นมือขวาของเขาบังคับแกมขอร้องว่า "เจ้านายพักบ้างเถอะครับ" แล้วจัดการจองคิวเพื่อให้เขาไปผ่อนคลายรวดเดียวสี่ชั่วโมง เขาคงไม่มีทางเอาตัวมานอนนิ่ง ๆ ให้ใครก็ไม่รู้มาแตะต้องตัวแบบนี้ ชายหนุ่มพลางนึกถึงใบหน้าหวานที่เพิ่งพรวดพราดเข้ามาเมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นดูตกใจจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ท่าทางลนลานของเธอทำให้ความตึงเครียดในหัวของเขาคลายลงไปนิดหน่อยอย่างน่าประหลาด ปรินทร์จัดการสวมชุดที่ทางร้านจัดแจงไว้ให้ ก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา เพื่อให้พนักงานคนเมื่อกี้เข้ามาทำหน้าที่ของเธอ ด้านนอกห้อง พลอยชมพูพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เธอสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อย ๆ เคาะประตูอีกครั้ง ก๊อก ก๊อก ก๊อก "ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าแต่งตัวเสร็จหรือยังค่ะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด "ครับ เข้ามาได้" เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาสั้น ๆ ทำให้พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งก่อนจะผลักประตูเข้าไป ภายในห้องรับรองสุดหรู ปรินทร์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ชุดที่เขาสวมใส่รับกับรูปร่างกำยำได้อย่างไร้ที่ติ แสงไฟสลัวในห้องยิ่งทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาจนน่าใจหาย เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที แต่กลับจ้องมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราวกับกำลังนับถอยหลังรออะไรบางอย่าง "ดิฉันต้องขอประทานโทษด้วยนะคะที่เข้ามาโดยพลการ จนทำให้คุณลูกค้าต้อง..." "ไม่เป็นไรหรอกครับ" ปรินทร์เอ่ยแทรกขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับมีกังวานดึงดูดใจ เขาละสายตาจากนาฬิกาเรือนหรูแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าเม้มปากแน่นอยู่ไม่ไกล "ผมเองก็ผิดเหมือนกันที่ไม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อน...อย่าคิดมากเลย" คำตอบที่ดูใจดีผิดคาดทำให้พลอยชมพูค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ได้ตำหนิหรือแสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่เธอจินตนาการไว้ในตอนแรก "ขอบพระคุณมากนะคะที่คุณลูกค้าไม่ถือสา" เธอเอ่ยขอบคุณพร้อมกับพยายามระงับอาการมือสั่นขณะจัดเตรียมเครื่องหอม "ดิฉันจะตั้งใจดูแลคุณลูกค้าให้ดีที่สุดเป็นการไถ่โทษค่ะ" "ครับ" "ไม่ทราบว่าวันนี้คุณลูกค้าปวดเมื่อยตรงไหนเป็นพิเศษ หรืออยากให้เน้นจุดไหนบ้างไหมคะ" พลอยชมพูถามเสียงนุ่ม พยายามดึงความเป็นมืออาชีพออกมาข่มความตื่นเต้น ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาเธอตรง ๆ "จริง ๆ ผมก็ไม่เคยนวดด้วยสิ... นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาลองอะไรแบบนี้ ผมเลยไม่รู้ว่าปกติต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน หรือต้องทำยังไงบ้าง" คำสารภาพซื่อ ๆ จากนักธุรกิจมาดเนี้ยบทำให้พลอยชมพูเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ความประหม่าที่เคยมีลดฮวบลงทันทีเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าก็ เกร็งไม่แพ้กัน "คุณลูกค้าจองคอร์สไว้ถึงสีีี่ ชั่วโมง ถ้าอย่างนั้นขั้นตอนแรก ดิฉันแนะนำให้เริ่มจากการนวดฝ่าเท้าเพื่อเปิดจุดผ่อนคลายดูก่อนดีไหมคะ" พลอยชมพูเสนอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "คุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันไปเตรียมอ่างล้างเท้ามาให้ค่ะ" ปรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางก้มมองเท้าตัวเองแล้วเงยหน้ามองร่างบางที่กำลังจะหมุนตัวออกไป "ต้องล้างให้ด้วยเหรอครับ จริง ๆ ผมเกรงใจ..." "ไม่เป็นไรเลยค่ะ มันเป็นขั้นตอนมาตรฐานของที่นี่ เพื่อให้คุณลูกค้าได้เริ่มผ่อนคลายตั้งแต่เริ่มต้น" เธอตอบพลางยิ้มละไม "รอสักครู่นะคะ" ไม่นานนัก พลอยชมพูก็เดินกลับเข้ามาพร้อมอ่างไม้ใบย่อมที่มีกลีบดอกไม้ลอยกรุ่นอยู่เหนือน้ำอุ่น ควันจาง ๆ ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้เล็กตรงหน้าชายหนุ่มอย่างสำรวม "ขออนุญาตนะคะคุณลูกค้า" มือเรียวเล็กยื่นไปแตะที่ข้อเท้าของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อประคองเท้าลงในน้ำอุ่น สัมผัสจากปลายนิ้วที่อุ่นพอ ๆ กับน้ำในอ่างทำให้ปรินทร์เผลอกระตุกเท้าเล็กน้อยด้วยความไม่ชิน แต่ความรู้สึกเบาสบายที่ตามมากลับทำให้เขาค่อย ๆ พิงหลังกับโซฟาและหลับตาลง เขารู้สึกได้ถึงมือคู่เดิมที่เริ่มขัดถูฝ่าเท้าให้เขาอย่างเบามือและทะนุถนอม... ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงน้ำในอ่างจาง ๆ และกลิ่นกายสาวที่หอมอ่อน ๆ จนคนตัวโตเริ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากล้างเท้าจนสะอาดหมดจด พลอยชมพูบรรจงใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำออกจากเท้าหนาอย่างแผ่วเบาจนแห้งสนิท เธอจัดวางเท้าของเขาลงบนหมอนรองนวดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะป้ายครีมนวดลงบนฝ่ามือแล้ววอร์มให้ร้อนด้วยการถูไปมา "ดิฉันจะเริ่มนวดจากฝ่าเท้านะคะ หากลงน้ำหนักมือหนักเกินไป คุณลูกค้าแจ้งได้ทันทีเลยค่ะ" มือเล็กเริ่มกดลงบนจุดสำคัญบนฝ่าเท้าอย่างมีจังหวะ สัมผัสที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นทำให้ร่างสูงที่หลับตาอยู่ถึงกับลืมตาขึ้นมองร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ แสงไฟสลัวในห้องตกกระทบเสี้ยวหน้าหวาน เห็นเพียงแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เธอต้องออกแรงกดจุด ความเงียบรอบตัวทำให้เสียงหัวใจของใครบางคนเริ่มเต้นผิดจังหวะ ปรินทร์จ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่อาบไล้ด้วยแสงไฟสลัวจากมุมสูง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวันคล้ายจะมลายหายไปกับทุกจังหวะการลงน้ำหนักมือของเธอ ชายหนุ่มปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างบางเบื้องล่าง... ราวกับถูกมนต์สะกดด้วยความอ่อนโยนที่เธอหยิบยื่นให้ผ่านปลายนิ้วนั้น"ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! เดี๋ยวยัยมุกมาเห็นเข้าจะทำยังไงคะ" พลอยชมพูบอกเสียงหลง ใบหน้าหวานตื่นตระหนกจนลืมความเขินอายไปชั่วขณะ "ถ้ามุกตื่นมาเจอพี่น่านในห้องนอนพลอยตอนนี้...พลอยจะอธิบายกับน้องว่ายังไงคะ!""ก็ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลยนี่..." ปรินทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบพลางยักไหล่อย่างไม่ทุกข์ร้อน แววตาคมกริบจ้องมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กอย่างนึกสนุก "มุกเขาโตแล้วนะพลอย... พี่ว่าเขาน่าจะรู้และเข้าใจอยู่แล้วล่ะว่า ว่าที่พี่เขยมานอนเฝ้าพี่สาวตัวเองมันหมายความว่ายังไง""พี่น่าน!" พลอยชมพูค้อนขวับเข้าให้ พลางยกกำปั้นทุบลงบนอกแกร่งเบา ๆ "นะครับ ขอกอดอีกห้านาทีนะ"แทนที่จะปล่อย ร่างสูงกลับกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม เขาซุกใบหน้าคมสันลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาวอย่างโหยหา น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ออดอ้อนอยู่ข้างหูทำให้ใจที่เคยแข็งกระด้างของพลอยชมพูอ่อนยวบลงทันตาเห็น"ห้านาทีจริง ๆ นะคะ...ห้ามเกินกว่านี้เด็ดขาด" เธอพึมพำตอบเสียงแผ่ว ยอมอยู่นิ่ง ๆ "ครับ ห้านาทีของพี่ อาจจะยาวไปถึงหกโมงเช้าก็ได้นะ""พี่น่าน!" พลอยชมพูค้อนขวับพร้อมกับพยายามดันอกแกร่งออกอีกครั้ง แต่คนตัวโตกลับไม่สะทกสะท้าน ชา
ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ก็โชยมาชวนให้ท้องร้อง "มุก! มาช่วยพี่ยกแกงออกไปหน่อย เสร็จหมดแล้วจ้า""ค่ะพี่พลอย!" มุกดารีบกุลีกุจอวางปากกาแล้ววิ่งเข้าครัวไปช่วยพี่สาวทันทีไม่กี่อึดใจ ทั้งสองพี่น้องก็ช่วยกันลำเลียงกับข้าวหน้าตาน่าทานออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ มีทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง ไข่เจียว และผัดผักรวมมิตร พลอยชมพูเดินถือโถข้าวตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปรินทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทางสงบนิ่งผิดกับคนขี้แกล้งในครัวเมื่อครู่ลิบลับ"เดี๋ยวพี่ช่วยตักข้าวให้" ปรินทร์หยิบทัพพีมาจัดการตักข้าวสวยใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น มุกดาเล่าเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนให้ฟังอย่างออกรส ขณะที่ปรินทร์ก็คอยตักกับข้าวให้พลอยชมพูเป็นระยะโดยที่เธอไม่ทันตั้งต
ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ ก็โชยมาชวนให้ท้องร้อง "มุก! มาช่วยพี่ยกแกงออกไปหน่อย เสร็จหมดแล้วจ้า""ค่ะพี่พลอย!" มุกดารีบกุลีกุจอวางปากกาแล้ววิ่งเข้าครัวไปช่วยพี่สาวทันทีไม่กี่อึดใจ ทั้งสองพี่น้องก็ช่วยกันลำเลียงกับข้าวหน้าตาน่าทานออกมาวางเรียงรายบนโต๊ะ มีทั้งแกงส้มชะอมกุ้ง ไข่เจียว และผัดผักรวมมิตร พลอยชมพูเดินถือโถข้าวตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นปรินทร์นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยท่าทางสงบนิ่งผิดกับคนขี้แกล้งในครัวเมื่อครู่ลิบลับ"เดี๋ยวพี่ช่วยตักข้าวให้" ปรินทร์หยิบทัพพีมาจัดการตักข้าวสวยใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น มุกดาเล่าเรื่องเพื่อนที่โรงเรียนให้ฟังอย่างออกรส ขณะที่ปรินทร์ก็คอยตักกับข้าวให้พลอยชมพูเป็นระยะโดยที่เธอไม่ทันตั้งต
ณ โรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บรรยากาศยามเช้าเต็มไปด้วยความวุ่นวายและเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทุกสารทิศ เสียงประกาศเรียกหมายเลขคิวสลับกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กดังระงมไปทั่วโถงทางเดินพลอยชมพูในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ นั่งอยู่ข้างมุกดาวันนี้หญิงสาวลางานเพื่อพาน้องสาวมาตรวจตามที่หมอนัดและติดตามอาการโรคหัวใจและหอบหืด พลอยชมพูถอนหายใจแผ่วเบาพลางก้มลงมองใบนัดในมือ ตัวเลขคิวของมุกดายังอีกไกลนักเมื่อเทียบกับจำนวนผู้คนที่นั่งเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แม้วันนี้น้องสาวจะไม่มีอาการกำเริบและมาเพียงเพื่อตรวจตามรอบปกติ แต่สภาพแวดล้อมที่แออัดแบบนี้ก็ทำให้คนเป็นพี่สาวอดกังวลไม่ได้"รอนานหน่อยนะมุก...ถ้าพี่มีเงินเยอะ ๆ ก็คงจะดีกว่านี้" พลอยชมพูพึมพำ น้ำเสียงเจือความเศร้าที่ซ่อนไว้ไม่มิด "ถ้าเรามีเงิน พี่คงพามุกไปโรงพยาบาลเอกชนดี ๆ ไม่ต้องมานั่งเบียดกับคนเยอะ ๆ แบบนี้ มุกจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"มุกดาเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว ด้วยความเข้าใจ เธอเอื้อมมือบางไปกุมมือของพี่สาวไว้แล้วบีบเบา ๆ เพื่อให้กำลังใจ"พี่พลอยพูดอะไรแบบนั้นคะ โรงพยาบาลรัฐก็ดีแล้วค่ะ หมอก็เก่งเหมือนกัน" มุกดายิ้มกว้างเพื่อยืน
"พะ...พี่น่าน... อื้อออ" พลอยชมพูไร้คำพูดจะโต้ตอบ ความเสียวซ่านที่ได้รับจากการปรนเปรอทั้งบนและล่างทำให้สมองของเธอขาวโพลนไปหมด เธอได้แต่บิดกายเร้าเมื่อนิ้วเรียวแกร่งขยับวนอยู่กับความฉ่ำชื้นเบื้องล่างร่างสูงไม่รอช้า เขาใช้มืออีกข้างจัดการเกี่ยวรั้งแพนตี้ให้หลุดพ้นจากเรียวขาอย่างรวดเร็ว จนบัดนี้ร่างกายของพลอยชมพูไร้ซึ่งอาภรณ์ใด ๆ มาขวางกั้นสายตาคมกริบที่จ้องมองมาด้วยความคลั่งรักชายหนุ่มขยับกายลงไปอยู่ที่ระหว่างขาเรียวสวยที่สั่นระริก เขาใช้มือหนาทั้งสองข้างจับเรียวขานวลเนียนให้แยกออกกว้างขึ้น จนความงดงามเบื้องล่างปรากฏแก่สายตาอย่างเต็มตา พลอยชมพูอายจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้า แต่อารมณ์รักที่พุ่งพล่านกลับทำให้เธอไม่อาจขัดขืนสัมผัสของเขาได้"สวยเหลือเกินครับพลอย... สวยจนพี่ทนไม่ไหวแล้ว"ปรินทร์ไม่ปล่อยให้เวลาเสียเปล่า เขาโน้มใบหน้าคมสันลงไปหาความหอมหวานตรงหน้าที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำรัก ลิ้นร้อนเริ่มทำหน้าที่ปลอบประโลมและหยอกเย้ากับจุดอ่อนไหวที่สุดของเธออย่างช่ำชอง เขาลิ้มลองความหวานล้ำราวกับน้ำผึ้งอย่างตะกรุมตะกราม "อ๊ะ! อื้อออ... พี่น่าน!"ร่างบางบิดเร้ากระสับกระส่ายด้วยความรัญจวนใจ มือบางทั้งสอ
ภายใต้แสงไฟสลัวที่ถูกหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท พลอยชมพูที่ทนต่อความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันไม่ไหว เปลือกตาคู่สวยค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางนอนขดตัวอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ฝั่งหนึ่ง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้...ในห้วงนิทราอันแสนหวาน พลอยชมพูเริ่มรู้สึกถึงแรงยุบตัวของฟูกหนานุ่มที่อยู่ข้างกาย ครู่ต่อมา สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาก็สอดประสานเข้ามาที่เอวบางก่อนจะค่อย ๆ รั้งร่างของเธอให้จมดิ่งลงสู่อ้อมอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นสบู่หอมสะอาดผสมกับกลิ่นกายชายหนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของปรินทร์ลอยมาแตะจมูก ปลุกให้สติที่พร่าเลือนของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้งหญิงสาวสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เธอรีบพลิกกายกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าของอ้อมกอดนั้นทันที แต่กลายเป็นว่าการหันกลับมาอย่างรวดเร็วทำให้ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับปลายจมูกโด่งของปรินทร์อย่างจัง "พะ...พี่น่าน! พี่จะทำอะไรคะ!" พลอยชมพูอุทานเสียงสั่น พยายามจะดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอ้อมแขนหนากลับล็อกเอวเธอไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหนได้เลย"พี่ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยครับ พลอยคิดมากไปหรือเปล่า" ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเร







