LOGINตอนที่ 5
ไม่เป็นไร วันต่อมา อัยยายืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก บรรจงสำรวจเงาสะท้อนของตัวเองอย่างตั้งใจ ร่างเล็กสวมชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ตัวยาวคลุมเข่า ผมยาวถูกถักเปียไว้สองข้างอย่างหลวม ๆ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบา พอให้สีผิวดูสดใสขึ้นโดยแทบไม่ต่างจากเดิมนัก ก่อนจะหยิบแว่นตาเลนส์หนากรอบเดิมมาสวมลงบนสันจมูก ขยับมันเข้าที่จนคุ้นมือ “อ้าว อัยจะไปไหน แต่งตัวซะสวยเชียว” ทันทีที่หญิงสาวก้าวพ้นธรณีประตู เสียงทักของแม่ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง อัยยาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมอง หญิงวัยกลางยืนพิงกรอบประตูห้องครัว มือหนึ่งถือผ้าเช็ดมือ อีกมือเท้าเอว มองลูกสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาคล้ายจับผิด “เอ่อ…ไปมหาลัยค่ะ ”อัยยาตอบเสียงเบา ขยับแว่นตาอย่างเคยชิน “วันนี้วันหยุดหนิ” อัยยาก้มหน้าลงเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ก่อนจะพึมพำตอบอย่างเขิน ๆ “วันนี้…มีนัดทำงานกลุ่มกับเพื่อนค่ะ” แม่มองท่าทีลูกสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ไปเถอะ ระวังตัวด้วยล่ะ” “ค่ะ เดี๋ยวหนูจะรีบกลับนะ” โรงภาพยนตร์ อัยยายืนรออยู่ตรงหน้าโรงภาพยนตร์ กอดถังป๊อปคอร์นไว้แนบอก มืออีกข้างถือน้ำอัดลมเย็นเฉียบ ร่างเล็กขยับยืนสลับเท้าเล็กน้อย ดวงตาภายใต้แว่นเลนส์ใสคอยชะเง้อมองผู้คนที่เดินผ่านไปมา เผื่อจะเห็นร่างสูงคุ้นตาปรากฏขึ้น ในหัวกลับไม่ว่างเปล่าอย่างที่ควรจะเป็น ภาพจินตนาการผุดขึ้นมาไม่หยุด ตอนที่เธอเผลอสบไหล่เขาในโรงหนัง หรือว่าตอนที่ที่เขาหันมาปลอบเธอตอนฉากสะเทือนขวัญ หญิงสาวขยับแว่นตา สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามดึงสติกลับมา แต่ปลายหูกลับร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ รอยยิ้มบาง ๆ ค่อย ๆ แต้มขึ้นบนริมฝีปาก “หนังจะเริ่มแล้ว ทำไมยังไม่มาอีก” อัยยาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง ขณะสายตากวาดมองไปยังทางเข้าโรงหนังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างเล็กขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย ก่อนจะควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์อย่างร้อนรน “คงไม่ใช่ลืมหรอกนะ…” ปลายนิ้วเรียวกดโทรออกแทบจะในทันที ทว่าปลายสายกลับไร้การตอบกลับ ดวงตากลมภายใต้แว่นเลนส์ใสหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น มือที่ถือแก้วน้ำเริ่มเย็นเฉียบไม่ต่างจากความรู้สึก ในอก หัวใจที่เคยเต้นแรงด้วยความคาดหวัง ค่อย ๆ หน่วงหนักลงทีละนิด ตัดภาพมาที่อีกฝั่ง ร่างสูงของตะวันนอนราบอยู่บนเตียง มือหนึ่งถือมือถือไว้แน่น อีกมือกดหน้าจอถี่ ๆ เสียงเกมดังรัวไปทั่วห้อง คิ้วหนาคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นท่าทางดูจริงจังไม่น้อย “ไอ้เตอร์ มึงจะยืนเอ๋ออยู่อย่างนั้นทำไม เข้าสิวะ!” เขาสบถออกมาอย่างหัวเสีย “เล่นเป็นหรือเปล่าเนี่ย!” เสียงเอฟเฟกต์ในเกมดังไม่หยุด ก่อนที่ใบหน้าจะฉายแววหงุดหงิดมากกว่าเดิม เมื่อสายเรียกเข้าปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชื่อเดียวกันเด้งขึ้นเต็มหน้าจอ ตะวันตัดสินใจกดรับอย่างรำคาญ ก่อนจะกระแทกเสียงถามออกไป “โทรมาทำไมนักหนา!” น้ำเสียงดุดันจนคนฟังเผลอสะดุ้ง รีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากข้างหูโ “เอ่อ…ตะวัน เรามารอที่โรงหนังแล้วนะ อยู่ไหนเหรอ” “โรงหนังอะไร” ใบหน้าหล่อขมวดคิ้ว ฉายแววฉงน เมื่อได้ยินคำประโยคนั้น “ก็…เมื่อวานตะวันบอกจะมาดูหนังเป็นเพื่อนเราไง” “ลืม วันหลังแล้วกัน” “แต่ว่าเรามาแล้วนะ หนังเพิ่งเริ่มฉาย ถ้ามาตอนนี้ก็ยังทัน…” “ก็บอกว่าไม่ไปไง จะอะไรนักหนาวะ” “แต่ว่า…” “ไม่มีอารมณ์ไปแล้ว อยากดูนักก็ดูไปคนเดียวสิ” “ตะวัน…” ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอพูดต่อรีบ กดตัดสายโดยไม่ลังเล ก่อนจะโยนมือถือกลับมาที่ตำแหน่งเดิมแล้วหันกลับไปจ้องหน้าจอเกม “เฮ้ย ไอ้วัน มึงหลุดอะไรวะ!” เสียงเพื่อนในเกมตะโกนลั่น “เมื่อกี้รับโทรศัพท์” เขาสบถเบา ๆ ในลำคอ นิ้วกดหน้าจอหนักแน่นราวกับจะระบายอารมณ์ เหตุการณ์เมื่อครู่ถูกละเลยไปโดยไม่เหลียวแล ต่างจากอัยยาที่ได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าโรงหนัง เพียงลำพัง ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาไม่ขาดสาย ช่วงเย็นคล้อย แสงไฟอุ่นจากโคมระย้าสะท้อนผนังกระจกใสของห้องพักโรงแรมหรู ห้องกว้างขวาง เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นหอมสะอาดลอยอวลอยู่ในอากาศ ตะวันเอนตัวพิงโซฟาหนัง นอนดูทีวีอย่างไร้อารมณ์ รีโมตวางพาดอยู่บนอก เสียงรายการดังคลอเป็นฉากหลัง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ทันทีที่เห็นคนตรงหน้า ดวงตาคมก็ฉายแววตกใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเรียบเฉยลง “มาทำไม” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ พลางหมุนตัวเดินกลับเข้าห้อง ราวกับไม่จำเป็นต้องเชิญ อัยยาก้าวตามเข้ามาอย่างคุ้นเคย สายตากวาดมองไปรอบห้องพักราคาแพง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “เราแค่อยากมาดู…ว่าทำไมตะวันถึงไม่ไปดูหนังกับเรา” ตะวันหยุดเดิน หันกลับมามอง สีหน้ายังคงเรียบเฉย “ก็บอกแล้วว่าไม่ว่าง” “ไม่ว่างทำอะไรเหรอ” “จะถามเซ้าซี้ทำไม เธอมานี่ก็เพื่อถามเรื่องแค่นี้เหรอ” อัยยาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดต่อด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ “เรารอตะวันทั้งวัน ตะวันบอกไม่ว่างเราก็เข้าใจนะ…แต่คำว่าไม่ว่างของตะวัน คือการมานั่งดูทีวี เล่นเกม แบบนี้เหรอ” ตะวันหันมามองเธอเต็มตา แววตาหงุดหงิดชัดเจน “อัยยา มึงงี่เง่าไปปะ กูจะไปหรือไม่ไปมันก็สิทธิ์ของกูมั้ย แล้ววันนี้มึงเป็นอะไรเนี่ย” “เปล่า…แค่รู้สึกว่าตะวันเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าเราตลอดเลย” “ถ้าพูดไม่รู้เรื่อง ก็กลับไปได้แล้ว กูชักจะรำคาญมึงแล้ว” “ทั้งที่เราอยู่ข้างตะวันมาตลอด ตะวันต้องการเมื่อไหร่เราก็มา ไม่เคยบ่น แต่พอเป็นเราบ้าง…ตะวันกลับไม่มีเวลาให้เลย” ตะวันถอนหายใจแรง ความโมโหฉายชัดบนใบหน้า “อย่าทำเหมือนเป็นเมียกูได้มั้ย” คำพูดนั้นทำเอาหญิงสาวนิ่งไปชั่วขณะ “…” “ถ้ามึงยังพูดไม่เลิก แม้แต่เพื่อน…ก็จะไม่ได้เป็น เลิกคิดอะไรเพ้อเจ้อซะ ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้ กูให้มึงได้มากสุดก็แค่เพื่อน” “เราไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ขอโทษ วันนี้เราอารมณ์ไม่ดี เผลอพูดอะไรทำให้ตะวันโมโห…ขอโทษนะ” ตะวันเบือนหน้าหนีคล้ายไม่อยากใส่ใจ “กลับไปได้แล้ว กูสดใสอยู่ดี ๆ ต้องมาอารมณ์เสียเพราะเห็นหน้ามึงนี่แหละ” ร่างเล็กพยักหน้าเบา ๆ ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกจากห้อง ปล่อยให้ประตูปิดลงอย่างเงียบงัน เพราะเธอรู้ดีว่า หากยังดื้อดึงพูดต่อไป…แม้แต่คำว่า เพื่อน ก็คงไม่เหลือให้ยึดไว้ ตามที่ตะวันว่าไว้เมื่อครู่ ร่างเล็กเดินผ่านห้องโถงโรงแรมอย่างเอื้อยเชื่อย สภาพเหมือนคนหมดแรง ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์ แต่ทันทีที่ลิฟต์เปิดออกเธอก็ต้องชะงักเมื่อสวนกับปัดรุ่นพี่เมื่อเช้าที่กำลังเดินออกมามา อัยยาถึงกับหน้าถอดสีกันเลยทีเดียว อัยยาขยับแว่นเล็กน้อย สูดลมหายใจรวบรวมความกล้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “เอ่อ…พี่ปัดพักอยู่แถวนี้เหรอคะ” ปัดชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวด้วยแววตาฉงนเล็กน้อย ทว่าไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจนัก เพราะเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าอัยยาเป็นคนใกล้ตัวของตะวัน “เปล่า ฉันมาหาตะวันน่ะ” คำตอบนั้นทำให้อัยยาก้มหน้าลงโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะพูดอะไร หากแต่เป็นเพราะไม่อยากให้หญิงสาวตรงหน้าได้พบตะวัน เธอจึงเลือกเอ่ยคำโกหกออกไปอย่างลังเล “คือว่า...ตะวันไม่อยู่ค่ะ” “เธอก็มาหาตะวันเหมือนกันเหรอ” “ค...ค่ะ” “ทั้งที่นัดกันไว้แท้ ๆ เชียว” “หนูยืนรอเขาอยู่หน้าห้องตั้งนาน ก็ยังไม่เห็นมา สงสัยจะกลับไปนอนที่บ้าน” ปัดทำท่าจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่อัยยารีบเอ่ยห้ามในทันที “หนูโทรหาตั้งหลายสายแล้ว…เขาไม่รับเลยค่ะ” ปัดมองอัยยาอยู่อึดใจ ราวกับชั่งใจบางอย่าง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ คล้ายหมดความตั้งใจจะสนทนาต่อ “งั้น…ฉันกลับก่อนดีกว่า” จากนั้นหญิงสาวก้าวเข้าไปในลิฟต์ตามเดิม ส่วนอัยยาได้แต่ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายแม้แต่น้อยตอนที่ 60มีแค่หนูอย่างอื่นไม่สน (จบ)ภายในบ้านที่อบอุ่น ลูกคลื่นชายหนุ่มในวัย28 ปี ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม มือหนึ่งถือทัพพี อีกมือหนึ่งกำลังคนซุปในหม้อ กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เด็กชายตัวน้อยวัยกำลังซนวิ่งวนไปรอบ ๆ ห้องรับแขก เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องอย่างมีความสุข“คิริน อย่าวิ่งใกล้โต๊ะสิ เดี๋ยวหกล้มนะครับลูก” ลูกคลื่นเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงความเอ็นดู สายตายังคงหันกลับไปที่หม้อที่กำลังเดือด“ไม่เอา! จะวิ่ง ๆๆ” เด็กชายตอบเสียงใส ทั้งยังหัวเราะชอบใจ ยิ่งถูกห้ามก็ยิ่งวิ่งซนไปรอบโซฟาเฌอรีนนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา พลางหัวเราะเบา ๆ กับภาพตรงหน้า มือหยิบตุ๊กตาผ้าตัวเล็กมาเขย่าเรียกลูก “มานี่สิ มาหาแม่มา”เด็กน้อยชะงักเล็กน้อยก่อนจะวิ่งมากระโดดขึ้นตักแม่ ใบหน้าน้อย ๆ ซุกเข้าที่อกของเธออย่างอ้อน ๆ เฌอรีนก็ก้มลงหอมแก้มลูกฟอดใหญ่ พลางเงยหน้ามองไปทางครัวที่สามีกำลังตั้งใจทำกับข้าว“ที่รัก...จะเสร็จยังหนูหิวแล้ว” “จะเสร็จแล้ว....รอแป๊บ”เด็กชายคนโตอายุ 4 ขวบกำลังเล่นต่อบล็อกไม้เสียงดังลั่น พอไม่สำเร็จก็ปาขึ้นกลางอากาศอย่างไม่ใส่ใจ ข้าง ๆ กันมีน้องสาววัย 3 ข
ตอนที่ 59ที่รัก NCลูกคลื่นค่อย ๆ ประคองร่างอรชรของเฌอรีนลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แผ่นหลังบางสัมผัสกับผ้าปูสะอาด กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ติดตามกายเธอลอยคลุ้งปนไปกับกลิ่นกายของเขา ริมฝีปากของลูกคลื่นยังไม่ยอมผละออกไปไกลนัก ก้มลงซุกไซ้ตามซอกแก้มและลำคอของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับจะจดจำทุกสัมผัสเอาไว้ในความทรงจำมือหนาของเขาลูบแผ่วผ่านเอวคอด ก่อนจะสอดประสานกับมือเล็กที่ยกขึ้นมากุมแน่น เฌอรีนหลับตาแน่น แก้มแดงจัด หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอกทุกครั้งที่เขาขยับใกล้“ที่รัก…” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยเรียกชื่อเธอเหมือนคำสวดที่ออกมาจากหัวใจ ก่อนที่ลูกคลื่นจะก้มลงมอบจุมพิตอีกครั้งมือหนาเข้าไปที่สาบเสื้อเชิ้ตของเฌอรีน ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้านุ่มจนเธอขนลุกวาบ เสื้อตัวบางถูกปลดกระดุมทีละเม็ดช้า ๆ ก่อนที่เขาจะดึงออกจากไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา ร่างอรชรเผยผิวขาวนวลออกมาให้สายตาคมได้มองชัดเจนเฌอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงจัดเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาเขาที่จ้องมาไม่กะพริบ มือเล็กยกขึ้นดันอกเขาเบา ๆ “พี่… อย่ามองมองแบบนั้นสิ” ริมฝีปากร้อนเลื่อนไปตามแนวกราม ลากผ่านซอกคอ ก่อนจะหยุดที่อกอิ่มที่กระเพื่อมต
ตอนที่ 58ยกให้หนูหมดเลยสองอาทิตย์ต่อมาบรรยากาศเย็น ๆ ของร้านนั่งชิลในไทยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีสดคลอเบา ๆ และกลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาตามลมลูกคลื่นเดินจับมือเฌอรีนเข้ามาในร้าน สายตาหลายคู่เหลียวมอง เพราะไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนหน้าตาดีควงสาวสวยเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มหน้า“ไอ้คลื่น!” เสียงชิม่อนตะโกนขึ้นทันทีที่เห็นเพื่อนเดินเข้ามา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นสูงอย่างดีใจ “โผล่มาได้สักทีนะมึง กูนึกว่าจะฝังตัวอยู่แต่ต่างประเทศซะแล้ว”องศาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้าง ๆ ก็หันมามองพร้อมยกยิ้ม “เออ แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวนะเว้ย มองดี ๆ สิ ใครควงมาด้วย”ทุกสายตาที่โต๊ะเลยหันไปมองเฌอรีนที่ยืนยิ้มเก้อ ๆ อยู่ข้าง ๆ ลูกคลื่น ชิม่อนถึงกับทำตาโตแล้วหันกลับมามองเพื่อน “เห้ย…จะแต่งยัง”ลูกคลื่นหัวเราะในลำคอ มือที่จับเฌอรีนอยู่ก็ยิ่งบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบ “ใกล้แล้ว”“สวัสดีครับน้องเฌอไม่ได้เจอกันนานเลย....สบายดีนะ”องศาที่เงียบมาตั้งแต่แรกทักขึ้น“สบายดีค่ะ พวกพี่ ๆ ก็สบายดีนะคะ”“ไม่ต้องห่วงหรอก”“นี่แฟนกูเป็นห่วงพวกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่”“แหม๋....ทำมาเป็นหวงนะมึง”“แน่สิ ก็มีแฟนคนเดียวเนาะ ใ
ตอนที่ 57สิ่งที่รอมาตลอดสองปีต่อมาแสงแดดยามสายอาบไล้ทั่วบริเวณมหาวิทยาลัย เฌอรีนยืนอยู่หน้าตึกคณะบริหารด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า ร่างเล็กสวม ชุดครุยสีดำตัวยาวทับเดรสสุภาพสีอ่อน ผ้าฮู้ดด้านหลังเป็นสีแดงเข้มแซมทอง ตามสัญลักษณ์ของสายบริหารธุรกิจ ตัดกับความเรียบสง่างามของชุดครุยได้อย่างโดดเด่นบนศีรษะมี หมวกสี่เหลี่ยมสีดำพร้อมพู่ห้อยที่พลิ้วไปตามแรงลม เธอยกมือขึ้นจับหมวกเบา ๆ กันไม่ให้หลุด เส้นผมที่ปล่อยไว้ปรกข้างแก้มทำให้ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานขึ้นไปอีก“ถ้าวันนี้มีพี่อยู่ด้วยก็คงดี ช่างเถอะพรุ่งนี้ก็กลับไปหาพี่แล้ว คิดถึงจัง”เสียงผู้คนคึกคักอยู่รอบสนามหญ้าหน้าคณะบริหาร เฌอรีนกำลังยืนถ่ายรูปกับเพื่อน ๆ อยู่ พลันสายตาเหลือบไปเห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหญิงผู้เป็นน้าของเธอและชายร่างสูงใหญ่ที่เป็นคุณลุงพ่อของลูกคลื่นทันทีที่มองเห็น เฌอรีนยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะวางช่อดอกไม้ในมือลงแล้ววิ่งพุ่งไปหาทั้งสองอย่างไม่ลังเล“คุณน้า! คุณลุง!” เสียงเรียกดังใส ก่อนที่เธอจะโถมตัวเข้ากอดน้าแน่นด้วยความคิดถึงและความอบอุ่นที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจหญิงวัยกลางหัวเราะเบา ๆ พลางลูบห
ตอนที่ 56ตกหลุมรักคืออะไรอุโมงค์กระจกใต้น้ำทอดยาวราวกับพาเข้าสู่โลกอีกใบ แสงสีฟ้าอ่อนสะท้อนเกล็ดปลาที่แหวกว่ายเป็นฝูงเหนือศีรษะ เฌอรีนก้าวเคียงข้างลูกคลื่น มือเล็กถูกกอบกุมไว้แน่น ร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย“สวยจัง…”ลูกคลื่นเหลือบตามองภาพเบื้องหน้า แต่ไม่นานก็หันกลับมาจ้องใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างตื่นตาตื่นใจของเธอแทน รอยยิ้มบางจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากชายหนุ่ม ก่อนเสียงทุ้มเอ่ยตอบแผ่วเบา“ใช่…สวยมาก”หญิงสาวหันมาสบตาเข้าอย่างจัง ถึงได้รู้ว่าคำพูดนั้น…เขาไม่ได้หมายถึงฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่รอบด้าน ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที รีบเบือนสายตากลับไปยังอุโมงค์ข้างหน้า แต่กลับไม่อาจปิดบังรอยแดงระเรื่อที่ค่อย ๆ คลี่บนแก้มได้“พี่เนี่ย…” เธอบ่นเบา ๆ คล้ายต่อว่า แต่หัวใจกลับเต้นแรงเสียจนแทบจะกลบเสียงคลื่นน้ำรอบตัว“เขินเหรอ”“เปล่า แค่ยังไม่ชินต่างหาก”“ต่อไปจะชมว่าหนูสวยทุกวัน”“พี่ชอบหนูมากขนาดนั้นเลยเหรอ....”“อื้อ..ชอบหนูมากกว่าชอบตัวเองซะอีก”“พูดอะไรก็ไม่รู้....ยังนึกถึงตอนที่พี่ด่าหนูได้อยู่เลย”“ขอโทษ....”ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยราวกับกำลังสำนึกผิด
ตอนที่ 55เขร่งขรึมหน่อยสิก๊อ ก๊อก ก๊อกในขณะที่ทั้งสองกำลังนอนกอดกันกลมจนแทบจะเป็นร่างเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งคู่สะดุ้งจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอกเสียงผู้หญิงจากด้านนอกยังดังเข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคย“เฌอรีน อยู่มั้ยลูก น้ามาหา”เฌอรีนหันไปมองชายหนุ่มตาโตด้วยความร้อนรน “ทำยังไงดีล่ะพี่คลื่น น้าเข้ามาเห็นพวกเราแบบนี้ นี่แล้วพี่ได้บอกคุณน้าเปล่าว่าจะมา”ลูกคลื่นกัดริมฝีปากแน่น แต่ก็พยายามตั้งสติ “ยัง ใจเย็นก่อน…ใส่เสื้อให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวพี่จัดการเอง”ทั้งคู่รีบเก็บเสื้อผ้าที่ระเกะระกะบนโซฟาอย่างเร่งรีบ เสียงหัวใจเต้นดังจนแทบจะกลบเสียงเคาะประตู แล้วลูกคลื่นก็สูดหายใจลึก ก่อนจะก้าวไปเปิดประตู“นะ...นี่ลูกคลื่น ทำไมมาไม่บอกแม่เลย แล้วมาอยู่กับน้องได้ไง มารังแกอะไรน้องรึเปล่าเนี่ย”มารดาเอ่ยถามน้ำเสียงสงสัยสีหน้าดูตกใจเล็กน้อย“ทำไม ก็คิดถึงเลยมาหา ไม่ได้รังแกสักหน่อยใครจะกล้าล่ะ แม่มาขัดจังหวะจริง ๆ”“รู้อยู่แล้วว่ามาขัดจังหวะ ดูแกใส่เสื้อใส่กางเกงสิกลับไปกลับมาคนล่ะทาง ยังไม่รู้ตัวอีก”ลูกคลื่นก้มลงมองเสื้อยืดที่ใส่กลับด้านอยู่จริง ๆ กับกางเก
ตอนที่ 9เลิกตามฉันสักทีอัยยานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ริมสนามบาส มือเล็กกุมขวดน้ำไว้แน่น สายตาทอดมองไปยังสนามตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ รอบตัวมีผู้คนเพียงประปราย จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนนั่งลงข้าง ๆ หญิงสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นคนที่เธอไม่ค่อยอยากเจอเท่าไหร่“นายมาทำไมอีก”
ตอนที่ 8ยุ่งกับมัน ก็ห้ามมายุ่งกับกู“ซี๊ด! อื้ม ตะวันขา ช่วยเน่หน่อยสิคะ...”เสียงครางกระเส่าหวานออดอ้อนเล็ดลอดออกมาจอปลายสาย เนินอกขาวเนียนสะท้อนบนหน้าจอ ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าไร้อารมณ์“วันนี้อารมณ์ไม่ดี พอแค่นี้เถอะ”“เดี๋ยวสิคะ...เน่ทำให้ตะวันอารมณ์ดีได้น๊า”เสียงเล็กแหลมยังคงตอแยไม่เ
ตอนที่ 7ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะโรงภาพยนตร์ XXบรรยากาศสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีอุ่น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับกลิ่นป๊อบคอร์นหอมกรุ่นลอยคลุ้งทั่วโถงสองร่างหยุดยืนอยู่หน้าแผงโปสเตอร์ภาพยนตร์ อัยยากอดถังป๊อบคอร์นไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่น สายตากวาดมองรายชื่อหนังอย่างตั้งใจ ขณะที่
ตอนที่ 6อย่าเป็นตัวของตัวเองนักสิบริเวณทางถนนเดินในมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบอัยยาหญิงสาวร่างเล็กวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา แว่นกรอบหนาเอียงเล็กน้อยตามแรงสะเทือน กระโปรงทรงเอกับเสื้อนักศึกษาตัวโคร่ง ปลิวไหวตามจังหวะก้าว มือทั้งสองข้า







