เข้าสู่ระบบแต่ตลอดช่วงมหาวิทยาลัย ความผูกพันระหว่างทั้งสองคนก็ยังเหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย ถึงจะเรียนกันคนละคณะ อยู่กันคนละซีกโลก แต่ความสนิทสนมก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เป็นเพื่อนแท้ที่ต่างฝ่ายต่างไว้ใจกันแบบไร้เงื่อนไข จนกระทั่งช่วงปีสุดท้าย อคินต้องไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด ส่วนอิงอิงก็เริ่มมีคนรัก เธอติดแฟนคนนี้มากจนแทบจะหายวับไปจากเรดาร์ของเพื่อนสนิทอย่างเขา
แต่ก็นั่นแหละ พอเริ่มเข้าสู่ช่วงทำงานจริงจัง อิงอิงก็บินถี่ราวกับนกอพยพ เธอทำงานหนักแทบไม่ได้หยุดพัก เพราะอยากเก็บเงินให้ได้มากที่สุดไว้สร้างอนาคตร่วมกับคนรัก เก็บไว้จัดงานแต่งในฝันตามแผนที่วางไว้สวยหรูในหัว แต่ก็เพราะการเดินทางบ่อยๆ และตารางเวลาที่ไม่ตรงกันนี่แหละ ที่ค่อยๆ กลายเป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่กัดกินความสัมพันธ์ของเธอกับพี่อาร์ตไปทีละนิด จนสุดท้ายก็กลายเป็นช่องว่างใหญ่โตเกินจะประสาน และดูเหมือนว่าความห่างจะเปิดช่องให้แฟนของเธอเริ่มไขว้เขวไปกับความเย้ายวนของผู้หญิงอีกคน ที่เธอให้สรรพนามว่า ‘อีนั่น’ ทั้งคำพูด ท่าทาง และสายตาของอีกฝ่ายมันออกจะจงใจอยู่ไม่น้อย เธอพยายามหลอกตัวเองอยู่หลายหนว่าแค่คิดไปเอง แต่พอเห็นโพสต์ภาพและแคปชันแสนเย้ายวนที่อีกฝ่ายลงอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายกับแฟนเธอบ่อยๆ ลงแล้วก็รีบลบเหมือนอยากให้เธอรู้เธอก็ปะติดปะต่อได้ไม่ยากว่า คนรักของเธอแอบนอกใจ และมันก็ชัดเกินกว่าที่จะเรียกว่าเรื่องบังเอิญ เธอมั่นใจว่า ทั้งคู่คงเลยเถิดกันไปถึงขั้นที่ไม่ใช่แค่กินข้าวด้วยกัน แต่คง ‘กินตับ’ กันมาหลายมื้อหลายเดย์แล้วด้วยซ้ำ อันที่จริงเธอรู้เรื่องนี้มาสักระยะแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี จะเลิกกันไปเลยดีไหม หรือจะลองเปิดอกคุยอีกสักครั้ง แต่ความเสียหน้ามันก็ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงทุกครั้งที่นึกถึงภาพแหวนคู่ที่เคยซื้อให้พี่อาร์ต กลายเป็นแหวนที่อีกฝ่ายใส่ไปอวดในรูปคู่กับคนอื่นอย่างไม่รู้สึกรู้สา กลับมาที่โซฟาในโถงหน้าคลินิก อคินยังคงปฏิเสธเสียงแข็งดังเดิม ราวกับตั้งป้อมจะไม่ยอมหลุดกรอบจริยธรรมแพทย์แม้แต่ปลายเล็บ เสียงของเขาฟังดูจริงจัง ทว่าใบหน้ากลับเจือแววเหนื่อยใจอย่างปิดไม่มิด “พอเลย อิงอิง ฉันไม่เลเซอร์กีกี้ให้แกเด็ดขาด!” แต่เพื่อนสาวกลับทำหน้าทำตาเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยสักนิด เธอขยับตัวเข้าไปใกล้อคินอีกหน่อย จนหัวไหล่เบียดกัน ส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขาอย่างรู้ทาง “อาทิตย์หน้าฉันจะบินไปอิตาลี แกก็รู้ใช่ไหมว่าช่วงนี้เป็นช่วงซัมเมอร์เซลล์ คอลเล็กชันใหม่ลดกระหน่ำ พวกกระเป๋าผู้ชายอย่าง Loewe Fendi หรือแม้แต่ Gucci รุ่นใหม่ๆ ราคาถูกกว่าที่ไทยหลายหมื่นเลยนะอคิน” น้ำเสียงเธอลากยาวเป็นจังหวะเหมือนกำลังเชื้อเชิญเขาเข้าสู่ข้อตกลงบางอย่าง อคินหรี่ตาลง มองเธออย่างจับผิด รู้ทันว่านี่ไม่ใช่การพูดคุยธรรมดา แต่คือการเจรจาต่อรองเต็มรูปแบบ เธอรู้ว่าเขาคลั่งของแบรนด์เนมขนาดไหน โดยเฉพาะพวกกระเป๋าสะพาย หรือคลัชเนี้ยบๆ เรียบหรู ที่เหมาะกับหมอหนุ่มผู้หลงใหลในความเป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว “รับรองว่าถ้าแกได้ถือกระเป๋าคอลฯ ใหม่ รับรองหล่อขึ้นอีกสิบระดับแน่ๆ” อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่จนสุดไหล่ ดวงตาปิดลงเหมือนคนที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังจะตกหลุมพรางอีกครั้ง “โอ๊ย...นี่มันติดสินบนกันชัดๆ” “ไม่ใช่สินบน แค่ของขวัญเล็กๆ สำหรับคุณหมอที่อุตส่าห์เสียสละเวลามาดูแลร่างกายให้เพื่อนน่ะค่ะ” เธอกะพริบตาถี่ๆ อย่างจงใจ “เออๆๆ ยอมทำให้ก็ได้วะ” เขาพึมพำเบาๆ แล้วพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “เย่ แกเป็นเพื่อนที่น่ารักที่สุด” อิงอิงส่งเสียงใส ก่อนจะโถมตัวเข้ามากอดแน่นแล้วฟัดแก้มเขาฟอดใหญ่ด้วยความดีใจ แม้อคินจะพยายามเอนตัวหลบเพื่อนสาวที่โถมมากอด แต่ยิ่งเขาขยับ เธอก็ยิ่งรุกไล่ตามแบบไม่เปิดช่องให้หนี หนำซ้ำยังยกแขนขึ้นโอบคออย่างแนบแน่นราวกับตุ๊กแกเกาะผนังบ้าน ถ้าใครหลงเดินผ่านมาเห็นเข้า คงคิดว่าฉากนี้ไม่ต่างจากหนังรักวัยรุ่นที่เพิ่งสารภาพรักกันใต้แสงจันทร์ เพราะท่าทางแนบชิดติดกันชนิดไร้ช่องว่างแบบนั้น มันไม่เหลือพื้นที่ให้คิดเป็นอย่างอื่นไปได้เลย อิงอิงดูเริงร่าเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ แต่ฝั่งอคินกลับได้แต่กลอกตาแล้วถอนหายใจยาวเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางเฉียบ ถึงเขาจะเป็นเกย์ก็เถอะ แต่ไอ้ความสนิทสนมระดับรู้จักกันยันขี้ตาแบบนี้ มันก็ทำให้บรรยากาศเริ่มจะพาเขาไปไกลกว่าขอบเขตของคำว่าเพื่อนอยู่ไม่น้อย ไม่อยากคิดเลยว่า วินาทีที่เขาเห็นกีกี้ของเธอ มันจะกระอักกระอ่วนมากแค่ไหน...“อื้อ…ที่รักขา…เค้าเสียว…อ๊า...” เสียงหอบหายใจของหญิงสาวแผ่วดัง ร่างกายบิดเร้าอย่างควบคุมไม่อยู่เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นจู่โจมรัวเร็ว มือหนาเลื่อนไปประคองสะโพกเธอไว้มั่น ยิ่งทำให้ทุกสัมผัสนั้นลึกซึ้งและเร้าอารมณ์ ในตอนที่เขาลงลิ้นมอบความเปียกชุ่ม เธอแทบจะยืนไม่ไหว ขาเรียวสั่นระริก มือจิกแน่นกับขอบโต๊ะเรียนเก่าที่เย็นเฉียบ เขาที่เฝ้าสังเกตอาการของเธออยู่แล้วก็ไม่รอช้า สอดตัวเข้าไปในทันทีแบบไม่มีคำเตือน แต่ทว่าเธอก็ยอมรับสัมผัสของเขาโดยไร้การต่อต้าน ดวงตาปรือปรอยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่รุนแรงจนยากจะหยุดยั้ง ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเวลาในตอนนี้มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่อาจมัวชักช้าให้โอกาสอันเร่าร้อนนี้หลุดลอยไปได้ เสียงฝีเท้าหรือเสียงพูดคุยจากด้านนอกอาจดังขึ้นเมื่อไรก็ไม่มีใครคาดเดาได้ ดังนั้นจึงต้องรีบเร่งอย่างระมัดระวัง อิงอิงถูกจับให้โก้งโค้งพาดตัวแนบไปกับโต๊ะเรียนไม้เก่าตัวหนึ่ง ร่างบางสั่นไหวเมื่อเขากระแทกเข้าไปลึกสุดความยาว แล้วค่อยๆ ถอนออกจนแทบหลุด แล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างแม่นยำและหนักหน่วง ท่อนเอ็นแข็งขึงของเขาเคลื่อนเข้าออกในจังหวะที่สม่ำเสมอแต่ร้อนแรง ขับเน้นให้ร่างของเธอสั่นระริกตาม
การตกลงใจแต่งงานกันในครั้งนี้ของทั้งคู่ นอกจากจะเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต่างยินยอมพร้อมใจแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายที่เฝ้ารอวันนี้มานานโดยเฉพาะแม่ของอิงอิง ที่เฝ้ามองเพื่อนสนิทของลูกสาวคนนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ด้วยสายตาเอ็นดูและเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดี เรียบร้อย มีสัมมาคารวะคนนี้จะเป็นแรงพยุงให้ลูกสาวของเธอกลายเป็นคนมีคุณภาพ มีระเบียบวินัย และไม่เตลิดไปกับเพื่อนฝูงที่อาจพาออกนอกลู่นอกทาง จะว่าไป หากไม่มีอคินคอยดูแล ประคอง และเป็นหลักให้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ลูกสาวของเธอคงไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างที่เห็นว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้เวลาเกือบสองเดือนเต็มในการเตรียมงานแต่ง หลังจากผู้ใหญ่ในครอบครัวช่วยกันหาฤกษ์งามยามดีให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนทุกขั้นตอนอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจองช่างแต่งหน้าและช่างภาพ ไปจนถึงการเลือกธีมงานและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องประสานกันทุกฝ่ายเพื่อให้งานในวันสำคัญออกมาสมบูรณ์ที่สุดเกือบทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นตามแผน ยกเว้นเสียก็แต่เพียงเรื่องเดียวที่ยังติดค้างอยู่ในใจ นั่นคือภาพถ่าย
เขายกขาเรียวของเธอพาดขึ้นบนบ่ากว้างอย่างมั่นคง ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ ปลุกปั้นความเสียวให้แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ราวกับทุกอณูผิวกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งแต่ไม่นาน จากที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าละเมียดละไม เขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะนั้นให้เร็วขึ้น หนักหน่วงขึ้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นเข้าสู่กายเธอราวกับพายุที่โหมกระหน่ำไม่ยั้ง ร่างเธอโยกคลอนไปตามแรงกระแทกนั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นประสานกับเสียงครางกระเส่าที่หลุดลอดออกจากลำคอของทั้งคู่ดวงตาของเขาฉายชัดถึงแรงปรารถนาที่เดือดพล่านอยู่ภายใน มันทั้งร้อนแรง ดิบเถื่อน และเร้าเร่งจนแทบจะเผาไหม้ความอดกลั้นให้มอดไหม้เป็นจุณ ริมฝีปากที่เม้มแน่นกัดกรามจนแนวกรามขบกันแน่น ขณะที่แววตาจ้องมองเธอไม่กะพริบ ราวกับต้องการกลืนกินทุกความรู้สึก ทุกลมหายใจของเธอให้หลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงตัณหารุนแรงของเขา“แกชอบมีเซ็กซ์กับฉันไหม อิงอิง” เสียงกระซิบแนบหูเธอ ก่อนจะก้มลงจูบเนินอกอีกครั้ง คล้ายเร่งเร้าให้เธอตอบจากใจ“อื้อ ชอบมาก ชอบที่สุดเลยอคิน”“ถ้ารู้ว่าเราเข้ากันดีขนาดนี้ ฉันน่าจะจับแกเป็นเมียให้เร็วกว่านี้”ระหว
ค่ำคืนแห่งปรารถนาผ่านไปอย่างเนิ่นนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ตลอดทั้งคืนเขาโอบกอดเธอแนบแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับความฝัน เสียงกระซิบของคำสารภาพอันหลากหลายค่อยๆ หลั่งไหลออกมา ทั้งเรื่องในอดีตที่เขาไม่เคยบอกใคร ความรู้สึกที่ถูกเก็บงำไว้ และความปรารถนาอันเร่าร้อนที่เขาไม่อาจหักห้ามใจได้ ทุกถ้อยคำผสานกลมกลืนไปกับบทสัมผัสอันร้อนแรงที่โหมกระพือซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายทั้งสองก็เผลอหลับไหลไปโดยไม่ทันรู้ตัวแต่สิ่งที่แน่ชัดยิ่งกว่าความฝัน คือรุ่งสางที่แสงอาทิตย์ยังโผล่ไม่พ้นขอบฟ้า เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสวาบหวิวบริเวณจุดกระสันกลางกาย อิงอิงรับรู้ถึงปลายลิ้นอุ่นร้อนที่ลากไล้เชื่องช้ารอบๆ ติ่งเนื้ออ่อนไหว บ้างก็ถูกจู่โจมด้วยแรงดูดสลับจังหวะเบาแรง จนเม็ดเสียวเต้นตุบตามการสัมผัสนั้นจากอาการสะลึมสะลือในคราแรก เมาขี้ตาเพราะเพิ่งตื่นจากหลับใหล เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสวิตช์บางอย่างถูกเปิดขึ้นภายในร่างกาย ดวงตาที่เคยปรือก็พลันเบิกกว้าง รับรู้ทุกสัมผัสอย่างแจ่มชัด ความวาบหวิวที่ปลุกเร้าแทบจะทำให้เธอสะดุ้ง เธอตื่นเต็มตา ราวกับไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้วหากแต่เธอยังไม่ได้ลืมตา ไม่ได้ขยับเขยื้อนแ
“ห้องใหม่ ก็ต้องให้แฟนใหม่เจิมสิ ถึงจะถูก”คำตอบของเขาทำเธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับชะงักจังหวะการเคลื่อนไหวทันที ก่อนจะถามเสียงหลง ทั้งหอบทั้งตื่นตระหนก“หืม เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ อคิน”“ก็แฟนใหม่ไง”เขายักไหล่ พลางยิ้มมุมปากอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางสบายๆ ของเขาราวกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นแค่ประโยคธรรมดา ไม่ใช่คำสารภาพใดๆหากแต่อีกฝ่ายเบิกตากว้าง ใจเต้นกระหน่ำรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนวูบขึ้นแทบจะในทันที ขณะที่ยื่นมือมาตีไหล่เขาเบาๆ ด้วยความประหม่าและไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยราวจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับไม่มีเสียงหลุดออกมา จนกระทั่งเริ่มเรียกคืนสติคืนมาได้“ใครตกลงจะเป็นแฟนกับแกยะ! อย่ามาขี้ตู่พูดเอาเองแบบนี้สิ” เธอพูดพลางยิ้มขำ แต่ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากความขวยเขิน “ถ้าอยากให้ฉันเป็นแฟนแก อาจจะต้องทดสอบก่อนว่า มีเซ็กซ์กับแกมันดีกว่า เร้าใจกว่าเดิมแค่ไหน”“หืม เซ็กซ์ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้อีกเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะจ้องตาเธอราวกับพร้อมท้าพิสูจน์ทันที“ก็ต้องดูว่าคืนนี้แกจะอึดแค่ไหน ฉันรอมาเป็นสิบปี แค่ยกเดียวจะให้ตอบตกลงเลยมันก็ไม่ใช่ปะวะ” อิง
ตอนนี้ทั้งสองถูกคลื่นอารมณ์กระหน่ำซัดอย่างไม่ปรานี ปากของพวกเขาประกบกันแนบแน่น จูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นตวัดพันกันราวกับไม่มีใครยอมใคร เสียงครางเบาหวิวหลุดลอดระหว่างจังหวะดูดกลืนกันและกัน มือของเธอลูบไล้แผ่นหลังเขา ขณะที่มือของเขากอบกุมบั้นเอวเธอแน่น รั้งให้แนบชิดกว่าเดิมร่างของอิงอิงสั่นสะท้านขณะขย่มลงบนท่อนเอ็นลำใหญ่ที่ตึงแน่น ความร้อนรุ่มระอุทั่วร่างแทบระเบิด ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงยอดอก ทุกจังหวะที่เธอกระแทกตัวลงมาบนตักเขาเหมือนทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในห้วงราคะที่ไม่มีใครอยากหยุดกระทั่งแรงเธอเริ่มตกลง เขาจึงพาเธอเปลี่ยนบรรยากาศออกไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจกบานใหญ่ให้ลมยามดึกพัดผ่านเข้ามาเย็นเฉียบ ก่อนจะปิดไฟรอบๆ เพื่อป้องกันสายตาสอดรู้สอดเห็นจากห้องข้างเคียง จากนั้นจึงพาเธอก้าวออกไปยังริมระเบียงเธอยืนโก้งโค้งอย่างรู้หน้าที่ มือทั้งสองข้างเกาะราวกระจกแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นชัด เขายืนซ้อนด้านหลัง ใช้ฝ่ามือลูบไปตามแนวสันหลังลงมาจนถึงสะโพกที่แอ่นรับเต็มที่“อื้อ...อคิน...”“ให้ตายเถอะ อิงอิง ตัวแกนุ่มจนฉันหยุดสัมผัสไม่ได้เลย”ดูเหมือนความเป็นเกย์จะทิ้งไว







