Home / วัยรุ่น / เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน / เกินเพื่อน…แต่ไม่ใช่คนรัก

Share

เกินเพื่อน…แต่ไม่ใช่คนรัก

last update publish date: 2026-04-12 04:40:39

ช่วงเย็นของวันศุกร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่เงียบเท่าไหร่ นักศึกษาหลายคนยังนั่งทำงานกลุ่มกันอยู่ตามโต๊ะหินอ่อนใต้ตึก เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงบ่นเรื่องการบ้านดังปะปนกันไป

สิตานั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของโต๊ะ สมุดเปิดค้าง ดินสอวางนิ่ง แต่สายตา…ไม่ได้อยู่ที่งาน

“สิตา”

เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้น คีตะเดินมาทิ้งตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ขออนุญาตเหมือนเดิม

“ทำอะไร”

“ทำรายงาน”

“ดูไม่เหมือนทำ”

“แล้วเหมือนอะไร”

“เหมือนเหม่อ”

สิตาเลิกคิ้ว “แล้วนายมองฉันทำไม”

“ก็เห็นแกเหม่อ”

“แล้วต้องมานั่งดู?”

คีตะยักไหล่ “ก็อยากดู”

คำตอบเดิม

โทนเดิม

ที่ทำให้เธอเผลอใจทุกครั้ง

“งานเสร็จยัง”

“ยัง”

“เอามา”

“อะไร”

“เดี๋ยวช่วยทำ”

สิตาชะงักไปนิดหนึ่ง

“นาย?”

“อือ”

“ทำไม”

“ก็อยากช่วย”

อีกแล้ว ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย แต่ก็ทำให้เธอเงียบไปทันที เธอเลื่อนสมุดไปให้เขาเงียบ ๆ

คีตะก้มลงดูแล้วเริ่มเขียนต่อทันทีเหมือนมันง่ายมาก

สิตานั่งมอง

ไม่ใช่มองงาน

แต่มองเขา

ใกล้ขนาดนี้

ใกล้จนเห็นเส้นขนตา

เห็นสันจมูก

เห็นริมฝีปากที่ชอบพูดอะไรทำให้เธอคิดไปเองตลอด

“มองอะไร”

เสียงเขาดังขึ้นโดยไม่เงยหน้า

“เปล่า”

“โกหก”

“ไม่ได้โกหก”

คีตะเงยหน้าขึ้นแล้วสบตาเธอตรง ๆ ระยะห่าง…ใกล้เกินไป ใกล้จนเธอรู้สึกว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวจะชนกัน

“แกชอบมองฉัน”

“แล้วนายไม่ชอบเหรอ”

สิตาย้อนทันที คีตะนิ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

คำตอบแบบนี้อีกแล้ว ไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่รับ

ค่ำลงเรื่อย ๆคนเริ่มทยอยกลับ เหลือแค่ไม่กี่กลุ่มที่ยังนั่งอยู่ รวมถึงพวกเขา

“เสร็จแล้ว”

คีตะเลื่อนสมุดคืนให้

“ขอบคุณ”

“อือ”

ลมเย็นพัดผ่านเบา ๆ ไฟใต้ตึกเริ่มสว่าง บรรยากาศรอบข้างเงียบลง และระยะห่างระหว่างพวกเขา…ก็ยังใกล้เหมือนเดิม

“สิตา”

“หือ”

“ยังจะจีบอยู่ไหม”

คำถามนั้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เธอมองหน้าเขาก่อนตอบ

“ก็ยังจีบอยู่”

“เหนื่อยไหม”

“นิดหน่อย”

“งั้นเลิกไหม”

คำถามนั้น เหมือนลองใจ เหมือนผลัก เหมือนดูว่าเธอจะถอยหรือเปล่า แต่สิตาไม่ถอย

“ไม่เลิก”

คีตะมองเธอนิ่ง ก่อนจะพูดช้า ๆ

“ดื้อ”

“รู้ตัว”

“แล้วถ้าฉันไม่เปลี่ยนล่ะ”

“ก็ไม่เป็นไร”

“ไม่เป็นไรจริง?”

“อือ”

“ไม่เจ็บ?”

สิตายิ้มแต่แววตาไม่ใช่

“เจ็บอยู่แล้ว”

ลมแรงขึ้นเล็กน้อยจนกระดาษปลิว สิตาเอื้อมมือไปกดไว้แต่คีตะเองก็กลับเอื้อมมือมาพร้อมกัน มือของทั้งสองชนกัน

“…”

สิตาไม่ได้ดึงออก คีตะก็ไม่ปล่อย นิ้วของเขาแตะหลังมือเธอเบา ๆไม่ใช่การจับเต็ม ๆ แต่ก็ไม่ใช่แค่โดนโดยบังเอิญ มันคือ “การค้างไว้”โดยไม่มีใครขยับ หัวใจของสิตาเต้นแรงขึ้นทันที ดังจนเธอแทบได้ยินเอง

“คีตะ…”

เสียงเธอเบามาก เหมือนหายไปในอากาศ เขามองหน้าเธอใกล้ ใกล้ขึ้นอีกจนระยะห่างเหลือแค่นิดเดียว สายตาเขาไม่เล่นแต่จริงจัง จริงจังจนเธอไม่กล้าหลบ

ลมหายใจของเขาอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ถ้าเขาขยับอีกนิดมันจะไม่ใช่เพื่อนแล้ว

“…”

หัวใจเธอหยุดไปหนึ่งจังหวะ แล้วคีตะก็ชะงัก แค่เสี้ยววินาทีก่อนจะปล่อยมือแล้วเอนตัวถอยออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ดึกแล้ว”

เขาพูด น้ำเสียงกลับมาเรียบเหมือนเดิม เหมือนเมื่อครู่ ไม่มีอะไรเลย สิตานั่งนิ่ง มือยังค้างอยู่ตรงเดิม ใจยังเต้นแรงไม่หยุด เธอรู้ดีเมื่อกี้มันคืออะไรและเขาก็รู้เหมือนกัน แต่เขาเลือกจะถอยอีกครั้ง

ระหว่างเดินกลับไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งเมื่อครู่สิตาเป็นฝ่ายพูดขึ้น แต่คีตะไม่หันมา

“อะไร”

“นายกำลังจะทำอะไร”

คำถามนั้นตรงเกินไปทำให้เขาหยุดเดิน ก่อนจะหันมามอง สายตากลับมาเหมือนเดิม เหมือนคนที่ไม่รู้สึกอะไร

“คิดไปเอง”

คำตอบสั้น ๆแต่แรง แรงจนเหมือนมีอะไรบางอย่างกระแทกเข้าไปในอกเธอ

“งั้นเหรอ”

เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะยิ้ม ยิ้มแบบที่เขาอ่านไม่ออก

“งั้นฉันก็คงคิดไปเองจริง ๆ แหละ”

คีตะมองเธอ เหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ก็ไม่พูด

หน้าป้ายรถเมล์

“กลับดี ๆ”

“อือ”

“แล้วก็…”

เขาเว้นไป

“อย่าคิดมาก”

สิตาหัวเราะเบา ๆ

“ฉันไม่ได้คิดมาก”

“จริง?”

“อือ”

เธอมองหน้าเขาแล้วพูดช้า ๆ

“ฉันแค่กำลังเรียนรู้”

“เรียนรู้อะไร”

“เรียนรู้ว่า…นายเป็นคนแบบไหน”

คีตะนิ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก

“แล้วเป็นยังไง”

สิตามองเขาก่อนตอบ

“คนที่ทำให้ฉันหวัง”

“แล้วก็ทำลายมันเอง”

คืนนั้น สิตานั่งมองมือของตัวเอง มือที่เขาเพิ่งจับ มือที่เกือบ..เกือบไปไกลกว่านั้น หัวใจเธอยังเต้นแรงเมื่อนึกถึง

แต่ความรู้สึกอีกอย่าง…ก็ตามมา เขาอยากเข้าใกล้ แต่ก็เป็นคนถอย เขาทำเหมือนมีใจ แต่ก็เป็นคนพูดว่า “คิดไปเอง”

สิตาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง

“แบบนี้แหละ…คนเล่นกับใจ”

เธอรู้แล้ว ชัดเจนขึ้นทุกวัน เกมนี้ มันไม่ยุติธรรมตั้งแต่แรก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่หยุด เพราะยิ่งเขาถอย เธอกลับยิ่งอยากรู้ สุดท้ายแล้วเขาจะถอยได้…ถึงเมื่อไหร่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   สับสน

    สิตามองเขานิ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บ แต่ความเจ็บตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เธอไม่กล้าเชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว“นายแค่สับสน”เธอพูดเบา ๆคีตะขมวดคิ้วทันที“เราไม่ได้สับสน”“งั้นคืออะไร”เธอถามกลับตรง ๆ“เพราะฉันกำลังจะหายไป เลยเริ่มรู้สึกขึ้นมาเหรอ”คำถามนั้นทำให้เขาพูดไม่ออกสิตาหัวเราะจาง ๆ ทั้งที่ตาเริ่มแดง“คีตะ…ฉันอยู่ข้างนายมาตลอดเลยนะ”“ตอนนายเสียใจเพราะมีน ฉันก็อยู่”“ตอนนายเมา ตอนนายอกหัก ตอนนายอยากอยู่คนเดียว ฉันก็ยังอยู่”เธอสูดหายใจลึก เหมือนพยายามประคองเสียงตัวเอง“แต่พอเป็นฉันบ้าง นายกลับไม่เคยเลือกฉันเลย”คีตะนิ่งทุกคำของเธอจริงจนเขาเถียงไม่ได้เพราะที่ผ่านมา เขารู้ว่าสิตาอยู่ตรงนั้นเสมอจนเคยชินเคยชินเกินไป…จนลืมคิดว่าสักวันเธออาจเดินออกไปจริง ๆ“เรา…”เขาอ้าปาก แต่คำพูดกลับติดอยู่ในคอครั้งแรกในชีวิตที่คีตะรู้สึกว่า ตัวเองโง่กับความรู้สึกขนาดนี้สิตาหลบตาเขา ก่อนพูดเบา ๆ“ฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ”คำว่าเหนื่อยของเธอ ไม่ได้ดังแต่มันเหมือนมีอะไรมาบีบอกเขาแรง ๆคีตะก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด“แล้วถ้าเราจะเริ่มเลือกเธอตอนนี้ล่ะ”สิตาชะงักสายตาเธอสั่นไหวทันทีแต่ยังไม่ทันตอบ เสีย

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ทนไม่ได้

    คืนนั้นคีตะแทบนอนไม่หลับ เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง แอร์เย็นแต่ในอกกลับร้อนจนหงุดหงิด ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเดิมก็ย้อนกลับมา สายตาของสิตาตอนพูดว่า“ไปหาเขาเถอะ”มันไม่ได้ประชด ไม่ได้งอน แต่มันเหมือนคนที่…ยอมแพ้แล้วจริง ๆ คีตะลุกขึ้นนั่ง เสยผมแรง ๆ ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีแม้แต่ฝันดี แบบที่สิตาชอบส่งมาแทบทุกคืนเขาจ้องหน้าจออยู่พักใหญ่ ก่อนพิมพ์ไป“คุยกันหน่อย”ส่งแต่ปลายทางยังเงียบ แม่ง… เขาเอนหัวพิงกำแพง ถอนหายใจยาวอย่างคนจนมุมเช้าวันเสาร์สิตาตื่นสายกว่าปกติ เธอนอนมองเพดานห้องอยู่พักหนึ่งก่อนลุกไปอาบน้ำ วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปข้างนอก ไปไหนก็ได้ขอแค่ไม่ต้องนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ในห้องเธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อไหมพรมสีอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาว ก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากหอแต่ทันทีที่ออกมาหน้าตึกเธอก็ชะงัก คีตะยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม หน้าตาดูโทรมกว่าปกติ เหมือนคนไม่ได้นอน และทันทีที่เห็นเธอ เขาก็เดินเข้ามา“จะไปไหน”เสียงเขาแหบเล็กน้อย สิตานิ่งไปวูบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ไปข้างนอก”“กับใคร”คำถามนั้นทำให้เธอขมวดคิ้ว“จำเป็นต้องตอบเหรอ”คีตะเง

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ดีแล้ว

    เย็นวันนั้นฝนตกไม่ได้ตกหนัก แต่เม็ดฝนโปรยลงมาต่อเนื่องจนฟ้าดูหม่นไปทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนรีบวิ่งหลบเข้าตึก เสียงพูดคุยจอแจดังปะปนกับเสียงฝนกระทบพื้นคีตะยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าคณะ มือหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกมือกำโทรศัพท์แน่นหน้าจอแชตของสิตายังค้างอยู่ไม่มีข้อความใหม่เขาพิมพ์ไปหลายครั้ง“ถึงหอรึยัง”“กินข้าวยัง”“เมื่อกี้เราไม่ได้หมายความแบบนั้น”แต่สุดท้ายก็ลบหมดเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นไม่ใช่สิตาเป็นมีน“คืนนี้ว่างไหม”คีตะมองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกดล็อกหน้าจอทันที“เหี้ยเอ๊ย…”เขาสบถเบา ๆ แล้วเสยผมแรงเหมือนหงุดหงิดตัวเองทั้งที่เมื่อก่อน…เขาเคยรอข้อความจากมีนตลอดแต่ตอนนี้ คนที่เงียบไปอีกคนต่างหากที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุข—หอสิตาหญิงสาวนั่งขดตัวอยู่บนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงเข่า มือถือวางคว่ำอยู่ข้างตัวเธอไม่ได้ร้องไห้แค่เหนื่อยเหนื่อยกับการพยายามเข้าใจใครบางคนอยู่ฝ่ายเดียวเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนในกลุ่มส่งรูปมาเป็นภาพตอนเย็นที่โรงอาหารคีตะกำลังยืนคุยกับมีนใกล้กันเหมือนเดิมใต้รูปมีข้อความแซวจากเพื่อน“รีเทิร์นชัวร์ 555”สิตามองอยู่พั

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   คนที่เคยทิ้ง…กลับมาในวันที่เขายังลืมไม่ได้

    เช้าวันศุกร์แสงแดดแรงกว่าวันก่อน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุกอย่างดูปกติยกเว้นความรู้สึกของบางคน คีตะนั่งอยู่ในห้องเรียนตั้งแต่เช้าเร็วกว่าปกติ เร็วจนเขาเองยังแปลกใจแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มานั่งรอเรียน เขาแค่…นอนไม่หลับเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อน มีคนเดินเข้ามา คีตะเงยหน้าขึ้นแล้วก็ชะงัก“สวัสดี”มีน ยืนอยู่ตรงนั้นยิ้มบาง ๆเหมือนทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน“มาทำไม” เขาถามตรงเหมือนพยายามกันระยะ“มาหาเธอ”มีนตอบง่าย ไม่ลังเลอากาศรอบตัวเหมือนตึงขึ้นเล็กน้อย“ไม่ต้องมา”คีตะพูด เสียงเรียบมีนหัวเราะเบา ๆ“ยังเหมือนเดิมเลยนะ”“หมายความว่าไง”“ปากแข็ง”เธอยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใกล้กว่าที่ควร“ถ้าไม่อยากเจอจริง ๆ…เธอจะไม่ถามแบบนั้นหรอก”คีตะนิ่งไม่ตอบ แต่สายตาไม่ได้ปฏิเสธ“เราคิดถึงนะ”มีนพูดเสียงเบาลง จริงขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่กระทบตรงที่เดิมที่เขาเคยเก็บไว้“เลิกพูดแบบนี้เถอะ”คีตะพูด หันหน้าหนีเล็กน้อย“ทำไม”“มันจบไปแล้ว”มีนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“จบแล้ว…แต่เธอยังไม่เคยลืมเราเลยไม่ใช่เหรอ”เงียบ คำตอบนั้น เขาไม่มี หรือมี…แต่ไม่กล้าพูด“เราแค่ไปผิดเวลา”มีนพูดต่อ“ตอนนั้นเราคิดว่าเราจะเจอคนที่

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ระหว่างคำว่า “เพื่อน”…กับสิ่งที่ไม่เคยกล้ายอมรับ

    บ่ายวันพุธท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาอ่อน แสงแดดจางจนแทบไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น ลมพัดผ่านลานคณะเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งกว่าปกติเหมือนทุกอย่างกำลังรออะไรบางอย่างและบางทีมันอาจกำลังจะเกิดขึ้นในห้องเรียน เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่องเป็นจังหวะเรียบ ตัวอักษรบนกระดานถูกเขียนเพิ่มทีละบรรทัดแต่สิตาไม่ได้ยิน เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับอยู่ที่สมุดแต่ไม่ได้อ่านเหมือนความคิดกำลังลอยไปไกลไกลจากตรงนี้ ไกลจากใครบางคน“สิตา”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้าง ๆเธอไม่หันรู้ว่าเป็นใคร“มีอะไร”น้ำเสียงเรียบ ไม่มีความอ่อนเหมือนเดิมคีตะเงียบไปเล็กน้อยเหมือนยังไม่ชินกับน้ำเสียงแบบนี้“เย็นนี้ว่างไหม”คำถามนั้นธรรมดาแต่สำหรับเขามันไม่ธรรมดาเลยสิตาชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบ“ไม่ว่าง”“ไปไหน”“มีนัด”เงียบคำว่า “มีนัด”เบาแต่หนักพอจะกดอะไรบางอย่างในอกเขา“กับมัน?”คำถามนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไปแรงเกินไปและชัดเกินไปสิตาหันไปมองทันทีสายตาเย็นลง“นายเรียกเขาว่า ‘มัน’ เหรอ”คีตะนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวแต่ก็ไม่ถอย“แล้วมันชื่ออะไร”“อาร์ม”เธอตอบชัดเหมือนจงใจให้เขาจำเย็นวันนั้นฝนตก เม็ดฝน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ถ้าไม่ใช่ของตัวเอง…ก็ไม่มีสิทธิ์หวง

    ช่วงเย็นของวันอังคาร แสงแดดอ่อนกำลังจางหายไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงสีส้มหม่นที่เกาะอยู่ตามขอบตึกคณะ ลมพัดเอื่อยเหมือนตั้งใจจะทำให้บรรยากาศสงบลงแต่ในความสงบนั้นกลับมีบางอย่างกำลังสั่นไหวสิตาเดินออกมาจากตึกเรียนวันนี้เธอไม่ได้รีบ ไม่ได้หนี แต่ก็ไม่ได้รอข้าง ๆ เธอมีใครอีกคนเดินอยู่“วันนี้ขอบคุณนะครับ ที่ให้ผมเลี้ยงข้าว”อาร์มยิ้มบาง ๆน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม“ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ค่ะ” สิตาตอบ“ก็อยากเลี้ยง”เธอหัวเราะเบา ๆประโยคแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะคิดไปไกลแต่ตอนนี้มันแค่ “คำพูดธรรมดา”ที่ไม่ทำให้ใจเธอสั่นอีกแล้ว“เดี๋ยวผมไปส่งนะ”อาร์มพูดต่อสิตาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะกำลังจะตอบ“ไม่ต้อง”เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นทันทีทั้งสองหันไป คีตะยืนอยู่ไม่ไกลสายตานิ่ง แต่เย็นและชัดเจนว่าเขาเห็นทุกอย่างบรรยากาศเงียบลงทันที เหมือนเสียงรอบข้างถูกตัดออกไป“ผมไปส่งเองได้ครับ” อาร์มพูดยังสุภาพแต่เริ่มมีน้ำหนักคีตะมองเขานิ่ง ก่อนจะตอบ“ฉันพูดกับสิตา”น้ำเสียงเรียบแต่กดต่ำอาร์มเงียบไป เขาหันไปมองสิตา เหมือนให้เธอเป็นคนตัดสิน สิตายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจเข้าเบา ๆแล้วพูด“อาร์มไปส่งก็

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   เริ่มจากคำว่าเพื่อน…แล้วมันจะไปไกลแค่ไหน

    เช้าวันต่อมา สิตายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะเธอไม่เคยแต่งตัวไปมหาลัย แต่เพราะวันนี้…มันไม่เหมือนเดิมเธอหยิบเสื้อขึ้นมาลองแล้วลองอีก เปลี่ยนทรงผม ทาลิปอ่อน ๆแล้วก็ลบออก สุดท้ายก็กลับมาธรรมดาเหมือนเดิม แต่หัวใจ…ไม่ธรรมดาเลย“เป็นบ้าอะไรของแกวะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆทั้งที่ก็แค่ไปเรียน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน    คนที่อยู่ตรงนี้…ตลอดไปจริงเหรอ

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นตั้งแต่เช้าสิตายังไม่ทันลืมตาดี มือก็คลำหาโทรศัพท์ทันทีหน้าจอสว่างขึ้นKita: ตื่นยังเธอนิ่งไปหนึ่งจังหวะก่อนจะมองเวลา06:32เช้าเกินไปปกติคีตะไม่เคยทักก่อนขนาดนี้ยกเว้นเมื่อคืนเธอกับเขา…เกือบเกินเพื่อนสิตากัดปากเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบSita: ตื่นแล้วมีอะไรอ่านทันทีเหมือน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ยิ่งใกล้...ยิ่งเบลอ

    เสียงฝนตกกระทบพื้นคอนกรีตหน้าตึกคณะดังสม่ำเสมอ บ่ายวันนั้นท้องฟ้าครึ้มตั้งแต่เช้า และสุดท้ายก็เทลงมาจริง ๆ ตอนเลิกเรียนพอดี นักศึกษาหลายคนกรูกันไปยืนหลบฝนใต้ชายคา เสียงบ่นดังระงมไปหมดสิตายืนอยู่ตรงบันได มือกอดกระเป๋าแน่นเล็กน้อย เธอไม่ได้พกร่ม และดูเหมือน…จะไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว“ไม่มีร่ม?”เสียงค

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   คนที่เริ่มก่อน...มักจะเจ็บก่อนใช่ไหม

    สิตาไม่ได้ยืนลังเลหน้ากระจกนานเหมือนเมื่อวาน เธอแต่งตัวเสร็จเร็ว รวบผมแบบง่าย ๆ หยิบกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องทันที เพราะวันนี้เธอตัดสินใจแล้ว จะไม่เป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปหน้าตึกคณะคีตะยังอยู่ตรงเดิม พิงเสา กดโทรศัพท์เหมือนเมื่อวานไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่พอสิตาเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองทันที เห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status