Masukหน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เวเรนิกายืนสำรวจภาพสะท้อนของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นระทึกผสมปนเปกับความประหม่า วันนี้คือวันแรกของการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 อย่างเต็มตัว
เสื้อนักศึกษาพอดีตัวสีขาวสะอาดถูกรีดจนเรียบกริบ กระดุมโลหะสีเงินประทับตรามหาวิทยาลัยติดครบทุกเม็ดตามระเบียบเป๊ะ แม้เธอจะเลือกไซส์ที่ไม่ได้รัดรูปจนน่าเกลียด แต่มันก็พอดีเสียจนเน้นย้ำให้เห็นทรวดทรงองเอววัยสาวที่กำลังเบ่งบานอย่างชัดเจน
หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าขับให้ช่วงเอวดูคอดกิ่วลงไปอีก ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงพลีทสีกรมท่าเข้มจีบใหญ่ ความยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยตาม ‘กฎ’ ที่ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นตั้งเอาไว้เมื่อวาน
เวเรนิกาหมุนตัวซ้ายขวา ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยชุดนี้ก็เรียบร้อยพอที่จะไม่ทำให้ ‘ผู้ปกครองชั่วคราว’ ของเธอหาเรื่องดุเอาได้ เธอหยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาแตะที่ริมฝีปากบางๆ รวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมตกลงมาระกรอบหน้าเล็กน้อย ดูสดใสสมวัยเฟรชชี่
ทันทีที่มือบางผลักประตูห้องนอนสีขาวออกไป กลิ่นกาแฟคั่วบดและกลิ่นขนมปังปิ้งก็ลอยมาเตะจมูก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวสู่ห้องรับประทานอาหาร
วิกเตอร์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว วันนี้เขาสวมชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บเนี้ยบกริบ เสื้อเชิ้ตด้านในสีฟ้าอ่อนปลดกระดุมคอออกหนึ่งเม็ด เนคไทถูกวางพาดไว้บนพนักเก้าอี้รอการผูก ชายหนุ่มกำลังก้มหน้าอ่านรายงานสรุปการประชุมในไอแพด มือหนายกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจ
เสียงส้นรองเท้าผ้าใบสีขาวที่กระทบพื้นหินอ่อนทำให้เขาละสายตาจากหน้าจอ
และวินาทีนั้นเอง... โลกของวิกเตอร์คล้ายกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ภาพของเด็กสาววัยสิบเก้าปีในชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่ตรงหน้า กระแทกเข้าที่กลางความรู้สึกของเขาอย่างจัง เสื้อสีขาวที่แม้จะไม่ได้รัดติ้ว แต่กลับโอบรัดไปตามสรีระโค้งเว้าอย่างเป็นธรรมชาติ เนื้อผ้าที่บางกว่าเสื้อยืดปกติทำให้เห็นเงาของชุดชั้นในสีอ่อนจางๆ เมื่อสะท้อนกับแสงไฟในห้อง กระโปรงพลีทที่พลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน แม้จะยาวคลุมเข่า แต่มันกลับดึงดูดสายตาให้จินตนาการถึงเรียวขาขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยจีบเหล่านั้น
เวนิสโตแล้ว... โตเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้วจริงๆ
ประโยคนี้ดังก้องซ้ำๆ ในหัวของผู้ชายวัยสี่สิบห้า วิกเตอร์พยายามอย่างหนักที่จะบังคับสายตาตัวเองไม่ให้จับจ้องไปที่เนินอกอวบอิ่มที่ดันเนื้อผ้าออกมา หรือช่วงเอวที่คอดกิ่วจนน่าจับมาขยำด้วยมือเดียว สัญชาตญาณดิบในกายบุรุษเพศถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและรุนแรง
เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน เขาคือผู้ชายที่ผ่านสมรภูมิบนเตียงมาอย่างโชกโชน แต่ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองที่ร่างกายเขามีต่อ ‘หลานสาว’ ของเพื่อนสนิทคนนี้ มันรุนแรงจนเขาเองยังนึกกลัวใจตัวเอง
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณวิกเตอร์" เวเรนิกาเอ่ยทักทายเสียงใส พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แม้จะรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบที่กวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก็ตาม
"ชุดนั่น..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะกระแอมไอเพื่อปรับระดับเสียงให้กลับมาดุดันและเยือกเย็นตามเดิม
"มันพอดีตัวเกินไปหรือเปล่า?"
เวเรนิกากะพริบตาปริบๆ ก้มลงมองตัวเองอย่างงุนงง
"พอดีตัว? ไม่นะคะ นี่เป็นไซส์มาตรฐานที่ทางมหาลัยขายเลยค่ะ ไหล่ก็พอดี ไม่ได้รัดรูปสักหน่อย"
"แต่ตรงหน้าอกมันตึง" เขาโพล่งออกไปตรงๆ อย่างลืมตัว
แก้มของหญิงสาวเห่อร้อนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำวิจารณ์ตรงไปตรงมาแบบนั้น เธอรีบยกแขนขึ้นมากอดอกปิดบังความนูนเด่นของตัวเองไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตอย่างขัดใจ
"มันเป็นเพราะสรีระของฉันต่างหากล่ะคะ ไม่ใช่เพราะเสื้อสักหน่อย!" เธอเถียงกลับเสียงขุ่น "อีกอย่าง กฎของคุณบอกแค่ห้ามใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่า ไม่ได้บอกว่าห้ามใส่เสื้อไซส์ปกตินี่คะ"
วิกเตอร์ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนจะลอบพรูลมหายใจออกมายาวๆ เขาจะไปโกรธเสื้อผ้าได้อย่างไร ในเมื่อปัญหาที่แท้จริงคือรูปร่างที่เย้ายวนเกินวัยของเธอต่างหาก ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในอกเมื่อจินตนาการไปว่า วันนี้จะต้องมีไอ้เด็กหน้าอ่อนในมหาลัยกี่คนที่ได้เห็นเธอในชุดนี้ และจะต้องมีกี่สายตาที่จ้องมองหน้าอกและทรวดทรงของเธอเหมือนที่เขากำลังทำอยู่
แค่คิด... สันกรามคมกริบก็ขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน
ชายหนุ่มดันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้ายาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็มายืนประชิดร่างบางที่ยืนกอดอกหน้ามุ่ยอยู่ เวเรนิกาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกคุกคามพื้นที่ส่วนตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยมากระทบจมูก ทำให้หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง
"เอามือลง" เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
"คะ?"
"ฉันบอกให้เอามือที่กอดอกอยู่ออก" สายตาดุๆ ของเขากดดันจนเธอต้องยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างเสียไม่ได้
วิกเตอร์ยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วสากกร้านแตะลงที่คอเสื้อของเธอ เวเรนิกากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอุ่นร้อนนั้นเฉียดผ่านผิวเนื้อบริเวณลำคอ ชายหนุ่มค่อยๆ ดึงปกเสื้อนักศึกษาของเธอให้ตั้งขึ้นและจัดทรงให้เข้าที่อย่างเชื่องช้า สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระดุมเม็ดบนสุดที่ถูกปลดออกหนึ่งเม็ดเผยให้เห็นไหปลาร้าขาวเนียน
"เสื้อตัวนี้เนื้อผ้ามันบางเกินไป..." เขาพึมพำเสียงพร่า ขณะที่ปลายนิ้วยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ สาบเสื้อ "เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว ฉันจะให้เลขาพาเธอไปตัดชุดใหม่ เลือกเนื้อผ้าที่หนากว่านี้ และตัดให้มันหลวมกว่านี้อีกหนึ่งไซส์"
"แต่ฉันไม่อยากใส่เสื้อตัวโคร่งๆ เหมือนคนท้องนี่คะ!"
"นี่คือคำสั่ง ไม่ใช่คำขอร้อง" วิกเตอร์สวนกลับทันควัน ดวงตาสีรัตติกาลตวัดขึ้นสบตากับเธอ "ถ้าเธอคิดจะอยู่ที่นี่ใต้การดูแลของฉัน เธอต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง... เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง"
ความปลอดภัยจากใครกันแน่? จากพวกผู้ชายในมหาลัย หรือจากตัวคุณเอง? เวเรนิกาตั้งคำถามในใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไป เธอทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นและพยักหน้ารับอย่างจำยอม
"ดีมาก" วิกเตอร์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ ก่อนจะผละมือออก "กินข้าวซะ จะได้รีบไป ฉันมีประชุมตอนเก้าโมงเช้า วันนี้ฉันจะไปส่งเธอเอง"
หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เวเรนิกายืนสำรวจภาพสะท้อนของตัวเองด้วยหัวใจที่เต้นระทึกผสมปนเปกับความประหม่า วันนี้คือวันแรกของการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในฐานะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 อย่างเต็มตัวเสื้อนักศึกษาพอดีตัวสีขาวสะอาดถูกรีดจนเรียบกริบ กระดุมโลหะสีเงินประทับตรามหาวิทยาลัยติดครบทุกเม็ดตามระเบียบเป๊ะ แม้เธอจะเลือกไซส์ที่ไม่ได้รัดรูปจนน่าเกลียด แต่มันก็พอดีเสียจนเน้นย้ำให้เห็นทรวดทรงองเอววัยสาวที่กำลังเบ่งบานอย่างชัดเจน หน้าอกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าขับให้ช่วงเอวดูคอดกิ่วลงไปอีก ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงพลีทสีกรมท่าเข้มจีบใหญ่ ความยาวคลุมเข่าลงมาเล็กน้อยตาม ‘กฎ’ ที่ผู้ชายจอมเผด็จการคนนั้นตั้งเอาไว้เมื่อวานเวเรนิกาหมุนตัวซ้ายขวา ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยชุดนี้ก็เรียบร้อยพอที่จะไม่ทำให้ ‘ผู้ปกครองชั่วคราว’ ของเธอหาเรื่องดุเอาได้ เธอหยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนมาแตะที่ริมฝีปากบางๆ รวบผมยาวสลวยขึ้นเป็นหางม้า ปล่อยปอยผมตกลงมาระกรอบหน้าเล็กน้อย ดูสดใสสมวัยเฟรชชี่ทันทีที่มือบางผลักประตูห้องนอนสีขาวออกไป กลิ่นกาแฟคั่วบดและกลิ่นขนมปังปิ้งก็ลอยมาเตะจมูก หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความม
เขาเอ่ยถามเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำแผ่รังสีคุกคามออกมากดดันจนบรรยากาศในห้องนั่งเล่นหรูหราดูคับแคบลงไปถนัดตาเขาเดินอ้อมโต๊ะอาหารมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเธอ เวเรนิกาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากเรือนกายแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นกาแฟทำให้ประสาทสัมผัสของเธอปั่นป่วนไปหมด สองมือเล็กกำเข้าหากันแน่นบนตัก พยายามไม่แสดงความหวาดหวั่นออกมา"ถ้าพ่อเธออยู่ เขาอาจจะปล่อยปละละเลยให้เธอทำตัวอิสระแค่ไหนฉันไม่สน" วิกเตอร์ก้มตัวลงมาใกล้ สองมือหนาวางค้ำลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเธอ กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนกลายๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บริเวณลาดไหล่บางที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดตัวโคร่ง"แต่ในเมื่อพ่อเธอฝากชีวิตเธอไว้ในกำมือฉันแล้ว... เธอก็ต้องทำตามกฎของฉัน ทุก-ข้อ""แต่เรื่องการแต่งตัว หรือเรื่องเพื่อน..." หญิงสาวพยายามเถียง แม้เสียงจะเริ่มสั่น"สังคมมหาลัยมันไม่ได้สวยงามเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ เวเรนิกา" เขาขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน "เด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่เพิ่งหลุดจากอ้อมอกพ่อแม่แบบเธอ คือเหยื่อชั้นดีของพวกผู้ชายมักมาก ฉันไม่ได้ว่างพอจะไปตามเช็ดต
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวเข้ามาตกกระทบเตียงนอนคิงไซส์หนานุ่ม เวเรนิกาขยับตัวซุกใบหน้าลงกับหมอนขนเป็ดอย่างเกียจคร้าน กลิ่นหอมสะอาดของผ้าปูที่นอนแปลกไปจากที่บ้าน ทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาววัยสิบเก้าปีค่อยๆ ถูกดึงกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงเธอไม่ได้อยู่ที่บ้านของตัวเองอีกต่อไปแล้ว... แต่อยู่ในอาณาจักรของผู้ชายที่ชื่อ ‘วิกเตอร์’ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับม้วนฟิล์มที่ถูกกดเล่นซ้ำ สัมผัสจากวงแขนแกร่งที่ตวัดรัดเอวคอดของเธอ แผ่นอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดี และที่สำคัญที่สุด... นัยน์ตาสีรัตติกาลที่จ้องลึกลงมา ราวกับเปลวไฟที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำแข็งเวเรนิกายกมือขึ้นทาบแก้มตัวเองที่จู่ๆ ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะเพียงแค่คิดถึงกลิ่นซีดาร์วู้ดผสมวิสกี้ที่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ‘บ้าจริงเวนิส... นั่นเพื่อนพ่อนะ!’ หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน พยายามย้ำเตือนสถานะระหว่างเธอกับเขาให้ขึ้นใจ ก่อนจะผุดลุกจากเตียงเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัววันนี้เธอเลือกสวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงยี
@เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางย่านทองหล่อลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวขึ้นมาหยุดที่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำขลับและแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ เพนต์เฮาส์ของวิกเตอร์กว้างขวางราวกับคฤหาสน์ลอยฟ้า ผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครได้อย่างเต็มตา การตกแต่งภายในเน้นโทนสีดำ เทา และทอง บ่งบอกถึงรสนิยมหรูหราและดุดันของเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจน"แม่บ้านนำกระเป๋าสัมภาระของเธอไปจัดไว้ในห้องนอนแล้ว" วิกเตอร์เอ่ยขึ้นขณะปลดกระดุมเสื้อสูทออกแล้วโยนมันพาดไว้บนพนักพนักโซฟาอย่างลวกๆ เผยให้เห็นรูปร่างกำยำและแผงอกกว้างที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวเวเรนิกายืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางห้องนั่งเล่น รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกแกะตัวน้อยที่หลงเข้ามาในถ้ำของราชสีห์"ห้องของเธอคือห้องประตูสีขาวทางปีกขวา..." เขายกมือขึ้นชี้ทิศทาง ก่อนจะปลดเนคไทออกจากคอช้าๆ ท่วงท่าการขยับตัวของเขาเต็มไปด้วยเสน่ห์ทางเพศที่อัดแน่นจนเวเรนิกาเผลอมองตามตาไม่กระพริบ"ส่วนห้องของฉันคือห้องริมสุดทางเดิน... หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามเข้าไปรบกวนฉันในห้องนั้นเด็ดขาด""เข้าใจแล้วค
เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเที่ยวบินชั้นเฟิร์สคลาสที่กำลังจะเดินทางไปสู่มหานครลอนดอน ดังก้องกังวานไปทั่วห้องรับรองพิเศษ VIP Lounge ของสนามบินสุวรรณภูมิ บรรยากาศภายในห้องสี่เหลี่ยมหรูหรานั้นเงียบสงบ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน"ฝากแก้วตาดวงใจของฉันด้วยนะวิกเตอร์"ธนา ชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด หันไปตบไหล่เพื่อนรักที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนเว้าวอน แววตาของคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความห่วงใยเมื่อทอดมองไปยังร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม"นายไม่ต้องห่วง ธนา ไปรับตำแหน่งที่นั่นให้สบายใจเถอะ ฉันรับปากว่าจะดูแล ‘หลาน’ ให้ดีที่สุด... เหมือนเป็นลูกสาวของฉันเอง"น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ วิกเตอร์ เอ่ยตอบรับเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ทำให้คนฟังวางใจชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษในวัยสี่สิบห้าปี ยืนตระหง่านด้วยความสูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตรในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีสีเทาเข้ม ไหล่กว้าง หลังตรง และใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ถูกกาลเวลาสลักเสลาให้ดูดุดันและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้นเสน่ห์ของเขาไม่ใช่ความหนุ่มแน่นแบบวัยรุ่น แต่เป็นความสุกงอมของผู้ชายที่ผ่าน




![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


