เข้าสู่ระบบตอนที่ 6
อย่าเป็นตัวของตัวเองนักสิ บริเวณทางถนนเดินในมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ อัยยาหญิงสาวร่างเล็กวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา แว่นกรอบหนาเอียงเล็กน้อยตามแรงสะเทือน กระโปรงทรงเอกับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง ปลิวไหวตามจังหวะก้าว มือทั้งสองข้างกอดหนังสือและถุงของกินไว้แน่น ลมหายใจถี่รัวขณะพยายามเร่งฝีเท้า ตุ๊บ! “โอ้ย!” ด้วยความเร่งรีบจนไม่ทันมองทาง อัยยาเลยพุ่งชนเข้ากับใครบางคนอย่างจัง จนร่างเล็กเสียหลัก หนังสือในอ้อมแขนกระจายเกลื่อน ก่อนที่ตัวเธอจะเซล้มลงไปกับพื้นในพริบตา “เดินให้ในระวังหน่อยสิ ไม่มีตารึไง!” ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยเสียงแข็ง ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาช่วยพยุงหรือก้มลงเก็บของให้ แถมยังปรายตามองเธออย่างไม่พอใจ “ขะ...ขอโทษค่ะ...” “ซุ่มซ่ามฉิบหาย” ร่างสูงล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกง ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี หากแต่ปลายเท้ายังไม่ทันก้าวพ้น ก็ต้องเซถลาเล็กน้อย เมื่อถูกแรงกระชากจากชายหนุ่มอีกคนที่กำลังคว้าชายเสื้อของเขาไว้แน่น “ใครวะ! ชายหนุ่มสะบัดตัวหลุดจากแรงฉุดอย่างแรง ก่อนจะหันกลับไปมอง สีหน้าฉายชัดถึงความไม่พอใจและหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง “ขอโทษเธอเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแข็ง ๆ เน้นย้ำทีละคำ ทำเอาอัยยาชะงัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น และก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าเป็นตะวันที่เดินเข้ามาช่วย “มึงเป็นใครวะ มาสั่งให้กูขอโทษ” “มึงไม่รู้หรอว่าที่เธอต้องล้มลงไปเป็นเพราะมึงเดินไม่ดูทาง” สายตาคมกริบจับจ้องอีกฝ่ายเขม็ง แววหาเรื่องฉายชัดจนบรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที อารมณ์โกรธที่อัดแน่นยังไม่ทันได้ระบาย ทว่ากลับเพียงยักไหล่ สวนกลับเสียงห้วน สีหน้าไม่รู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย ท่าทีแข็งกร้าวราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของตนเลยสักนิด “ เธอต่างหากที่วิ่งมาชนกูเอง จะให้กูขอโทษทำไมวะ” “กูบอกให้มึงขอโทษเธอซะ” “คิดอยากจะทำตัวเป็นพระเอกงั้นเหรอ” “.....” บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นทันตา อัยยาที่เพิ่งพยุงตัวลุกขึ้นได้รีบเอ่ยแทรก เสียงสั่นเล็กน้อย “ตะวัน เราไม่เป็นอะไร อย่ามีเรื่องเลยนะ…” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ตะวันก็หันขวับมาทางเธอ ก่อนจะตวาดกลับอย่างเหลืออด “ก็เพราะมึงเป็นแบบนี้ไง ถึงมีแต่คนคิดว่าแกล้งได้!” “น่ารำคาญชะมัด...แค่ขอโทษก็จบใช่ปะ” “.....” “งั้นขอโทษแล้วกัน พอใจรึยัง” คำพูดถูกโยนออกมาแบบขอไปที น้ำเสียงแห้งผาก ไร้ทั้งความจริงใจและความสำนึก ก่อนที่เจ้าตัวจะเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ ตะวันปรายตามองชายร่างสูงสลับกับมองหน้าอัยยาอย่างไม่พอใจ สีหน้าโมโหยังคงชัดเจนอยู่บนใบหน้าคม จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินผละออกไปโดยไม่พูดอะไรต่อ อัยยาก้มลงรีบเก็บหนังสือและของที่กระจัดกระจาย มือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งตามร่างสูงไปอย่างร้อนรน ร่างเล็กชะลอฝีเท้าลงก่อนจะหยุดยืนตรงม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ ร่างสูงนั่งลงก่อนแล้ว สีหน้ายังตึงเล็กน้อย อัยยาขยับแว่น สูดลมหายใจรวบรวมความกล้า “ตะวัน…โกรธเราเหรอ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง แววตาแข็ง ๆ ปรากฏเพียงครู่ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น “ฉันจะโกรธเธอเรื่องอะไรล่ะ” “เราแค่ไม่อยากให้ตะวันมีเรื่อง” “เมื่อไหร่เธอจะเลิกเป็นตัวเองสักที” “มะ...หมายความว่ายังไง” “ก็เพราะคำว่าขอโทษกับคำว่าไม่เป็นไรของเธอ มันทำให้คนอื่นคิดว่าเธอจะถูกทำยังไงก็ได้ โดนคนอื่นรังแกแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ซื้อบื้อชะมัด” “........” อัยยาขยับแว่นตาอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย คล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่าง “จริงสิ...ขอโทษนะเมื่อกี้แซนวิชที่ซื้อมาให้เละหมดแล้ว เดี๋ยวเราไปซื้อให้ใหม่นะ ตะวันรอแป๊บ” “ไม่ต้อง ไหนยื่นมือมาดูซิ” ร่างสูงพูดเสียงห้วนแต่แววตากลับอ่อนลง ก่อนจะยื่นมือออกไปตรงหน้าอีกฝ่าย อัยยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นมือออกไปตามที่เขาบอก ตะวันก้มมองฝ่ามือขาวเนียนที่มีรอยถลอกแดงจาง ๆ ปรากฏอยู่ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันที “นั่งรอตรงนี้...เดี๋ยวมา” ชายหนุ่มพูดเพียงสั้น ๆ ไม่เปิดโอกาสให้เถียง พูดจบร่างสูงก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อัยยานั่งมองแผ่นหลังแกร่งนั้นอย่างงงงันเล็ก ๆ ร่างสูงหายไปเพียงไม่นานก็กลับมาอีกครั้ง พร้อมถุงยาสีขาวในมือ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ อัยยา ระยะห่างใกล้ชิดเสียจนหัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว ตึก ตัก ตึก ตัก ตะวันเอื้อมมือมาดึงข้อมือเล็กไว้ ท่าทางไม่ได้อ่อนโยนหรือทะนุถนอมเป็นพิเศษ มือหนาค่อย ๆ ทำความสะอาดแผลถลอกอย่างรวดเร็ว ความเจ็บที่ควรจะรู้สึกกลับเลือนหายไป อัยยาเผลอเงยหน้ามองใบหน้าของเขาอย่างหลงลืมตัว จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มพาดเหนือดวงตาคมที่กำลังก้มมองมือ เธออย่างตั้งใจ ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่นเล็กน้อย ยามเงยหน้าขึ้นเพียงชั่วครู่ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ “ฉันแกล้งเธอได้คนเดียว คนอื่นฉันไม่ยอมหรอกนะ” “.....” ตะวันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง “นี่ ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า” คำถามนั้นทำให้อัยยาสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ในทันที หญิงสาวรีบขยับแว่นอย่างลนลาน ดวงตาหลบสายตาคมที่จ้องมองอยู่ตรงหน้า “เอ่อ…ได้ยิน” “อื้อ เสร็จแล้ว” “ขอบคุณนะ” ร่างสูงเหยียดตัวลุกขึ้น มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือยกขึ้นเสยผมเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางราวกับไม่อยากสบตา “ตอนเย็น ว่างหรือเปล่า” “วะ...ว่างสิ ทำไมเหรอ” “จะชดเชยเรื่องที่ไม่ได้ไปดูหนังด้วย ถ้าว่างตอนเย็นเจอกันที่ลานจอดรถ” ทันทีที่พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่คิดจะรอฟังคำตอบจากหญิงสาวตรงหน้า อัยยายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับภาพเมื่อครู่เป็นเพียงความคิดของตัวเอง หัวใจเต้นแรงจนต้องยกมือขึ้นกดอกไว้แน่น ก่อนริมฝีปากจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างเผลอตัว เหมือนไม่อยากเชื่อว่าคำพูดนั้นจะหลุดออกมาจากปากของตะวันจริง ๆ ช่วงเย็น แสงแดดสีส้มอ่อนคลี่คลุมลานจอดรถ อัยยายืนรออยู่ข้างรถยนต์คันเดิม หนังสือในอ้อมแขนถูกกอดแนบไว้แน่น สายตากวาดมองไปมาอย่างเผลอระแวง ไม่นานนัก ร่างสูงโปร่งก็ปรากฏขึ้นในสายตา ตะวันเดินมากับเพื่อน ท่าทางสบาย ๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ไหล่กว้างรับกับแสงยามเย็นจนดูโดดเด่นเกินใคร อัยยานิ่งไปชั่วขณะ สายตาหยุดอยู่ที่เขาเหมือนถูกตรึงไว้โดยไม่รู้ตัว เธอมองเขานิ่ง ๆ ตาค้างอยู่อย่างนั้น ก่อนจะรีบหลบสายตาเมื่อรู้ตัวว่ามองนานเกินไป หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบได้ยินเสียงของมันเอง “เอ่อ...ตะวันจะพาเราไปไหนเหรอ” หญิงสาวขยับแว่นตาเล็กน้อยเอ่ยถาม “ไปดูหนังไง อยากดูไม่ใช่เหรอ” “แต่ว่า คูปองมันหมดอายุแล้ว” “นี่...ยังจะหวงคูปองอะไรนั่นอีก รีบขึ้นรถ” “อ่อ...” อัยยาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เธออ้อมไปเปิดประตูรถ มือที่จับที่เปิดสั่นนิด ๆ จากนั้นรถค่อย ๆ เคลื่อนออกจากลานจอ แสงไฟถนนยามเย็นทอดผ่านกระจกเป็นเส้นยาว ร่างเล็กลอบมองชายหนุ่มข้างกายเป็นพัก ๆ ความรู้สึกเผลอไผลไหลเอ่อขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ขึ้นมาอยากห้ามไม่อยู่ตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 9เลิกตามฉันสักทีอัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่“นายมาทำไมอีก”
ตอนที่ 8ยุ่งกับมัน ก็ห้ามมายุ่งกับกู“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เ
ตอนที่ 7ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะโรงภาพยนตร์ XXบรรยากาศสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีอุ่น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับกลิ่นป๊อบคอร์นหอมกรุ่นลอยคลุ้งทั่วโถงสองร่างหยุดยืนอยู่หน้าแผงโปสเตอร์ภาพยนตร์ อัยยากอดถังป๊อบคอร์นไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่น สายตากวาดมองรายชื่อหนังอย่างตั้งใจ ขณะที่
ตอนที่ 5ไม่เป็นไรวันต่อมาอัยยายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก บรรจงสำรวจเงาสะท้อนของตัวเองอย่างตั้งใจ ร่างเล็กสวมชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ตัวยาวคลุมเข่า ผมยาวถูกถักเปียไว้สองข้างอย่างหลวม ๆ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา พอให้สีผิวดูสดใสขึ้นโดยแทบไม่ต่างจากเดิมนัก ก่อนจะหยิบแว่นตาเลนส์ห







