Home / รักโบราณ / เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง / สถาบันสวัสดิการสังคม

Share

สถาบันสวัสดิการสังคม

Author: 橙花
last update publish date: 2026-05-16 05:30:57

“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากตำรวจมาไม่น้อยในช่วงเวลาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

“ขอบคุณพี่สาวที่คอยดูแลหนูมาตลอดนะคะ ว่าง ๆ ก็ไปเยี่ยมหนูบ้างนะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกอย่างไม่คิดมากอะไร เธอเห็นคุณลุงที่มารับเธอกับเด็กคนอื่นอีกสองสามคนท่าทางใจดีจึงไม่ได้งอแงอะไรแต่แรก เพ่ยหยูเคยฟังที่พี่ชายพี่สาวซึ่งเคยอยู่ที่นี่เล่าให้ฟังแล้วว่าหากยังไม่พบกับครอบครัวก็จะต้องไปอยู่ที่อื่นต่อไป

“ได้จ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเพ่ยหยู” เค่ออวี๋อดเสียดายเด็กน่ารักอย่างเพ่ยหยูไม่ได้ ตลอดเวลาที่เด็กคนนี้อยู่ด้วย เค่ออวี๋ก็ไม่เคยเห็นเพ่ยหยูก่อเรื่องเหมือนเด็กคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากว่ามีเด็กที่รู้ความอย่างเพ่ยหยูบ้าง เค่ออวี๋ก็คงไม่ลงไม้ลงมือกับเด็กดื้อพวกนั้นหรอก

เพ่ยหยูโบกมือลาเค่ออวี๋เมื่อคุณลุงใจดีเดินมาเรียกเธออีกครั้ง พี่ชายพี่สาวสามคนนั้นต่างขึ้นรถสามล้อไปก่อนหน้าเธอแล้ว พอเพ่ยหยูเดินมาถึงด้านหลังรถสามล้อ ชายวัยกลางคนที่มารับเด็กในวันนี้ก็อุ้มร่างเล็ก ๆ ของเพ่ยหยูให้นั่งดี ๆ ก่อนเขาจะเดินอ้อมไปและขับรถสามล้อออกจากสถานพักพิงชั่วคราวอย่างรวดเร็ว

เด็กสามคนที่อายุมากกว่าเพ่ยหยูไม่กี่ปีเห็นว่าเพ่ยหยูเด็กมากและดูสะอาดสะอ้านกว่าพวกเธอราวฟ้ากับเหว พวกเขาจึงไม่มีใครกล้าชวนเพ่ยหยูคุยเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งเพ่ยหยูเองก็ไม่คิดจะรบกวนพี่ ๆ พวกนี้ ถึงแม้เธอจะอยู่ร่วมกับพวกเขามาก่อนในสถานพักพิง แต่เพ่ยหยูก็ไม่เคยพูดคุยกับคนพวกนี้มาก่อน มีเพียงพี่ชายพี่สาวที่ไปอยู่ที่อื่นก่อนเธอสองสามคนเท่านั้นที่เพ่ยหยูเคยคุยและเล่นด้วยกัน

สามล้อขับไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจว่าบนรถด้านหลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาทำหน้าที่รับเด็กและคนชราที่อยู่สถานพักพิงมาหลายปีแล้ว สถาบันสวัสดิการสังคมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ดูแลคนไร้ญาติเป็นหลัก ส่วนผู้อพยพจะถูกแยกออกไปทำงานตามหน้าที่ที่ทางการมอบหมายเอาไว้ให้ บางคนก็ถูกส่งไปทำงานเกษตรตามชนบท บางคนหากมีความรู้หน่อยก็จะได้รับตำแหน่งงานที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้แทนการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเดียวเหมือนกับคนที่อาศัยอยู่ในสถาบันสวัสดิการสังคมซึ่งเขาทำงานอยู่

รถสามล้อเคลื่อนมาถึงสถาบันสวัสดิการสังคมเมืองซูโจวในเวลาไม่นาน เพ่ยหยูมองไปตรงหน้าที่มีประตูรั้วเหล็กซึ่งติดกับกำแพงสีเทาหม่นสูงตระหง่านล้อมรอบเอาไว้อย่างแน่นหนา ด้านหน้าประตูมีทหารบ้านสองนายยืนทำหน้าที่อยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ชีวิตชีวา เพ่ยหยูได้แต่คิดในใจว่าเธอจะสามารถอยู่ที่นี่ได้จนกว่าครอบครัวจะหาพบหรือไม่ บรรยากาศที่เงียบราวกับป่าช้านั้นทำให้เพ่ยหยูรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอพยายามกดข่มความหวาดกลัวที่กำลังเอ่อท้นออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเอาไว้สุดความสามารถ เพ่ยหยูจำได้ดีว่าเด็กที่งอแงจะถูกลงโทษอย่างไรในตอนอยู่สถานพักพิงชั่วคราว โชคดีที่เพ่ยหยูไม่ถูกทำร้ายที่นั่น

“วันนี้มีกี่คนลุงฮู” ทหารบ้านนายหนึ่งถามขึ้นตามหน้าที่

“สี่คนน่ะ เดี๋ยวจะพาไปรายงานตัวให้ ผอ. ทราบก่อน” ลุงฮูตอบอย่างขอไปที

“รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวลุงยังต้องไปรับผักมาไว้ทำกับข้าวไม่ใช่หรือไง” ทหารบ้านอีกนายเอ่ย

“รู้แล้วน่า ไปล่ะ” ลุงฮูพูดจบก็ขับสามล้อเข้าประตูที่ทหารบ้านเปิดให้ทันที

อาคารเก่าคร่ำคร่าที่สร้างจากอิฐสีเทาหม่นยิ่งทำให้บรรยากาศของสถาบันสวัสดิการสังคมยิ่งดูเคร่งขรึมมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูเห็นพี่ชายพี่สาวหลายคนเดินเรียงแถวกันผ่านไปอีกทางหนึ่งก็ยิ่งมองด้วยความสงสัย เสื้อผ้าของทุกคนเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด สีเทาหม่นของเสื้อผ้าพวกนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าเย็นชาของพวกพี่ชายพี่สาวดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูรีบเอามือปิดปากน้อย ๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้เธออุทานออกมาจากความตกใจ พอดีกับที่รถสามล้อเคลื่อนที่ไปอีกด้านหนึ่งแล้วไปหยุดลงด้านหน้าอาคารหลังเล็กหลังหนึ่งพอดี

“มา ๆ ลงมากันได้แล้ว” ลุงฮูจอดรถเสร็จก็เดินมายกกระเป๋าของเด็กทั้งสี่คนลงให้ โดยเพ่ยหยูยังอ้าแขนสองข้างเพื่อขอให้ลุงฮูอุ้มลงจากรถที่สูงกว่าตัวเธอด้วย ซึ่งลุงฮูก็ไม่ได้รังเกียจเด็กที่สะอาดสะอ้านอย่างเพ่ยหยูแต่แรก เขาจึงอุ้มเธอลงมา

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูเมื่อยืนดีแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เธอไม่อยากทำให้คนอื่นเป็นห่วงหากเธอแสดงท่าทางหวาดกลัวสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา อีกอย่างเพ่ยหยูก็กลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาจากความกลัวที่เห็นท่าทางไร้ชีวิตชีวาของพวกพี่ชายพี่สาวเมื่อครู่นี้

“ไม่เป็นไร ตามลุงเข้าไปรายงานตัวด้านในก่อน” ลุงฮูยังถือกระเป๋าใบเล็กให้เพ่ยหยูซึ่งอายุน้อยที่สุดในเด็กที่เขารับมาวันนี้ด้วย เขาไม่รู้หรอกว่ากระเป๋าใบนี้สำคัญหรือไม่ เขามีหน้าที่แค่ช่วยเด็กตัวเล็กอย่างเพ่ยหยูถือมันก็เท่านั้น

สถาบันแห่งนี้บริหารงานโดยคณะกรรมการปฏิวัติซึ่งก็คือจูข่ายหนิง เธอรับหน้าที่ทำงานบริหารที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว เด็กที่เข้าออกสถาบันมีจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยหน้าที่ของเธอต้องรับทราบว่ามีใครเข้าออกสถาบันบ้าง จูข่ายหนิงจึงเป็นผู้ที่ทำเอกสารของเด็กพวกนี้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด ส่วนคนชราหรือผู้ป่วยที่เข้ามาอยู่ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่อย่างชุ่ยเหลียนคอยรับผิดชอบดูแลแทนเธอ

“วันนี้มีแค่สี่คนนี้เหรอลุงฮู เอกสารของพวกเธอล่ะ เอามาให้ฉันดูหน่อย” จูข่ายหนิงเอ่ยขึ้นหลังอนุญาตให้ลุงฮูที่เพิ่งเคาะประตูเข้ามาได้ก่อนหน้านี้

“ใช่ครับ ผอ. นี่เป็นเอกสารของพวกเธอครับ ผมเอากระเป๋าวางให้เด็กก่อนนะครับ” ลุงฮูบอกก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสี่ชุดให้กับจูข่ายหนิง จากนั้นเขาก็วางกระเป๋าของเพ่ยหยูลงตรงหน้าให้กับเธอพร้อมรอยยิ้มบาง

“อืม… คุณออกไปก่อนเถอะ ฉันจะบอกระเบียบการพักอยู่ที่นี่ให้พวกเขาฟังเอง” จูข่ายหนิงรู้ดีว่าลุงฮูยังมีงานอื่นต้องทำอีก เธอจึงไม่อยากรั้งเขาเอาไว้นานนัก

“ครับ ผอ. ผมขอตัวก่อนครับ” ลุงฮูค้อมหัวคำนับจูข่ายหนิงก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“ที่นี่ทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพวกเธอจะเคยอยู่ที่ไหนมาก่อน แต่หลังจากเข้ามาอยู่ที่นี่ก็จะต้องทำตามกฎของที่นี่ เข้าใจไหม” จูข่ายหนิงบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอไม่มีครอบครัวจึงได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลสถาบันแห่งนี้มาตลอดหลายปี

“เข้าใจครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสี่ต่างเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาไม่มีใครกล้าทำตัวไม่ดีเลยแม้แต่คนเดียว ก็ใครใช้ให้ใบหน้าของจูข่ายหนิงดุร้ายนักเล่า พวกเขาที่เคยอยู่สถานพักพิงมาก่อนจึงพากันหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน ยังดีที่ไม่มีใครร้องไห้ออกมาเสียก่อน

“ดี เพ่ยหยูอายุน้อยที่สุดสินะ เธอยังไม่ต้องทำงานเหมือนพวกเขา รอให้โตกว่านี้ก่อนอีกสักปีสองปี ฉันจะมอบหมายงานเบา ๆ ให้ก็แล้วกันนะ” จูข่ายหนิงมองเพ่ยหยูที่รูปร่างหน้าตาต่างจากเด็กอีกสามคนอย่างครุ่นคิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กท่าทางร่ำรวยคนนี้ถึงถูกส่งมาที่นี่ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เตรียมกลับประเทศ

    “โธ่คุณตาครับ ผมทำไปก็เพราะความต้องการของลูกค้านะครับ” ฉินกวงโอดครวญ“คุณก็อย่าขู่หลานสิคะ” ฟ่งชิงชิงปรามสามีที่ชอบแกล้งหลานชายคนรอง“คุณก็ชอบตามใจเสี่ยวกวงอยู่เรื่อย แล้วนี่เหลนตาไปไหนแล้วเนี่ย” หลงซวี่มองหาฉินซ่งที่ตอนนี้สามารถวิ่งเล่นได้แล้ว เขาแข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันและกำลังซนมาก“ผมว่าคงไปวิ่งเล่นข้างนอกแล้วมั้งครับ” ฉินกวงรู้ดีว่ามีบอดี้การ์ดหลายคนคอยจับเจ้าตัวเล็กอย่างฉินซ่งอยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลอะไร อีกอย่างบ้านภรรยาเขาอย่างตระกูลเวยก็ทั้งรักทั้งหลงฉินซ่งจนไม่ยอมให้ละไปจากสายตาเลยแม้แต่น้อยบรรยากาศปีใหม่ที่เมืองหลวงปีนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะสองตระกูลใหญ่ปฏิเสธการเข้าร่วมงานเนื่องจากหลานสาวอย่างเพ่ยหยูไม่อยู่ พวกเขาเลยไม่อ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ทำเรื่องขอจบการศึกษา

    เซี่ยเยี่ยนไปตรวจสอบโปรโตคอลของเซียวอวี้ตงก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาตรงไหนให้ต้องแก้ไขอีก เขาก็พยักหน้าบอกว่าสามารถไปขอเอกสารที่ MIT มาเขียนรอไปจดลิขสิทธิ์ได้เลย ด้านชิปของหวังหมิงทงที่เขาทดสอบโดยใช้โน้ตบุ๊คของเซียวอวี้ตงใส่ชิปที่หวังหมิงทงทำด้วยตัวเองแล้วพบว่าหน่วยความจำเพิ่มมากขึ้นถึงห้าเท่า ซึ่งมากกว่าชิปที่อลันให้มาถึงสองเท่าเลยทีเดียว เซี่ยเยี่ยนก็อดทึ่งไม่ได้ที่หวังหมิงทงใช้แค่อุปกรณ์ไม่กี่อย่างในการสร้างชิปด้วยตัวเองออกมาได้ดีมากถึงขนาดนี้“ให้อวี่หนิงหรือไม่ก็เจียเหว่ยไปขอเอกสารมาเขียนขอจดลิขสิทธิ์กันได้เลยนะ พี่ขอไปดูอัลกอริทึมของน้องเพ่ยหยูต่อก่อนครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกเซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงด้วยสีหน้าจริงจัง“ขอบคุณพี่เซี่ยที่ช่วยตรวจสอบให้ครับ” สองหนุ่มยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีที่งานวิจัยผ่านแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เซี่ยเยี่ยนช่วยจัดการ

    “เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ขอบคุณคุณชายเซียวมากที่ให้เกียรติบริษัทผมครับ” โทนี่บอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาดีใจที่จะได้รับสิทธิ์โปรโตคอลสำคัญสำหรับการควบความเครือข่าย เพราะมันจะช่วยให้เขามีสิทธิ์ต่อรองกับทางราชการและได้รับสิทธิ์ติดตั้งเครือข่ายใหม่“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ โปรโตคอลนี้ยังต้องเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อให้เครือข่ายของพี่เสถียรมากขึ้นกว่าตอนนี้อีกเล็กน้อยครับ” เซียวอวี้ตงบอกสิ่งที่เขาต้องทำต่อ“ได้ครับ เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่รถนะครับ” โทนี่ให้เกียรติเซียวอวี้ตงมากเซียวอวี้ตงพยักหน้ารับคำ ก่อนจะลุกออกจากห้องรับแขกแล้วเดินไปพร้อมเจียเหว่ยที่คอยถือโน้ตบุ๊คให้เขาตามปกติ โทนี่ส่งจนเห็นรถของเซียวอวี้ตงจากไปจนลับสายตา เขาถึงไปที่ห้องทำงานของตัวเองแล้วส่งอีเมล์บอกข่าวดีกับเซี่ยเยี่ยนและอลันด้วยความดีใ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เป้าหมายในการพัฒนา

    “อืม...ที่เพ่ยหยูพูดก็มีเหตุผลนะ เราแค่ทำงานวิจัยให้ดีกว่าที่คนเก่าเคยทำไว้ก็พอแล้ว พอกลับไปถึงประเทศก็ค่อยหาซื้อของเก่าส่งทางเรือกลับไปทีหลังแล้วไปเริ่มพัฒนาให้ดีกว่าเดิมน่าจะดีกว่าจริง ๆ นั่นแหละ” หวังหมิงทงพยักหน้าเห็นด้วยกับเพ่ยหยู“เอาแบบนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจะปรับความเสถียรของโปรโตคอลให้เข้ากับเครือข่ายอีกไม่นานก็น่าจะเสร็จ จากนั้นค่อยทำเล่มงานวิจัยแล้วเตรียมนำเสนอพร้อมกันดีไหม” เซียวอวี้ตงเองก็เหลือขั้นตอนไม่มากแล้วในการทดสอบโปรโตคอลของตัวเอง“ได้สิ พอดีกับที่อาทิตย์หน้าพี่เยี่ยนจะมาถึง พวกเราค่อยปรึกษาเขาอีกทีว่าการเปลี่ยนเป้าหมายงานวิจัยคราวนี้จะดีกว่าไหม” เพ่ยหยูอยากได้คำแนะนำจากเซี่ยเยี่ยนด้วย เพราะเขาน่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีกว่าพวกเธอ“

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผลงานของเพ่ยหยู

    เช้าวันต่อมา เพ่ยหยูตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เธอไม่ได้นอนหลับสบายขนาดนี้มานานแล้ว วันนี้เพ่ยหยูเลยคิดจะลงไปข้างล่างเพื่อคุยกับเพื่อน ๆ สักหน่อยว่าพวกเขาทำงานวิจัยกันไปถึงไหนแล้ว ของเพ่ยหยูเหลือแค่ทำเล่มงานวิจัยเพื่อเตรียมนำเสนอให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยพิจารณาการเรียนจบของเธอเท่านั้นหลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เพ่ยหยูก็ลงไปข้างล่างพร้อมรอยยิ้มบาง เธอทักทายม่อชิวและซี่หลิวที่กำลังทำความสะอาดกันอยู่ที่ห้องรับแขกอย่างอารมณ์ดี“อวี้ตงกับหมิงทงยังไม่ตื่นกันเหรอคะพี่ ๆ” เพ่ยหยูถามหลังจากนั่งที่เก้าอี้ว่างตัวหนึ่ง“น่าจะอีกสักพักก็คงลงมาทานข้าวตามปกติกันครับ” ม่อชิวตอบกลับ ช่วงนี้คุณชายทั้งสองมักจะลงมาทานข้าวเช้าพร้อมกัน มีเพียงมื้อเที่ยงตอนเซียวอวี้ตงไม่อยู่เท่านั้นที่หวังหมิงทงจะให้อวี่หนิงนำอาหารเที่ยงขึ้นไปให้บนห้องเหมือนกั

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   หมกมุ่นจนลืมเวลา

    หวังหมิงทงที่ได้อุปกรณ์มาครบแล้วก็เริ่มต้นซ่อมสิ่งของที่ซื้อมาเช่นกัน เขายังเปิดประตูระเบียงและขนของออกไปซ่อมที่ระเบียงเพื่อไม่ให้อากาศในห้องได้รับมลพิษด้วย ซึ่งเซียวอวี้ตงเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาแค่บอกให้หวังหมิงทงคอยระวังให้ดีระหว่างซ่อมด้วย ปลั๊กพ่วงสายยาวที่ซื้อมานั้นถูกลากออกไปยังระเบียงเพื่อให้หวังหมิงทงใช้เสียบเครื่องมือต่าง ๆเพ่ยหยูเองก็เปิดประตูระเบียงห้องนอนของเธอออกเพื่อระบายอากาศจากการซ่อมเมนบอร์ดเก่าที่ได้รับความเสียหายหลายจุด ยังดีที่เธอซื้อหน้ากากอนามัยสำหรับป้องกันควันจากการบัดกรีกลับมาหลายอัน เพ่ยหยูจึงไม่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับสิ่งของต่าง ๆ ที่ซื้อมือสองมาจนลืมเวลาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เพ่ยหยูก็รีบวางสิ่งของแล้วลุกออกไปบอกม่อชิวว่าอีกสักพักจะลงไป เพ่ยหยูต้องพักผ่อนบ้างเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากต้องบัดกรีเมนบอร์ดมาหลายอันหวังหมิงทงเองก็แทบไ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขยัน

    “ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผ่านพ้นวันแรก

    พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อาหารกลางวัน

    เมื่อเสียงประกาศดังออกมาจากลำโพงไม่นาน เพ่ยหยูที่นั่งอยู่รอดูขั้นตอนต่อไปของการทานมื้อเที่ยงถึงกับเบิกตาโตมองดูกลุ่มเด็กจำนวนมากเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบโดยมีเพียงเสียงก้าวเดินของทุกคนเท่านั้นที่ดังกังวานไปทั่วบริเวณ เพ่ยหยูอดคิดไม่ได้ว่า

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไร้ชีวิตชีวา

    เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status