Home / วัยรุ่น / เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน / คนที่เริ่มก่อน...มักจะเจ็บก่อนใช่ไหม

Share

คนที่เริ่มก่อน...มักจะเจ็บก่อนใช่ไหม

last update publish date: 2026-04-10 22:44:47

สิตาไม่ได้ยืนลังเลหน้ากระจกนานเหมือนเมื่อวาน เธอแต่งตัวเสร็จเร็ว รวบผมแบบง่าย ๆ หยิบกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องทันที เพราะวันนี้เธอตัดสินใจแล้ว จะไม่เป็นแค่เพื่อนอีกต่อไป

หน้าตึกคณะ

คีตะยังอยู่ตรงเดิม พิงเสา กดโทรศัพท์เหมือนเมื่อวานไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่พอสิตาเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองทันที เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเธอจะมา

“วันนี้ไม่สาย”

“ก็ไม่ได้อยากให้ใครรอ” เธอตอบเรียบ ๆ คีตะเลิกคิ้วนิดหนึ่งเหมือนจับน้ำเสียงบางอย่างได้

“เมื่อวานก็ไม่ได้รอนาน”

“แต่นายบอกเองว่าไม่ชอบรอ”

“อือ”

“งั้นวันนี้ฉันมาให้ไวขึ้นไง”เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง สายตานิ่งกว่าปกติ

“ตั้งใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

คำถามนั้นถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงเลี่ยงแต่วันนี้..

“อือ”

สิตาตอบตรง ๆ คีตะชะงักไปเล็กน้อยแค่เสี้ยววินาทีแต่เธอเห็น แล้วก็รู้ว่าเขาไม่ชินกับเธอแบบนี้

ระหว่างเดินขึ้นตึก

“คีตะ”

“หือ”

“วันนี้ว่างตอนเที่ยงไหม”

เขาหันมามองทันที

“ถามทำไม”

“จะชวนกินข้าว”

ตรงไปตรงมา ไม่มีอ้อม ไม่มีแกล้ง คีตะยิ้มมุมปาก “ชวนทุกคนหรือชวนฉัน”

“ชวนนาย”

“ทำไมต้องเป็นฉัน”

สิตาหยุดเดินก่อนหันไปสบตาเขาตรง ๆแล้วพูดช้า ๆ

“ก็ฉันอยากไปกับนาย”

เงียบไปทั้งทางเดิน เสียงคนรอบข้างเหมือนหายไปหมด คีตะมองเธออยู่แบบไม่พูดอะไรก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“กล้าขึ้นนะ”

“ก็ไม่ได้มีอะไรต้องกลัวแล้วนี่”

“ใครบอก”

“นายเหรอ”

เธอย้อนทันที คีตะหรี่ตาลงนิดหนึ่งเหมือนกำลังสนุก

“แล้วถ้าฉันไม่ไปล่ะ” สิตาไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว

“ก็ไม่เป็นไร” คำตอบนั้นทำให้เขาชะงัก

“ไม่เป็นไรจริง ๆ?”

“อือ” เธอยักไหล่ “ฉันก็ไปคนเดียวได้” ไม่ง้อ ไม่รอ ไม่อ้อน คีตะจ้องหน้าเธออยู่พักหนึ่งก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ

“ไปก็ได้”

สิตายิ้มทันที เล็ก ๆแต่ชัดเจน

“อือ”

คีตะมองรอยยิ้มนั้นแล้วเหมือนจะเผลอยิ้มตาม…โดยไม่รู้ตัว

ในห้องเรียนวันนี้สิตาไม่ได้แอบมองแต่เธอคุย

“คีตะ”

“ว่า”

“ข้อนี้ทำยังไง”

เขาหันมาดูให้ทันทีไหล่แทบชนกัน ใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจเขาชัด

“ตรงนี้ต้องแทนค่าแบบนี้” เขาจับมือเธอเบา ๆ แล้วเลื่อนปากกาไปตามสมุด

สิตานิ่งไม่ได้ดึงออก ปล่อยให้เขาจับ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้

“เข้าใจไหม”

“ยัง”

“ตรงไหน”

“ไม่รู้”

คีตะเลิกคิ้ว “แล้วจะถามทำไม”

สิตายิ้มบาง ๆ

“อยากให้นายสอน”

เขานิ่งไปก่อนจะปล่อยมือเธอช้า ๆ

“แกแปลกไปนะวันนี้”

“แปลกยังไง”

“เหมือนตั้งใจจะทำอะไร”

คำถามนั้นแทงตรงเกินไป แต่ครั้งนี้เธอไม่หนี

“อือ”เธอตอบสั้น ๆ

“ตั้งใจจีบนายอยู่”

เงียบสนิทเหมือนเวลาหยุด คีตะมองหน้าเธอ สายตานิ่ง…ลึก…และอ่านไม่ออกเหมือนเดิม ก่อนจะหัวเราะออกมา

“พูดเล่นปะ”

“ไม่”

“เอาจริง?”

“มาก”

คำตอบของเธอไม่มีช่องว่างให้หนี คีตะมองอยู่นานก่อนจะเอนหลังพิงเก้าอี้ยิ้มมุมปาก

“แล้วถ้าฉันไม่ชอบล่ะ”

สิตามองกลับนิ่งพอ ๆ กัน

“ก็จีบต่อ”

“ดื้อ”

“รู้ตัว”

“แล้วถ้าฉันไปชอบคนอื่น”

หัวใจเธอกระตุกแต่สีหน้าไม่เปลี่ยน

“ก็เรื่องของนาย”

“ไม่หึง?”

สิตายิ้มแต่แววตาไม่เหมือนยิ้ม

“เดี๋ยวก็หึงเองแหละ”

คำตอบนั้นทำให้คีตะเงียบไปจริง ๆ

พักเที่ยง ทั้งสองนั่งกินข้าวด้วยกันตามที่สิตาชวน บรรยากาศ…แปลกไปจากเดิม ไม่ใช่เพื่อนธรรมดาแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่อย่างอื่น

“สิตา”

“หือ”

“พูดจริงใช่ไหม เมื่อกี้”

“เรื่องอะไร”

“ที่บอกว่าจะจีบ”

เธอเงยหน้าขึ้นมองก่อนตอบสั้น ๆ

“อือ”

คีตะหัวเราะเบา ๆ

“ไม่กลัวเหรอ”

“กลัวอะไร”

“เสียเพื่อน”

คำถามนั้นทำให้เธอหยุดไปหนึ่งจังหวะ ใช่ มันมีความเสี่ยงแต่เธอก็เลือกแล้ว

“ฉันไม่อยากเป็นแค่เพื่อนแล้ว”

เสียงเธอเบาแต่ชัด คีตะเงียบไปก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ

“แล้วถ้าฉันอยากให้แกเป็นแค่เพื่อนล่ะ”

ประโยคนั้นเหมือนมีอะไรบางอย่างบีบหัวใจเธอแต่สิตาก็ยังยิ้ม

“งั้นนายก็ต้องห้ามฉันให้ได้” คีตะเลิกคิ้ว

“ห้ามยังไง”

เธอเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำของเขา ดูดไปหนึ่งคำแล้ววางลงสายตายังมองเขาไม่หลบ

“ก็อย่าทำแบบนี้”

คีตะนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเองต่างหากที่กำลัง “เปิดโอกาส”

ตอนเย็นหน้าคณะ สิตากำลังจะเดินกลับ แต่มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ” เธอหันไป

“ครับ?”

“คือ...ผมเห็นคุณตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เขาพูดเก้ ๆ กัง ๆ “ขอไลน์ได้ไหม” สิตาชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยังไม่ทันตอบ..

“ไม่ให้”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง คีตะเดินเข้ามายืนข้างเธอ ใกล้เกินไป ใกล้แบบตั้งใจ

“ทำไม” ผู้ชายคนนั้นขมวดคิ้ว

“เขาไม่ให้”

“คุณเป็นอะไรกับเขา”

คีตะมองนิ่งก่อนตอบสั้น ๆ

“เพื่อน”

คำเดิมอีกแล้ว แต่การกระทำไม่ใช่เพื่อนเลย

“งั้นก็ไม่เกี่ยวสิครับ” อีกฝ่ายเริ่มไม่พอใจ

คีตะยิ้มบาง ๆแต่สายตาเย็นลง

“ก็ลองขอดู”ผู้ชายคนนั้นลังเล ก่อนจะหันมามองสิตาอีกครั้ง

“เอ่อ...”

สิตามองคีตะแล้วก็เข้าใจทันทีนี่แหละ“หวงก้าง”

เธอยิ้มเล็ก ๆก่อนหันไปบอกอีกฝ่าย

“ขอโทษนะคะ ไม่สะดวกค่ะ”

“อ่อ...ครับ”

ผู้ชายคนนั้นเดินออกไปเหลือแค่สองคน

“เมื่อกี้คืออะไร” สิตาถาม

“อะไร”

“นายตอบแทนฉัน”

“ก็เห็นแกไม่ตอบ”

“แล้วนายมีสิทธิ์อะไร”

คำถามเดิม คีตะเงียบไปก่อนจะตอบเหมือนเดิม

“ไม่มี”

สิตาหัวเราะเบา ๆแล้วพึมพำออกมา

“หวงก้าง”

“อะไรนะ”

“เปล่า”

เธอหันหลังเดินหนีแต่ยังไม่ทันไปไหน... มือของคีตะก็คว้าแขนเธอไว้เบาๆแต่แน่น

“ไปไหน”

“กลับบ้าน”

“ไปพร้อมกัน”

“ทำไม”

“ก็อยากไป” คำเดิมอีกแล้ว สิตาหันไปมองหน้าเขาก่อนยิ้มบาง ๆ

“งั้นก็ไป”

ระหว่างเดินเธอแอบมองเขาเล็กน้อย แล้วก็ยอมรับกับตัวเอง เกมนี้… เธอเริ่มก่อนก็จริงแต่คนที่เริ่ม “หวั่นไหว” อาจไม่ใช่แค่เธอแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   สับสน

    สิตามองเขานิ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บ แต่ความเจ็บตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เธอไม่กล้าเชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว“นายแค่สับสน”เธอพูดเบา ๆคีตะขมวดคิ้วทันที“เราไม่ได้สับสน”“งั้นคืออะไร”เธอถามกลับตรง ๆ“เพราะฉันกำลังจะหายไป เลยเริ่มรู้สึกขึ้นมาเหรอ”คำถามนั้นทำให้เขาพูดไม่ออกสิตาหัวเราะจาง ๆ ทั้งที่ตาเริ่มแดง“คีตะ…ฉันอยู่ข้างนายมาตลอดเลยนะ”“ตอนนายเสียใจเพราะมีน ฉันก็อยู่”“ตอนนายเมา ตอนนายอกหัก ตอนนายอยากอยู่คนเดียว ฉันก็ยังอยู่”เธอสูดหายใจลึก เหมือนพยายามประคองเสียงตัวเอง“แต่พอเป็นฉันบ้าง นายกลับไม่เคยเลือกฉันเลย”คีตะนิ่งทุกคำของเธอจริงจนเขาเถียงไม่ได้เพราะที่ผ่านมา เขารู้ว่าสิตาอยู่ตรงนั้นเสมอจนเคยชินเคยชินเกินไป…จนลืมคิดว่าสักวันเธออาจเดินออกไปจริง ๆ“เรา…”เขาอ้าปาก แต่คำพูดกลับติดอยู่ในคอครั้งแรกในชีวิตที่คีตะรู้สึกว่า ตัวเองโง่กับความรู้สึกขนาดนี้สิตาหลบตาเขา ก่อนพูดเบา ๆ“ฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ”คำว่าเหนื่อยของเธอ ไม่ได้ดังแต่มันเหมือนมีอะไรมาบีบอกเขาแรง ๆคีตะก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด“แล้วถ้าเราจะเริ่มเลือกเธอตอนนี้ล่ะ”สิตาชะงักสายตาเธอสั่นไหวทันทีแต่ยังไม่ทันตอบ เสีย

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ทนไม่ได้

    คืนนั้นคีตะแทบนอนไม่หลับ เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง แอร์เย็นแต่ในอกกลับร้อนจนหงุดหงิด ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเดิมก็ย้อนกลับมา สายตาของสิตาตอนพูดว่า“ไปหาเขาเถอะ”มันไม่ได้ประชด ไม่ได้งอน แต่มันเหมือนคนที่…ยอมแพ้แล้วจริง ๆ คีตะลุกขึ้นนั่ง เสยผมแรง ๆ ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีแม้แต่ฝันดี แบบที่สิตาชอบส่งมาแทบทุกคืนเขาจ้องหน้าจออยู่พักใหญ่ ก่อนพิมพ์ไป“คุยกันหน่อย”ส่งแต่ปลายทางยังเงียบ แม่ง… เขาเอนหัวพิงกำแพง ถอนหายใจยาวอย่างคนจนมุมเช้าวันเสาร์สิตาตื่นสายกว่าปกติ เธอนอนมองเพดานห้องอยู่พักหนึ่งก่อนลุกไปอาบน้ำ วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปข้างนอก ไปไหนก็ได้ขอแค่ไม่ต้องนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ในห้องเธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อไหมพรมสีอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาว ก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากหอแต่ทันทีที่ออกมาหน้าตึกเธอก็ชะงัก คีตะยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม หน้าตาดูโทรมกว่าปกติ เหมือนคนไม่ได้นอน และทันทีที่เห็นเธอ เขาก็เดินเข้ามา“จะไปไหน”เสียงเขาแหบเล็กน้อย สิตานิ่งไปวูบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ไปข้างนอก”“กับใคร”คำถามนั้นทำให้เธอขมวดคิ้ว“จำเป็นต้องตอบเหรอ”คีตะเง

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ดีแล้ว

    เย็นวันนั้นฝนตกไม่ได้ตกหนัก แต่เม็ดฝนโปรยลงมาต่อเนื่องจนฟ้าดูหม่นไปทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนรีบวิ่งหลบเข้าตึก เสียงพูดคุยจอแจดังปะปนกับเสียงฝนกระทบพื้นคีตะยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าคณะ มือหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกมือกำโทรศัพท์แน่นหน้าจอแชตของสิตายังค้างอยู่ไม่มีข้อความใหม่เขาพิมพ์ไปหลายครั้ง“ถึงหอรึยัง”“กินข้าวยัง”“เมื่อกี้เราไม่ได้หมายความแบบนั้น”แต่สุดท้ายก็ลบหมดเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นไม่ใช่สิตาเป็นมีน“คืนนี้ว่างไหม”คีตะมองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกดล็อกหน้าจอทันที“เหี้ยเอ๊ย…”เขาสบถเบา ๆ แล้วเสยผมแรงเหมือนหงุดหงิดตัวเองทั้งที่เมื่อก่อน…เขาเคยรอข้อความจากมีนตลอดแต่ตอนนี้ คนที่เงียบไปอีกคนต่างหากที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุข—หอสิตาหญิงสาวนั่งขดตัวอยู่บนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงเข่า มือถือวางคว่ำอยู่ข้างตัวเธอไม่ได้ร้องไห้แค่เหนื่อยเหนื่อยกับการพยายามเข้าใจใครบางคนอยู่ฝ่ายเดียวเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนในกลุ่มส่งรูปมาเป็นภาพตอนเย็นที่โรงอาหารคีตะกำลังยืนคุยกับมีนใกล้กันเหมือนเดิมใต้รูปมีข้อความแซวจากเพื่อน“รีเทิร์นชัวร์ 555”สิตามองอยู่พั

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   คนที่เคยทิ้ง…กลับมาในวันที่เขายังลืมไม่ได้

    เช้าวันศุกร์แสงแดดแรงกว่าวันก่อน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุกอย่างดูปกติยกเว้นความรู้สึกของบางคน คีตะนั่งอยู่ในห้องเรียนตั้งแต่เช้าเร็วกว่าปกติ เร็วจนเขาเองยังแปลกใจแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มานั่งรอเรียน เขาแค่…นอนไม่หลับเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อน มีคนเดินเข้ามา คีตะเงยหน้าขึ้นแล้วก็ชะงัก“สวัสดี”มีน ยืนอยู่ตรงนั้นยิ้มบาง ๆเหมือนทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน“มาทำไม” เขาถามตรงเหมือนพยายามกันระยะ“มาหาเธอ”มีนตอบง่าย ไม่ลังเลอากาศรอบตัวเหมือนตึงขึ้นเล็กน้อย“ไม่ต้องมา”คีตะพูด เสียงเรียบมีนหัวเราะเบา ๆ“ยังเหมือนเดิมเลยนะ”“หมายความว่าไง”“ปากแข็ง”เธอยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใกล้กว่าที่ควร“ถ้าไม่อยากเจอจริง ๆ…เธอจะไม่ถามแบบนั้นหรอก”คีตะนิ่งไม่ตอบ แต่สายตาไม่ได้ปฏิเสธ“เราคิดถึงนะ”มีนพูดเสียงเบาลง จริงขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่กระทบตรงที่เดิมที่เขาเคยเก็บไว้“เลิกพูดแบบนี้เถอะ”คีตะพูด หันหน้าหนีเล็กน้อย“ทำไม”“มันจบไปแล้ว”มีนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“จบแล้ว…แต่เธอยังไม่เคยลืมเราเลยไม่ใช่เหรอ”เงียบ คำตอบนั้น เขาไม่มี หรือมี…แต่ไม่กล้าพูด“เราแค่ไปผิดเวลา”มีนพูดต่อ“ตอนนั้นเราคิดว่าเราจะเจอคนที่

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ระหว่างคำว่า “เพื่อน”…กับสิ่งที่ไม่เคยกล้ายอมรับ

    บ่ายวันพุธท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาอ่อน แสงแดดจางจนแทบไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น ลมพัดผ่านลานคณะเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งกว่าปกติเหมือนทุกอย่างกำลังรออะไรบางอย่างและบางทีมันอาจกำลังจะเกิดขึ้นในห้องเรียน เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่องเป็นจังหวะเรียบ ตัวอักษรบนกระดานถูกเขียนเพิ่มทีละบรรทัดแต่สิตาไม่ได้ยิน เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับอยู่ที่สมุดแต่ไม่ได้อ่านเหมือนความคิดกำลังลอยไปไกลไกลจากตรงนี้ ไกลจากใครบางคน“สิตา”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้าง ๆเธอไม่หันรู้ว่าเป็นใคร“มีอะไร”น้ำเสียงเรียบ ไม่มีความอ่อนเหมือนเดิมคีตะเงียบไปเล็กน้อยเหมือนยังไม่ชินกับน้ำเสียงแบบนี้“เย็นนี้ว่างไหม”คำถามนั้นธรรมดาแต่สำหรับเขามันไม่ธรรมดาเลยสิตาชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบ“ไม่ว่าง”“ไปไหน”“มีนัด”เงียบคำว่า “มีนัด”เบาแต่หนักพอจะกดอะไรบางอย่างในอกเขา“กับมัน?”คำถามนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไปแรงเกินไปและชัดเกินไปสิตาหันไปมองทันทีสายตาเย็นลง“นายเรียกเขาว่า ‘มัน’ เหรอ”คีตะนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวแต่ก็ไม่ถอย“แล้วมันชื่ออะไร”“อาร์ม”เธอตอบชัดเหมือนจงใจให้เขาจำเย็นวันนั้นฝนตก เม็ดฝน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ถ้าไม่ใช่ของตัวเอง…ก็ไม่มีสิทธิ์หวง

    ช่วงเย็นของวันอังคาร แสงแดดอ่อนกำลังจางหายไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงสีส้มหม่นที่เกาะอยู่ตามขอบตึกคณะ ลมพัดเอื่อยเหมือนตั้งใจจะทำให้บรรยากาศสงบลงแต่ในความสงบนั้นกลับมีบางอย่างกำลังสั่นไหวสิตาเดินออกมาจากตึกเรียนวันนี้เธอไม่ได้รีบ ไม่ได้หนี แต่ก็ไม่ได้รอข้าง ๆ เธอมีใครอีกคนเดินอยู่“วันนี้ขอบคุณนะครับ ที่ให้ผมเลี้ยงข้าว”อาร์มยิ้มบาง ๆน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม“ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ค่ะ” สิตาตอบ“ก็อยากเลี้ยง”เธอหัวเราะเบา ๆประโยคแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะคิดไปไกลแต่ตอนนี้มันแค่ “คำพูดธรรมดา”ที่ไม่ทำให้ใจเธอสั่นอีกแล้ว“เดี๋ยวผมไปส่งนะ”อาร์มพูดต่อสิตาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะกำลังจะตอบ“ไม่ต้อง”เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นทันทีทั้งสองหันไป คีตะยืนอยู่ไม่ไกลสายตานิ่ง แต่เย็นและชัดเจนว่าเขาเห็นทุกอย่างบรรยากาศเงียบลงทันที เหมือนเสียงรอบข้างถูกตัดออกไป“ผมไปส่งเองได้ครับ” อาร์มพูดยังสุภาพแต่เริ่มมีน้ำหนักคีตะมองเขานิ่ง ก่อนจะตอบ“ฉันพูดกับสิตา”น้ำเสียงเรียบแต่กดต่ำอาร์มเงียบไป เขาหันไปมองสิตา เหมือนให้เธอเป็นคนตัดสิน สิตายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจเข้าเบา ๆแล้วพูด“อาร์มไปส่งก็

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน    คนที่อยู่ตรงนี้…ตลอดไปจริงเหรอ

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นตั้งแต่เช้าสิตายังไม่ทันลืมตาดี มือก็คลำหาโทรศัพท์ทันทีหน้าจอสว่างขึ้นKita: ตื่นยังเธอนิ่งไปหนึ่งจังหวะก่อนจะมองเวลา06:32เช้าเกินไปปกติคีตะไม่เคยทักก่อนขนาดนี้ยกเว้นเมื่อคืนเธอกับเขา…เกือบเกินเพื่อนสิตากัดปากเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบSita: ตื่นแล้วมีอะไรอ่านทันทีเหมือน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   เกินเพื่อน…แต่ไม่ใช่คนรัก

    ช่วงเย็นของวันศุกร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่เงียบเท่าไหร่ นักศึกษาหลายคนยังนั่งทำงานกลุ่มกันอยู่ตามโต๊ะหินอ่อนใต้ตึก เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงบ่นเรื่องการบ้านดังปะปนกันไป สิตานั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของโต๊ะ สมุดเปิดค้าง ดินสอวางนิ่ง แต่สายตา…ไม่ได้อยู่ที่งาน “สิตา” เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้น

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ยิ่งใกล้...ยิ่งเบลอ

    เสียงฝนตกกระทบพื้นคอนกรีตหน้าตึกคณะดังสม่ำเสมอ บ่ายวันนั้นท้องฟ้าครึ้มตั้งแต่เช้า และสุดท้ายก็เทลงมาจริง ๆ ตอนเลิกเรียนพอดี นักศึกษาหลายคนกรูกันไปยืนหลบฝนใต้ชายคา เสียงบ่นดังระงมไปหมดสิตายืนอยู่ตรงบันได มือกอดกระเป๋าแน่นเล็กน้อย เธอไม่ได้พกร่ม และดูเหมือน…จะไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว“ไม่มีร่ม?”เสียงค

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   เริ่มจากคำว่าเพื่อน…แล้วมันจะไปไกลแค่ไหน

    เช้าวันต่อมา สิตายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะเธอไม่เคยแต่งตัวไปมหาลัย แต่เพราะวันนี้…มันไม่เหมือนเดิมเธอหยิบเสื้อขึ้นมาลองแล้วลองอีก เปลี่ยนทรงผม ทาลิปอ่อน ๆแล้วก็ลบออก สุดท้ายก็กลับมาธรรมดาเหมือนเดิม แต่หัวใจ…ไม่ธรรมดาเลย“เป็นบ้าอะไรของแกวะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆทั้งที่ก็แค่ไปเรียน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status