LOGINตอนที่ 9
เลิกตามฉันสักที อัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่ “นายมาทำไมอีก” แทนเหลือบมองหน้าเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉย “ฉันอยากนั่งตรงนี้ มีปัญหาอะไร เธอซื้อไว้เหรอ” อัยยาหันหน้าหนีคล้ายเบื่อหน่าย “ขี้เกียจจะคุยกับนาย” “มานั่งมองไอ้ตะวันมันเหรอ…” “ยุ่งอะไรด้วย” “ ทำไมเธอรำคาญฉันขนาดนั้นหรอ” “ใช่ ฉันรำคาญ นายเลิกตามฉันสักทีได้มั้ย เรื่องวันนั้นฉันไม่เอาโทษนายขอแค่นายเลิกยุ่งกับตะวันแล้วก็กับฉัน” “เห็นทีจะยาก…เพราะฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอ” “ประสาทรึไงน่ารำคาญชะมัด” “แล้วเธอคิดว่าไอ้ตะวันมันไม่รำคาญเธอเหรอ ความรู้สึกที่เธอรำคาญฉัน…กับความรู้สึกที่มันรำคาญเธอ มันก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก” “…” “เพราะฉะนั้นแล้วเธอเข้าใจความรู้สึกของไอ้ตะวันมันหรือยัง” หญิงสาวหันไปมองหน้าแทน ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาราวกับย้ำกับตัวเอง “ตราบใดที่ตะวันยังไม่ได้ไล่ฉันออกจากชีวิต…ฉันก็ไม่มีวันเชื่อว่าเขาไม่ต้องการฉัน” แทนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ คล้ายสมเพช “เธอนี่ เข้าข้างตัวเองเก่งจริง ๆ ดูไม่ออกเลยเหรอ” ชายหนุ่มเอียงหน้าเล็กน้อย มองคนข้าง ๆ อย่างตรงไปตรงมา “มันไม่จำเป็นต้องไล่เธอหรอก การกระทำมันก็บอกชัดอยู่แล้วว่าไม่ต้องการ เลิกหลอกตัวเองสักที” “…” “เป็นเพื่อนกันมาเกือบสิบปี เธอยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าเธอแค่ถูกหลอกใช้…ทำรายงานก็เธอ ...” “โปรเจกต์ก็เธอ หิวก็มีคนไปซื้อข้าวให้ อยากดื่มน้ำก็มีคนรีบเอามาให้ แทบไม่ต้องทำอะไรให้ตัวเองเลย” “…” “แล้วมันตอบแทนเธอด้วยอะไรล่ะ คำขอบคุณ สักคำมีมั้ย…แล้วเธอยังคิดอยู่อีกเหรอ ว่ามันดีกับเธอจริง ๆ” “เรื่องนี้นายไม่ต้องมาสอนฉันหรอก ฉันรู้จักตะวันดี” อีกฟากของสนาม ตะวันนั่งชันเข่าอยู่ริมสนาม ท่าทางสบาย ๆ แขนกอดเข่าไว้หลวม ๆ เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก โชนเดินเข้ามายื่นขวดน้ำให้ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างกัน แล้วพยักหน้าเชิงบอกให้ตะวันมองไปยังอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม “ดูสิ คุยอะไรกันจริงจังเชียว…ไปสนิทกันตั้งแต่ตอนไหนวะ” สายตาของคมจับจ้องไปที่อัยยากับแทนที่นั่งอยู่ด้วยกัน ตะวันมองตามเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม “ช่างมันสิ” “แต่วันนี้กูยังไม่เห็นอัยยามาหามึงเลยนะ” “ก็ดีเหมือนกันมาตามเกาะแกะอยู่ได้ น่ารำคาญ” “ให้มันจริงเถอะ” โชนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อราวกับคิดอะไรบางอย่าง “จะว่าไปนะ พอมองนาน ๆ อัยยาก็สวยใช้ได้เลย ตัวเล็ก ผิวขาว หุ่นไม่ได้แย่ ปากนิด จมูกหน่อย ถ้าเปลี่ยนลุคหน่อย ตัดผม แต่งหน้า ถอดแว่นออก… คงสวยมากๆแน่” ตะวันหันไปมองเพื่อนสนิท สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ แต่แววตากลับแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มึงชอบเธอเหรอ” โชนยักไหล่ “เปล่า กูพูดตามที่เห็น เธอชอบมึง กูจะไปชอบเธอได้ไงล่ะ” “กูบอกแล้วไงว่าอย่าพูด” “แล้วมึงไม่ชอบเหรอ ที่มีคนมาชอบมึง” “กูแค่ไม่ชอบที่เธอมาชอบกู ต่างหาก” “แต่เธอก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรขนาดนั้นนะ แค่โก๊ะไปนิด ซุ่มซ่ามไปหน่อย” “ถ้ากูจะชอบเธอ กูคงชอบไปนานแล้ว ไม่ต้องรอให้มึงมาบอกหรอก” “ก็คงงั้น งั้นก็รอให้ไอ้แทนมันชอบเธอแล้วกัน ดูท่าทางมันคงไม่ปล่อยอัยยาไปง่าย ๆ” “ช่างแม่งดิ ใครจะชอบเธอก็ชอบ กูไม่สน แต่อย่ามายัดเยียดให้กูก็พอ” ถึงปากจะพูดออกไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่สายตาคมกริบกลับยังจับจ้องไปยังสองร่างบนอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามไม่วาง เหมือนยิ่งพยายามเมินเท่าไร สายตาก็ยิ่งทรยศความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น อัยยากับแทนยังคงถกเถียงกันไม่หยุด จนในที่สุดหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาแรง ๆ คล้ายไม่อยากจะสนทนาต่อ “ฉันขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับนายแล้ว” พูดจบ ร่างเล็กลุกขึ้นจากอัฒจันทร์ทันที “แล้วจะไปไหนล่ะ” “กลับบ้าน” ชายหนุ่มลุกออกจากอัฒจันทร์รีบก้าวตามมา “บ้านอยู่แถวไหน เดี๋ยวเอารถไปส่งให้” “ไม่จำเป็น ฉันกลับเองได้” “แล้วกลับยังไง” “เรียกแท็กซี่” “งั้นก็ติดรถฉันกลับจะได้ประหยัดค่าแท็กซี่ด้วย“ “บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร” อัยยาตัดบท ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินหนี แทนยังคงเดินตามมาไม่ห่าง จนกระทั่ง ร่างสูงของตะวันเดินสวนมาอีกทาง อัยยาชะงักฝีเท้าทันที ราวกับถูกดึงกลับสู่โลกอีกใบ หญิงสาวก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ นิ้วขยับแว่นเล็กน้อย ความมั่นใจที่เคยมีเมื่ออยู่กับคนอื่นพลันหายวับ เหลือเพียงความประหม่าเหมือนทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเขา ตะวันปรายตามองเธอเพียงแวบเดียว สีหน้ายังคง ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อัยยา ตามฉันมา” ร่างเล็กรีบพยักหน้ารับก้มหน้า เดินตามหลังตะวันอย่างว่าง่าย แทนหยุดเดิน มองภาพตรงหน้าก่อนจะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ แล้วหมุนตัวเดินจากไปอีกทาง อัยยาเดินตามตะวันมาจนถึงลานจอด เธอหยุดยืนอยู่ข้างรถยนต์ ก้มหน้าลงก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “เอ่อ…ตะวัน มีอะไรเหรอ” “ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่งกลับบ้าน” “แต่มันคนละทางไม่ใช่เหรอ ตะวันไม่ต้องไปส่งเราก็ได้” ตะวันหันมามองทันที น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้น “บอกให้ขึ้นรถ จะพูดมากความทำไม” หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย แล้วค่อย ๆ เปิดประตูขึ้นรถไปอย่างเงียบงัน รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดสนิทหน้าบ้านอัยยา ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ภายในไม่มีแม้แต่บทสนทนา ร่างเล็กนั่งเกร็ง ไม่กล้าขยับตัว ไม่กล้าส่งเสียง เพราะกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยอาจทำให้ชายหนุ่มรำคาญได้ ร่างเล็กขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ขอบคุณนะ…ที่มาส่ง งั้นเราเข้าบ้านก่อนนะ” ตะวันไม่ตอบอะไร ไม่แม้แต่จะหันมามอง สายตาคมจับจ้องถนนตรงหน้า สีหน้าไร้อารมณ์จนยากจะเดา อัยยาเปิดประตูลงจากรถ ยืนมองแผ่นหลังของรถคันหรูที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจากสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความรู้สึกว่างเปล่าที่ค้างอยู่ในอก จากนั้นอัยยาก็ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ทว่ายังไม่ทันได้ถอดรองเท้าดี เสียงแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟาก็เอ่ยขึ้น น้ำเสียงฟังดูเข้มงวดจนเธอชะงักฝีเท้า “ใครมาส่ง” “เอ่อ…เพื่อนค่ะ” “ผู้หญิงหรือผู้ชาย” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบสายตามารดาเพียงชั่ววูบ ก่อนจะหลบสายตาลงในทันที ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาสั่นเครือและติดขัดราวกับความกล้าทั้งหมดถูกกดทับไว้ใต้สายตาคู่นั้น “พะ…ผู้หญิงค่ะ” คนเป็นแม่มองลูกสาวด้วยสายตาคาดโทษ ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา เดินหายไปอีกมุมหนึ่งของบ้าน ไม่นานนัก หญิงวัยกลางคนก็กลับมา พร้อมสิ่งของในมือ สีหน้ายังคงดูเรียบเฉยแต่แววตากับแข็งกร้าวขึ้น ปึ้ง! ของในมือถูกเหวี่ยงมันลงบนโต๊ะรับแขกเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง อัยยาถึงกับเบิกตากว้างเมื่อสิ่งที่เห็นคืออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยและชุดชั้นในจีสตริง “เพื่อนผู้หญิงงั้นเหรอ! อธิบายมาสิ ว่านี่มันคืออะไร!” อัยยาถึงกับนิ่งงัน ร่างกายสั่นไหว ดวงตามองสิ่งของบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแม่อย่างหวาดหวั่น “แม่…เข้าไปค้นห้องหนูเหรอ” “ถ้าฉันไม่ค้น ฉันจะรู้มั้ยว่าแกทำตัวแบบไหน…บอกมา พวกนี้มันหมายความว่ายังไง แกมีของแบบนี้ได้ยังไง” “มัน…ไม่ใช่ของหนูค่ะ” “มันจะไม่ใช่ของแกได้ยังไง!” แม่ตวาดเสียงดัง จนคนฟังสะดุ้งตัวโหยง “มันอยู่ในห้องแก!”ตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 8ยุ่งกับมัน ก็ห้ามมายุ่งกับกู“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เ
ตอนที่ 7ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะโรงภาพยนตร์ XXบรรยากาศสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีอุ่น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับกลิ่นป๊อบคอร์นหอมกรุ่นลอยคลุ้งทั่วโถงสองร่างหยุดยืนอยู่หน้าแผงโปสเตอร์ภาพยนตร์ อัยยากอดถังป๊อบคอร์นไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่น สายตากวาดมองรายชื่อหนังอย่างตั้งใจ ขณะที่
ตอนที่ 6อย่าเป็นตัวของตัวเองนักสิบริเวณทางถนนเดินในมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบอัยยาหญิงสาวร่างเล็กวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา แว่นกรอบหนาเอียงเล็กน้อยตามแรงสะเทือน กระโปรงทรงเอกับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง ปลิวไหวตามจังหวะก้าว มือทั้งสองข้า
ตอนที่ 5ไม่เป็นไรวันต่อมาอัยยายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก บรรจงสำรวจเงาสะท้อนของตัวเองอย่างตั้งใจ ร่างเล็กสวมชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ตัวยาวคลุมเข่า ผมยาวถูกถักเปียไว้สองข้างอย่างหลวม ๆ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา พอให้สีผิวดูสดใสขึ้นโดยแทบไม่ต่างจากเดิมนัก ก่อนจะหยิบแว่นตาเลนส์ห







