Partager

เพียงใจเว้าวอนรัก
เพียงใจเว้าวอนรัก
Auteur: Nuan4545

บทนำ

Auteur: Nuan4545
last update Date de publication: 2026-06-10 16:45:24

กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของน้ำมันสกัดจากกานพลูและไม้หอมระเหยลอยอบอวลไปทั่วบริเวณล็อบบี้ของ "ศิรินทรา สปา" สถานที่พักผ่อนระดับไฮเอนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนวดบำบัดแบบไทยประยุกต์ใจกลางเมืองหลวง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะกับกลิ่นอุ่น ๆ ของเทียนหอมที่จุดทิ้งไว้ตามมุมห้อง ช่วยสร้างบรรยากาศให้แขกที่ก้าวเท้าเข้ามาพ้นจากความวุ่นวายข้างนอกรู้สึกเหมือนได้ตัดขาดจากโลกอันเร่งรีบ

พลอยชมพู หรือ พลอย หญิงสาววัย 27 ปี กำลังจุดเทียนหอมอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน เธอสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำขลิบทอง ใบหน้าหวานดูนิ่งสงบ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอ่อนล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน แต่ริมฝีปากก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มละมุนตามแบบฉบับพนักงานบริการที่ดี

พลอยชมพูทำงานที่นี่มาเกือบสามปีแล้ว อาชีพหมอนวดสำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นงานที่ต้องใช้แรงกายอย่างหนัก แต่สำหรับเธอมันคือมรดกทางวิชาชีพที่แม่เคยพร่ำสอนมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเธอเป็นครูนวดแผนไทยที่เก่ง เป็นคนคอยปูพื้นฐานให้เธอซึมซับศิลปะการบำบัดนี้จนเข้าเส้นเลือด หลังจากเรียนจบพลอยชมพูจึงไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ เพราะเธอเชื่อมั่นว่านี่คืออาชีพสุจริตที่มีเกียรติและสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

แต่โชคชะตากลับเล่นตลก...เมื่อสองปีก่อน อุบัติเหตุทางรถยนต์ได้พรากชีวิตทั้งพ่อและแม่ไปอย่างกะทันหัน ทิ้งให้พลอยชมพูต้องกลายเป็นเสาหลักเพียงหนึ่งเดียวของบ้าน แบกรับภาระดูแล มุกดาน้องสาววัย 15 ปีที่มีอายุห่างกันเกือบสิบปี

ภาระนั้นยิ่งหนักขึ้นไปอีก เมื่อมุกดามีโรคประจำตัวคือ โรคหัวใจ ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาและค่ายาจำนวนมหาศาล พลอยชมพูจึงต้องทำงานหนักเพื่อโอกาสทางการศึกษาของน้องสาวเพียงคนเดียวที่เธอเหลืออยู่

"พลอย... มานี่หน่อยสิ" เสียงของ พนิดา แอดมินรุ่นพี่ประจำร้านเรียกข้ามเคาน์เตอร์

พลอยชมพูละมือจากเทียนหอมที่เพิ่งจุดเสร็จ แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปหา พนิดาซึ่งมีอายุมากกว่าเธอสามปีและสนิทสนมกันพอสมควร

"ช่วงบ่ายมีตารางของพลอยนะสี่ชั่วโมงรวดเลยเริ่มตอนบ่ายโมง"

"กี่คนคะพี่นิ" พลอยชมพูถามพลางเช็กความพร้อมของตัวเอง

"คนเดียวจ๊ะ"

"หืม เขานวดคนเดียวสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะพี่นิ" พลอยเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ เพราะปกติลูกค้าทั่วไปมักจะนวดแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเท่านั้น

"จ๊ะ เห็นว่าเป็นนักธุรกิจ ลูกน้องเขาน่ะโทรมาจองคิวไว้นะ บอกว่าเจ้านายเขาเหนื่อย ๆ เลยอยากพักผ่อนแบบยาว ๆ ไม่อยากให้ใครรบกวนเลยเจาะจงขอห้องวีไอพี" พนิดาอธิบายพลางคีย์ข้อมูลลงระบบ "พลอยรีบไปกินข้าวเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะถึงเวลาแล้ว"

"โอเคค่ะพี่นิ งั้นพลอยขอตัวไปทานข้าวนะ เดี๋ยวบ่ายโมงจะได้เริ่มทำงานเลย"

เธอพยักหน้ารับคำอย่างกระฉับกระเฉง ก่อนจะปลีกตัวไปเตรียมความพร้อม สี่ชั่วโมงสำหรับคนนวดคนเดียวถือเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิและแรงกายอย่างมาก แต่สำหรับพลอยชมพูที่ฝึกฝนมาอย่างดีตามแบบฉบับที่มารดาเคยสอน เธอถือว่านี่คือโอกาสที่จะได้ใช้ศาสตร์การรักษาอย่างเต็มที่

เวลาเที่ยงห้าสิบนาที พลอยชมพูเข้ามาจัดเตรียมอุปกรณ์ภายในห้องนวด "วีไอพี" กลิ่นน้ำมันอโรมาสูตรเฉพาะถูกอุ่นจนได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ยาหม่องสมุนไพรสดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกวางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบหยิบจับง่าย

ภายในห้องนวดหรูหราแห่งนี้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตรงมุมห้องเพื่อความปลอดภัยของทั้งพนักงานและลูกค้า ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลของสปาระดับไฮเอนด์เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นได้ในที่ลับตาคน

ในเวลาบ่ายโมงห้านาที พลอยชมพูเดินมาถึงหน้าห้องนวด เธอเว้นจังหวะให้แขกได้มีความเป็นส่วนตัวในการเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดที่ทางร้านจัดเตรียมไว้สำหรับแขกทีีจะมานวดโดยเฉพาะ

พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปรับจังหวะหัวใจให้นิ่ง แล้วยกมือขึ้นเคาะประตูเบา ๆ สามครั้งตามมารยาท ก่อนจะเอ่ยอนุญาตเข้าห้อง

"ขออนุญาตเข้าไปดูแลนะคะ..." หญิงสาวเอ่ยอนุญาตตามมารยาทพร้อมกับค่อย ๆ ผลักบานประตูไม้เข้าไป ทว่าวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบจนเกือบจะลืมหายใจ

ภาพตรงหน้าไม่ใช่ลูกค้าที่สวมชุดเรียบร้อยอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้ แต่เป็นร่างสูงสง่าของแขกวีไอพีที่ยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายไม่เสร็จสรรพ ชายหนุ่มรูปร่างสูงยืนอยู่กลางห้องในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า อวดแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยเป็นลอนชัดเจนตามแบบฉบับคนดูแลตัวเองอย่างดี ผิวพรรณของเขาดูสะอาดสะอ้านแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งดั่งรูปสลัก ท่อนล่างมีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวที่สวมใส่อยู่

แสงไฟสลัวจากโคมไฟอโรม่าที่ตกกระทบลงบนมัดกล้ามเนื้อและแผ่นหลังกว้าง ทำให้เขาดูโดดเด่นและมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจจนพลอยชมพูถึงกับหน้าร้อนผ่าว

และเมื่อร่างสูงหันหน้ามา พลอยชมพูยิ่งตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด คิ้วเข้ม ดวงตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองมาอย่างนิ่งเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความดุดันและอำนาจ จมูกโด่งเป็นสันตรงรับกับริมฝีปากหยัก สันกรามคมชัดขับเน้นใบหน้าให้ดูแข็งกร้าวแต่กลับดูมีเสน่ห์จนยากจะละสายตา เป็นความหล่อที่ดูอันตรายและน่าค้นหาไปพร้อม ๆ กัน

"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ...ขอโทษจริงๆ ค่ะคุณลูกค้า!"

พลอยชมพูอุทานเสียงหลงพร้อมกับรีบก้มหน้าลงต่ำ มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ขอโทษยกใหญ่ด้วยความตกใจและทำตัวไม่ถูก ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงใบหู เธอไม่รอให้เขาเอ่ยปากต่อว่าแม้แต่คำเดียว ร่างบางรีบหันหลังกลับแล้วถอยพรวดออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะงับประตูปิดลงตามหลัง

หญิงสาวยืนพิงกำแพงหน้าห้อง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา

"ทำไมเขายังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จนะบ้าจริง"

พลอยชมพูได้แต่ยืนตำหนิตัวเองในใจพลางลูบแก้มที่ยังร้อนผ่าวไม่หาย ภาพแผ่นหลังกว้างและใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจของชายหนุ่มคนนั้นยังคงติดตา จนเธอต้องพยายามข่มตาลงเพื่อสลัดความประหม่าทิ้งไป

ด้านในห้อง ปรินทร์ ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งหลังจากบานประตูปิดลง เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง แต่กลับมีความรู้สึกชะงักงันไปชั่วอึดใจ ความจริงเขาควรจะเปลี่ยนชุดให้เสร็จภายในห้านาทีแรกตามกฎของร้าน แต่เพราะติดคุยโทรศัพท์เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่เพิ่งวางสายไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ทำให้เขาเพิ่งจะได้เริ่มจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง

เขาไม่เคยมาที่แบบนี้มาก่อน...

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองชุดลำลองที่วางอยู่ข้างเตียงด้วยสายตาไม่คุ้นชิน ถ้าไม่ใช่เพราะ นิธิศ ลูกน้องคนสนิทที่เป็นมือขวาของเขาบังคับแกมขอร้องว่า "เจ้านายพักบ้างเถอะครับ" แล้วจัดการจองคิวเพื่อให้เขาไปผ่อนคลายรวดเดียวสี่ชั่วโมง เขาคงไม่มีทางเอาตัวมานอนนิ่ง ๆ ให้ใครก็ไม่รู้มาแตะต้องตัวแบบนี้

ชายหนุ่มพลางนึกถึงใบหน้าหวานที่เพิ่งพรวดพราดเข้ามาเมื่อครู่ ผู้หญิงคนนั้นดูตกใจจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ท่าทางลนลานของเธอทำให้ความตึงเครียดในหัวของเขาคลายลงไปนิดหน่อยอย่างน่าประหลาด ปรินทร์จัดการสวมชุดที่ทางร้านจัดแจงไว้ให้ ก่อนจะเดินไปนั่งรอที่โซฟา เพื่อให้พนักงานคนเมื่อกี้เข้ามาทำหน้าที่ของเธอ

ด้านนอกห้อง พลอยชมพูพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง เธอสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะค่อย ๆ เคาะประตูอีกครั้ง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าแต่งตัวเสร็จหรือยังค่ะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเป็นปกติที่สุด

"ครับ เข้ามาได้" เสียงทุ้มต่ำที่ตอบกลับมาสั้น ๆ ทำให้พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้งก่อนจะผลักประตูเข้าไป

ภายในห้องรับรองสุดหรู ปรินทร์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว ชุดที่เขาสวมใส่รับกับรูปร่างกำยำได้อย่างไร้ที่ติ แสงไฟสลัวในห้องยิ่งทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาจนน่าใจหาย เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเธอในทันที แต่กลับจ้องมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูราวกับกำลังนับถอยหลังรออะไรบางอย่าง

"ดิฉันต้องขอประทานโทษด้วยนะคะที่เข้ามาโดยพลการ จนทำให้คุณลูกค้าต้อง..."

"ไม่เป็นไรหรอกครับ" ปรินทร์เอ่ยแทรกขึ้นเบา ๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับมีกังวานดึงดูดใจ เขาละสายตาจากนาฬิกาเรือนหรูแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าเม้มปากแน่นอยู่ไม่ไกล "ผมเองก็ผิดเหมือนกันที่ไม่จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อน...อย่าคิดมากเลย"

คำตอบที่ดูใจดีผิดคาดทำให้พลอยชมพูค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความโล่งอกที่เขาไม่ได้ตำหนิหรือแสดงอาการโกรธเคืองอย่างที่เธอจินตนาการไว้ในตอนแรก

"ขอบพระคุณมากนะคะที่คุณลูกค้าไม่ถือสา" เธอเอ่ยขอบคุณพร้อมกับพยายามระงับอาการมือสั่นขณะจัดเตรียมเครื่องหอม "ดิฉันจะตั้งใจดูแลคุณลูกค้าให้ดีที่สุดเป็นการไถ่โทษค่ะ"

"ครับ"

"ไม่ทราบว่าวันนี้คุณลูกค้าปวดเมื่อยตรงไหนเป็นพิเศษ หรืออยากให้เน้นจุดไหนบ้างไหมคะ" พลอยชมพูถามเสียงนุ่ม พยายามดึงความเป็นมืออาชีพออกมาข่มความตื่นเต้น

ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาเธอตรง ๆ "จริง ๆ ผมก็ไม่เคยนวดด้วยสิ... นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาลองอะไรแบบนี้ ผมเลยไม่รู้ว่าปกติต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน หรือต้องทำยังไงบ้าง"

คำสารภาพซื่อ ๆ จากนักธุรกิจมาดเนี้ยบทำให้พลอยชมพูเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างลืมตัว ความประหม่าที่เคยมีลดฮวบลงทันทีเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าก็ เกร็งไม่แพ้กัน

"คุณลูกค้าจองคอร์สไว้ถึงสีีี่ ชั่วโมง ถ้าอย่างนั้นขั้นตอนแรก ดิฉันแนะนำให้เริ่มจากการนวดฝ่าเท้าเพื่อเปิดจุดผ่อนคลายดูก่อนดีไหมคะ" พลอยชมพูเสนอด้วยรอยยิ้มสุภาพ "คุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดิฉันไปเตรียมอ่างล้างเท้ามาให้ค่ะ"

ปรินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางก้มมองเท้าตัวเองแล้วเงยหน้ามองร่างบางที่กำลังจะหมุนตัวออกไป "ต้องล้างให้ด้วยเหรอครับ จริง ๆ ผมเกรงใจ..."

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ มันเป็นขั้นตอนมาตรฐานของที่นี่ เพื่อให้คุณลูกค้าได้เริ่มผ่อนคลายตั้งแต่เริ่มต้น" เธอตอบพลางยิ้มละไม "รอสักครู่นะคะ"

ไม่นานนัก พลอยชมพูก็เดินกลับเข้ามาพร้อมอ่างไม้ใบย่อมที่มีกลีบดอกไม้ลอยกรุ่นอยู่เหนือน้ำอุ่น ควันจาง ๆ ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง เธอค่อย ๆ ย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้เล็กตรงหน้าชายหนุ่มอย่างสำรวม

"ขออนุญาตนะคะคุณลูกค้า"

มือเรียวเล็กยื่นไปแตะที่ข้อเท้าของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อประคองเท้าลงในน้ำอุ่น สัมผัสจากปลายนิ้วที่อุ่นพอ ๆ กับน้ำในอ่างทำให้ปรินทร์เผลอกระตุกเท้าเล็กน้อยด้วยความไม่ชิน แต่ความรู้สึกเบาสบายที่ตามมากลับทำให้เขาค่อย ๆ พิงหลังกับโซฟาและหลับตาลง

เขารู้สึกได้ถึงมือคู่เดิมที่เริ่มขัดถูฝ่าเท้าให้เขาอย่างเบามือและทะนุถนอม... ความเงียบในห้องถูกแทนที่ด้วยเสียงน้ำในอ่างจาง ๆ และกลิ่นกายสาวที่หอมอ่อน ๆ จนคนตัวโตเริ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลังจากล้างเท้าจนสะอาดหมดจด พลอยชมพูบรรจงใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำออกจากเท้าหนาอย่างแผ่วเบาจนแห้งสนิท เธอจัดวางเท้าของเขาลงบนหมอนรองนวดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะป้ายครีมนวดลงบนฝ่ามือแล้ววอร์มให้ร้อนด้วยการถูไปมา

"ดิฉันจะเริ่มนวดจากฝ่าเท้านะคะ หากลงน้ำหนักมือหนักเกินไป คุณลูกค้าแจ้งได้ทันทีเลยค่ะ"

มือเล็กเริ่มกดลงบนจุดสำคัญบนฝ่าเท้าอย่างมีจังหวะ สัมผัสที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นทำให้ร่างสูงที่หลับตาอยู่ถึงกับลืมตาขึ้นมองร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจ

แสงไฟสลัวในห้องตกกระทบเสี้ยวหน้าหวาน เห็นเพียงแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่เธอต้องออกแรงกดจุด ความเงียบรอบตัวทำให้เสียงหัวใจของใครบางคนเริ่มเต้นผิดจังหวะ

ปรินทร์จ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่อาบไล้ด้วยแสงไฟสลัวจากมุมสูง ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาทั้งวันคล้ายจะมลายหายไปกับทุกจังหวะการลงน้ำหนักมือของเธอ ชายหนุ่มปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน ขณะที่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างบางเบื้องล่าง... ราวกับถูกมนต์สะกดด้วยความอ่อนโยนที่เธอหยิบยื่นให้ผ่านปลายนิ้วนั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทส่งท้าย

    พลอยชมพูมองชายหนุ่มที่ยอมลดทิฐิลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธอตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายและเต็มไปด้วยรอยแผลเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เธอมองเห็นเงาของผู้ชายคนเดิมที่เธอเคยหลงรักอยู่ในดวงตาคู่นั้น คนที่พร้อมจะปกป้องและอยู่เคียงข้างเธอจริง ๆ"คุณน่าน..." เสียงหวานครางแผ่ว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้มเนียนจนชุ่มโชก ความเข้มแข็งที่พยายามสร้างเป็นกำแพงสูงชันทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อได้เห็นผู้ชายที่แสนทระนงคนนี้ยอมลดตัวลงมาคุกเข่าอ้อนวอนเธออย่างไม่เหลือคราบชายหนุ่มผู้เอาแต่ใจ"ลุกขึ้นเถอะค่ะ..."พลอยชมพูเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นเครือ มือบางทั้งสองข้างเอื้อมไปประคองไหล่แกร่งให้ลุกขึ้น ปรินทร์ยอมลุกขึ้นตามแรงประคองของเธอ ทว่าเขากลับรวบมือเล็กทั้งสองข้างนั้นมาเกาะกุมไว้ที่อกซ้ายของตน เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงไม่แพ้กัน"แปลว่า...คุณยอมยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหมพลอย" เขาถามย้ำด้วยแววตาที่มีประกายความหวังจุดประกายขึ้นมาหญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ผ่านม่านน้ำตา "พล

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ขอโอกาส

    เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กปลุกให้ มุกดาที่กำลังนั่งเอนกายอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยในชุดลำลองก้าวเข้ามาภายในบ้าน พร้อมกับถุงผลไม้หลากชนิด"พี่น่าน! สวัสดีค่ะ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีมั้ยคะ" มุกดาร้องทักด้วยน้ำเสียงสดใสพลางขยับตัวลุกขึ้นต้อนรับ"สวัสดีมุก..." ปรินทร์คลี่ยิ้มบางที่อ่อนโยนกว่าทุกครั้ง "พี่เอาผลไม้มาฝากน่ะ แล้วอาการเราเป็นยังไงบ้างหายดีหรือยัง""ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ" มุกดาตอบพลางรับถุงผลไม้มาวางไว้บนโต๊ะ เธอแอบสังเกตเห็นว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้หยุดอยู่ที่เธอเลย แต่มันกลับกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณบ้านอย่างใช้ความคิด คล้ายจะมองหาเงาของใครบางคน ท่าทางชะเง้อชะแง้ที่ดูไม่เป็นตัวของตัวเองนั้นทำให้มุกดาหลุดยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน"หาพี่พลอยอยู่เหรอคะ"ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยที่โดนอ่านใจออก ก่อนจะยอมรับออกมาตรง ๆ"อืม... พี่สาวเราอยู่ไหนเหรอ"มุกดาลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอพอจะเดาออกว่าพายุในใจของชายหนุ่มตรงหน้าคงจะสงบลงแล้ว และที่เหลืออยู่ก็คือความโหยหาที

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   คำขอโทษ

    เมื่อเสียงรถของปฏิพัทธ์เคลื่อนตัวออกไป ความเงียบที่น่าอึดอัดก็เข้าจู่โจมห้องรับแขกทันที พลอยชมพูไม่ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวเดินหนีขึ้นไปข้างบน แต่เสียงทุ้มของคนข้างหลังก็รั้งเธอไว้เสียก่อน"พลอยอย่าเพิ่งขึ้นไป ผมซื้อกับข้าวมาด้วย มากินข้าวก่อน" ปรินทร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าตอนที่คุยกับน้องชาย แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความเผด็จการที่หยั่งรากลึกพลอยชมพูชะงักฝีเท้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ไหล่บางที่ลู่ลงเล็กน้อยแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยหน่ายใจอย่างชัดเจน"พลอยไม่หิวค่ะ" เธอตอบกลับเสียงเรียบ โดยไม่เสียเวลาคิด"ไม่หิวก็ต้องกิน ไอ้เหนือมันก็บอกอยู่ว่าคุณดูผอมลงไปมาก" ปรินทร์ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วก้าวเดินตรงมาหาเธอ ร่างสูงใหญ่หยุดยืนอยู่เบื้องหลังในระยะที่เธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาดูแลมุกดา...หรือต้องรอให้ไอ้เหนือมันมาสั่งคุณถึงจะยอมกิน"พลอยชมพูเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แววตาของเธอวาวระยับด้วยความขุ่นเคือง "คุณน่านเลิกเอาคนอื่นมาอ้างเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ง้อเมีย

    สามวันต่อมา...ปรินทร์ขับรถเข้ามาจอดในที่จอดรถของคอนโดของเขา เขาดับเครื่องยนต์แล้วหันไปมองหญิงสาวที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง พลอยชมพูในวันนี้ดูซูบเซียวและเปราะบางเหลือเกิน ร่องรอยของความโศกเศร้าที่ยังฝังลึกอยู่ในดวงตาทำให้เขาใจหายเขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะคว้ามือบางมากุมไว้ แต่พลอยชมพูกลับชักมือหนีอย่างนิ่งเฉย แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย"พลอยจะกลับบ้านค่ะ..." เธอเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ "กรุณาไปส่งพลอยที่บ้านด้วย"เธอไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเขา เป็นความเฉยชาที่กรีดหัวใจปรินทร์ยิ่งกว่าการถูกต่อว่าหรือทุบตีเสียอีก"ที่บ้านคุณไม่มีใคร" ปรินทร์พยายามใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ "มุกดาก็ยังอยู่โรงพยาบาล พักที่คอนโดของผมนี่ล่ะ""พลอยอยู่คนเดียวได้ค่ะ ที่ผ่านมาพลอยก็อยู่ของพลอยมาได้...คุณน่านส่งพลอยลงที่สถานีรถไฟฟ้าข้างหน้าก็ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่สะดวกไปส่งที่บ้าน""ตอนนี้ผมไม่สะดวกไปส่งคุณที่ไหนทั้งนั้น" ปรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ "จะลงเดินเอง...หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นห้อง""คุณ..." "งั้นเลือกอย่างหลัง" ปรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เขาไม่รอ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ความจริงที่ต้องเผชิญ

    คฤหาสน์ตระกูล ภานุวัฒน์ปรินทร์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยสภาพที่หนวดเคราเริ่มขึ้นเขียวครึ้ม ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้โรยแรงจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้า ก่อนจะกลับไปหาพลอยชมพูที่โรงพยาบาลแต่ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ห้องโถงเขาก็เจอมารดาที่นั่งรออยู่บนโซฟา ท่านลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าของท่านเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด"ตาน่าน! นี่แกหายไปไหนมา!" เสียงทรงอำนาจของคุณหญิงมณฑาตวาดถามขึ้น "แม่โทรหาแกเป็นร้อยสาย แกก็ไม่รับโทรศัพท์แม่ รู้ไหมว่าคนเขาเป็นห่วงกันแค่ไหน"ปรินทร์ชะงักเท้า เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย "ผมขอโทษครับพอดีผมยุ่ง ๆ""ยุ่งบ้าอะไรของแก!" คุณหญิงมณฑาสวนกลับทันควัน "คนที่บริษัทบอกว่าแกไม่เข้าออฟฟิศมา สามถึงสี่วันแล้วนะตาน่าน งานการไม่ทำ มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แกหายหัวไปไหนมา! รู้ไหมว่ามันเสียการเสียงานขนาดไหน"ปรินทร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้เขาไม่อยากอธิบายอะไรยาว ๆ ในตอนนี้ แต่สายตาคาดคั้นของผู้เป็นแม่ทำให้เขาจำต้องพูดออกมา"ผมไปเฝ้าพลอยที่โรงพยาบาลมาครับ" เขากล่าวเสียงเ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   หัวใจที่พังทลาย

    ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ปรินทร์เดินวนไปวนมาอย่างคนเสียสติ สองมือหนาบีบเข้าหากัน สายตาจับจ้องไปที่บานประตูสลับกับมองเลือดที่เปื้อนอยู่บนมือตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายที่แทบไม่เคยไหลให้ใครเห็น บัดนี้อาบแก้มจนดูไม่จืด"พี่น่าน! พี่มาทำอะไรที่นี่"เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น ปฏิพัทธ์เดินตรงเข้ามา วันนี้เป็นเวรห้องฉุกเฉินของเขา และเขาเพิ่งได้รับรายงานด่วนว่ามีเคสอุบัติเหตุรถชนอาการสาหัสกำลังรอการผ่าตัด แต่กลับต้องมาชะงักเมื่อเห็นพี่ชายตัวเองยืนอยู่หน้าห้องในสภาพที่ดูแทบไม่ได้ปรินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยหยิ่งยโสบัดนี้แตกสลายไม่มีชิ้นดี เขาถลาเข้าไปคว้าแขนน้องชายไว้แน่นเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้าย"เหนือ... เหนือช่วยพลอยด้วย ช่วยพลอยชมพูที!" ปรินทร์ละล่ำละลักบอก เสียงสั่นเครือจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวมหาศาล"ข้างในคือคุณพลอยชมพูเหรอ!"ปฏิพัทธ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หัวใจของเขาชาวาบไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเคสฉุกเฉินที่ได้รับรายงานจะเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้าดูแลมาตลอด เขาหันไปมองบานประตูห้องฉุกเฉินด้วยแววตาที่วูบไหว ก่อนจะกลับมาเคร่งขรึมตามสัญชาตญาณหมอ"พี่ตั้งสติไว้ แล้วรออยู่ข้างนอกนะ"ปฏิพัทธ์ทิ้

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   บทลงโทษของปีศาจ

    เมื่อบทลงโทษที่แสนป่าเถื่อนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่เผาไหม้จนแทบมอดไหม้ ร่างกายที่เคยแข็งขืนก็เริ่มอ่อนระทวย พลอยชมพูรู้สึกเข่าอ่อนจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ หากไม่ได้แผ่นอกแกร่งและวงแขนของเขาที่บดเบียดเอาไว้ เธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งแต่นาทีแรก ปรินทร์ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ ทิ้งไว้เพ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ลูกค้าอันตราย

    พลอยชมพูหยุดชะงัก ความอัปยศที่ถูกตอกย้ำซ้ำ ๆ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของคนตรงหน้าอย่างไร้ซึ่งความกลัว แววตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ"ใช่ค่ะ! ฉันอาจจะไม่มีศักดิ์ศรีเหลือพอในสายตาคุณ" เธอเค้นเสียงตอบออกไปอย่างยากลำบาก "แต่ฉันจะหาเงินด้วยวิธีไหน ม

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   สายตาที่เปลี่ยนไป

    เมื่อประตูห้อง VIP1 ถูกผลักเปิดออก พลอยชมพูและเพื่อนร่วมงานอีกสี่คนก็ก้าวเข้าไปด้านในอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยุดยืนเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ตรงหน้ากลุ่มชายหนุ่ม ที่ดูมีฐานะเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกคนที่ถูกใจไปนั่งดูแลข้างกาย"เด็ก ๆ มากันแล้วค่ะ เลือกกันได้ตามสบายเลยนะ คัดมาแต่ตัวท็อปทั้งนั้น" สุนิสาที่เ

  • เพียงใจเว้าวอนรัก   ออดอ้อนเพียงเธอ

    ปรินทร์ก้าวออกจากห้องครัวตามคำสั่งแต่โดยดี เขาเดินกลับมาที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่มุกดานั่งทำการบ้านอยู่ ชายหนุ่มขยับเก้าอี้ลงนั่งฝั่งตรงข้ามพลางลอบมองแผ่นหลังของคนในครัวผ่านช่องประตูด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับกองสมุดของเด็กสาวตรงหน้าเพื่อฆ่าเวลาเวลาผ่านไปเพียงไม่นาน กลิ่นห

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status