Masukกู้เฉิงเหยียนกำลังจะแต่งงานกับรักแรก เจียงหร่านที่อยู่กับเขามาเจ็ดปีกลับไม่ตีโพยตีพาย แล้วยังช่วยจัดงานแต่งให้พวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ด้วย วันที่เขาจัดพิธีมงคลสมรส เจียงหร่านก็สวมชุดเจ้าสาวเช่นกัน บนถนนอันกว้างใหญ่ รถแต่งงานสองคันแล่นสวนกัน ตอนที่เจ้าสาวทั้งสองแลกช่อดอกไม้กัน กู้เฉิงเหยียนได้ยินเสียงเจียงหร่านบอกว่า “ขอให้มีความสุขนะ!” กู้เฉิงเหยียนไล่ตามอยู่ไกลหลายสิบกิโลเมตร ถึงได้ตามรถแต่งงานของเจียงหร่านทัน เขาดึงเจียงหร่านเอาไว้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น “เจียงหร่าน เธอเป็นของฉัน” ผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถแต่งงานแล้วดึงเจียงหร่านเข้าไปกอด “ถ้าเธอเป็นของคุณ แล้วผมล่ะเป็นใคร?”
Lihat lebih banyak조선의 남단.
그 끝을 알 수 없이 펼쳐진 옥빛 바다가 무겁게 일렁이는 남해의 끄트머리.
바람이 불면 살갗을 베어낼 듯 거친 물살을 사이에 둔 채, 마치 거대한 거울을 마주 보듯 우뚝 서 있는 두 개의 땅덩어리가 있었으니,
세간 사람들은 그 기구한 형상을 가리켜 ‘쌍둥이 섬’이라 칭했다.
그 섬들에는 각기 다른 허울을 뒤집어쓴 인간 군상들이 똬리를 틀고 있었다.
본섬에는 양반이라는 알량하고 허울 좋은 가죽을 뒤집어쓴 박 진사 일가가 득세했고,
뱃길로 꼬박 반나절을 헤쳐 가야 닿는 친정 섬에는 기세등등한 최씨 부인의 일가가 군림하고 있었다.
이 쌍둥이 섬을 품은 바다는 평소 여인의 비단결처럼 잔잔하고 어여뻤으나,
한 번 하늘이 노하여 풍랑이 이는 날이면 세상을 집어삼킬 듯 잔인한 이빨을 여지없이 드러내는 변덕스러운 물길이었다.
서로를 노려보듯 마주 선 두 섬의 한가운데.
오직 성난 파도와 길 잃은 바닷새만이 잠시 머물다 가는 척박한 무인도 하나가 기괴한 고요 속에 웅크리고 있었다.
계절은 어느덧 동짓달의 냉기를 밀어내고 대지 위로 끈적한 기운이 스멀스멀 피어오르는 늦은 봄날이었다.
하늘은 아침나절부터 무언가 불길한 징조를 품은 듯, 납덩이처럼 무겁게 내려앉았고,
당장이라도 뱃속에 품은 축축한 욕망을 쏟아낼 듯, 잔뜩 찌푸린 얼굴을 하고 있었다.
마치 먹물을 엎질러 놓은 듯, 짙고 어두운 회색빛 바다 위로,
외로운 거룻배 한 척이 위태롭게 물살을 가르며 친정 섬을 향해 느릿한 항해를 이어가고 있었다.
본디 뼈대 있는 반가의 안방마님이 친행(親行)을 나설 적에는,
집안의 기둥인 지아비가 마땅히 동행하거나 신분이 확실하고 번듯한 사공을 대동하여 모시는 것이 조선의 지엄한 예법이거늘.
뼛속 깊은 곳까지 허례허식과 양반의 위선에 찌들어 있으면서도,
사타구니 사이의 옹색한 물건만큼이나 심약하고 비겁했던 박 진사는, 그 알량한 몸에 궂은 날씨의 바닷바람이 닿는 것조차 두려워했다.
그리하여 제 지어미이자 정실부인을 한낱 천한 머슴 손에 내맡겨 버리는 끔찍한 어리석음을 범하고 말았던 것이다.
“삼석이 네 이놈, 네 놈이 힘이 장사이니 마님을 무사히 뫼시고 다녀오거라.”
“나는 오늘 향교에 다녀올 터이니.”
뒷짐을 지고 내뱉은 그 가볍고도 비겁한 사내의 한마디가.
훗날 쌍둥이 섬 전체를 타락의 수렁으로 몰아넣을 지독한 쾌락의 서막을 열어젖히게 될 줄은, 그 순간 천지신명조차 알지 못했을 터였다.
출렁이는 거룻배 한가운데.
화려한 비단 요를 깔고 다소곳하게 정좌하고 있는 여인.
그녀가 바로 껍데기뿐인 양반 박 진사의 지어미, 인영이었다.
그녀의 나이 올해 스물여덟.
풋풋하고 설익은 계집의 티를 완전히 벗어던지고, 여인으로서 뿜어낼 수 있는 농염한 진액이 툭 치면 뚝뚝 떨어질 듯 무르익은 나이였다.
반듯하게 쪽 찐 머리에 꽂힌 옥비녀처럼 겉모습은 범접할 수 없는 기품이 넘치고 단정했으나,
백옥같이 하얗고 투명한 살결과 그에 대비되는 붉은 입술은,
마주치는 이의 애간장을 속절없이 녹여버리는 처연하고도 짙은 색기(色氣)를 은밀하게 품고 있었다.
예법에 맞추어, 아무리 두꺼운 명주 저고리로 겹겹이 여며도 도무지 숨길 수 없이 솟구치는 젖가슴의 아찔한 굴곡.
그리고 그저 얌전히 앉아 있음에도 치마폭을 꽉 채우며 내리누르는 탐스러운 엉덩이의 무게감은,
그녀가 하늘이 내린 희대의 요부(妖婦)로 타고났음을 암시하는 무언의 표식이었다.
그러나 인영이 지닌 진정 치명적이고 위험한 비밀은, 겉으로 드러난 그 탐스러운 육체의 곡선에 머물지 않았다.
고매하고 정숙한 요조숙녀의 가죽을 뒤집어쓴 그 아래,
그녀의 가장 깊고 은밀한 뱃속 심연에는
제 자신조차 주체하지 못할 만큼 뜨거운 음기(陰氣)가 마치 휴화산의 용암처럼 지독하게 들끓고 있었다.
허약하고 소심하기 짝이 없는 지아비와의 잠자리는, 그녀에게 늘 가뭄에 쩍쩍 갈라져 타들어 가는 논바닥과도 같은 고통이었다.
사내의 양물이 주는 진정한 삽입의 쾌락은커녕,
그저 얕은 시늉만 내다 허무하게 고개를 푹 숙여버리는 빈약한 품 안에서,
인영의 굶주린 옥문은 단 한 번도 시원하게 해갈된 적이 없었다.
밤마다 허벅지를 비비고 입술을 깨물며 억눌러야 했던 처절한 암컷의 본능은,
해가 뜨고 나면 기묘하고도 배덕적인 일탈의 형태로 뒤틀려 표출되곤 했다.
인영은 양반가 안방마님으로서 지켜야 할 체면 따위는 어두운 장롱 속에 내던진 지 오래였다.
친행을 떠나는 오늘도, 그녀의 얇은 명주 치마 아래로는 여인네가 마땅히 갖춰 입어야 할 다리속곳도 존재하지 않았다.
치부를 가장 먼저 가려야 할, 그 한 뼘의 무명천조차 없는 맨살이었다.
당연히 그 위에 겹쳐 입어야 할 속바지 역시 존재하지 않았다.
치마폭 아래는 오직 날것, 그대로의 맨살뿐이었다.
거친 물살에 배가 미세하게 출렁일 때마다,
보드라운 명주 치맛자락이 하얀 허벅지 안쪽 연한 살결과 굳게 닫힌 옥문의 어귀를 뱀처럼 스치고 지나갔다.
세상 그 누구도 알지 못하는 아찔하고도 은밀한 아랫도리의 노출.
습한 바닷바람이 치마 밑으로 스며들어 은밀한 그곳의 숱 많은 거웃을 간지럽히고 지나갈 때마다,
인영은 등골을 타고 찌릿하게 오르는 배덕감에 흠뻑 젖어 홀로 아랫배를 움찔거리며 쾌감을 삭여야만 했다.
“흐읍, 으차!”
인영의 그 몽롱하고도 음탕한 상념을 벼락처럼 찢어발긴 것은,
뱃머리에서 묵묵히 등을 보인 채 노를 젓고 있는 거대한 사내,
머슴 삼석의 탁한 기합 소리였다.
สามปีต่อมา ในงานประชุมประจำปีของกลุ่มบริษัทเฮ่อกรุป ขณะที่เจียงหร่านกำลังเตรียมบทกล่าวสุนทรพจน์อยู่ด้านหลังเวที ประตูห้องแต่งหน้าก็ถูกผลักเปิดออกทันที“คุณแม่!” เจ้าก้อนโมจิสองก้อนพุ่งเข้ามาเหมือนลูกปืนใหญ่โอบกอดขาของเธอคนละข้างเสี่ยวจือหลันชูอมยิ้มขึ้นมา “คุณลุงให้มาครับ!”เสี่ยวจืออี้ฟ้องด้วยเสียงเด็กน้อย “คุณพ่อบอกว่าห้ามกินค่ะ!”เฮ่อจื่ออวี๋ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ ลูบศีรษะของเด็ก ๆ ด้วยรอยยิ้ม“ไม่เป็นไรหรอก กินแค่นิดหน่อย อย่าเอาไปบอกพ่อนะ”หลังจากเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูเป็นเวลาสองปี ความจำและสติปัญญาของเขาได้ฟื้นตัวกลับมาเกือบทั้งหมดแล้ว แม้ว่าการเดินเหินยังคงไม่สะดวกบ้าง แต่คุณหมอบอกว่าเพียงแค่รอเวลาเท่านั้นก็สามารถฟื้นตัวเต็มที่ได้แล้ว“พี่ใหญ่ พี่อย่าตามใจพวกเขามากนักสิคะ เฮ่อเฉินโจวล่ะ?” ขณะที่พูดเจียงหร่านก็ไม่ลืมที่จะย่อตัวไปเช็ดคราบน้ำตาลที่มุมปากของลูกสาวออกให้“ถูกโจวฉือกักตัวไว้ที่โถงทางเดิน ได้ยินมาว่าเฉิงเหวินซานกลับมาแล้ว”เจียงหร่านถึงกับมือไม้สั่น เล็บเกือบจะไปทิ่มโดนหน้าลูกสาวแล้วบริเวณทางเดินในโรงแรม โจวฉือยันมือข้างหนึ่งกับผนังขังเฮ่อ
หลังจากเลิกงาน เจียงหร่านไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์จริง ๆ เพราะ...เธอถูกเฮ่อเฉินโจว ‘ลักพาตัว’ กลับบ้านทันทีทันทีที่ก้าวเข้าประตู เธอถูกผลักติดกำแพงโดนจูบจนสติล่องลอยจูบของเฮ่อเฉินโจวเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากครอบครองที่รุนแรง ราวกับต้องการชดเชยการห่างกันตลอดหลายวันที่ผ่านมาตอนที่กำลังจะเข้าช่วงที่เป็นจุดสำคัญ เจียงหร่านหายใจกระหืดกระหอบผลักเขาออก “เฮ่อเฉินโจว ฉันมีของขวัญจะให้คุณ”“ของขวัญอะไร? เอาไว้เสร็จเรื่องนี้ก่อนค่อยคุยกัน...” ระหว่างที่พูด เขาก็กำลังจะโน้มตัวเข้ามาอีกเจียงหร่านผลักเขาออกอย่างไร้เยื่อใยอีกครั้ง หยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋า “ลองเปิดดูสิ”เฮ่อเฉินโจวจ้องใบรายงานผลการตรวจครรภ์ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงที่สุขุมมาตลอด กลับสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฝาแฝด?”เจียงหร่านซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา พร้อมใช้นิ้วมือแตะเบา ๆ ไปที่จุดวงกลมเล็ก ๆ ที่มองเห็นไม่ชัดสองจุดบนภาพอัลตราซาวด์“คุณหมอบอกว่าอายุครรภ์แปดสัปดาห์แล้ว แข็งแรงดีมาก”ฝ่ามือของเฮ่อเฉินโจวสัมผัสไปที่หน้าท้องน้อยที่ยังแบนราบอย่างแผ่วเบาและระมัดระวัง“รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ตรงทางเข้าศาล เหล่าผู้สื่อข่าวกำลังยกกล้องถ่ายภาพ แสงแฟลชสาดส่องจนทำให้คนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นเจียงหร่านยืนอยู่รอบนอกฝูงชน มองดูเซี่ยงเยว่เทียนที่ถูกตำรวจศาลควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจเขาสวมชุดนักโทษ ไม่ได้ดูผยองผาดโผนเหมือนก่อนแล้ว“เซี่ยงเยว่เทียน ถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาเจตนาฆ่า เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม...”เจียงหร่านยืนฟังคำพิพากษาของศาลอย่างเงียบ ๆ เธอเคยคิดว่าการที่เห็นเซี่ยงเยว่เทียนถูกลงโทษตามกฎหมาย จะทำให้เธอรู้สึกดีใจที่แก้แค้นได้สำเร็จทว่าเมื่อถึงวันนี้จริง ๆ เธอกลับไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย กระทั่งรู้สึกโหวงเหวงในใจเสียด้วยซ้ำ“จบแล้วล่ะ” ไม่รู้ว่าเฮ่อเฉินโจวยืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาโอบไหล่ของเธอไว้อย่างเบามือเจียงหร่านพยักหน้า แล้วหันกลับไปเอนตัวซบในอ้อมกอดของเขา “อืม ครั้งนี้มันจบลงจริง ๆ แล้วล่ะ”เฮ่อเฉินโจวก้มศีรษะลงไปจุมพิตบนผมของเธอเบา ๆ “ไปกันเถอะ ผมจะพาคุณไปที่ที่หนึ่ง”เจียงหร่านยืนอยู่ในโถงผู้โดยสารของสนามบิน มองดูสถานที่จุดหมายบนตั๋วเครื่องบินด้วยความงุนงงเล็กน้อย “ปารีส?”เฮ่อเฉินโจวจูงมือเธอ ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ใช่ ไป
อันหรงมองเธออย่างตะลึงงัน ในดวงตาของเฉิงเหวินซานมองไม่เห็นความถ่อมตัวใด ๆ มีแต่ความนิ่งสงบเท่านั้นเธอพลันตระหนักได้ว่า เด็กสาวที่เคยหยิ่งผยองและเอาแต่ใจคนนี้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ “ถ้างั้นเธอ... วางแผนว่าจะไปที่ไหนต่อ?”“ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยค่ะ น่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวมั้งคะ” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง หันไปมองทางห้องผู้ป่วย “ส่วนจื่ออวี๋...ฝากคุณแม่ด้วยนะคะ”อันหรงขอบตาแดงก่ำพยักหน้า “เธอวางใจเถอะ”เฉิงเหวินซานเหลือบมองประตูห้องพักผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปบริเวณทางเข้าโรงพยาบาล เจียงหร่านได้ทราบข่าวมาก่อนแล้วจึงมาคอยเธออยู่ที่นี่เมื่อเห็นเฉิงเหวินซานเดินออกมา เจียงหร่านรีบก้าวเข้าไปหา สายตาของเธอจับจ้องไปที่บาดแผลบนหน้าผากของเฉิงเหวินซาน คิ้วของเธอพลันขมวดเข้าหากันแน่น “เจ็บไหม?”เฉิงเหวินซานส่ายหน้า แสร้งทำเป็นยิ้มอย่างผ่อนคลาย “แผลนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก”เจียงหร่านจ้องมองเฉิงเหวินซานอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เข้าไปกอดเธอไว้ “อย่าฝืนทำเป็นเข้มแข็งสิ”ร่างกายของเฉิงเหวินซานแข็งเกร็งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ผ่อนคลายลงโอบกอดเธอกลับ “ไม่เป็นไรจริง ๆ...”






![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





Ulasan-ulasanLebih banyak