LOGIN
"ขอบคุณมากนะคะ ที่ดูแลหนูมาตลอดสิบแปดปี หนูจะต้องรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ให้ได้ค่ะเพราะมันคือบ้านของหนูเหมือนกัน ครูไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ทุกอย่างจะต้องเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ"
"ปรายก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะลูก ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ ครูกลัวเหลือเกินว่าหนูจะลำบาก ครู..."
"อย่าคิดมากนะคะครู หนูจะไม่ทำให้ทุกคนต้องลำบากแน่นอนเพราะยังมีน้อง ๆ ของหนูที่อยู่ที่นี่อีกหลายชีวิต ตอนนี้หนูโตแล้ว ต่อไปหนูจะเลี้ยงดูทุกคนเองนะคะ"
"ถ้าสถานที่แห่งนี้จะปิดตัวลงก็ไม่เป็นไร เราก็ไปหาบ้านเช่าถูก ๆ อยู่ไปก่อนก็ได้ ถ้ามันลำบากจนทนไม่ไหวก็กลับมาหาครูที่นี่นะลูก เพราะน้อง ๆ ทุกคนก็ไม่อยากเห็นปรายต้องลำบากหรอกนะ"
"ขอบคุณมากนะคะครู แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หนูต้องไปแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวจะเลยเวลานัดหมาย ไว้หนูจะแวะมาหาบ่อย ๆ นะคะ"
ปรายฟ้าลากกระเป๋าเดินทางแล้วขึ้นรถโดยสารประจำทาง เพื่อไปยังจุดหมายตามกระดาษแผ่นสีขาวที่มีคนเขียนไว้ให้
สถานที่นัดหมายคือร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เธอจึงลากกระเป๋าเดินเข้าไปในสถานที่แห่งนั้น แล้วเจอชายหนุ่มต่างวัยสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่มุมหนึ่งของร้านที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว
"หนูปรายมาแล้วหรือลูก" ชายสูงอายุในวัยเจ็ดสิบแปดปีก็ผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อให้เด็กสาวนั่งตรงนั้น
"สวัสดีค่ะคุณปู่ สวัสดีค่ะคุณ...เอ่อ…" เธอยกมือไหว้ชายสูงวัย แล้วหันไปสวัสดีชายแปลกหน้าที่สวมแว่นตาและใส่หน้าหน้ากากป้องกันปิดบังใบหน้าอยู่
"คนนี้ไงที่ปู่เคยเล่าให้แกฟัง คนที่จะมาเป็นว่าที่เจ้าสาวของแก"
"อะไรนะครับ!" ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาอุทานออกมาแบบไม่เชื่อสายตา พลางกวาดสายตาผ่านแว่นกันแดดแล้วมองไปที่เด็กสาวที่ยืนกุมมือก้มหน้าอยู่ต่อหน้าเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ก็ตามที่เคยคุยกันไว้ ถ้าแกยังยืนยันที่จะทำงานในวงการบันเทิงต่อไป ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ นั่นคือแกต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ แต่ถ้าแกไม่รับข้อเสนอนี้ ก็เตรียมตัวขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารคนต่อไปของบริษัทได้แล้ว ก็อย่างที่เคยคุยกันไว้ ว่าแกไม่มีทางเลือกมากนักหรอกนะ"
ชายสูงวัยยื่นคำขาดแก่หลานชายคนเดียวที่นั่งทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมส่วน ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา เขาทำงานอยู่ในสายวงการบันเทิง เป็นทั้งนายแบบ เป็นนักแสดงชื่อดังที่มีละครและภาพยนตร์ปรากฏแก่สายตาคนทั้งประเทศมากมาย จนแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขาเลย
สายตาคมจ้องเขม็งไปที่คนเป็นปู่ เหมือนอยากจะมองเข้าไปให้ลึกถึงในจิตใจว่าปู่ของเขากำลังจะเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่
"อะไรกัน! จะให้ผมรับข้อเสนอบ้า ๆ แบบนี้จริง ๆ หรือครับปู่ ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าปู่อยากให้ผมรีบขึ้นแท่นผู้บริหารบริษัทของครอบครัวเร็ว ๆ แต่ผมก็ยังไม่พร้อมที่จะทำงานในตอนนี้หรอกนะครับ เพราะผมยังอยากทำงานที่ผมรักก่อน"
"ก็นี่ไง ถ้าแกยังยืนยันจะอยู่ในวงการบันเทิงต่อไป แกก็ต้องรับข้อเสนอที่ฉันให้เพราะนี่คือเงื่อนไข ถ้าแกยังอยากจะทำงานนี้ต่อไปก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธอะไรทั้งนั้น แต่ถ้ายอมรับเงื่อนไขไม่ได้ แกก็แค่ออกจากงานที่แกรักแล้วมาดูแลบริษัทต่อแค่นั้นเอง"
"จู่ ๆ จะให้ผมมาแต่งงานเนี่ย คิดว่าผมเป็นใครกันครับ ผมเป็นคนของประชาชน แล้วเด็กที่ยืนอยู่ตรงนี้น่ะหรือครับที่จะเป็นคู่หมั้นผม จะหาผู้หญิงให้ผมทั้งทีก็หาคนที่ดูดี มีราศีกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง แล้วนี่เป็นลูกหลานใครกัน ทำไมผมไม่เคยเห็นในโทรทัศน์หรือตามหน้าสื่อมาก่อนเลยล่ะครับ"
"ถึงแกจะพูดพร่ำไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเพราะยังไงแกก็ขัดคำสั่งของฉันไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าแกยังจะเอาความคิดของแกเป็นใหญ่ ทั้งบริษัทและมรดกทรัพย์สินของฉันทั้งหมด ทั้งแกและพ่อแม่ของแกก็จะไม่ได้อะไรจากฉันเลยแม้แต่บาทเดียว"
คำขู่พวกนี้มักจะได้ผลทุกครั้ง ร่างสูงถอนหายใจด้วยความหงุดหงิด ไม่ว่ายังไงก็ต้องรับข้อเสนอนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยไปแก้ปัญหาทีหลัง
"ก็ผมเคยบอกไปแล้วนี่ครับ ว่าถ้าผมอายุครบสามสิบปีเมื่อไหร่ ผมก็จะไปทำงานที่บริษัทเอง ตอนนี้ผมยังอายุยี่สิบห้าเองนะครับ ปู่ก็รอผมอีกสักห้าปีจะเป็นไรไป ก็ให้คุณพ่อของผมทำไปก่อนน่ะดีแล้ว"
"นี่แกคิดว่าฉันจะมีโอกาสได้สอนแกอีกนานไหม ฉันก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่เหมือนกัน ชีวิตคนเรามันสั้นนะ ฉันก็อายุปูนนี้แล้ว แม้แต่ปีเดียวก็ไม่อยากรอ ฉันอาจจะตายก่อนที่แกจะได้ขึ้นแท่นผู้บริหารก็ได้ ใครจะไปรู้"
ภาคิณถอดแว่นกันแดดและหน้ากากอนามัยออก ทำให้เด็กสาวที่กำลังฟังทั้งสองคนคุยกันอยู่เงียบ ๆ ก็จ้องใบหน้าคมของเขาด้วยความตกตะลึง
ไม่ผิดแน่…คนนี้คือนักแสดงที่เธอชื่นชอบ เธอติดตามผลงานเขาของมาหลายปีแล้ว จนเธอรู้ข้อมูลส่วนตัวของเขาทุกอย่าง ว่าเขาชอบรับประทานอะไร ชอบสีอะไร ชอบดนตรีประเภทไหนและอื่น ๆ อีกมากมายตามประสาคนเป็นแฟนคลับที่คลั่งไคล้ใครคนหนึ่งมาก ๆ
"เอาเป็นว่าผมจะทำตามที่ปู่บอกก็ได้ แต่เรื่องแต่งงานอะไรนั่น ผมขอแค่สวมแหวนก็พอจะได้ไหม ไม่ต้องจัดงานอะไรให้มันยุ่งยาก ถ้าเกิดแต่งงานแล้วเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา ชื่อเสียงที่ผมอุตส่าห์สั่งสมมานานมันพังหมดน่ะสิ เพราะฉะนั้นผมจะทำตามที่ปู่บอก แต่เรื่องผู้หญิงคนนี้ผมขอเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง แบบนี้ได้ไหมครับ"
"จะทำยังไงก็ทำเถอะ เพราะยังไงเด็กคนนี้ก็ต้องอาศัยอยู่กับแกนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอยู่แล้ว"
"อะไรนะครับ! จะให้ไปอยู่ด้วยเนี่ยมันหมายความว่ายังไงครับ มันเร็วเกินไปไหมปู่"
"ก็นับตั้งแต่วันนี้ไป พวกแกสองคนต้องอาศัยอยู่ด้วยกันยังไงล่ะ ถ้าแกจะไม่จัดงานแต่ง ฉันก็ขอแค่สองอย่าง ขอให้แกมีแหวนแต่งงานให้หนูปรายและให้หนูปรายไปอยู่ที่บ้านของแกด้วยนับตั้งแต่วันนี้ ตอนนี้เลย! เท่านั้นแหละ"
ภาคิณตกใจไม่น้อยเพราะทุกอย่างมันกะทันหันเกินไป เขายังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรสักอย่าง เขาได้แต่บ่นอุบอิบอยู่ในใจ แต่ถ้าจะคัดค้านอะไรก็ไม่ได้อยู่แล้ว
"เด็กคนนี้ชื่อปรายฟ้า คนที่จะต้องมาอาศัยอยู่ร่วมกับแกตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทักทายพี่เขาอีกรอบสิหนูปราย"
หญิงสาวร่างเล็กยกมือไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า แต่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา เธอแอบหวั่น ๆ ใจอยู่บ้างเพราะดูเหมือนทางฝ่ายนั้นจะไม่ได้ยินดียินร้ายกับเรื่องแต่งงานเลย ส่วนเธอก็ได้แต่ฝืนยิ้มให้เขาเพราะไม่อยากให้เขาจับสังเกตได้ว่าเธอกังวลใจแค่ไหน
"แบบนั้นก็ช่วยไม่ได้ ผมจะยอมทำตามที่ปู่สั่งก็ได้ แต่ที่เหลือผมจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง แต่ผมขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าขอให้ปิดเรื่องแต่งงานนี้ไว้เป็นความลับด้วย เรื่องที่เด็กคนนี้จะมาอาศัยอยู่ที่บ้านของผมเพราะผมไม่อยากตกเป็นข่าวเสียหาย"
"จะทำยังไงก็ตามใจแกเถอะ เพราะเรื่องนี้มีแค่พ่อแม่ของแก น้องสาวแกและคนในบ้านเท่านั้นแหละที่รู้ ฉันก็ไม่ได้จะบังคับให้แกทำตามฉันไปหมดทุกเรื่องหรอก ขอแค่ดูแลเด็กคนนี้ให้ดีด้วยก็แล้วกัน"
"คุณแม่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับเพื่อนก่อนนะครับ ตอนนี้เพื่อนเพชรกำลังนั่งบีทีเอสแล้วล่ะครับ ถ้าเพชรออกไปรับคงจะพอดี" เพชรกล้าในวัยสิบแปดปีก็เดินเข้าไปหามารดาในครัวที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่"แล้วเพื่อน ๆ ทานข้าวมากันหรือยังล่ะลูก ถ้ายังแม่จะได้บอกให้ป้าแจ่มจัดโต๊ะอาหารไว้ให้ด้วย""ไม่ต้องครับคุณแม่ เพื่อนเพชรทานมาแล้วครับ ผมรบกวนคุณแม่หาของว่างไว้ให้หน่อยนะครับ""เพิ่งได้ใบขับขี่มา อย่าขับรถซิ่งนักนะลูก เคารพกฎจราจรด้วยนะครับ""ครับคุณแม่...รับทราบครับผม" เพชรกล้าโน้มตัวลงไปหอมแก้มของมารดาจากทางด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ก็สูงพอ ๆ กับบิดาของเขาแล้ว แถมยังมีโอกาสที่จะสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย"โตจนสูงกว่าแม่ไปไกลแล้วยังหอมแม่อยู่อีกหรือครับ" ปรายฟ้าพูดยิ้ม ๆ พลางทำอาหารไปเรื่อย ๆ และแซวลูกชายไปด้วย"แล้วเพชรจะแสดงความรักต่อคุณแม่แบบนี้ไม่ได้หรือครับ คุณแม่พูดแบบนี้เพชรเสียใจแย่เลยนะครับ""ไม่ใช่แบบนั้นลูก แม่ดีใจนะครับ ที่เพชรรักแม่ แต่ถ้าเพชรมีแฟนแล้ว เพชรคงจะไม่หอมแม่แต่คงจะไปหอมแฟนแทนแล้วล่ะมั้ง เห็นมีข่าวซุบซิบกับคนในวงการก็มีแต่ดารานางแบบวัยรุ่นสวย ๆ ทั้งนั้นเลยนี่ แล้วลูกได้คบกับใครบ้างหรือยังล่
"เพชรกล้า เสร็จหรือยังครับลูก""เสร็จแล้วครับคุณแม่""เร็วครับลูก เราต้องไปให้ถึงก่อนเวลานะครับ""เสร็จแล้วครับคุณแม่ ไปได้เลยครับ" เพชรกล้ารีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แล้วตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าประตูบ้าน"อ้าว คุณพ่อไปด้วยหรือครับ""งานถ่ายแบบครั้งแรกของลูกชาย จะไม่ให้พ่อไปดูได้ยังไงล่ะลูก""ก็คุณพ่องานยุ่งตลอดนี่ครับ เพชรก็เลยแปลกใจ ยังไงก็ขอบคุณนะครับ""แล้วคิดยังไงถึงได้ตกลงรับงานล่ะลูก คงไม่ได้ฝืนอยู่หรอกใช่ไหม""ไม่ครับคุณพ่อ เพชรอยากลองทำดูบ้างน่ะครับ ไม่ใช่ชอบหรือว่าไม่ชอบ แต่เพชรแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูน่ะครับ เพราะสิ่งที่เรายังไม่เคยทำมันน่าตื่นเต้นดี ถ้าเกิดว่าผมทำแล้วไม่ชอบขึ้นมา ผมจะไม่ทำต่อได้หรือเปล่าครับ""อยากทำอะไรก็ทำเถอะลูก พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว แต่จำไว้นะเพชรกล้า ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและให้เต็มที่นะครับ ทำให้สุดความสามารถ แล้วอย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ห้ามเป็นน้ำเต็มแก้ว จงเรียนรู้ทุกอย่างอย่างเต็มที่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยกมือไหว้ผู้ที่สูงวัยกว่าและพูดจามีหางเสียงด้วยนะลูก""เข้าใจแล้วครับคุณแม่"เมื่อภาคิณเลี้ยวรถเข้าสตูดิโอที่เพชรกล้าต้องถ่ายแ
…สี่ปีผ่านไป…เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวตัวน้อยกำลังร้องเรียกชื่อเพชรกล้าดังไปทั่วบริเวณโถงใหญ่ในคฤหาสน์หรู ตัวเล็กป้อมวิ่งไล่พี่ชายที่ถือไอแพดไปพลางเล่นเกมไปอย่างสบายอารมณ์ ส่วนพี่เลี้ยงของพลอยรินก็ได้แต่มองตามและคอยดูเด็กสาวตัวน้อยอยู่ห่าง ๆ ที่กำลังวิ่งไล่ตามพี่ชายไปทุกที่ด้วยความเป็นห่วง"พี่เพชรขา น้องพลอยอยากเล่นด้วย""ไม่ได้ครับ ก็น้องพลอยยังไม่ได้ดื่มนมเลย ถ้าไม่ดื่มนมก่อน พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ" เพชรกล้าในวัยสิบปีก็หยุดเดิน แล้วหย่อนกายลงบนโซฟานุ่มให้ห้องรับแขกขนาดใหญ่ พลางมองดูน้องสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาเกาะขาของเขา"น้องพลอยไม่ชอบดื่มนมนี่คะ" พลอยรินในวัยสี่ปีก็ทำหน้าหงอยทันทีเมื่อถูกพี่ชายบังคับให้ดื่มนมที่ตัวเองไม่ชอบ"ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ""น้องพลอยทานข้าวเช้าแล้ว ยังต้องดื่มนมอีกหราคะพี่เพชร""ครับ…เป็นเด็กก็ต้องดื่มนมทุกวัน ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม แล้วเมื่อไหร่น้องพลอยจะตัวสูงล่ะครับ"เด็กสาวตัวน้อยทำสีหน้าคิดหนักเล็กน้อย เพราะตัวเองไม่ชอบดื่มนมเลย แต่ก็มักจะโดนมารดาบังคับให้ดื่มทั้งตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน"ก็น้องพลอยไม่ชอบดื่มนี่คะพี่เพชร มันไม่อร่อย""ไม่ไ
"ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะหนู พี่จะนั่งจับมืออยู่ข้างหนูตลอดเอง พยายามอีกหน่อยนะคะ"ภาคิณสงสารภรรยาจับใจเพราะเขาก็เพิ่งเคยเห็นและได้สัมผัสกับการคลอดลูกเป็นครั้งแรก พอได้เห็นภรรยาที่ทำสีหน้าทรมาน เขาก็แทบขาดใจจนอยากจะรับความเจ็บปวดนั้นไว้แทนเหลือเกินที่ผ่านมาภรรยาของเขาต้องลำบากมากขนาดไหน ที่ต้องคลอดลูกออกมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต้องเจ็บปวดและทรมานแต่ก็ไม่มีกำลังใจจากคนรอบข้างเลย ต้องทำและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แค่คิดเขาก็โมโหตัวเองนัก ที่ทำให้ภรรยาต้องลำบากไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง"ดีมากค่ะคุณแม่ ตอนนี้หัวเด็กใกล้จะออกมาแล้วนะคะ พยายามออกแรงเบ่งอีกนิด ใกล้จะได้แล้วค่ะหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเบ่งให้เต็มแรงเลยนะคะ"วินาทีที่ปรายฟ้าได้ยินเสียงเด็กร้อง น้ำตาแห่งความสุขก็ออกมาด้วยความดีใจ ภาคิณมือไม้สั่นขณะที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้อง พยาบาลกับหมอก็ช่วยทำคลอดเด็กออกมาได้สำเร็จ ภาคิณจูบไปที่หน้าผากของภรรยาด้วยความรักใคร่ เพราะได้เวลาที่เขาจะต้องออกไปจากห้องนี้แล้ว"หนูทำได้ดีมากค่ะ พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปรออยู่ที่ห้องพักฟื้นนะ"ปรายฟ้าไม่มีแรงแม้แต่จะพูด จึงทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ ว่าร
"ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ ผลตรวจออกมาแล้วพวกคุณได้ลูกสาว""พี่คิณคะ เราได้ลูกสาวค่ะ" ภาคิณรีบสวมกอดภรรยาด้วยความดีใจ ก่อนที่เพชรกล้าจะรีบวิ่งไปกอดขาของพาคิณด้วย"ป๊ะป๋าคับ ตอนนี้น้องของเพชรอยู่ในตัวของหม่ามี๊หราคับ""ใช่ครับลูก เพราะฉะนั้นเพชรกล้าก็อย่าซนกับหม่ามี๊นะครับ เพราะหม่ามี๊ต้องอุ้มท้องน้องของเพชรกล้านะ""น้องอยู่ตรงนี่หราคับ" นิ้วป้อมชี้ไปยังหน้าท้องที่นูนของมารดา พลาวเอาหูไปแนบกับครรภ์ของปรายฟ้าเบา ๆ"ใช่ครับลูก เพชรกล้าก็เคยอยู่ในนี้ของมี๊นะครับ""เพชรจะได้เห็นน้องตอนไหนคับ เพชรอยากเห็นแล้ว""อีกสี่เดือนเองครับลูก รอไหวหรือเปล่า""ไหวครับ เพชรจะน้องรอทุกวันเลย""ดีมากครับ งั้นเราไปที่รถกันเถอะ หนูเดินไหวไหมคะ แล้วจะไปที่สุสานปู่ไหวหรือเปล่า""ปรายอยากไปค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราจดทะเบียนสมรสกันนะคะ พี่คิณบอกจะตามใจปรายทุกอย่าง งั้นปรายอยากไปไหว้สุสานของคุณปู่ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยถ้าปรายท้องโตขึ้นกว่านี้ก็ไปไหนได้ไม่ไกลแล้วน่ะสิคะ""พี่พาไปได้ทุกที่ค่ะ แต่พี่แค่กลัวหนูจะเหนื่อย""ไม่เหนื่อยค่ะพี่คิณ ถ้าปรายไม่ไหวก็จะบอกนะคะ" ภาคิณขับรถพาภรรยาและลูกชายออกจากโ
หนึ่งเดือนผ่านไป ว่าที่คุณพ่อลูกสองก็ดูจะเห่อภรรยาเป็นพิเศษ เพราะตอนที่ท้องเพชรกล้า เขาไม่เคยได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีเลย จึงทำให้เขากังวลว่าจะดูแลภรรยาแบบไหนดี เขาจะต้องทำยังไงบ้าง แล้วจะดูแลภรรยาได้หรือเปล่าตอนนี้ทั้งเขาและภรรยาได้ไปอยู่ที่บ้านใหม่แล้วถาวรแล้ว แต่ช่วงนี้เขาโดนมารดาบังคับให้มาร่วมรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของบิดาก่อนทุกวัน เพราะอยากจะเจอเพชรกล้าหลานรัก ซึ่งเขาก็ขัดคำขอของมารดาไม่ได้"พี่คิณ…ทำไมช่วงนี้ถึงทานมะม่วงเปรี้ยวหลังอาหารบ่อยจังล่ะคะ" พะพิมแปลกใจพี่ชายและสังเกตเห็นถึงความผิดปกติมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ พี่ชายมักจะชอบสั่งให้แม่บ้านหามะม่วงน้ำปลาหวาน หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัดมาให้หลังอาหารเช้าตลอด"แปลกหรือ? ไม่รู้สิ…จู่ ๆ พี่ก็อยากกินน่ะ คงไม่แปลกหรอกมั้ง""แปลกสิคะ ปรายบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ไป กลางคืนก็ชอบอ้วกบ่อยด้วยค่ะ บางคืนก็อ้วกจนทรมาน เห็นแล้วปรายทรมานแทนเลยค่ะ""เดี๋ยวนะหนูปราย ตาคิณอ้วกด้วยหรือลูก""ใช่ค่ะคุณแม่ โดยเฉพาะกลางคืนจะอ้วกบ่อยมาก""ป๊ะป๋าอ้วกทุกคืนเลย อุแหวะ! อุแหวะ! แล้วหม่ามี๊ก็ลูบหลังให้ป๊ะป๋าทุกคืนเลยด้วยคับ""ตอนอยู่ที่บริษัทก็อ้วกนะค







