Se connecterเสียงฝนตกกระทบพื้นคอนกรีตหน้าตึกคณะดังสม่ำเสมอ บ่ายวันนั้นท้องฟ้าครึ้มตั้งแต่เช้า และสุดท้ายก็เทลงมาจริง ๆ ตอนเลิกเรียนพอดี นักศึกษาหลายคนกรูกันไปยืนหลบฝนใต้ชายคา เสียงบ่นดังระงมไปหมด
สิตายืนอยู่ตรงบันได มือกอดกระเป๋าแน่นเล็กน้อย เธอไม่ได้พกร่ม และดูเหมือน…จะไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว
“ไม่มีร่ม?”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้าง ๆ สิตาหันไปมองทันที คีตะยืนอยู่ใกล้เกินไปอีกแล้ว
“ไม่มี” เธอตอบ
“อือ”
เขาพยักหน้าเหมือนรับรู้ธรรมดา ก่อนจะยืนเงียบไป ไม่ขยับ ไม่ไปไหนเหมือนกำลังรอ
“แล้วนายล่ะ” สิตาถาม
คีตะยกคางขึ้นนิด ๆในมือเขามีร่มสีดำพับอยู่
“มี”
“แล้วไม่กลับ?”
“ก็รออยู่”
“รออะไร”
เขาหันมามองเธอ สายตานิ่ง…แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
“แกไง”
หัวใจสิตาสะดุด
“รอฉันทำไม”
“ก็ไม่อยากให้เปียก”
คำตอบสั้น ๆแต่แรงพอจะทำให้ใจเธอสั่น
“แล้วถ้าฉันไม่กลับล่ะ”
“ก็รอ”
“นานแค่ไหน”
คีตะยักไหล่
“เท่าที่ต้องรอ”
คำพูดแบบนี้อีกแล้ว เหมือนจะมีใจแต่ก็ไม่เคยพูดว่ามี สิตามองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดเบา ๆ
“นายชอบทำแบบนี้ตลอดเลยนะ”
“แบบไหน”
“ทำเหมือนฉันสำคัญ”
คีตะไม่ตอบทันที เขาแค่มองเธอนิ่ง แล้วก็ยกมือขึ้นมากางร่ม
“ไปเถอะ”
ตัดบทเหมือนเดิม
ทั้งสองเดินออกมาจากตึก ใต้ร่มคันเดียวกัน ระยะห่าง…ใกล้กว่าปกติ ใกล้จนไหล่แทบชนกั ใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจเขาชัด ฝนตกแรงขึ้น เสียงน้ำกระทบพื้นดังกลบทุกอย่างแต่หัวใจของสิตา…ดังยิ่งกว่า
“ขยับเข้ามาอีกนิด”
คีตะพูดก่อนจะดึงแขนเธอเข้ามาใกล้ตัวเองอัตโนมัติ เหมือนเป็นเรื่องปกติ สิตาชะงักแต่ก็ไม่ขยับหนี ปล่อยให้เขาจับ ปล่อยให้ใกล้ ทั้งที่รู้ดีว่ามันอันตรายแค่ไหน
“เปียกแล้ว”
เขามองปลายผมเธอที่เริ่มชื้น ก่อนจะยกมือขึ้นปัดเบา ๆ สัมผัสนั้นเบาแต่ชัด ชัดจนเธอรู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างทิ่มตรงหัวใจ
“ไม่เป็นไร”
“เป็นสิ”
“นิดเดียวเอง”
“ก็ไม่อยากให้เปียก”
คำเดิม โทนเดิมแต่ทำให้เธอคิดไปไกลทุกครั้ง
ระหว่างทาง
“สิตา”
“หือ”
“เมื่อวานที่บอกว่าจะจีบ”
“อือ”
“เอาจริงแค่ไหน”
เธอหันไปมองก่อนตอบตรง ๆ
“มาก”
“ขนาดไหน”
“ขนาดที่ไม่ถอย”คำตอบนั้นทำให้คีตะเงียบไป เขามองไปข้างหน้าไม่ได้หันมามองเธอ แต่สิตารู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“แล้วถ้าฉันไม่เล่นด้วยล่ะ”
“ก็ไม่เป็นไร”
“ไม่เป็นไรจริง?”
“อือ”
“ไม่เจ็บ?”
คำถามนั้นแทงตรงเกินไปแต่เธอก็ยังยิ้ม
“เดี๋ยวก็ชิน”
คีตะหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“มั่นใจดีนะ”
“ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่”
ประโยคนั้นทำให้เขาหันมามองเธอทันที สายตาคม…นิ่ง…และลึกกว่าเดิม
“ใครบอกว่าไม่มี”
เสียงเขาเบาลง จริงจังขึ้น สิตานิ่งก่อนจะถามกลับ
“แล้วมีอะไร”
คีตะไม่ตอบ เขาแค่เบนสายตาหนีแล้วพูดเหมือนเดิม
“เราเป็นเพื่อนกันนะ”
กำแพงเดิมคำเดิม
ที่เขาใช้ทุกครั้งที่มันเริ่ม “เกิน”
หน้าป้ายรถเมล์ ทั้งสองหยุดเดิน ฝนยังตกไม่หยุดแต่บรรยากาศกลับเงียบลงอย่างแปลก ๆ
“วันนี้ขอบคุณนะ” สิตาพูด
“เรื่องอะไร”
“ร่ม”
“อือ”
“แล้วก็…รอ”
คีตะมองเธอก่อนพูดเรียบ ๆ
“ก็ทำกับเพื่อน”
คำว่า “เพื่อน” อีกแล้ว
สิตาหัวเราะเบา ๆ
“นายชอบย้ำจังเลยนะ”
“ก็ความจริง”
“แต่การกระทำนายไม่เหมือนเพื่อนเลย”
คีตะเลิกคิ้วนิด ๆ
“แล้วเหมือนอะไร”
คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไปก่อนจะตอบช้า ๆ
“เหมือนคนที่กำลังทำให้ฉันหวัง”
คีตะนิ่ง ครั้งนี้…นิ่งจริง ๆเหมือนคำพูดเธอไปโดนอะไรบางอย่าง เขามองหน้าเธอนานก่อนจะพูดเบา ๆ
“แล้วแกอยากหวังไหม”
คำถามเดิมอีกครั้ง สิตามองเขาก่อนตอบ
“อยาก”
ตรง ไม่หลบ คีตะพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหัวเธอ ลูบเบา ๆ เหมือนปลอบ เหมือนเอ็นดู เหมือนอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่แค่เพื่อน
“ดื้อ”
เขาพูดเสียงเบาใกล้ๆ และทำให้เธอใจสั่นอีกครั้ง
รถเมล์มา สิตาก้าวขึ้นไปก่อนจะหันกลับมามองเขา คีตะยังยืนอยู่ตรงเดิม
ไม่ได้ขึ้น
“นายไม่กลับ?”
“กลับคันหน้า”
“ทำไม”
เขายักไหล่
“ยังไม่อยากไป”
โกหก เธอรู้แต่ก็ไม่พูดอะไร
“งั้น…ไปนะ”
“อือ”
“เจอกันพรุ่งนี้”
“อือ”
รถเริ่มเคลื่อนสิตายืนจับราวมองเขาผ่านกระจก เขายังยืนอยู่มองจนรถเลี้ยวออกไป
เย็นวันนั้นโทรศัพท์สิตาสั่น
Kita: ถึงบ้านยัง
เธอยิ้ม
ก่อนพิมพ์ตอบ
Sita: ถึงแล้ว
Sita: นายล่ะอ่านทันที
Kita: ยัง
Sita: ยังไม่กลับอีกเหรอ
เงียบไปแป๊บหนึ่ง
ก่อนข้อความจะเด้งขึ้น
Kita: ฝนตก
Sita: แล้ว?
Kita: ขี้เกียจไปคนเดียว
หัวใจเธอกระตุก
ก่อนจะพิมพ์ตอบ
Sita: งั้นพรุ่งนี้ไปด้วยกันอีก
ไม่กี่วินาที
Kita: อือ
สั้นแต่ชัด
สิตาวางโทรศัพท์ลงก่อนจะนั่งนิ่งอยู่บนเตียง วันนี้เขารอ เดินด้วย กางร่มให้ ดึงเธอเข้ามาใกล้ ลูบหัว ทักแชตก่อน ทุกอย่างมันเกินคำว่า “เพื่อน” แต่เขาก็ยังย้ำคำเดิม เพื่อน สิตาหลับตาลงช้า ๆ แล้วก็ยิ้มออกมา แม้จะรู้ว่าอันตรายแค่ไหนแต่เธอก็ยอมรับแล้วว่ายิ่งใกล้เขาเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งถอยไม่ออก
สิตามองเขานิ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บ แต่ความเจ็บตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เธอไม่กล้าเชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว“นายแค่สับสน”เธอพูดเบา ๆคีตะขมวดคิ้วทันที“เราไม่ได้สับสน”“งั้นคืออะไร”เธอถามกลับตรง ๆ“เพราะฉันกำลังจะหายไป เลยเริ่มรู้สึกขึ้นมาเหรอ”คำถามนั้นทำให้เขาพูดไม่ออกสิตาหัวเราะจาง ๆ ทั้งที่ตาเริ่มแดง“คีตะ…ฉันอยู่ข้างนายมาตลอดเลยนะ”“ตอนนายเสียใจเพราะมีน ฉันก็อยู่”“ตอนนายเมา ตอนนายอกหัก ตอนนายอยากอยู่คนเดียว ฉันก็ยังอยู่”เธอสูดหายใจลึก เหมือนพยายามประคองเสียงตัวเอง“แต่พอเป็นฉันบ้าง นายกลับไม่เคยเลือกฉันเลย”คีตะนิ่งทุกคำของเธอจริงจนเขาเถียงไม่ได้เพราะที่ผ่านมา เขารู้ว่าสิตาอยู่ตรงนั้นเสมอจนเคยชินเคยชินเกินไป…จนลืมคิดว่าสักวันเธออาจเดินออกไปจริง ๆ“เรา…”เขาอ้าปาก แต่คำพูดกลับติดอยู่ในคอครั้งแรกในชีวิตที่คีตะรู้สึกว่า ตัวเองโง่กับความรู้สึกขนาดนี้สิตาหลบตาเขา ก่อนพูดเบา ๆ“ฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ”คำว่าเหนื่อยของเธอ ไม่ได้ดังแต่มันเหมือนมีอะไรมาบีบอกเขาแรง ๆคีตะก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด“แล้วถ้าเราจะเริ่มเลือกเธอตอนนี้ล่ะ”สิตาชะงักสายตาเธอสั่นไหวทันทีแต่ยังไม่ทันตอบ เสีย
คืนนั้นคีตะแทบนอนไม่หลับ เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง แอร์เย็นแต่ในอกกลับร้อนจนหงุดหงิด ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเดิมก็ย้อนกลับมา สายตาของสิตาตอนพูดว่า“ไปหาเขาเถอะ”มันไม่ได้ประชด ไม่ได้งอน แต่มันเหมือนคนที่…ยอมแพ้แล้วจริง ๆ คีตะลุกขึ้นนั่ง เสยผมแรง ๆ ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีแม้แต่ฝันดี แบบที่สิตาชอบส่งมาแทบทุกคืนเขาจ้องหน้าจออยู่พักใหญ่ ก่อนพิมพ์ไป“คุยกันหน่อย”ส่งแต่ปลายทางยังเงียบ แม่ง… เขาเอนหัวพิงกำแพง ถอนหายใจยาวอย่างคนจนมุมเช้าวันเสาร์สิตาตื่นสายกว่าปกติ เธอนอนมองเพดานห้องอยู่พักหนึ่งก่อนลุกไปอาบน้ำ วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปข้างนอก ไปไหนก็ได้ขอแค่ไม่ต้องนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ในห้องเธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อไหมพรมสีอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาว ก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากหอแต่ทันทีที่ออกมาหน้าตึกเธอก็ชะงัก คีตะยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม หน้าตาดูโทรมกว่าปกติ เหมือนคนไม่ได้นอน และทันทีที่เห็นเธอ เขาก็เดินเข้ามา“จะไปไหน”เสียงเขาแหบเล็กน้อย สิตานิ่งไปวูบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ไปข้างนอก”“กับใคร”คำถามนั้นทำให้เธอขมวดคิ้ว“จำเป็นต้องตอบเหรอ”คีตะเง
เย็นวันนั้นฝนตกไม่ได้ตกหนัก แต่เม็ดฝนโปรยลงมาต่อเนื่องจนฟ้าดูหม่นไปทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนรีบวิ่งหลบเข้าตึก เสียงพูดคุยจอแจดังปะปนกับเสียงฝนกระทบพื้นคีตะยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าคณะ มือหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกมือกำโทรศัพท์แน่นหน้าจอแชตของสิตายังค้างอยู่ไม่มีข้อความใหม่เขาพิมพ์ไปหลายครั้ง“ถึงหอรึยัง”“กินข้าวยัง”“เมื่อกี้เราไม่ได้หมายความแบบนั้น”แต่สุดท้ายก็ลบหมดเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นไม่ใช่สิตาเป็นมีน“คืนนี้ว่างไหม”คีตะมองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกดล็อกหน้าจอทันที“เหี้ยเอ๊ย…”เขาสบถเบา ๆ แล้วเสยผมแรงเหมือนหงุดหงิดตัวเองทั้งที่เมื่อก่อน…เขาเคยรอข้อความจากมีนตลอดแต่ตอนนี้ คนที่เงียบไปอีกคนต่างหากที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุข—หอสิตาหญิงสาวนั่งขดตัวอยู่บนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงเข่า มือถือวางคว่ำอยู่ข้างตัวเธอไม่ได้ร้องไห้แค่เหนื่อยเหนื่อยกับการพยายามเข้าใจใครบางคนอยู่ฝ่ายเดียวเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนในกลุ่มส่งรูปมาเป็นภาพตอนเย็นที่โรงอาหารคีตะกำลังยืนคุยกับมีนใกล้กันเหมือนเดิมใต้รูปมีข้อความแซวจากเพื่อน“รีเทิร์นชัวร์ 555”สิตามองอยู่พั
เช้าวันศุกร์แสงแดดแรงกว่าวันก่อน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุกอย่างดูปกติยกเว้นความรู้สึกของบางคน คีตะนั่งอยู่ในห้องเรียนตั้งแต่เช้าเร็วกว่าปกติ เร็วจนเขาเองยังแปลกใจแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มานั่งรอเรียน เขาแค่…นอนไม่หลับเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อน มีคนเดินเข้ามา คีตะเงยหน้าขึ้นแล้วก็ชะงัก“สวัสดี”มีน ยืนอยู่ตรงนั้นยิ้มบาง ๆเหมือนทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน“มาทำไม” เขาถามตรงเหมือนพยายามกันระยะ“มาหาเธอ”มีนตอบง่าย ไม่ลังเลอากาศรอบตัวเหมือนตึงขึ้นเล็กน้อย“ไม่ต้องมา”คีตะพูด เสียงเรียบมีนหัวเราะเบา ๆ“ยังเหมือนเดิมเลยนะ”“หมายความว่าไง”“ปากแข็ง”เธอยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใกล้กว่าที่ควร“ถ้าไม่อยากเจอจริง ๆ…เธอจะไม่ถามแบบนั้นหรอก”คีตะนิ่งไม่ตอบ แต่สายตาไม่ได้ปฏิเสธ“เราคิดถึงนะ”มีนพูดเสียงเบาลง จริงขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่กระทบตรงที่เดิมที่เขาเคยเก็บไว้“เลิกพูดแบบนี้เถอะ”คีตะพูด หันหน้าหนีเล็กน้อย“ทำไม”“มันจบไปแล้ว”มีนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“จบแล้ว…แต่เธอยังไม่เคยลืมเราเลยไม่ใช่เหรอ”เงียบ คำตอบนั้น เขาไม่มี หรือมี…แต่ไม่กล้าพูด“เราแค่ไปผิดเวลา”มีนพูดต่อ“ตอนนั้นเราคิดว่าเราจะเจอคนที่
บ่ายวันพุธท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาอ่อน แสงแดดจางจนแทบไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น ลมพัดผ่านลานคณะเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งกว่าปกติเหมือนทุกอย่างกำลังรออะไรบางอย่างและบางทีมันอาจกำลังจะเกิดขึ้นในห้องเรียน เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่องเป็นจังหวะเรียบ ตัวอักษรบนกระดานถูกเขียนเพิ่มทีละบรรทัดแต่สิตาไม่ได้ยิน เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับอยู่ที่สมุดแต่ไม่ได้อ่านเหมือนความคิดกำลังลอยไปไกลไกลจากตรงนี้ ไกลจากใครบางคน“สิตา”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้าง ๆเธอไม่หันรู้ว่าเป็นใคร“มีอะไร”น้ำเสียงเรียบ ไม่มีความอ่อนเหมือนเดิมคีตะเงียบไปเล็กน้อยเหมือนยังไม่ชินกับน้ำเสียงแบบนี้“เย็นนี้ว่างไหม”คำถามนั้นธรรมดาแต่สำหรับเขามันไม่ธรรมดาเลยสิตาชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบ“ไม่ว่าง”“ไปไหน”“มีนัด”เงียบคำว่า “มีนัด”เบาแต่หนักพอจะกดอะไรบางอย่างในอกเขา“กับมัน?”คำถามนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไปแรงเกินไปและชัดเกินไปสิตาหันไปมองทันทีสายตาเย็นลง“นายเรียกเขาว่า ‘มัน’ เหรอ”คีตะนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวแต่ก็ไม่ถอย“แล้วมันชื่ออะไร”“อาร์ม”เธอตอบชัดเหมือนจงใจให้เขาจำเย็นวันนั้นฝนตก เม็ดฝน
ช่วงเย็นของวันอังคาร แสงแดดอ่อนกำลังจางหายไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงสีส้มหม่นที่เกาะอยู่ตามขอบตึกคณะ ลมพัดเอื่อยเหมือนตั้งใจจะทำให้บรรยากาศสงบลงแต่ในความสงบนั้นกลับมีบางอย่างกำลังสั่นไหวสิตาเดินออกมาจากตึกเรียนวันนี้เธอไม่ได้รีบ ไม่ได้หนี แต่ก็ไม่ได้รอข้าง ๆ เธอมีใครอีกคนเดินอยู่“วันนี้ขอบคุณนะครับ ที่ให้ผมเลี้ยงข้าว”อาร์มยิ้มบาง ๆน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม“ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ค่ะ” สิตาตอบ“ก็อยากเลี้ยง”เธอหัวเราะเบา ๆประโยคแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะคิดไปไกลแต่ตอนนี้มันแค่ “คำพูดธรรมดา”ที่ไม่ทำให้ใจเธอสั่นอีกแล้ว“เดี๋ยวผมไปส่งนะ”อาร์มพูดต่อสิตาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะกำลังจะตอบ“ไม่ต้อง”เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นทันทีทั้งสองหันไป คีตะยืนอยู่ไม่ไกลสายตานิ่ง แต่เย็นและชัดเจนว่าเขาเห็นทุกอย่างบรรยากาศเงียบลงทันที เหมือนเสียงรอบข้างถูกตัดออกไป“ผมไปส่งเองได้ครับ” อาร์มพูดยังสุภาพแต่เริ่มมีน้ำหนักคีตะมองเขานิ่ง ก่อนจะตอบ“ฉันพูดกับสิตา”น้ำเสียงเรียบแต่กดต่ำอาร์มเงียบไป เขาหันไปมองสิตา เหมือนให้เธอเป็นคนตัดสิน สิตายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจเข้าเบา ๆแล้วพูด“อาร์มไปส่งก็
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นตั้งแต่เช้าสิตายังไม่ทันลืมตาดี มือก็คลำหาโทรศัพท์ทันทีหน้าจอสว่างขึ้นKita: ตื่นยังเธอนิ่งไปหนึ่งจังหวะก่อนจะมองเวลา06:32เช้าเกินไปปกติคีตะไม่เคยทักก่อนขนาดนี้ยกเว้นเมื่อคืนเธอกับเขา…เกือบเกินเพื่อนสิตากัดปากเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบSita: ตื่นแล้วมีอะไรอ่านทันทีเหมือน
ช่วงเย็นของวันศุกร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่เงียบเท่าไหร่ นักศึกษาหลายคนยังนั่งทำงานกลุ่มกันอยู่ตามโต๊ะหินอ่อนใต้ตึก เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงบ่นเรื่องการบ้านดังปะปนกันไป สิตานั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของโต๊ะ สมุดเปิดค้าง ดินสอวางนิ่ง แต่สายตา…ไม่ได้อยู่ที่งาน “สิตา” เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้น
สิตาไม่ได้ยืนลังเลหน้ากระจกนานเหมือนเมื่อวาน เธอแต่งตัวเสร็จเร็ว รวบผมแบบง่าย ๆ หยิบกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องทันที เพราะวันนี้เธอตัดสินใจแล้ว จะไม่เป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปหน้าตึกคณะคีตะยังอยู่ตรงเดิม พิงเสา กดโทรศัพท์เหมือนเมื่อวานไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่พอสิตาเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองทันที เห
เช้าวันต่อมา สิตายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะเธอไม่เคยแต่งตัวไปมหาลัย แต่เพราะวันนี้…มันไม่เหมือนเดิมเธอหยิบเสื้อขึ้นมาลองแล้วลองอีก เปลี่ยนทรงผม ทาลิปอ่อน ๆแล้วก็ลบออก สุดท้ายก็กลับมาธรรมดาเหมือนเดิม แต่หัวใจ…ไม่ธรรมดาเลย“เป็นบ้าอะไรของแกวะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆทั้งที่ก็แค่ไปเรียน







