Masukกู้เฉิงเหยียนกำลังจะแต่งงานกับรักแรก เจียงหร่านที่อยู่กับเขามาเจ็ดปีกลับไม่ตีโพยตีพาย แล้วยังช่วยจัดงานแต่งให้พวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ด้วย วันที่เขาจัดพิธีมงคลสมรส เจียงหร่านก็สวมชุดเจ้าสาวเช่นกัน บนถนนอันกว้างใหญ่ รถแต่งงานสองคันแล่นสวนกัน ตอนที่เจ้าสาวทั้งสองแลกช่อดอกไม้กัน กู้เฉิงเหยียนได้ยินเสียงเจียงหร่านบอกว่า “ขอให้มีความสุขนะ!” กู้เฉิงเหยียนไล่ตามอยู่ไกลหลายสิบกิโลเมตร ถึงได้ตามรถแต่งงานของเจียงหร่านทัน เขาดึงเจียงหร่านเอาไว้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น “เจียงหร่าน เธอเป็นของฉัน” ผู้ชายคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถแต่งงานแล้วดึงเจียงหร่านเข้าไปกอด “ถ้าเธอเป็นของคุณ แล้วผมล่ะเป็นใคร?”
Lihat lebih banyakสามปีต่อมา ในงานประชุมประจำปีของกลุ่มบริษัทเฮ่อกรุป ขณะที่เจียงหร่านกำลังเตรียมบทกล่าวสุนทรพจน์อยู่ด้านหลังเวที ประตูห้องแต่งหน้าก็ถูกผลักเปิดออกทันที“คุณแม่!” เจ้าก้อนโมจิสองก้อนพุ่งเข้ามาเหมือนลูกปืนใหญ่โอบกอดขาของเธอคนละข้างเสี่ยวจือหลันชูอมยิ้มขึ้นมา “คุณลุงให้มาครับ!”เสี่ยวจืออี้ฟ้องด้วยเสียงเด็กน้อย “คุณพ่อบอกว่าห้ามกินค่ะ!”เฮ่อจื่ออวี๋ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินตามมาอย่างไม่เร่งรีบ ลูบศีรษะของเด็ก ๆ ด้วยรอยยิ้ม“ไม่เป็นไรหรอก กินแค่นิดหน่อย อย่าเอาไปบอกพ่อนะ”หลังจากเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูเป็นเวลาสองปี ความจำและสติปัญญาของเขาได้ฟื้นตัวกลับมาเกือบทั้งหมดแล้ว แม้ว่าการเดินเหินยังคงไม่สะดวกบ้าง แต่คุณหมอบอกว่าเพียงแค่รอเวลาเท่านั้นก็สามารถฟื้นตัวเต็มที่ได้แล้ว“พี่ใหญ่ พี่อย่าตามใจพวกเขามากนักสิคะ เฮ่อเฉินโจวล่ะ?” ขณะที่พูดเจียงหร่านก็ไม่ลืมที่จะย่อตัวไปเช็ดคราบน้ำตาลที่มุมปากของลูกสาวออกให้“ถูกโจวฉือกักตัวไว้ที่โถงทางเดิน ได้ยินมาว่าเฉิงเหวินซานกลับมาแล้ว”เจียงหร่านถึงกับมือไม้สั่น เล็บเกือบจะไปทิ่มโดนหน้าลูกสาวแล้วบริเวณทางเดินในโรงแรม โจวฉือยันมือข้างหนึ่งกับผนังขังเฮ่อ
หลังจากเลิกงาน เจียงหร่านไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์จริง ๆ เพราะ...เธอถูกเฮ่อเฉินโจว ‘ลักพาตัว’ กลับบ้านทันทีทันทีที่ก้าวเข้าประตู เธอถูกผลักติดกำแพงโดนจูบจนสติล่องลอยจูบของเฮ่อเฉินโจวเต็มไปด้วยความรู้สึกอยากครอบครองที่รุนแรง ราวกับต้องการชดเชยการห่างกันตลอดหลายวันที่ผ่านมาตอนที่กำลังจะเข้าช่วงที่เป็นจุดสำคัญ เจียงหร่านหายใจกระหืดกระหอบผลักเขาออก “เฮ่อเฉินโจว ฉันมีของขวัญจะให้คุณ”“ของขวัญอะไร? เอาไว้เสร็จเรื่องนี้ก่อนค่อยคุยกัน...” ระหว่างที่พูด เขาก็กำลังจะโน้มตัวเข้ามาอีกเจียงหร่านผลักเขาออกอย่างไร้เยื่อใยอีกครั้ง หยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋า “ลองเปิดดูสิ”เฮ่อเฉินโจวจ้องใบรายงานผลการตรวจครรภ์ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงที่สุขุมมาตลอด กลับสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ฝาแฝด?”เจียงหร่านซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา พร้อมใช้นิ้วมือแตะเบา ๆ ไปที่จุดวงกลมเล็ก ๆ ที่มองเห็นไม่ชัดสองจุดบนภาพอัลตราซาวด์“คุณหมอบอกว่าอายุครรภ์แปดสัปดาห์แล้ว แข็งแรงดีมาก”ฝ่ามือของเฮ่อเฉินโจวสัมผัสไปที่หน้าท้องน้อยที่ยังแบนราบอย่างแผ่วเบาและระมัดระวัง“รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ตรงทางเข้าศาล เหล่าผู้สื่อข่าวกำลังยกกล้องถ่ายภาพ แสงแฟลชสาดส่องจนทำให้คนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นเจียงหร่านยืนอยู่รอบนอกฝูงชน มองดูเซี่ยงเยว่เทียนที่ถูกตำรวจศาลควบคุมตัวขึ้นรถตำรวจเขาสวมชุดนักโทษ ไม่ได้ดูผยองผาดโผนเหมือนก่อนแล้ว“เซี่ยงเยว่เทียน ถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาเจตนาฆ่า เผยแพร่ข้อมูลเท็จ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในสังคม...”เจียงหร่านยืนฟังคำพิพากษาของศาลอย่างเงียบ ๆ เธอเคยคิดว่าการที่เห็นเซี่ยงเยว่เทียนถูกลงโทษตามกฎหมาย จะทำให้เธอรู้สึกดีใจที่แก้แค้นได้สำเร็จทว่าเมื่อถึงวันนี้จริง ๆ เธอกลับไม่รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย กระทั่งรู้สึกโหวงเหวงในใจเสียด้วยซ้ำ“จบแล้วล่ะ” ไม่รู้ว่าเฮ่อเฉินโจวยืนอยู่ด้านหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาโอบไหล่ของเธอไว้อย่างเบามือเจียงหร่านพยักหน้า แล้วหันกลับไปเอนตัวซบในอ้อมกอดของเขา “อืม ครั้งนี้มันจบลงจริง ๆ แล้วล่ะ”เฮ่อเฉินโจวก้มศีรษะลงไปจุมพิตบนผมของเธอเบา ๆ “ไปกันเถอะ ผมจะพาคุณไปที่ที่หนึ่ง”เจียงหร่านยืนอยู่ในโถงผู้โดยสารของสนามบิน มองดูสถานที่จุดหมายบนตั๋วเครื่องบินด้วยความงุนงงเล็กน้อย “ปารีส?”เฮ่อเฉินโจวจูงมือเธอ ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “ใช่ ไป
อันหรงมองเธออย่างตะลึงงัน ในดวงตาของเฉิงเหวินซานมองไม่เห็นความถ่อมตัวใด ๆ มีแต่ความนิ่งสงบเท่านั้นเธอพลันตระหนักได้ว่า เด็กสาวที่เคยหยิ่งผยองและเอาแต่ใจคนนี้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ “ถ้างั้นเธอ... วางแผนว่าจะไปที่ไหนต่อ?”“ยังไม่ได้ตัดสินใจเลยค่ะ น่าจะออกเดินทางท่องเที่ยวมั้งคะ” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง หันไปมองทางห้องผู้ป่วย “ส่วนจื่ออวี๋...ฝากคุณแม่ด้วยนะคะ”อันหรงขอบตาแดงก่ำพยักหน้า “เธอวางใจเถอะ”เฉิงเหวินซานเหลือบมองประตูห้องพักผู้ป่วยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะหันหลังเดินจากไปบริเวณทางเข้าโรงพยาบาล เจียงหร่านได้ทราบข่าวมาก่อนแล้วจึงมาคอยเธออยู่ที่นี่เมื่อเห็นเฉิงเหวินซานเดินออกมา เจียงหร่านรีบก้าวเข้าไปหา สายตาของเธอจับจ้องไปที่บาดแผลบนหน้าผากของเฉิงเหวินซาน คิ้วของเธอพลันขมวดเข้าหากันแน่น “เจ็บไหม?”เฉิงเหวินซานส่ายหน้า แสร้งทำเป็นยิ้มอย่างผ่อนคลาย “แผลนิดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก”เจียงหร่านจ้องมองเฉิงเหวินซานอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็เข้าไปกอดเธอไว้ “อย่าฝืนทำเป็นเข้มแข็งสิ”ร่างกายของเฉิงเหวินซานแข็งเกร็งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ผ่อนคลายลงโอบกอดเธอกลับ “ไม่เป็นไรจริง ๆ...”






Ulasan-ulasanLebih banyak