หน้าหลัก / โรแมนติก / เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก / บทที่ 2/2: กรงทองและกฎของราชสีห์

แชร์

บทที่ 2/2: กรงทองและกฎของราชสีห์

ผู้เขียน: น้ำตาลหวาน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-03 16:01:32

เขาเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีคุกคามออกมากดดันจนบรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรูหราดูคับแคบลงไปถนัดตา

เขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ เวเรนิกาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากเรือนกายแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นกาแฟทำให้ประสาทสัมผัสของเธอปั่นป่วนไปหมด สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามไม่แสดงความหวาดหวั่นออกมา

"ถ้าพ่อเธออยู่ เขาอาจจะปล่อยปละละเลยให้เธอทำตัวอิสระแค่ไหนฉันไม่สน" วิกเตอร์ก้มตัวลงมาใกล้ สองมือหนาวางค้ำลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บริเวณลาดไหล่บางที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวโคร่ง

"แต่ในเมื่อพ่อเธอฝากชีวิตเธอไว้ในกำมือฉันแล้ว... เธอก็ต้องทำตามกฎของฉัน ทุก-ข้อ"

"แต่เรื่องการแต่งตัว หรือเรื่องเพื่อน..." หญิงสาวพยายามเถียง แม้เสียงจะเริ่มสั่น

"สังคมมหาลัยมันไม่ได้สวยงามเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ เวเรนิกา" เขาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน "เด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่เพิ่งหลุดจากอ้อมอกพ่อแม่แบบเธอ คือเหยื่อชั้นดีของพวกผู้ชายมักมาก ฉันไม่ได้ว่างพอจะไปตามเช็ดตามล้างปัญหาให้เธอได้ตลอดเวลา ทางที่ดีที่สุดคือตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"

"ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ ฉันรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว!" เวเรนิกาหันขวับกลับไปหมายจะเผชิญหน้าเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

แต่เธอพลาด... พลาดตรงที่ไม่ได้คำนวณระยะห่างระหว่างใบหน้าของเธอกับเขาในตอนนี้

ปลายจมูกรั้นของหญิงสาวเฉียดผ่านสบเข้ากับปลายคางสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดของวิกเตอร์เพียงแค่มิลลิเมตรเดียว ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีดำขลับในระยะประชิด ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่กระดาษกั้น ลมหายใจของเขาเป่ารดริมฝีปากเธอ ร้อนผ่าวและทำให้สติสัมปชัญญะขาดผึง

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันอย่างบ้าคลั่ง

วิกเตอร์มองริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจของคนใต้ร่าง ดวงตาของเธอเบิกกว้างสั่นระริกเหมือนลูกแกะที่ถูกต้อนให้จนมุม ความดื้อรั้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเย้ายวนตามธรรมชาติที่แผ่ซ่านออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ

เด็กบ้า... ผู้ชายวัยสี่สิบห้าที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนอย่างเขา กำลังถูกแรงดึงดูดทางเพศของเด็กสาววัยสิบเก้าปั่นหัวจนแทบคลั่ง เส้นความอดทนของเขากำลังถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ

มือหนาข้างหนึ่งละจากพนักเก้าอี้ เลื่อนมาเชยคางมนของเธอขึ้นอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วโป้งสากกร้านไล้เบาๆ ไปตามริมฝีปากล่างที่สั่นระริกของเธอ สัมผัสนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับจุดประกายไฟสวาทให้ลามเลียไปทั่วช่องท้องของเวเรนิกาจนเธอต้องเผลอหอบหายใจ

"ถ้าเธอคิดว่าดูแลตัวเองได้..." น้ำเสียงของวิกเตอร์พร่าทุ้มลงกว่าเดิม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความปรารถนาที่มืดมิดและลึกล้ำ "งั้นบอกฉันสิเวนิส... ตอนนี้ เธอจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง?"

เวเรนิกากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายของเธอเหมือนถูกสาปให้ตรึงอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับหนีจากสัมผัสรุ่มร้อนนั้นได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกำลังต่อสู้กับสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า

"ฉัน..." เธอพยายามเค้นเสียง แต่มันกลับฟังดูแหบพร่าและยั่วยวนจนน่าตกใจ

วิกเตอร์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเหนือกว่าอย่างร้ายกาจ เขาละสายตาจากริมฝีปากของเธอ เลื่อนลงมามองคอเสื้อยืดที่ร่นลงจนเห็นไหปลาร้าขาวเนียน

"เห็นไหม... แค่ผู้ชายเข้าใกล้แค่นี้ เธอยังทำอะไรไม่ถูกเลย" เขาผละมือออกจากปลายคางของเธอ แล้วเลื่อนไปจับคอเสื้อยืดของเธอให้ขยับเข้าที่อย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วของเขาจงใจลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มบริเวณลำคอ ทำให้เวเรนิกาสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเพื่อคืนอากาศหายใจให้กับเธอ

"เซ็นชื่อซะ เวเรนิกา" น้ำเสียงของเขากลับมาราบเรียบและเยือกเย็นดุจเดิม ราวกับพายุทอร์นาโดเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น "ถ้ายังอยากมีชีวิตวัยรุ่นที่สงบสุขในรั้วมหาลัย ก็จงทำตามกฎของฉัน อย่าให้ฉันต้องใช้วิธีลงโทษในแบบของฉัน... เพราะฉันรับรองว่า เธอจะไม่ชอบมันแน่"

เวเรนิกามองแผ่นหลังกว้างที่กำลังเดินกลับไปหยิบเสื้อสูทที่พาดไว้บนโซฟา มือเล็กสั่นเทาขณะเอื้อมไปหยิบปากกาที่เขาวางทิ้งไว้ข้างกระดาษ เธอจรดปลายปากกาลงไป เซ็นชื่อรับทราบกฎบ้าๆ นั่นด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างหมดรูป

แต่ลึกๆ ในใจที่กำลังเต้นโครมคราม เธอกลับตั้งคำถามกับตัวเอง... บทลงโทษของเขาที่ว่า... มันคืออะไรกันแน่? และทำไมส่วนลึกในความรู้สึกของเธอ ถึงแอบสั่นไหวและตื่นเต้นกับคำขู่นั้นอย่างประหลาด

"ฉันจะให้คนขับรถไปส่งเธอที่มหาลัยเพื่อปฐมนิเทศ" วิกเตอร์เอ่ยขึ้นขณะสวมเสื้อสูททับเสื้อเชิ้ตสีดำ ปรับลุคให้กลับมาเป็นนักธุรกิจพันล้านผู้ทรงเกียรติ "เลิกเรียนแล้ว รีบกลับมา ห้ามเถลไถล เข้าใจไหม?"

"เข้าใจค่ะ... แด๊ดดี้"

คำว่า ‘แด๊ดดี้’ หลุดออกจากปากหญิงสาวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เธอไม่ได้ตั้งใจจะยั่วโมโหเขา แค่โกรธที่เขาทำตัวเหมือนพ่อคนที่สองของเธอจริงๆ ทั้งที่เมื่อกี้... สายตาที่เขามองเธอ มันไม่ใช่สายตาของพ่อเลยสักนิด

วิกเตอร์ชะงักฝ่ามือที่กำลังติดกระดุมสูท เขาหันขวับกลับมามองเด็กสาวที่นั่งเชิดหน้าจ้องเขาอยู่ นัยน์ตาสีรัตติกาลวาววับขึ้นมาอย่างน่ากลัว รังสีอันตรายแผ่ซ่านออกมาจนเวเรนิกาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเล่นผิดคนเสียแล้ว

ชายหนุ่มก้าวเท้ายาวๆ กลับมาที่โต๊ะอาหาร วางสองมือค้ำลงบนโต๊ะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกันอีกครั้ง

"อย่าเรียกฉันด้วยคำนั้น เวเรนิกา" เขากดเสียงต่ำลอดไรฟัน ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น "คำว่า 'แด๊ดดี้' ...เขาเอาไว้ให้ผู้หญิงครางเรียกตอนอยู่บนเตียงเท่านั้น ถ้าเธอยังไม่พร้อมจะไปนอนครางอยู่ใต้ร่างฉัน ก็เก็บคำนี้ไว้ซะ"

ใบหน้าของเวเรนิกาแดงแปร๊ดลามไปจนถึงใบหู นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความช็อกกับความตรงไปตรงมาอันแสนหยาบโลนและดุดันของเขา เธออ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ

วิกเตอร์กระตุกยิ้มพอใจที่สามารถปราบพยศแม่ม้าดีดกะโหลกได้สำเร็จ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรายตามองผลงานชิ้นโบแดงบนใบหน้าหวานเป็นครั้งสุดท้าย

"เย็นนี้เจอกัน... ทำตัวดีๆ ล่ะ เด็กน้อย"

เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องเพนต์เฮาส์ไป ทิ้งให้เวเรนิกานั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่บนเก้าอี้ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความร้อนรุ่มวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย

"บ้าฉิบ!"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก   บทที่ 3/1: สายตาที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครอง

    หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เวเรนิกายืนสำรวจภาพสะท้อนของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นระทึกผสมปนเปกับความประหม่า วันนี้คือวันแรกของการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 อย่างเต็มตัวเสื้อนักศึกษาพอดีตัวสีขาวสะอาดถูกรีดจนเรียบกริบ กระดุมโลหะสีเงินประทับตรามหาวิทยาลัยติดครบทุกเม็ดตามระเบียบเป๊ะ แม้เธอจะเลือกไซส์ที่ไม่ได้รัดรูปจนน่าเกลียด แต่มันก็พอดีเสียจนเน้นย้ำให้เห็นทรวดทรงองเอววัยสาวที่กำลังเบ่งบานอย่างชัดเจน หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าขับให้ช่วงเอวดูคอดกิ่วลงไปอีก ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงพลีทสีกรมท่าเข้มจีบใหญ่ ความยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยตาม ‘กฎ’ ที่ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นตั้งเอาไว้เมื่อวานเวเรนิกาหมุนตัวซ้ายขวา ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยชุดนี้ก็เรียบร้อยพอที่จะไม่ทำให้ ‘ผู้ปกครองชั่วคราว’ ของเธอหาเรื่องดุเอาได้ เธอหยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาแตะที่ริมฝีปากบางๆ รวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมตกลงมาระกรอบหน้าเล็กน้อย ดูสดใสสมวัยเฟรชชี่ทันทีที่มือบางผลักประตูห้องนอนสีขาวออกไป กลิ่นกาแฟคั่วบดและกลิ่นขนมปังปิ้งก็ลอยมาเตะจมูก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความม

  • เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก   บทที่ 2/2: กรงทองและกฎของราชสีห์

    เขาเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีคุกคามออกมากดดันจนบรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรูหราดูคับแคบลงไปถนัดตาเขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ เวเรนิกาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากเรือนกายแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นกาแฟทำให้ประสาทสัมผัสของเธอปั่นป่วนไปหมด สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามไม่แสดงความหวาดหวั่นออกมา"ถ้าพ่อเธออยู่ เขาอาจจะปล่อยปละละเลยให้เธอทำตัวอิสระแค่ไหนฉันไม่สน" วิกเตอร์ก้มตัวลงมาใกล้ สองมือหนาวางค้ำลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บริเวณลาดไหล่บางที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวโคร่ง"แต่ในเมื่อพ่อเธอฝากชีวิตเธอไว้ในกำมือฉันแล้ว... เธอก็ต้องทำตามกฎของฉัน ทุก-ข้อ""แต่เรื่องการแต่งตัว หรือเรื่องเพื่อน..." หญิงสาวพยายามเถียง แม้เสียงจะเริ่มสั่น"สังคมมหาลัยมันไม่ได้สวยงามเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ เวเรนิกา" เขาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน "เด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่เพิ่งหลุดจากอ้อมอกพ่อแม่แบบเธอ คือเหยื่อชั้นดีของพวกผู้ชายมักมาก ฉันไม่ได้ว่างพอจะไปตามเช็ดต

  • เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก   บทที่ 2/1: กรงทองและกฎของราชสีห์

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวเข้ามาตกกระทบเตียงนอนคิงไซส์หนานุ่ม เวเรนิกาขยับตัวซุกใบหน้าลงกับหมอนขนเป็ดอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมสะอาดของผ้าปูที่นอนแปลกไปจากที่บ้าน ทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาววัยสิบเก้าปีค่อยๆ ถูกดึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเธอไม่ได้อยู่ที่บ้านของตัวเองอีกต่อไปแล้ว... แต่อยู่ในอาณาจักรของผู้ชายที่ชื่อ ‘วิกเตอร์’ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นซ้ำ สัมผัสจากวงแขนแกร่งที่ตวัดรัดเอวคอดของเธอ แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี และที่สำคัญที่สุด... นัยน์ตาสีรัตติกาลที่จ้องลึกลงมา ราวกับเปลวไฟที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำแข็งเวเรนิกายกมือขึ้นทาบแก้มตัวเองที่จู่ๆ ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะเพียงแค่คิดถึงกลิ่นซีดาร์วู้ดผสมวิสกี้ที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ‘บ้าจริงเวนิส... นั่นเพื่อนพ่อนะ!’ หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน พยายามย้ำเตือนสถานะระหว่างเธอกับเขาให้ขึ้นใจ ก่อนจะผุดลุกจากเตียงเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัววันนี้เธอเลือกสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยี

  • เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก   บทที่ 1/2: ใต้ปีกกรงทองของผู้ชายอันตราย

    @เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางย่านทองหล่อลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นมาหยุดที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำขลับและแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ เพนต์เฮาส์ของวิกเตอร์กว้างขวางราวกับคฤหาสน์ลอยฟ้า ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำ เทา และทอง บ่งบอกถึงรสนิยมหรูหราและดุดันของเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน"แม่บ้านนำกระเป๋าสัมภาระของเธอไปจัดไว้ในห้องนอนแล้ว" วิกเตอร์เอ่ยขึ้นขณะปลดกระดุมเสื้อสูทออกแล้วโยนมันพาดไว้บนพนักพนักโซฟาอย่างลวกๆ เผยให้เห็นรูปร่างกำยำและแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวเวเรนิกายืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องนั่งเล่น รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะตัวน้อยที่หลงเข้ามาในถ้ำของราชสีห์"ห้องของเธอคือห้องประตูสีขาวทางปีกขวา..." เขายกมือขึ้นชี้ทิศทาง ก่อนจะปลดเนคไทออกจากคอช้าๆ ท่วงท่าการขยับตัวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางเพศที่อัดแน่นจนเวเรนิกาเผลอมองตามตาไม่กระพริบ"ส่วนห้องของฉันคือห้องริมสุดทางเดิน... หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามเข้าไปรบกวนฉันในห้องนั้นเด็ดขาด""เข้าใจแล้วค

  • เพื่อนพ่อที่ไม่ควรรัก   บทที่ 1/1: ใต้ปีกกรงทองของผู้ชายอันตราย

    เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสที่กำลังจะเดินทางไปสู่มหานครลอนดอน ดังก้องกังวานไปทั่วห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge ของสนามบินสุวรรณภูมิ บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมหรูหรานั้นเงียบสงบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน"ฝากแก้วตาดวงใจของฉันด้วยนะวิกเตอร์"ธนา ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด หันไปตบไหล่เพื่อนรักที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนเว้าวอน แววตาของคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อทอดมองไปยังร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม"นายไม่ต้องห่วง ธนา ไปรับตำแหน่งที่นั่นให้สบายใจเถอะ ฉันรับปากว่าจะดูแล ‘หลาน’ ให้ดีที่สุด... เหมือนเป็นลูกสาวของฉันเอง"น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ วิกเตอร์ เอ่ยตอบรับเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ทำให้คนฟังวางใจชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษในวัยสี่สิบห้าปี ยืนตระหง่านด้วยความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีสีเทาเข้ม ไหล่กว้าง หลังตรง และใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ถูกกาลเวลาสลักเสลาให้ดูดุดันและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นเสน่ห์ของเขาไม่ใช่ความหนุ่มแน่นแบบวัยรุ่น แต่เป็นความสุกงอมของผู้ชายที่ผ่าน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status