เพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน I love you my friend

เพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน I love you my friend

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-10-25
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
78Bab
1.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อความผูกพันตั้งแต่ครั้งเรียนมัธยมต้น ได้จบลงไม่สวยเท่าไหร่นัก จึงทำให้เขาและเธอห่างเหินกันไป จนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญ มิหนำซ้ำยังเรียนอยู่คณะเดียวกันอีกด้วย "ยังเจ็บอยู่ไหมมีแผลตรงไหนหรือเปล่า" เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถามออกมาด้วยความห่วงใย ในขณะที่หัวใจของกันยาเริ่มเต้นระรัว "ว้าย! จะทำอะไร" ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อชายหนุ่มในชุดนักศึกษานั่งคุกเข่าลงไปกับพื้นพร้อมกับถลกกระโปรงนักศึกษาของฉันขึ้นเลยเข่าเล็กน้อย การกระทำของเขายิ่งทำให้ทุกคนจับจ้องมองมาที่ฉัน เหมือนในหนังในละครมาก เวลาที่พระเอกก้มลงไปมองแผลและพร้อมที่จะหายามาทาให้นางเอก ส่วนเกรซกับเพื่อนๆ ของเธอนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยความหมั่นไส้ "อยู่นิ่งๆ สิขอดูแผลหน่อย ช้ำแบบนี้ต้องประคบเย็นเท่านั้น" น้ำเสียงของเขาที่ฟังดูอ่อนโยนและห่วงใย กำลังทำให้หัวใจของฉันแทบจะละลาย ซึ่งผลงานชุดนี้จะเป็นซีรีส์ Follow your heart. เรื่องแรกแม่ทูนหัวของพ่อเสือหนุ่ม ตามมาด้วยเล่ห์ร้ายใจปรารถนา ต่อมาเรื่องเพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน (I love my friend) และเรื่องสะดุดรัก Lady cook. ฝากติดตามด้วยนะคะ

Lihat lebih banyak

Bab 1

Chapter 1 ยากที่จะลืม

The head healer called James five times before he finally came to my room.

He shoved the door open, then froze at the entrance.

His hand stayed on the handle.

He looked at me without moving closer.

I pushed myself up against the pillows and managed a small smile.

"Jimmy.Been a long time."

James swayed.

His eyes reddened at once.

He rushed over, took my hand, and held it between both of his.

His fingers shook.

"Chloe..."His voice broke.

"The healer said you woke up. I didn't dare believe it. It's real. You really... you really woke up..."

I looked up at the face I knew so well.

The healer on duty had just told me I had been unconscious for five full years.

Five years had barely changed James' face.

He'd changed his hairstyle.

Gold-rimmed glasses framed the eyes that had once lit up whenever he looked at me.

The gray hoodies he loved had become fitted suits.

He looked older.

More polished.

More unfamiliar.

I opened my mouth, ready to speak, when a figure appeared outside the room.

Emma dropped to her knees beside my bed.

"Chloe, you're awake. Thank the Moon Goddess."Tears streamed down her face.

"What happened back then was my fault. I'm sorry. I'm truly sorry..."

I stared at her.

James frowned, stepped forward, and pulled her to her feet.

"The floor is cold. Why are you kneeling? Stand up and talk properly."

He glanced at me.

"Chloe has a kind heart. She knows the fire was an accident. She won't hold it against you. Emma, stop doing stupid things in the future."

Emma looked up at him through wet lashes.

James looked away.

I swallowed the words rising in my throat.

James had forgotten to ask whether I forgave her.

I had only woken up from five years of darkness.

Pain kept stabbing through my head.

I told myself to stay calm.

This wasn't the time to fight.

James poured me a glass of warm water, then turned to Emma.

"Go handle Chloe's discharge papers.Move faster."

Emma stood to leave.

James called after her.

He took off his suit jacket and tied it around her waist.

"It's cold today. Why are you wearing such a short skirt, Emma? Do you have any sense at all?"

When the door closed behind her, only James and I remained.

He sat quietly beside my bed.

I looked out the window.

The open land I remembered had become a towering office building.

The James who had once told me everything had changed too.

He had given his anger, happiness, and pain to someone else.

Only silence remained for me.

After Emma finished the discharge paperwork, I followed James out of the hospital.

He walked ahead of me, frowning as he complained about Emma's mistakes.

"She keeps missing details. I'd told her three times to bring the right documents. She still mixed them up. She's careless with everything."

He stopped beside a car I had never seen before and unlocked it.

Emma opened the front passenger door and slid into the front seat as though it belonged to her.

She fastened her seat belt.

James had already buckled his.

Only then did he seem to realize I was standing behind them.

His expression changed.

He hurried around the car and opened the back door for me.

"I'm sorry, Chloe. Emma got used to sitting in the front passenger seat these past five years. You don't blame her, do you?"

I said nothing.

James seemed to take my silence as acceptance.

The car's interior was pink.

James and I had never liked pink.

The car diffuser no longer carried the scent of freesia I loved.

Emma's perfume filled the space instead.

The car moved through streets I barely recognized.

No one spoke.

James finally pulled into the driveway of our villa and looked at me with guilt on his face.

"Chloe, you just left the hospital. Go inside and rest. I need to attend a meeting about pack business.It can't wait."

I stood in front of the villa and watched his car drive away with Emma inside.

My eyes burned.

James and I had designed this home before our marking ceremony.

I had imagined us walking through the garden hand in hand, carrying grocery bags inside and cooking dinner together.

If that fire had never happened.

I unlocked the door.

Everything inside looked exactly as it had five years ago.

The furniture sat in the same places.

Even the calendar on the coffee table still showed the date from five years earlier.

It looked as though time had stopped.

The refrigerator wasn't running.

The closet in the master bedroom stood empty.

At two in the morning, a nightmare pulled me awake.

I reached toward James' side of the bed.

The sheets were cold.

The living room beyond the bedroom was dark.

I was afraid of the dark.

During those five years of sleep, darkness had surrounded me every day.

I had searched for my Mate inside it.

I called James.

"James, where are you?"

His sleepy voice came through the phone, thick and groggy.

"What? I'm home..."He paused."Chloe! I'm sorry. I was half asleep. Wait for me. I'll come back."

He had spoken the truth before he could stop himself.

He had another home.

Just not this one.

I ended the connection.

My tears finally fell.

Emma had stopped James and me from completing our marking ceremony with that fire.

Now I needed to leave.

I would leave his pack.

James would never be my Mate again.
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
78 Bab
Chapter 1 ยากที่จะลืม
เช้าของวันใหม่บรรยากาศช่างอึมครึม ที่บ้านของฮันน่าในเวลานี้ เต็มไปด้วยความโศกเศร้าโดยเฉพาะเจ้าสิงโต เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้ จะต้องพรากจากกันยา ตุลาและแม่ฮันน่า คำบอกเล่าของมารดาจึงเป็นดั่งหอกแหลมคมที่ทิ่มลงมากลางใจของเขา เมื่อความผูกพันที่มีให้กันมันมากเกินกว่าที่จะทำใจให้ชินได้ นับจากวันนี้ไปไร่กวางกมลคงแห้งเฉา เหมือนดั่งต้นไม้ที่ไร้การรดน้ำพรวนดินและอีกไม่นาน ต้นไม้นั้นก็อาจจะตายได้ถ้าหากเจ้าของไม่ใส่ใจกลับมาเหลียวแล "เขากับตุลาไม่อยู่ ตัวก็ตั้งใจเรียนด้วยนะ ถ้ามีอะไรสงสัยก็โทรไปถามเขาก็ได้ เดี๋ยวจะติวให้ สมัยนี้เทคโนโลยีได้พัฒนาไปมาก ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกัน แต่ก็สามารถเห็นหน้ากันทุกวันได้ อย่าทำหน้าแบบนี้สิสิงโต" กันยาเดินเข้าไปหาสิงโต ที่นั่งอยู่ด้านนอกระเบียงของบ้านสายตาของเขามองออกไปอย่างไร้จุดหมาย มารดาน่าจะบอกเขาเร็วกว่านี้ เขาเพิ่งทราบข่าวจากคุณย่าเมื่อคืน และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สิงโตไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเขาเอาแต่นั่งเหม่
Baca selengkapnya
Chapter 2 กันยา
หญิงสาวสวมชุดนักศึกษา นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่โซฟาราคาแพง เมื่อเธอจำใจต้องเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยภายในกรุงเทพฯ เพราะบิดาไม่อยากให้เธอไปอยู่ไกลหูไกลตา ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วกันยาอยากจะไปเรียนที่ขอนแก่นหรือไม่ก็เชียงใหม่ เพราะที่เธอสอบเอาไว้ก็ติดทุกที่ กันยาเป็นเด็กฉลาดเรียนเก่งหัวดีตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกที่เธอจะสอบติดทุกที่ที่ไปสอบเอนทรานซ์เอาไว้ "ยัยตัวแสบ เปิดเทอมวันแรกทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิ" ผมไม่เข้าใจว่าทำไมน้องสาวถึงชอบทำหน้ามุ่ย สงสัยเธอคงเคยเอาแต่ใจจนเคยตัวละมั้ง "อุตส่าห์เลือกเรียนคณะเกษตรศาสตร์หวังจะได้ไปสูดอากาศสดชื่น แต่กลับถูกบังคับให้เรียนที่กรุงเทพฯ เซ็งชะมัดเลย" ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงได้หวงและห่วงฉัน ทั้งที่ฉันก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว"เถอะน่าพ่อกับแม่คงคิดถึง ถ้าเธอไม่อยู่บ้านหลังนี้ใครจะป่วน สรุปว่าจะขับรถไปเองหรือให้พี่ไปส่ง""ก็ใช่สิพี่พูดได้ไง ก็ตัวเองได้เรียนในคณะที่ใช่ แถมยังได้เข้ามห
Baca selengkapnya
Chapter 3 วันแรกที่มหาวิทยาลัย
เมื่อทั้งสองลงจากรถเมล์ องุ่นและกันยาได้เดินคุยกันมาราวกับว่าสนิทกันมาเนิ่นนาน อาจจะเป็นเพราะว่ากันยาเป็นหญิงสาวร่าเริงมองโลกในแง่ดี เธอจึงเข้ากับคนได้ง่าย แต่องุ่นกลับเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยคุยกับใคร มีโลกส่วนตัวสูง ตั้งแต่เรียนมอต้นจวบจนมัธยมปลายเธอก็แทบจะไม่มีเพื่อนคุยเลยด้วยซ้ำไป และที่เข้าเรียนที่นี่ได้ก็เพราะว่าองุ่นสอบชิงทุนการศึกษา แข่งกับคนเป็นร้อยเป็นพันเข้ามา ซึ่งมีผู้ใหญ่ใจดี ออกค่าเทอมให้รวมทั้งค่าขนมเป็นรายเดือน เนื่องจากฐานะทางบ้านของเธอนั้นถือว่ายากจนเลยก็ว่าได้ "องุ่นบรรยากาศในมหา'ลัย โคตรแตกต่างจากรั้วโรงเรียนมากเลยเธอว่าไหม" ฉันพูดออกมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เพราะมหาวิทยาลัยนี้ดูกว้างใหญ่ไพศาล เนื้อที่คงมีเป็นร้อยไร่ "อืม... เก็บอาการบ้างก็ดี ไม่เห็นเหรอใครๆ เขาก็มองมาที่เธอ จะกระโดดโลดเต้นทำไมเนี่ย" "อ้าว! มองก็ช่างเขาสิ เขาก็มีตาไว้มองนี่ ยังไงเราก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก" ฉันพูดออกไปด้วยใบหน้ายิ้มร่า ฉันก็ไม่ได้ทำผิดอะไรนี่นา แค่กระโดดโลดเต้นหมุนตัวไปมา ก็คนมันตื่นเต้นจะให้ทำยังไงเล่า
Baca selengkapnya
Chapter 4 หัวใจเต้นแรง
ในขณะนี้กันยาได้กลายเป็นจุดสนใจของทุกคน ที่อยู่ในบริเวณนั้นไปแล้ว เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอได้กลายเป็นจำเลย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเธอเป็นผู้ถูกกระทำ และทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็เป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น เธอไม่ได้จงใจที่จะเรียกร้องเงินทำขวัญ ตามที่เกรซได้กล่าวหาเอาไว้ "แค่นี้ก็ทำเป็นสำออย คงจะถนัดเรื่องอ่อยผู้ชายสินะ" คำพูดของเกรซทำให้กันยาถึงกับหลับตาแล้วสูดหายลมหายใจเข้าออกลึกๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าบิดาและมารดา วันแรกกับการก้าวเท้าเข้ามาในรั้วมหา'ลัยเธอจะไม่มีทางทำให้ใครผิดหวัง เพียงเพราะการขาดสติแล้วทำอะไรโง่ๆ ออกไป "ไหวไหมกันยา" องุ่นถามฉันออกมาด้วยความห่วงใย ในขณะที่ฉันเองก็พยายามดันตัวเองลุกขึ้นยืนให้ได้ โดยมีองุ่นคอยช่วยพยุงฉันขึ้นอย่างทุลักทุเล เพราะเธอเองก็ตัวเล็กแถมยังผอมมากอีกด้วย หมับ!! มือแกร่งของใครบางคนจับลงมาที่ต้นแขนของฉันสองข้าง พร้อมกับรั้งฉันขึ้นอย่างง่ายดาย เวลานี้ภายในใจของฉันเต้นตึกตั๊กอย่างไม่เป็นจังหวะ เมื่อความรู้สึกที่มีนั้นสม
Baca selengkapnya
Chapter 5 ยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ
เมื่อเนตรดาวเอานาฬิกามาคืนผม ผมก็รีบหยิบจากมือเธอมาสวมทันที แล้วกับยิ้มให้กับเนตรดาวไปตามมารยาท พร้อมกับแอบชำเลืองหางตามองไปที่กันยา ผมไม่แน่ใจว่าที่เธอแสดงออกมาแบบนั้นกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า "ตามหาตั้งนานไปขึ้นห้องเถอะ คลาสแรกพบอาจารย์ที่ปรึกษา แม่ง.... กูอยากจะความรู้จักกับสาวๆ เต็มที" นั่นคือเสียงของไผ่เพื่อนสนิทอีกคนของสิงโต ทั้งสองรู้จักกันมานาน เพราะเรียนมอปลายอยู่โรงเรียนเดียวกัน ผลัวะ!! เขตแดนใช้ฝ่ามือตบลงไปที่ ศีรษะของเพื่อนอย่างแรง ด้วยความหมั่นไส้ ที่ไผ่ตั้งใจจะมาเหล่สาวในวันนี้ "เฮ้ย! ไอ้เขตแดนกูเจ็บนะเว้ย" ไผ่พูดพร้อมกับเอามือลูบลงที่ศีรษะไปมา แล้วใช้สายตามองไปที่เขตแดนอย่างเอาเรื่อง "พวกนายสองคนเล่นอะไรกัน" เนตรดาวเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มได้พูดขึ้น พร้อมกับทำหน้า
Baca selengkapnya
Chapter 6 ห่วงและหวง
"กูรู้สึกหมั่นไส้ไอ้หน้าหล่อนั่นจัง แม่ง... อุตส่าห์หมายตามองเธอเอาไว้ ตั้งใจว่าจะจีบก่อนใครๆ แต่ดันโดนมันปาดหน้าเค้กไปซะแล้ว" ไผ่กระซิบลงไปที่ข้างใบหูของสิงโตเบาๆ เพราะไม่อยากให้ใครได้ยิน ในสิ่งที่ตัวเองนั้นกำลังคิด และก็ต้องยุติเอาไว้ก่อน "ถ้ามึงจะจีบช่วยหาผู้หญิงที่สวยกว่านี้ได้ไหมวะ...ไม่เห็นจะเข้าตาสักนิด" ผมรีบพูดแย้งขึ้น เมื่อไผ่กำลังคิดจะจีบกันยา เพราะผมไม่มีทาง ที่จะยอม ให้ผู้ชายคนไหนเข้าใกล้เธอ แม้ว่ากันยาจะไม่ได้คิดอะไรกับผมก็ตาม "ทุกคนอาจารย์มาแล้ว" เสียงเพื่อนคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้จิงโจ้รีบวิ่งไปนั่งที่โต๊ะหลังห้องทันที และนั่นทำให้สิงโตถึงกับฉีกยิ้มที่มุมปากอยากพอใจ "สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งคณะของเรานั้น มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ปีนี้มีนักศึกษา สนใจสอบเข้าเรียนในคณะเกษตรศาสตร์เป็นจำนวนมาก และผมก็ขอแสดงความยินดีกับทุกท่าน ที่สามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนที่นี่ได้ ผมชื
Baca selengkapnya
Chapter 7 แอบคิด
"สิงโตนายไปรู้จักมักคุ้นกับผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ดูท่าทางเธอไม่น่าไว้วางใจ ดวงตาดูล่อกแล่กเหมือนกับมีพิรุธชอบกล" "ขอบใจนะที่เตือน เห็นว่าเธอจะล้ม เราก็เลยรีบวิ่งเข้าไปช่วยไม่มีอะไรหรอกเนตร" ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมกันยาถึงต้องการปิดบังตัวตนของเธอด้วย ทั้งที่บ้านของเธอออกจะรวย นอกจากวันนี้เธอจะนั่งรถเมล์มาที่มหาวิทยาลัยแล้ว กันยายังมีทีท่าเหมือนกับว่าไม่อยากให้ใครรู้ประวัติของเธอ แม้แต่นามสกุลของบิดาก็ยังอยากจะเก็บเป็นความลับซะอย่างนั้น "กูอิจฉามึงจัง ตัวกันยาคงจะนุ่มนิ่มน่าดู มึงได้สัมผัสแล้วเป็นไงบ้างวะ" ไผ่กระซิบออกไปเบาๆ แต่ทว่าเนตรดาวกลับได้ยินอย่างชัดเจนเธอจึงมองไปที่เพื่อนหนุ่มด้วยแววตาที่เอาเรื่อง แน่นอนหญิงสาวคงไม่ชอบใจ เมื่อเห็นสิงโตเข้าใกล้ผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ "เก็บสมองไว้ตั้งใจเรียนบ้างก็ดีนะไผ่ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของกู" คำพูดของผมทำให้ไผ่นั่งหน้าจ๋อยเลยทีเดียว ทั้งที่ความจริงแล้วผมอยากจะบอกกับมันเต็มที อย่าคิด
Baca selengkapnya
Chapter 8
อาจารย์เข้ามาบรรยายถึง หัวข้อสำคัญในรายวิชา นี่มันคือครั้งแรกที่ฉันรู้สึกอึดอัดที่สุดตั้งแต่เรียนมา นั่นคงเป็นเพราะว่าใจของฉันจดจ่ออยู่แต่เรื่องขององุ่น ไม่รู้ว่าป่านนี้เธอจะเป็นยังไง เธอจะถึงบ้านหรือยังพาแม่ไปหาหมอที่ไหน ไปกับใคร ฉันยังรู้สึกเจ็บใจตัวเองไม่หาย ถ้าวันนี้ขับรถมาคงได้พาองุ่นกลับบ้านและพาแม่เธอไปหาหมอที่โรงพยาบาลแล้วจากนาทีเป็นชั่วโมงจน กระทั่งอาจารย์บรรยายเสร็จหมดคาบเรียน ทุกคนค่อยๆ ทยอยเดินออกไปจากห้อง ในขณะที่ฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม "เป็นอะไรหรือเปล่ากันยาแล้วเพื่อนเธอไปไหน" เสียงทุ้มดังขึ้น ทำให้ฉันรีบหันกลับไปมองและพบว่าจิงโจ้กับเพื่อนของเขาสามสี่คนยืนอยู่ด้านหลังออกจากฉัน "แม่องุ่นไม่สบาย เราขอตัวนะ" ฉันพูดพร้อมกับรีบลุกขึ้นยืนและเตรียมเก็บสมุดหนังสือมาถือเอาไว้ พร้อมที่จะเดินออกไปจากห้อง "เดี๋ยวก่อนสิ จะรีบไปไหน ให้เราไปส่งไหม... ตอนเช้าได้ข่าวว่าเธอมารถเมล์ไม่ใช่เหรอ" จิงโจ้ยังคงยืนกรานที่จะพูดคุยกับกันยาต่อ ที่สำคัญเขารู้อีกว่าเธอนั้นนั่งรถเมล์มากับอ
Baca selengkapnya
Chapter 9 แอบคิด
"สิงโต! นายนี่มัน! " ฉันเอ็ดเขาออกไป พร้อมกับ ถึงมือออกมา ในเวลานี้ใบหน้าของฉันเริ่มร้อนผ่าวมันคงแดงเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้ว ยิ่งอยู่ใกล้เขาหัวใจของฉันก็ยิ่งเต้นแรง ฉันไม่รู้ว่าจะสามารถเก็บอาการเหล่านี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหนกัน หลังจากนั้นภายในรถก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบงัน เพราะต่างคนต่างก็กำลังคิดไปเองว่าอีกคนคงไม่มีใจ ทั้งสองจะรู้หรือไม่ว่ากำลังใจตรงกันเมื่อรถยนต์คันหรูวิ่งขึ้นมาที่ถนนใหญ่ สิงโตได้เปลี่ยนทิศทาง จนกันยารู้สึกแปลกใจ เพราะนี่ไม่ใช่ทางไปบ้านของเธออยากแน่นอน "นี่นายจะพาฉันไปไหน" เสียงของฉันดังขึ้นหลังจากที่ภายในรถเงียบไปหลายนาที แม้ว่าฉันจะรู้สึกดีกับเขามากแค่ไหนก็ตามที แต่ก็ไม่มีทางที่จะทำให้บิดามารดาต้องเสียใจ เพราะในเวลานี้ฉันเริ่มรู้สึกไม่ไว้ใจสิ่งโต แววตาและรอยยิ้มที่เขามองมาอย่างฉันนั้นเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล "ใครบอกว่าฉันจะพาเธอกลับบ้านกันล่ะ" ผมตอบเธอกลับไป ในขณะที่เหลือบหางตามองไปที่เธอ ก่อนจะรีบโฟกัสไปที่ถนนตรงหน้า เพราะไม่อยากเห็นแววตาที่เธอกำลังมองค้อนมาที่ผมอย่างเอาเรื่อง "ฉันต้องรีบกลับบ้าน เพราะพ่อกับแม่รออยู่ ถ้
Baca selengkapnya
Chapter 10 แผนของสิงโต
"จะให้ฉันลงนายก็หลบไปสิ" ฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราด แน่นอนฉันกำลังพยายามพูด เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่มีเอาไว้ หมับ! ชายหนุ่มคว้าข้อมือเล็กเรียวของกันยามากุมเอาไว้ ในขณะที่เธอนั้นไม่ทันตั้งตัว "ตามมา" "สิงโต... ปล่อยฉันเดินเองได้" ฉันพูดออกมาพร้อมกับพยายามสะบัดข้อมือให้พ้นจากอุ้งมือหนา แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล "กันยาอย่าดื้อสิ บ้านผมหลังใหญ่เดี๋ยวคุณเดินหลง" ข้ออ้างของเขาช่างฟังดูไร้เหตุผล เพราะบ้านหลังนี้ไม่กว้างไม่ใหญ่มากซึ่งเป็นบ้านที่ขวัญข้าวกับอัครเดชเคยอยู่มาก่อน สมัยที่พวกเขาทั้งสอง ทำงานด้วยกันที่โชว์รูม ซึ่งตอนนี้เขาได้ยกให้กับลูกชายคนโต เมื่อชายหนุ่มขอมาเรียนที่กรุงเทพฯ แม้ว่าอัครเดชและขวัญข้าวจะไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความดื้อของสิงโต "สิงโต นายจะพาฉันขึ้นไปบนบ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status