Home / วัยรุ่น / เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน / เริ่มจากคำว่าเพื่อน…แล้วมันจะไปไกลแค่ไหน

Share

เริ่มจากคำว่าเพื่อน…แล้วมันจะไปไกลแค่ไหน

last update publish date: 2026-04-10 22:29:33

 

เช้าวันต่อมา สิตายืนอยู่หน้ากระจกนานกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะเธอไม่เคยแต่งตัวไปมหาลัย

แต่เพราะวันนี้…มันไม่เหมือนเดิม

เธอหยิบเสื้อขึ้นมาลองแล้วลองอีก เปลี่ยนทรงผม ทาลิปอ่อน ๆแล้วก็ลบออก สุดท้ายก็กลับมาธรรมดาเหมือนเดิม แต่หัวใจ…ไม่ธรรมดาเลย

“เป็นบ้าอะไรของแกวะ” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

ทั้งที่ก็แค่ไปเรียน ทั้งที่ก็แค่เจอ “เพื่อน แต่เพื่อนคนนั้น…ไม่เหมือนเดิมแล้ว

หน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์

นักศึกษาทยอยเดินเข้าออกกันคึกคัก เสียงคุย เสียงหัวเราะปนกันไปทั่ว สิตาเดินเข้ามาช้า ๆ สายตากวาดมองไปโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหยุด

เขายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ คีตะพิงเสา มือหนึ่งกดโทรศัพท์ อีกมือยัดกระเป๋ากางเกง ท่าทางสบาย ๆ เหมือนคนที่ “ไม่ได้ตั้งใจรอใคร” แต่เขากลับอยู่ตรงนั้น ตั้งแต่เธอยังมาไม่ถึง หัวใจสิตาเต้นแรงขึ้นทันที

“มาช้า” เสียงเขาดังขึ้นโดยไม่เงยหน้าด้วยซ้ำ

“นายก็ยังไม่ไปเรียนเหมือนกัน” เธอเถียงกลับ ทั้งที่เดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเขาแล้ว

คีตะเงยหน้าขึ้นมามอง สายตาคมกวาดมองเธอแวบหนึ่งตั้งแต่หัวจรดเท้า สั้นมาก แต่พอให้เธอรู้ตัว

“แต่งตัวแปลก ๆ”

“ตรงไหน”

“ดูตั้งใจ”

คำตอบนั้นทำให้สิตาชะงักไปนิดหนึ่ง เขาดูออก ทั้งที่เธอพยายามทำให้มันดูธรรมดาที่สุดแล้ว

“คิดไปเอง” เธอพูดเรียบ ๆ

“งั้นก็ดี”

อีกแล้ว

คำว่า “งั้นก็ดี” ของเขา

มันเหมือนเปิดโอกาส…แต่ก็ไม่เคยยืนยันอะไร

“ไปเถอะ เดี๋ยวสาย” คีตะดันหลังเธอเบา ๆ สิตาสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้น ทั้งที่มันแค่แตะนิดเดียว แต่ใจเธอกลับเต้นแรงขึ้นอีก

ในห้องเรียนเสียงอาจารย์อธิบายเนื้อหาวิชาพื้นฐานวิศวะดังต่อเนื่องบนกระดาน แต่สำหรับสิตา…มันแทบไม่เข้าหัวเลย เพราะคนที่นั่งข้าง ๆ คีตะ.. ใกล้เกินไป ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมเขา ใกล้จนข้อศอกแทบชนกัน

“ตั้งใจเรียนหน่อย”

เสียงเขากระซิบเบา ๆ ข้างหู

“ฉันตั้งใจอยู่”

“หน้าไม่ให้”

“นายก็เหมือนกัน”

คีตะยิ้มมุมปาก “ฉันไม่จำเป็นต้องตั้งใจขนาดนั้นก็ผ่าน”

“มั่นใจ”

“อือ”

“น่าหมั่นไส้”

“รู้ตัว”

บทสนทนาเบา ๆ ระหว่างเพื่อนแต่สำหรับสิตามันคือช่วงเวลาที่เธออยากหยุดเวลาไว้

พักเบรก นักศึกษาหลายคนลุกออกจากที่นั่งไปพัก สิตากำลังจะลุกตาม แต่เสียงคีตะก็ดังขึ้น

“ไปไหน”

“ไปซื้อกาแฟ”

“ไปด้วย”

“นายจะกิน?”

“ไม่”

“แล้วจะไปทำไม”เขามองเธอเหมือนคำถามนั้นโง่มาก

“ก็อยากไป”คำตอบง่าย ๆแต่ทำให้เธอเงียบไปทันที

หน้าร้านกาแฟในคณะ คิวยาวพอสมควร สิตายืนรอ ขณะที่คีตะยืนอยู่ข้าง ๆ เงียบ ๆ แต่ถึงจะเงียบ…ก็ไม่เคยรู้สึกอึดอัด

“สิตา”

“หือ?”

“ช่วงนี้มีคนมาจีบแกไหม” คำถามนั้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว

เธอหันไปมองทันที “ถามทำไม”

“ก็ถาม”

“ไม่มี”

“อ๋อ”เขาพยักหน้าเหมือนรับรู้ธรรมดา แต่แค่แป๊บเดียวก็พูดต่อ

“ดีแล้ว”

สิตาขมวดคิ้ว “ดีตรงไหน”

“ไม่รู้สิ” เขายักไหล่ “แค่ไม่ชอบ”

“ไม่ชอบอะไร”

“ให้คนอื่นมายุ่งกับแก”

ประโยคนั้นทำให้เธอเงียบไป

หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที เขาหวงเหรอหรือแค่พูดเล่นอีกแล้ว

“แล้วนายมีสิทธิ์อะไร” เธอถามกลับเสียงนิ่ง

คีตะหันมามองตรง ๆ สายตานิ่ง…แต่ลึกเกินจะอ่านออก

“ไม่มี”

คำตอบสั้น ๆ

แต่ไม่รู้ทำไม

มันกลับทำให้เธอรู้สึกมากกว่าเดิม

“งั้นก็อย่ามายุ่ง” เธอพูดกลบ

“ก็ไม่ได้ยุ่ง”

“เมื่อกี้เรียกว่าอะไร”

“แค่พูด”

“พูดก็ถือว่ายุ่ง”

คีตะหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็จะพูดต่อ”

“น่ารำคาญ”

“ก็ทนเอา”

แล้วเขาก็ยืนใกล้เธอเหมือนเดิม ไม่ถอย ไม่เว้นระยะ เหมือนกำลังทดสอบอะไรบางอย่าง

ตอนกำลังจะจ่ายเงิน มือของสิตาเพิ่งหยิบกระเป๋าขึ้นมา แต่คีตะกลับยื่นเงินให้ก่อน

“เดี๋ยว—”

“ฉันเลี้ยง”

“ไม่ต้อง”

“ก็อยากเลี้ยง”

เธอขมวดคิ้ว “ทำไม”

คีตะมองหน้าเธอนิดหนึ่งก่อนตอบ

“ก็อยากทำ”

อีกแล้ว คำตอบแบบนี้ ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย แต่ทำให้เธอคิดไปไกลทุกครั้ง

“เราเป็นเพื่อนกันนะ” เขาพูดต่อเหมือนเดิม

เหมือนเดิมจริง ๆ

ทุกครั้งที่เขาทำอะไรเกินเส้นเขาจะดึงมันกลับด้วยคำนี้เสมอ เพื่อน คำที่ทำให้เธอเจ็บที่สุด ทั้งที่ก็เป็นคำเดียวกับที่เธออยากได้มาตลอด

ระหว่างเดินกลับห้องสิตาเงียบไปนานจนคีตะหันมามอง

“เป็นอะไร”

“เปล่า”

“หน้าไม่เหมือนเปล่า”

“ก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย”

“คิดอะไร”

สิตาหยุดเดิน

ก่อนหันไปมองเขาตรง ๆ

“นายชอบทำให้ฉันคิด”

คีตะเลิกคิ้วนิด ๆ “คิดอะไร”

“คิดไปเอง”

“แล้วคิดไหม”

คำถามนั้นทำให้เธอเงียบไป

แน่นอนว่าเธอคิด

คิดมาตลอด

แต่เขาจะรับผิดชอบมันไหมล่ะ

“ไม่รู้” เธอตอบเบา ๆ

คีตะมองเธออยู่สักพัก

ก่อนยิ้มมุมปาก

“งั้นก็ดี”

อีกแล้ว

คำนี้อีกแล้ว

สิตาหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อย ๆ

“นายชอบพูดแบบนี้ตลอดเลยนะ”

“แบบไหน”

“เหมือนจะมีอะไร…แต่ก็ไม่มี”

คีตะไม่ตอบทันที

เขาแค่ยืนมองเธอ

นิ่ง

นาน

ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ

“แล้วแกอยากให้มีไหม”

หัวใจสิตาหยุดไปหนึ่งจังหวะ

คำถามนั้น

มันไม่ใช่คำถามเล่น ๆ แล้ว

เธอมองหน้าเขา

พยายามหาคำตอบในสายตานั้น

แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ

เหมือนเดิม

ไม่เคยอ่านเขาออกเลยสักครั้ง

“เราเป็นเพื่อนกันนะ” เธอพูดออกไป

ครั้งนี้…เป็นเธอเองที่ใช้คำนี้

คีตะยิ้มบาง ๆ

เหมือนพอใจ

หรือไม่ก็…ไม่พอใจ

เธอเองก็แยกไม่ออก

คืนนั้นสิตานอนมองแชตของเขาซ้ำไปซ้ำมา

วันนี้เขามารอ เดินด้วย เลี้ยงกาแฟ พูดเหมือนหวง ถามเหมือนมีใจ แต่สุดท้าย ก็ยังเป็นคำเดิม เพื่อน เธอควรหยุด ควรพอ ควรถอย แต่ไม่รู้ทำไม ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ เธอกลับยิ่งอยากเข้าไปใกล้

สิตาหลับตาลงช้า ๆก่อนจะยอมรับกับตัวเองอีกครั้ง ครั้งนี้เธอจะไม่ถอย ถ้าเขาจะเล่นกับใจ งั้นเธอจะลองเล่นกลับ ไม่ใช่ในฐานะเพื่อน แต่ในฐานะคนที่ “เลือกจะจีบเขาจริง ๆ”

แม้จะรู้ดีว่า...

คนที่แพ้

อาจเป็นเธอตั้งแต่เริ่มเกมแล้วก็ตาม

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   สับสน

    สิตามองเขานิ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนเจ็บ แต่ความเจ็บตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เธอไม่กล้าเชื่ออะไรง่าย ๆ อีกแล้ว“นายแค่สับสน”เธอพูดเบา ๆคีตะขมวดคิ้วทันที“เราไม่ได้สับสน”“งั้นคืออะไร”เธอถามกลับตรง ๆ“เพราะฉันกำลังจะหายไป เลยเริ่มรู้สึกขึ้นมาเหรอ”คำถามนั้นทำให้เขาพูดไม่ออกสิตาหัวเราะจาง ๆ ทั้งที่ตาเริ่มแดง“คีตะ…ฉันอยู่ข้างนายมาตลอดเลยนะ”“ตอนนายเสียใจเพราะมีน ฉันก็อยู่”“ตอนนายเมา ตอนนายอกหัก ตอนนายอยากอยู่คนเดียว ฉันก็ยังอยู่”เธอสูดหายใจลึก เหมือนพยายามประคองเสียงตัวเอง“แต่พอเป็นฉันบ้าง นายกลับไม่เคยเลือกฉันเลย”คีตะนิ่งทุกคำของเธอจริงจนเขาเถียงไม่ได้เพราะที่ผ่านมา เขารู้ว่าสิตาอยู่ตรงนั้นเสมอจนเคยชินเคยชินเกินไป…จนลืมคิดว่าสักวันเธออาจเดินออกไปจริง ๆ“เรา…”เขาอ้าปาก แต่คำพูดกลับติดอยู่ในคอครั้งแรกในชีวิตที่คีตะรู้สึกว่า ตัวเองโง่กับความรู้สึกขนาดนี้สิตาหลบตาเขา ก่อนพูดเบา ๆ“ฉันเหนื่อยแล้วจริง ๆ”คำว่าเหนื่อยของเธอ ไม่ได้ดังแต่มันเหมือนมีอะไรมาบีบอกเขาแรง ๆคีตะก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด“แล้วถ้าเราจะเริ่มเลือกเธอตอนนี้ล่ะ”สิตาชะงักสายตาเธอสั่นไหวทันทีแต่ยังไม่ทันตอบ เสีย

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ทนไม่ได้

    คืนนั้นคีตะแทบนอนไม่หลับ เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง แอร์เย็นแต่ในอกกลับร้อนจนหงุดหงิด ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเดิมก็ย้อนกลับมา สายตาของสิตาตอนพูดว่า“ไปหาเขาเถอะ”มันไม่ได้ประชด ไม่ได้งอน แต่มันเหมือนคนที่…ยอมแพ้แล้วจริง ๆ คีตะลุกขึ้นนั่ง เสยผมแรง ๆ ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้ง ไม่มีข้อความใหม่ ไม่มีแม้แต่ฝันดี แบบที่สิตาชอบส่งมาแทบทุกคืนเขาจ้องหน้าจออยู่พักใหญ่ ก่อนพิมพ์ไป“คุยกันหน่อย”ส่งแต่ปลายทางยังเงียบ แม่ง… เขาเอนหัวพิงกำแพง ถอนหายใจยาวอย่างคนจนมุมเช้าวันเสาร์สิตาตื่นสายกว่าปกติ เธอนอนมองเพดานห้องอยู่พักหนึ่งก่อนลุกไปอาบน้ำ วันนี้เธอตั้งใจจะออกไปข้างนอก ไปไหนก็ได้ขอแค่ไม่ต้องนั่งคิดถึงใครบางคนอยู่ในห้องเธอแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อไหมพรมสีอ่อนกับกางเกงยีนส์ขายาว ก่อนหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากหอแต่ทันทีที่ออกมาหน้าตึกเธอก็ชะงัก คีตะยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม หน้าตาดูโทรมกว่าปกติ เหมือนคนไม่ได้นอน และทันทีที่เห็นเธอ เขาก็เดินเข้ามา“จะไปไหน”เสียงเขาแหบเล็กน้อย สิตานิ่งไปวูบหนึ่งก่อนตอบเรียบ ๆ“ไปข้างนอก”“กับใคร”คำถามนั้นทำให้เธอขมวดคิ้ว“จำเป็นต้องตอบเหรอ”คีตะเง

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ดีแล้ว

    เย็นวันนั้นฝนตกไม่ได้ตกหนัก แต่เม็ดฝนโปรยลงมาต่อเนื่องจนฟ้าดูหม่นไปทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษาหลายคนรีบวิ่งหลบเข้าตึก เสียงพูดคุยจอแจดังปะปนกับเสียงฝนกระทบพื้นคีตะยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าคณะ มือหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกมือกำโทรศัพท์แน่นหน้าจอแชตของสิตายังค้างอยู่ไม่มีข้อความใหม่เขาพิมพ์ไปหลายครั้ง“ถึงหอรึยัง”“กินข้าวยัง”“เมื่อกี้เราไม่ได้หมายความแบบนั้น”แต่สุดท้ายก็ลบหมดเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นไม่ใช่สิตาเป็นมีน“คืนนี้ว่างไหม”คีตะมองข้อความนั้นนิ่ง ๆ ก่อนกดล็อกหน้าจอทันที“เหี้ยเอ๊ย…”เขาสบถเบา ๆ แล้วเสยผมแรงเหมือนหงุดหงิดตัวเองทั้งที่เมื่อก่อน…เขาเคยรอข้อความจากมีนตลอดแต่ตอนนี้ คนที่เงียบไปอีกคนต่างหากที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุข—หอสิตาหญิงสาวนั่งขดตัวอยู่บนเตียง ผ้าห่มคลุมถึงเข่า มือถือวางคว่ำอยู่ข้างตัวเธอไม่ได้ร้องไห้แค่เหนื่อยเหนื่อยกับการพยายามเข้าใจใครบางคนอยู่ฝ่ายเดียวเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้งเพื่อนในกลุ่มส่งรูปมาเป็นภาพตอนเย็นที่โรงอาหารคีตะกำลังยืนคุยกับมีนใกล้กันเหมือนเดิมใต้รูปมีข้อความแซวจากเพื่อน“รีเทิร์นชัวร์ 555”สิตามองอยู่พั

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   คนที่เคยทิ้ง…กลับมาในวันที่เขายังลืมไม่ได้

    เช้าวันศุกร์แสงแดดแรงกว่าวันก่อน ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ทุกอย่างดูปกติยกเว้นความรู้สึกของบางคน คีตะนั่งอยู่ในห้องเรียนตั้งแต่เช้าเร็วกว่าปกติ เร็วจนเขาเองยังแปลกใจแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มานั่งรอเรียน เขาแค่…นอนไม่หลับเสียงเก้าอี้ถูกเลื่อน มีคนเดินเข้ามา คีตะเงยหน้าขึ้นแล้วก็ชะงัก“สวัสดี”มีน ยืนอยู่ตรงนั้นยิ้มบาง ๆเหมือนทุกอย่างไม่เคยเปลี่ยน“มาทำไม” เขาถามตรงเหมือนพยายามกันระยะ“มาหาเธอ”มีนตอบง่าย ไม่ลังเลอากาศรอบตัวเหมือนตึงขึ้นเล็กน้อย“ไม่ต้องมา”คีตะพูด เสียงเรียบมีนหัวเราะเบา ๆ“ยังเหมือนเดิมเลยนะ”“หมายความว่าไง”“ปากแข็ง”เธอยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ใกล้กว่าที่ควร“ถ้าไม่อยากเจอจริง ๆ…เธอจะไม่ถามแบบนั้นหรอก”คีตะนิ่งไม่ตอบ แต่สายตาไม่ได้ปฏิเสธ“เราคิดถึงนะ”มีนพูดเสียงเบาลง จริงขึ้น คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่กระทบตรงที่เดิมที่เขาเคยเก็บไว้“เลิกพูดแบบนี้เถอะ”คีตะพูด หันหน้าหนีเล็กน้อย“ทำไม”“มันจบไปแล้ว”มีนยิ้มจาง ๆ ก่อนจะพูดช้า ๆ“จบแล้ว…แต่เธอยังไม่เคยลืมเราเลยไม่ใช่เหรอ”เงียบ คำตอบนั้น เขาไม่มี หรือมี…แต่ไม่กล้าพูด“เราแค่ไปผิดเวลา”มีนพูดต่อ“ตอนนั้นเราคิดว่าเราจะเจอคนที่

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ระหว่างคำว่า “เพื่อน”…กับสิ่งที่ไม่เคยกล้ายอมรับ

    บ่ายวันพุธท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีเทาอ่อน แสงแดดจางจนแทบไม่รู้สึกถึงความอบอุ่น ลมพัดผ่านลานคณะเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูนิ่งกว่าปกติเหมือนทุกอย่างกำลังรออะไรบางอย่างและบางทีมันอาจกำลังจะเกิดขึ้นในห้องเรียน เสียงอาจารย์ดังต่อเนื่องเป็นจังหวะเรียบ ตัวอักษรบนกระดานถูกเขียนเพิ่มทีละบรรทัดแต่สิตาไม่ได้ยิน เธอนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาจับอยู่ที่สมุดแต่ไม่ได้อ่านเหมือนความคิดกำลังลอยไปไกลไกลจากตรงนี้ ไกลจากใครบางคน“สิตา”เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นข้าง ๆเธอไม่หันรู้ว่าเป็นใคร“มีอะไร”น้ำเสียงเรียบ ไม่มีความอ่อนเหมือนเดิมคีตะเงียบไปเล็กน้อยเหมือนยังไม่ชินกับน้ำเสียงแบบนี้“เย็นนี้ว่างไหม”คำถามนั้นธรรมดาแต่สำหรับเขามันไม่ธรรมดาเลยสิตาชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนตอบ“ไม่ว่าง”“ไปไหน”“มีนัด”เงียบคำว่า “มีนัด”เบาแต่หนักพอจะกดอะไรบางอย่างในอกเขา“กับมัน?”คำถามนั้นหลุดออกมาเร็วเกินไปแรงเกินไปและชัดเกินไปสิตาหันไปมองทันทีสายตาเย็นลง“นายเรียกเขาว่า ‘มัน’ เหรอ”คีตะนิ่งเหมือนเพิ่งรู้ตัวแต่ก็ไม่ถอย“แล้วมันชื่ออะไร”“อาร์ม”เธอตอบชัดเหมือนจงใจให้เขาจำเย็นวันนั้นฝนตก เม็ดฝน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ถ้าไม่ใช่ของตัวเอง…ก็ไม่มีสิทธิ์หวง

    ช่วงเย็นของวันอังคาร แสงแดดอ่อนกำลังจางหายไปช้า ๆ ทิ้งไว้เพียงสีส้มหม่นที่เกาะอยู่ตามขอบตึกคณะ ลมพัดเอื่อยเหมือนตั้งใจจะทำให้บรรยากาศสงบลงแต่ในความสงบนั้นกลับมีบางอย่างกำลังสั่นไหวสิตาเดินออกมาจากตึกเรียนวันนี้เธอไม่ได้รีบ ไม่ได้หนี แต่ก็ไม่ได้รอข้าง ๆ เธอมีใครอีกคนเดินอยู่“วันนี้ขอบคุณนะครับ ที่ให้ผมเลี้ยงข้าว”อาร์มยิ้มบาง ๆน้ำเสียงสุภาพเหมือนเดิม“ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้ค่ะ” สิตาตอบ“ก็อยากเลี้ยง”เธอหัวเราะเบา ๆประโยคแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธออาจจะคิดไปไกลแต่ตอนนี้มันแค่ “คำพูดธรรมดา”ที่ไม่ทำให้ใจเธอสั่นอีกแล้ว“เดี๋ยวผมไปส่งนะ”อาร์มพูดต่อสิตาชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะกำลังจะตอบ“ไม่ต้อง”เสียงอีกเสียงแทรกขึ้นทันทีทั้งสองหันไป คีตะยืนอยู่ไม่ไกลสายตานิ่ง แต่เย็นและชัดเจนว่าเขาเห็นทุกอย่างบรรยากาศเงียบลงทันที เหมือนเสียงรอบข้างถูกตัดออกไป“ผมไปส่งเองได้ครับ” อาร์มพูดยังสุภาพแต่เริ่มมีน้ำหนักคีตะมองเขานิ่ง ก่อนจะตอบ“ฉันพูดกับสิตา”น้ำเสียงเรียบแต่กดต่ำอาร์มเงียบไป เขาหันไปมองสิตา เหมือนให้เธอเป็นคนตัดสิน สิตายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสูดหายใจเข้าเบา ๆแล้วพูด“อาร์มไปส่งก็

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน    คนที่อยู่ตรงนี้…ตลอดไปจริงเหรอ

    เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นตั้งแต่เช้าสิตายังไม่ทันลืมตาดี มือก็คลำหาโทรศัพท์ทันทีหน้าจอสว่างขึ้นKita: ตื่นยังเธอนิ่งไปหนึ่งจังหวะก่อนจะมองเวลา06:32เช้าเกินไปปกติคีตะไม่เคยทักก่อนขนาดนี้ยกเว้นเมื่อคืนเธอกับเขา…เกือบเกินเพื่อนสิตากัดปากเบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบSita: ตื่นแล้วมีอะไรอ่านทันทีเหมือน

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   เกินเพื่อน…แต่ไม่ใช่คนรัก

    ช่วงเย็นของวันศุกร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังไม่เงียบเท่าไหร่ นักศึกษาหลายคนยังนั่งทำงานกลุ่มกันอยู่ตามโต๊ะหินอ่อนใต้ตึก เสียงคุย เสียงหัวเราะ และเสียงบ่นเรื่องการบ้านดังปะปนกันไป สิตานั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของโต๊ะ สมุดเปิดค้าง ดินสอวางนิ่ง แต่สายตา…ไม่ได้อยู่ที่งาน “สิตา” เสียงเรียกทำให้เธอเงยหน้าขึ้น

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   ยิ่งใกล้...ยิ่งเบลอ

    เสียงฝนตกกระทบพื้นคอนกรีตหน้าตึกคณะดังสม่ำเสมอ บ่ายวันนั้นท้องฟ้าครึ้มตั้งแต่เช้า และสุดท้ายก็เทลงมาจริง ๆ ตอนเลิกเรียนพอดี นักศึกษาหลายคนกรูกันไปยืนหลบฝนใต้ชายคา เสียงบ่นดังระงมไปหมดสิตายืนอยู่ตรงบันได มือกอดกระเป๋าแน่นเล็กน้อย เธอไม่ได้พกร่ม และดูเหมือน…จะไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว“ไม่มีร่ม?”เสียงค

  • เพื่อนเล่นแล้วก็เล่นเพื่อน   คนที่เริ่มก่อน...มักจะเจ็บก่อนใช่ไหม

    สิตาไม่ได้ยืนลังเลหน้ากระจกนานเหมือนเมื่อวาน เธอแต่งตัวเสร็จเร็ว รวบผมแบบง่าย ๆ หยิบกระเป๋า แล้วเดินออกจากห้องทันที เพราะวันนี้เธอตัดสินใจแล้ว จะไม่เป็นแค่เพื่อนอีกต่อไปหน้าตึกคณะคีตะยังอยู่ตรงเดิม พิงเสา กดโทรศัพท์เหมือนเมื่อวานไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่พอสิตาเดินเข้าไปใกล้ เขาก็เงยหน้าขึ้นมองทันที เห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status