LOGIN“ก็ไม่ได้มีกลิ่นนะ” เขาพูดเสียงเบา ราวกับกำลังบอกตัวเองมากกว่าจะบอกเธอ ความจริงแล้ว กลิ่นกายของเธอไม่ได้แค่สะอาดสะอ้านตามที่ควรจะเป็น มันกลับมีบางสิ่งบางอย่างที่กระตุ้นสัญชาตญาณในตัวเขา จนหัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขารีบสลัดความคิดนั้นทิ้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นนิ้วนั้นให้เธอดมด้วยตัวเอง
“แกลองดมดูสิ” เขาเอ่ยชวน ก่อนอิงอิงยื่นหน้ามาดมน้ำหวานของตัวเอง
“มันจะไปมีกลิ่นได้ไงล่ะ ฉันดูแลตัวเองดีจะตาย ไม่เคยมีเชื้อรา ไม่เคยติดโรคอะไร” เธอพูดรวดเร็ว สีหน้าเหมือนต้องการพิสูจน์บางอย่าง ทั้งจริงจังและติดจะน้อยใจเล็กๆ
เขาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะมองเธออีกครั้ง และนั่นยิ่งทำให้เขาสับสนหนักเข้าไปใหญ่ ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา มันเริ่มเลยเส้นของคำว่า ‘เพื่อน’ มากขึ้นเรื่อยๆ
เขากลับมานั่งลงที่เดิมตรงกลางหว่างขาเธอ อิงอิงเผลอถอนหายใจเบาๆ คิดว่าเขาน่าจะเลิกแกล้งเธอได้แล้ว แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะปลายนิ้วของอคินยังไม่หยุดเคลื่อนไหว เขายังคงคลึงเบาๆ ตรงจุดอ่อนไหวของเธออย่างสม่ำเสมอ จังหวะไม่ได้เร่งเร้า แต่ก็ไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจเลยแม้แต่นิด
“พอแล้ว…อคิน แกจะทำอีกนานไหมเนี่ย” เธอพูดพลางสะดุ้งเบาๆ เมื่อเขากดนิ้วลงแรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะวนเบาๆ บนติ่งเนื้อที่บวมชื้น
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ รอยยิ้มเอื่อยเฉื่อยประดับอยู่ที่มุมปาก ดวงตาคมยังเต็มไปด้วยแววล้อเลียน
“ยังไม่เสร็จขั้นตอนทดสอบเลย ต้องประเมินซ้ำให้ชัวร์ว่าส่วนไหนตอบสนองไวที่สุด”
“อื้อ…ทด…ทดสอบบ้าอะไรของแกเนี่ย…ฉันเสียวจะตายอยู่แล้ว...”
“อีกนิดเดียว อดทนหน่อย”
“แกทำฉันเงี่ยนมากกว่าเดิมนะอคิน” อิงอิงโวยวายขึ้นมา แต่ก็ยังไม่กล้าขยับตัวหนีจริงจัง เพราะกลัวว่าการขยับอาจยิ่งทำให้รู้สึกมากขึ้นไปอีก ก่อนหมอหนุ่มจะหัวเราะอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ในแววตามีแววขี้เล่นแฝงอยู่ชัดเจน
“แกรู้ไหมว่าร่างกายมนุษย์มันมหัศจรรย์มากเลยนะ…โดยเฉพาะของผู้หญิง” เขาพูดพลางใช้ปลายนิ้วลูบไล้เบาๆ รอบติ่งเนื้ออีกครั้ง “เวลามีสิ่งเร้ามากระตุ้นแบบนี้...แบบที่ฉันกำลังทำอยู่ สมองจะสั่งให้ระบบประสาทปล่อยสารนิวโรทรานสมิตเตอร์ออกมา อย่างโดปามีน หรือออกซิโตซิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสุขและความตื่นเต้น”
“อ๊ะ…อ๊า…”
“พอสารพวกนี้หลั่งออกมา ร่างกายก็จะเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณจุดรับสัมผัสทำให้ไวต่อความรู้สึก แล้วก็จะกระตุ้นให้ต่อมบาร์โธลินที่อยู่ข้างๆ ช่องคลอดหลั่งของเหลวออกมา เพื่อหล่อลื่นตามธรรมชาติ…แบบที่แกกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ไง”
เขายังคงเอ่ยอธิบายด้วยศัพท์แสงทางการแพทย์ที่สลับซับซ้อนเกินกว่าหญิงสาวตรงหน้าจะประมวลผลได้ทัน เธอไม่ได้รับสาระความรู้เข้าหัวเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งเดียวที่แล่นอยู่ในเส้นประสาทของเธอตอนนี้ คือความเสียวกระสันที่เริ่มแล่นริ้วไปทั่วอณูกาย
สะโพกเธอกระตุกเบาๆ ขยับถอยเหมือนอยากหนี แต่กลับไม่อาจฝืนแรงสัมผัสจากปลายนิ้วของเขาได้เลย ลมหายใจหอบแรงขึ้นทุกวินาที ราวกับอากาศในห้องพร่องออกไปเรื่อยๆ และหัวใจเธอก็เต้นแรงจนแทบทะลุอก รู้ตัวอีกที เธอก็แทบจะละลายกลายเป็นของเหลวตรงหน้าหมอเพื่อนสนิทเข้าให้แล้ว
“อคิน แก...แกแม่งโรคจิต!” เธอพึมพำ แต่เสียงกลับเบาหวิว ไม่ได้มีแววขัดขืนเท่าที่ควร
“…”
อคินไม่ได้ตอบอะไร เพียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วก้มหน้าลง ราวกับต้องการกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มปะทุอยู่ในอก จังหวะนิ้วของเขาชะลอลง แต่กลับแนบแน่นและลึกซึ้งขึ้น ราวกับกำลังเขียนถ้อยคำลับๆ ลงบนผิวกายของเธอด้วยปลายนิ้วตัวเอง
อิงอิงเบิกตากว้างเมื่อรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่กลางกาย ราวกับเปลวไฟถูกจุดขึ้นช้าๆ เธอสะอื้นเสียงเบา หายใจหอบหนักขึ้นทุกวินาที ขาเรียวสั่นระริกเหมือนจะหมดแรง พยายามจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่ริมฝีปากกลับสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่
“ถ้า...ถ้าจะแกล้งกันถึงขั้นนี้ แก...แก...ช่วยลงลิ้นให้ด้วยเลยได้ปะ...อื้อ...ฉันเงี่ยนมาก...เงี่ยนจะตายอยู่แล้ว…” เธอพึมพำเสียงกระเส่าแหบพร่า พูดเหมือนประชด แต่เสียงที่หลุดออกมากลับเต็มไปด้วยแรงปรารถนา จนเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าต้องการให้เขาหยุด หรือให้เขาทำต่อไปกันแน่
แต่แทนที่เขาจะผละออก เขากลับยกยิ้มร้าย ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ ปรายตาจ้องหน้าเธอนิ่ง
“ถ้านี่แกคิดว่าเสียวมากแล้ว เดี๋ยวฉันจะทำให้แกเสียวกว่านี้ ถือซะว่าช่วยสงเคราะห์คนเงี่ยน หึๆๆ”
“อื้อ…ที่รักขา…เค้าเสียว…อ๊า...” เสียงหอบหายใจของหญิงสาวแผ่วดัง ร่างกายบิดเร้าอย่างควบคุมไม่อยู่เมื่อเขาใช้ปลายลิ้นจู่โจมรัวเร็ว มือหนาเลื่อนไปประคองสะโพกเธอไว้มั่น ยิ่งทำให้ทุกสัมผัสนั้นลึกซึ้งและเร้าอารมณ์ ในตอนที่เขาลงลิ้นมอบความเปียกชุ่ม เธอแทบจะยืนไม่ไหว ขาเรียวสั่นระริก มือจิกแน่นกับขอบโต๊ะเรียนเก่าที่เย็นเฉียบ เขาที่เฝ้าสังเกตอาการของเธออยู่แล้วก็ไม่รอช้า สอดตัวเข้าไปในทันทีแบบไม่มีคำเตือน แต่ทว่าเธอก็ยอมรับสัมผัสของเขาโดยไร้การต่อต้าน ดวงตาปรือปรอยเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่รุนแรงจนยากจะหยุดยั้ง ทั้งสองต่างรู้ดีว่าเวลาในตอนนี้มีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่อาจมัวชักช้าให้โอกาสอันเร่าร้อนนี้หลุดลอยไปได้ เสียงฝีเท้าหรือเสียงพูดคุยจากด้านนอกอาจดังขึ้นเมื่อไรก็ไม่มีใครคาดเดาได้ ดังนั้นจึงต้องรีบเร่งอย่างระมัดระวัง อิงอิงถูกจับให้โก้งโค้งพาดตัวแนบไปกับโต๊ะเรียนไม้เก่าตัวหนึ่ง ร่างบางสั่นไหวเมื่อเขากระแทกเข้าไปลึกสุดความยาว แล้วค่อยๆ ถอนออกจนแทบหลุด แล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่อย่างแม่นยำและหนักหน่วง ท่อนเอ็นแข็งขึงของเขาเคลื่อนเข้าออกในจังหวะที่สม่ำเสมอแต่ร้อนแรง ขับเน้นให้ร่างของเธอสั่นระริกตาม
การตกลงใจแต่งงานกันในครั้งนี้ของทั้งคู่ นอกจากจะเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต่างยินยอมพร้อมใจแล้ว ยังถือเป็นข่าวดีที่สร้างความปลาบปลื้มให้กับครอบครัวของทั้งสองฝ่ายที่เฝ้ารอวันนี้มานานโดยเฉพาะแม่ของอิงอิง ที่เฝ้ามองเพื่อนสนิทของลูกสาวคนนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ด้วยสายตาเอ็นดูและเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดี เรียบร้อย มีสัมมาคารวะคนนี้จะเป็นแรงพยุงให้ลูกสาวของเธอกลายเป็นคนมีคุณภาพ มีระเบียบวินัย และไม่เตลิดไปกับเพื่อนฝูงที่อาจพาออกนอกลู่นอกทาง จะว่าไป หากไม่มีอคินคอยดูแล ประคอง และเป็นหลักให้ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ลูกสาวของเธอคงไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างที่เห็นว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวใช้เวลาเกือบสองเดือนเต็มในการเตรียมงานแต่ง หลังจากผู้ใหญ่ในครอบครัวช่วยกันหาฤกษ์งามยามดีให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็เริ่มวางแผนทุกขั้นตอนอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจองช่างแต่งหน้าและช่างภาพ ไปจนถึงการเลือกธีมงานและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ต้องประสานกันทุกฝ่ายเพื่อให้งานในวันสำคัญออกมาสมบูรณ์ที่สุดเกือบทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นตามแผน ยกเว้นเสียก็แต่เพียงเรื่องเดียวที่ยังติดค้างอยู่ในใจ นั่นคือภาพถ่าย
เขายกขาเรียวของเธอพาดขึ้นบนบ่ากว้างอย่างมั่นคง ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกเข้าออกเนิบนาบ ปลุกปั้นความเสียวให้แล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ราวกับทุกอณูผิวกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอีกครั้งแต่ไม่นาน จากที่เคลื่อนไหวเชื่องช้าละเมียดละไม เขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะนั้นให้เร็วขึ้น หนักหน่วงขึ้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นเข้าสู่กายเธอราวกับพายุที่โหมกระหน่ำไม่ยั้ง ร่างเธอโยกคลอนไปตามแรงกระแทกนั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นประสานกับเสียงครางกระเส่าที่หลุดลอดออกจากลำคอของทั้งคู่ดวงตาของเขาฉายชัดถึงแรงปรารถนาที่เดือดพล่านอยู่ภายใน มันทั้งร้อนแรง ดิบเถื่อน และเร้าเร่งจนแทบจะเผาไหม้ความอดกลั้นให้มอดไหม้เป็นจุณ ริมฝีปากที่เม้มแน่นกัดกรามจนแนวกรามขบกันแน่น ขณะที่แววตาจ้องมองเธอไม่กะพริบ ราวกับต้องการกลืนกินทุกความรู้สึก ทุกลมหายใจของเธอให้หลอมรวมกลายเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงตัณหารุนแรงของเขา“แกชอบมีเซ็กซ์กับฉันไหม อิงอิง” เสียงกระซิบแนบหูเธอ ก่อนจะก้มลงจูบเนินอกอีกครั้ง คล้ายเร่งเร้าให้เธอตอบจากใจ“อื้อ ชอบมาก ชอบที่สุดเลยอคิน”“ถ้ารู้ว่าเราเข้ากันดีขนาดนี้ ฉันน่าจะจับแกเป็นเมียให้เร็วกว่านี้”ระหว
ค่ำคืนแห่งปรารถนาผ่านไปอย่างเนิ่นนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ตลอดทั้งคืนเขาโอบกอดเธอแนบแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับความฝัน เสียงกระซิบของคำสารภาพอันหลากหลายค่อยๆ หลั่งไหลออกมา ทั้งเรื่องในอดีตที่เขาไม่เคยบอกใคร ความรู้สึกที่ถูกเก็บงำไว้ และความปรารถนาอันเร่าร้อนที่เขาไม่อาจหักห้ามใจได้ ทุกถ้อยคำผสานกลมกลืนไปกับบทสัมผัสอันร้อนแรงที่โหมกระพือซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายทั้งสองก็เผลอหลับไหลไปโดยไม่ทันรู้ตัวแต่สิ่งที่แน่ชัดยิ่งกว่าความฝัน คือรุ่งสางที่แสงอาทิตย์ยังโผล่ไม่พ้นขอบฟ้า เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสวาบหวิวบริเวณจุดกระสันกลางกาย อิงอิงรับรู้ถึงปลายลิ้นอุ่นร้อนที่ลากไล้เชื่องช้ารอบๆ ติ่งเนื้ออ่อนไหว บ้างก็ถูกจู่โจมด้วยแรงดูดสลับจังหวะเบาแรง จนเม็ดเสียวเต้นตุบตามการสัมผัสนั้นจากอาการสะลึมสะลือในคราแรก เมาขี้ตาเพราะเพิ่งตื่นจากหลับใหล เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสวิตช์บางอย่างถูกเปิดขึ้นภายในร่างกาย ดวงตาที่เคยปรือก็พลันเบิกกว้าง รับรู้ทุกสัมผัสอย่างแจ่มชัด ความวาบหวิวที่ปลุกเร้าแทบจะทำให้เธอสะดุ้ง เธอตื่นเต็มตา ราวกับไม่มีอะไรจะชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้วหากแต่เธอยังไม่ได้ลืมตา ไม่ได้ขยับเขยื้อนแ
“ห้องใหม่ ก็ต้องให้แฟนใหม่เจิมสิ ถึงจะถูก”คำตอบของเขาทำเธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับชะงักจังหวะการเคลื่อนไหวทันที ก่อนจะถามเสียงหลง ทั้งหอบทั้งตื่นตระหนก“หืม เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ อคิน”“ก็แฟนใหม่ไง”เขายักไหล่ พลางยิ้มมุมปากอย่างไม่ใส่ใจ ท่าทางสบายๆ ของเขาราวกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นแค่ประโยคธรรมดา ไม่ใช่คำสารภาพใดๆหากแต่อีกฝ่ายเบิกตากว้าง ใจเต้นกระหน่ำรัวไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนวูบขึ้นแทบจะในทันที ขณะที่ยื่นมือมาตีไหล่เขาเบาๆ ด้วยความประหม่าและไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ริมฝีปากอ้าเล็กน้อยราวจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับไม่มีเสียงหลุดออกมา จนกระทั่งเริ่มเรียกคืนสติคืนมาได้“ใครตกลงจะเป็นแฟนกับแกยะ! อย่ามาขี้ตู่พูดเอาเองแบบนี้สิ” เธอพูดพลางยิ้มขำ แต่ใบหน้ายังแดงระเรื่อจากความขวยเขิน “ถ้าอยากให้ฉันเป็นแฟนแก อาจจะต้องทดสอบก่อนว่า มีเซ็กซ์กับแกมันดีกว่า เร้าใจกว่าเดิมแค่ไหน”“หืม เซ็กซ์ตอนนี้ยังตอบอะไรไม่ได้อีกเหรอ” เขาหัวเราะในลำคอ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะจ้องตาเธอราวกับพร้อมท้าพิสูจน์ทันที“ก็ต้องดูว่าคืนนี้แกจะอึดแค่ไหน ฉันรอมาเป็นสิบปี แค่ยกเดียวจะให้ตอบตกลงเลยมันก็ไม่ใช่ปะวะ” อิง
ตอนนี้ทั้งสองถูกคลื่นอารมณ์กระหน่ำซัดอย่างไม่ปรานี ปากของพวกเขาประกบกันแนบแน่น จูบกันอย่างดูดดื่ม ลิ้นตวัดพันกันราวกับไม่มีใครยอมใคร เสียงครางเบาหวิวหลุดลอดระหว่างจังหวะดูดกลืนกันและกัน มือของเธอลูบไล้แผ่นหลังเขา ขณะที่มือของเขากอบกุมบั้นเอวเธอแน่น รั้งให้แนบชิดกว่าเดิมร่างของอิงอิงสั่นสะท้านขณะขย่มลงบนท่อนเอ็นลำใหญ่ที่ตึงแน่น ความร้อนรุ่มระอุทั่วร่างแทบระเบิด ความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงยอดอก ทุกจังหวะที่เธอกระแทกตัวลงมาบนตักเขาเหมือนทั้งสองกำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในห้วงราคะที่ไม่มีใครอยากหยุดกระทั่งแรงเธอเริ่มตกลง เขาจึงพาเธอเปลี่ยนบรรยากาศออกไปที่ระเบียง เปิดประตูกระจกบานใหญ่ให้ลมยามดึกพัดผ่านเข้ามาเย็นเฉียบ ก่อนจะปิดไฟรอบๆ เพื่อป้องกันสายตาสอดรู้สอดเห็นจากห้องข้างเคียง จากนั้นจึงพาเธอก้าวออกไปยังริมระเบียงเธอยืนโก้งโค้งอย่างรู้หน้าที่ มือทั้งสองข้างเกาะราวกระจกแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นชัด เขายืนซ้อนด้านหลัง ใช้ฝ่ามือลูบไปตามแนวสันหลังลงมาจนถึงสะโพกที่แอ่นรับเต็มที่“อื้อ...อคิน...”“ให้ตายเถอะ อิงอิง ตัวแกนุ่มจนฉันหยุดสัมผัสไม่ได้เลย”ดูเหมือนความเป็นเกย์จะทิ้งไว







