Masukเขาพาเธอเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของคลินิก พื้นไม้ลามิเนตสีอ่อนกรุ่นกลิ่นสะอาดจากน้ำยาฆ่าเชื้อ แสงไฟวอร์มไวท์ส่องสว่างนุ่มนวลพอให้ไม่เห็นเงาตัวเองชัดเกินไป
“แกเข้าไปล้างกีกี้ให้สะอาดก่อนเลย ใช้น้ำยาที่วางไว้ในห้องน้ำ แล้วเดี๋ยวฉันจะบวชให้” “บวช?” เธอเลิกคิ้ว ถามด้วยความสงสัย “ก็จะโกนให้เกลี้ยงไง จะได้ลงเจลเย็นแล้วยิงเลเซอร์สะดวกๆ” เขาว่าแบบนั้นพร้อมยกมือชูมีดโกนที่ใช้ในการแพทย์ขึ้นมาโชว์ เธอหลุดขำพรืดกับคำศัพท์แปลกๆ ที่เธอเพิ่งเคยได้ยิน ก่อนจะทำตามที่เขาสั่ง เดินเข้าห้องน้ำเล็กๆ ด้านใน ก่อนจะกลับออกมาด้วยสภาพที่ทำเอาเขาตาโตเหมือนโดนช็อกไฟฟ้าเบาๆ อิงอิงปรากฏตัวด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่พันไว้ลวกๆ แบบไม่แคร์โลก ส่วนที่ไม่ได้อยู่ใต้ผ้าขนหนูสีเข้มเปลือยเปล่า เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดสีขาวอมชมพูอย่างคนที่ดูแลตัวเองดี ท่าทีเธอสบายๆ เหมือนคนจะไปซาวน่ามากกว่าจะมานอนให้ยิงเลเซอร์น้องสาว “เฮ้ย! ใครบอกให้ใส่แบบนี้ ถอดแค่ท่อนล่างก็พอ!” เขาร้องเสียงหลง มือชี้ไปที่ห้องน้ำ ให้เธอเข้าไปเปลี่ยนชุดอีกรอบ “คือไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แกช่วยทำเลเซอร์หัวนมชมพูให้ฉันด้วยเลยได้ไหม” “ฮะ!?” เขาถึงกับสะอึกกึก พ่นไอรัวๆ เหมือนคนสำลัก หน้าแดงวาบอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะยกมือตบหน้าอกตัวเองให้หายสำลัก พร้อมกับส่ายหัวเหนื่อวหน่ายเป็นรอบที่ร้อย “นะๆๆๆ นะคะ หมออคินสุดหล่อ” “แกนี่นะ ได้คืบจะเอาศอกจริงๆ” แม้อยากจะปฏิเสธ แต่ก็รู้ดีว่าพูดไปก็เท่านั้น เพื่อนสนิทคนนี้ขยันตื๊อเสียยิ่งกว่าอะไรดี เขาแค่ขยับปากจะปฏิเสธ เธอก็พร้อมจะลุกขึ้นมาโต้แย้ง ส่งสายตาวิบวับ หรือไม่ก็งัดข้อเสนอโน่นนี่มาล่อไม่หยุด เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไปยังตู้เย็นด้านนอก หยิบหลอดเจลเย็นสำหรับการแพทย์ที่เย็นจัดออกมาจากช่องเก็บ ก่อนจะเดินกลับเข้ามาอีกครั้งด้วยสีหน้าเหมือนคนหมดทางหนี พอกลับเข้ามาในห้องหัตถการ อคินก็พบว่าอิงอิงนอนอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว ผ้าขนหนูหลุดหล่นลงใต้ราวนม เผยให้เห็นหน้าอกทรงโตเต่งตึงอยู่ในระดับสายตา เขารีบก้มหน้าลงเลี่ยงไม่กล้าจ้องนาน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกี่ยวผ้าขึ้นมาคลุมให้ไม่ประเจิดประเจ้อ แต่มันก็สายไปเสียแล้ว ภาพนั้นมันฝังอยู่ในหัวเขาไปเรียบร้อย “อิงอิง หัวนมแกสีพีชสวยอยู่แล้ว ไม่ได้ดำปี๋น่าเกลียดอะไร แกยังจะทำอีกเหรอ” เขาบ่นพึมพำทั้งที่ไม่ได้มองตรงๆ ด้วยซ้ำ เสียงฟังเหมือนจะระอาแต่จริงๆ แล้วในใจกลับเต้นแรงจนรู้สึกถึงชีพจรบนขมับตัวเอง “ไอ้หมอ แกตาบอดสีหรือไง นี่มันเริ่มน้ำตาลแล้วปะ” เสียงร่างบางแหวขึ้นมาเบาๆ ด้วยความขัดใจในผลประเมิน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม ก่อนจะเป่าลมออกทางจมูกยาวๆ อย่างคนที่เพิ่งกลั้นคำสบถไว้สุดแรง แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จะทำไปทำไม แบบนี้ธรรมชาติดีออก เวลาเอากันก็ปิดไฟซะก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องไปใส่ใจสีหัวนมเลย” “โอ๊ย ก็ฉันอยากให้ผู้ชายประทับใจไง” เธอว่าแล้วก็เบะปาก พลางเบือนหน้าหลบไปอีกทาง ทำเหมือนจะประชดแต่ก็ยังนอนนิ่งรอเขาทำหน้าที่ต่อ “ทำไปเถอะน่า นึกถึงกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเล็กชันใหม่เอาไว้” เสียงถอนหายใจหลุดออกมาอีกครั้งจากฝั่งหมอเจ้าของคลินิก ก่อนที่จู่ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาขยับเข้ามาช้าๆ แล้วสะกิดเบาๆ ตรงยอดอกที่เจ้าตัวเพิ่งบ่นว่าหมองคล้ำ “อ๊ะ!” เธอสะดุ้งสุดตัว เสียงหลุดออกมาแบบไม่ตั้งใจ ก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเอง “กะ...แกทำบ้าอะไรเนี่ย!” “ก็แค่ทดสอบปฏิกิริยา จะได้รู้ว่าต้องใช้เจลเย็นหรือยาชาไง” เขาตอบเสียงนิ่ง ท่าทีเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะเอียงคอทำทีเป็นประเมินเหมือนกำลังดูอาการไข้ แล้วก็สรุปให้เสร็จสรรพเหมือนหมอสั่งยา “ดูจากการตอบสนองแบบนี้ เจลเย็นอย่างเดียวก็น่าจะพอแล้วแหละ” แต่ถึงจะพูดไปแบบนั้น เขาก็ยังไม่ยอมละมือ นิ้วเรียวยังวนเวียนอยู่ตรงหัวนมสีระเรื่อของเธอเหมือนเด็กติดของเล่น ที่เพิ่งค้นพบว่าของชิ้นนี้กดแล้วมีเสียงปิ๊บๆ น่าสนใจ แม้จะพยายามกัดฟันกลั้นเสียงคราง แต่ก็ยังมีหลุดเล็ดลอด ใบหน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่แน่ใจนักว่าต้นเหตุคือความเย็นจากเจล หรือเพราะนิ้วของเขาที่จงใจแกล้งกันแน่ ทว่าอีกฝ่ายเมื่อเห็นสีหน้าเหวอๆ แบบนั้นก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ พลางเอ่ยลอยๆ เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะแหย่ให้เสียอาการ “หืม นี่ฉันทำแกเสียวเหรอ”“อ๊าาา... บอสขา... เบาๆ สิคะ... เอมี่เสียว...”เอมิกาหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายบิดเกลียวราวกับถูกไฟช็อต มือบางสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมดกหนาของเขาแน่นเพื่อระบายความหวามไหว การดูดดึงอย่างตะกละตะกลามของเขาทำเอาเธอสมองขาวโพลนไปหมด“กล้ามใครแน่นกว่ากัน... ตอบ!” เขาเงยหน้าขึ้นมาคาดคั้น แววตาดุดันและหวงแหน“กะ...กล้ามบอสค่ะ... กล้ามบอสแน่นที่สุด... อื้อออ!”พอได้คำตอบที่น่าพอใจ กายสิทธิ์ก็มอบรางวัลด้วยการบดขยี้ริมฝีปากลงบนกลีบปากอวบอิ่มของเธออย่างเร่าร้อน จูบของเขาเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์และเรียกร้อง ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดรัดรึง กวาดต้อนความหวานในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจจนเอมิกาแทบขาดลมหายใจมือหนาเลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ลากผ่านสะดือ ก่อนจะเกี่ยวขอบแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วแล้วรั้งมันออกไปพ้นทาง ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสเข้ากับรอยแยกสีสดที่บัดนี้เปียกแฉะและลื่นไหลไปด้วยหยาดน้ำหวานผสมน้ำมันนวดเขาไม่ได้ปรานีเธอด้วยการเล้าโลมนานนัก นิ้วแกร่งสองนิ้วสอดแทรกเข้าไปในโพรงเนื้ออ่อนนุ่มที่กำลังตอดรัด ขยับเข้าออกเป็นจังหวะรัวเร็วและหนักหน่วงจนเอมิกาต้องแอ่นสะโพกรับสัมผัส“อ๊ะ... อ๊ะ... บอส... เอมี่... จะ...จะไม่ไหวแล
“เวลคัม ทู เอมี่ เลิฟลี่ สปา ค่ะบอส”น้ำเสียงหวานพร่าเอื้อนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มยั่วเย้า เอมิกากรีดกรายเดินนวยนาดเข้ามาหาชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน นัยน์ตาของกายสิทธิ์ตอนนี้ไม่ได้มีแววงอนอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนแทบจะเผาไหม้ห้องทั้งห้อง“นี่คุณ... เล่นพิเรนทร์อะไรเนี่ย” เขาเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่แห้งผาก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สายตาหลุบต่ำลงไปมองร่องอกอวบอิ่มที่ดันผ้ากันเปื้อนออกมาทักทาย“ก็บอสทำงานเหนื่อย แถมยังมีเรื่องให้ปวดหัวหงุดหงิดใจ... เอมี่ก็เลยอยากจะไถ่โทษ ด้วยการเปิดคอร์สนวดสปาส่วนตัวให้บอสผ่อนคลายไงคะ” เธอกระซิบชิดแผงอกกว้าง ปลายนิ้วเรียวสวยกรีดกรายไปตามลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาเบาๆ ทำเอากายสิทธิ์สะดุ้งเฮือก หน้าท้องแกร่งหดเกร็งโดยอัตโนมัติ“ไปนอนคว่ำบนเตียงสิคะ คุณลูกค้า” เธอช้อนตากลมโตขึ้นมองอย่างท้าทายชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใจจริงนึกอยากจะรวบตัวแม่หมอนวดตัวแสบมากดลงกับเตียง แล้วจับฟาดก้นลงโทษให้เข็ดเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าด้วยความฟอร์มจัด กายสิทธิ์จึงข่มความปรารถนานั้นเอาไว้ แสร้งกระตุกยิ้มมุมปากภายใต้ใบหน้าเรียบตึง
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางกรุงวันนี้ไม่ได้เย็นฉ่ำและน่าอยู่เหมือนทุกวัน แต่มันกลับอึมครึมและกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก ประหนึ่งมีพายุทอร์นาโดกำลังก่อตัวอยู่กลางห้องนั่งเล่นต้นตอของพายุลูกนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นเขา กายสิทธิ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อ ที่บัดนี้กลายร่างเป็นเจ้าหมาร็อตไวเลอร์หวงก้าง นั่งกอดอก แผ่นหลังตั้งตรงพิงพนักโซฟา ใบหน้าหล่อเหลาตึงเปรี๊ยะ สันกรามบดเข้าหากันแน่นจนเป็นรอยนูน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่จอโทรทัศน์ที่ไม่ได้เปิด ราวกับจะใช้สายตาเลเซอร์เจาะทะลุกำแพงให้เป็นรูเอมิกาที่เพิ่งเดินถือแก้วน้ำเย็นๆ ออกมาจากห้องครัว ลอบถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่ร้อยของวันสาเหตุของอาการงอนไร้สาระ เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ออฟฟิศ วันนี้มีการฟิตติ้งเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่สำหรับถ่ายแคมเปญโฆษณา และทางแบรนด์เพิ่งเซ็นสัญญาคว้าตัวเควิน นายแบบหนุ่มลูกครึ่งหน้าใหม่ไฟแรงมาร่วมงานเควินเพิ่งมาจากเมืองนอกและยังไม่รู้กิตติศัพท์ความหวงเมียของซีอีโอเจนเทิลกาย พ่อหนุ่มนายแบบหน้าหล่อจึงขยันส่งยิ้มหวานและแจกขนมจีบให้ผู้ช่วยสาวคนสวยอย่างเอมิกาไม่หยุดหย่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขางอนที่สุด คือจังหวะท
“ไปในที่ที่คุณจะได้ไม่ต้องมานั่งบ่นว่าผมเรื่องมากยังไงล่ะ” เขาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ ราวกับอ่านใจเธอออกทะลุปรุโปร่งลิฟต์หยุดลงที่ชั้น 35 ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทำงานออกแบบส่วนตัวของกายสิทธิ์ เอมิกาขมวดคิ้วภายใต้ผ้าปิดตา เธอจำได้ดีว่าที่นี่คือที่ไหน แต่ช่วงเดือนกว่าที่ผ่านมา เจ้านายหนุ่มสั่งปิด อ้างว่าเขากำลังให้ผู้รับเหมาเข้ามารีโนเวตชั้นนี้ใหม่ทั้งหมดกายสิทธิ์ดันแผ่นหลังบางเบาๆ ให้เธอก้าวเข้าไปในห้องที่แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมของผ้าไหมและดอกกุหลาบขาวลอยมาเตะจมูก“เอาล่ะ... ลืมตาได้”เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับปมผ้าปิดตาที่ถูกคลายออกเอมิกากะพริบตาถี่ๆ ปรับโฟกัสสายตาให้เข้ากับความสว่างภายในห้อง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า สองมือบางยกขึ้นทาบอกด้วยความตกตะลึงขีดสุด!สถานที่ที่เธอยืนอยู่ คือสตูดิโอส่วนตัวของกายสิทธิ์ที่เธอคุ้นเคยดี มันไม่มีร่องรอยของการรีโนเวตอย่างที่เขาอ้างเลยสักนิด ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ความหรูหราของห้อง แต่มันคือเหตุผลที่แท้จริง ว่าทำไมเขาถึงสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้ามาเหยียบที่นี่มาเป็นเดือนต่างหาก‘ชุดเจ้าสาว’ สุดอลังการตั้งตระหง
“ไม่เอา ไปเปลี่ยนมาใหม่!”เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดและเฉียบขาดดังก้องขึ้นภายในสตูดิโอเวดดิ้งชื่อดังใจกลางสุขุมวิท ทำเอาพนักงานสาวถึงกับสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้างุดหลบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีแดงสดเอมิกาที่เพิ่งเดินก้าวออกมาจากห้องลองชุดในสภาพสวมชุดเดรสเจ้าสาวทรงเมอร์เมดสีขาวบริสุทธิ์ ชะงักฝีเท้าอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หญิงสาวถอนหายใจยาวพรืดเป็นรอบที่สิบของวัน ดวงตากลมโตตวัดมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ที่วันนี้สวมบทบาทเป็นแฟชั่นกูรูสุดเฮี้ยบด้วยความอ่อนใจ“บอสคะ... ชุดนี้มันไม่ดียังไงอีกคะ ทรงเมอร์เมดมันก็เน้นสัดส่วนตามที่บอสบอกว่าอยากให้เอมี่ใส่แล้วนี่นา แถมลูกไม้ฝรั่งเศสที่ใช้ก็เป็นของแท้เกรดพรีเมียมเลยนะคะ” หญิงสาวพยายามอธิบาย พลางหมุนซ้ายหมุนขวาโชว์ทรวดทรงองค์เอวที่ถูกขับเน้นจนโค้งเว้าเย้ายวนกายสิทธิ์ ทรัพย์วราภรณ์ ซีอีโอหนุ่มรูปหล่อแห่งแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษระดับโลกอย่างเจนเทิลกาย หรี่ตาลง สันกรามแกร่งบดเข้าหากันเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจับผิด ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่สบอารมณ์“ทรงน่ะผ่าน แต่วัสดุมันไม่ได้” เขาวิจารณ์เสียงเร
กระทั่งหนึ่งเดือนต่อมา ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี มหานครแห่งแฟชั่นที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก และผู้คนที่แต่งตัวอย่างมีสไตล์งานมิลานแฟชั่นวีคปีนี้ แบรนด์เจนเทิลกายจากประเทศไทย กลายเป็นม้ามืดที่สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งวงการ คอลเลกชันฤดูหนาวที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของกายสิทธิ์ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างชาญฉลาดของเอมิกา ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายเกินความคาดหมายการที่เอมิกาตัดสินใจแยกไลน์การผลิตออกเป็นสองเฟสในช่วงที่เกิดวิกฤตผ้าผิดสเปก กลับกลายเป็นข้อดีอย่างไม่น่าเชื่อ เสื้อผ้าเฟสแรกที่ถูกนำมาจัดแสดงบนรันเวย์และดิสเพลย์หน้าร้านที่มิลาน กลายเป็นสินค้า Limited Edition นั่นยิ่งทำให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าและเหล่าบายเออร์จากทั่วยุโรปแย่งกันพรีออเดอร์จนระบบแทบล่ม ความต้องการของตลาดพุ่งสูงจนฝ่ายผลิตที่ไทยต้องทำโอทีกันหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเร่งผลิตเฟสที่สองให้ทันส่งออกชื่อเสียงของเจนเทิลกาย พุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับโกลบอลแบรนด์อย่างเต็มภาคภูมิ สื่อแฟชั่นหลายสำนักต่างพากันตีพิมพ์ภาพของซีอีโอหนุ่มสุดหล่อที่ยืนเคียงข้างผู้ช่วยสาวคนเก่ง ยกย่องให้พวกเขาเป็นคู่รักที่สร้างแรงบันดาลใจคู่ใหม่แห่งวงการความเก่







