Home / รักโบราณ / เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง / สถาบันสวัสดิการสังคม

Share

สถาบันสวัสดิการสังคม

Author: 橙花
last update publish date: 2026-05-16 05:30:57

“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากตำรวจมาไม่น้อยในช่วงเวลาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

“ขอบคุณพี่สาวที่คอยดูแลหนูมาตลอดนะคะ ว่าง ๆ ก็ไปเยี่ยมหนูบ้างนะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกอย่างไม่คิดมากอะไร เธอเห็นคุณลุงที่มารับเธอกับเด็กคนอื่นอีกสองสามคนท่าทางใจดีจึงไม่ได้งอแงอะไรแต่แรก เพ่ยหยูเคยฟังที่พี่ชายพี่สาวซึ่งเคยอยู่ที่นี่เล่าให้ฟังแล้วว่าหากยังไม่พบกับครอบครัวก็จะต้องไปอยู่ที่อื่นต่อไป

“ได้จ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเพ่ยหยู” เค่ออวี๋อดเสียดายเด็กน่ารักอย่างเพ่ยหยูไม่ได้ ตลอดเวลาที่เด็กคนนี้อยู่ด้วย เค่ออวี๋ก็ไม่เคยเห็นเพ่ยหยูก่อเรื่องเหมือนเด็กคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากว่ามีเด็กที่รู้ความอย่างเพ่ยหยูบ้าง เค่ออวี๋ก็คงไม่ลงไม้ลงมือกับเด็กดื้อพวกนั้นหรอก

เพ่ยหยูโบกมือลาเค่ออวี๋เมื่อคุณลุงใจดีเดินมาเรียกเธออีกครั้ง พี่ชายพี่สาวสามคนนั้นต่างขึ้นรถสามล้อไปก่อนหน้าเธอแล้ว พอเพ่ยหยูเดินมาถึงด้านหลังรถสามล้อ ชายวัยกลางคนที่มารับเด็กในวันนี้ก็อุ้มร่างเล็ก ๆ ของเพ่ยหยูให้นั่งดี ๆ ก่อนเขาจะเดินอ้อมไปและขับรถสามล้อออกจากสถานพักพิงชั่วคราวอย่างรวดเร็ว

เด็กสามคนที่อายุมากกว่าเพ่ยหยูไม่กี่ปีเห็นว่าเพ่ยหยูเด็กมากและดูสะอาดสะอ้านกว่าพวกเธอราวฟ้ากับเหว พวกเขาจึงไม่มีใครกล้าชวนเพ่ยหยูคุยเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งเพ่ยหยูเองก็ไม่คิดจะรบกวนพี่ ๆ พวกนี้ ถึงแม้เธอจะอยู่ร่วมกับพวกเขามาก่อนในสถานพักพิง แต่เพ่ยหยูก็ไม่เคยพูดคุยกับคนพวกนี้มาก่อน มีเพียงพี่ชายพี่สาวที่ไปอยู่ที่อื่นก่อนเธอสองสามคนเท่านั้นที่เพ่ยหยูเคยคุยและเล่นด้วยกัน

สามล้อขับไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจว่าบนรถด้านหลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาทำหน้าที่รับเด็กและคนชราที่อยู่สถานพักพิงมาหลายปีแล้ว สถาบันสวัสดิการสังคมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ดูแลคนไร้ญาติเป็นหลัก ส่วนผู้อพยพจะถูกแยกออกไปทำงานตามหน้าที่ที่ทางการมอบหมายเอาไว้ให้ บางคนก็ถูกส่งไปทำงานเกษตรตามชนบท บางคนหากมีความรู้หน่อยก็จะได้รับตำแหน่งงานที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้แทนการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเดียวเหมือนกับคนที่อาศัยอยู่ในสถาบันสวัสดิการสังคมซึ่งเขาทำงานอยู่

รถสามล้อเคลื่อนมาถึงสถาบันสวัสดิการสังคมเมืองซูโจวในเวลาไม่นาน เพ่ยหยูมองไปตรงหน้าที่มีประตูรั้วเหล็กซึ่งติดกับกำแพงสีเทาหม่นสูงตระหง่านล้อมรอบเอาไว้อย่างแน่นหนา ด้านหน้าประตูมีทหารบ้านสองนายยืนทำหน้าที่อยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ชีวิตชีวา เพ่ยหยูได้แต่คิดในใจว่าเธอจะสามารถอยู่ที่นี่ได้จนกว่าครอบครัวจะหาพบหรือไม่ บรรยากาศที่เงียบราวกับป่าช้านั้นทำให้เพ่ยหยูรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอพยายามกดข่มความหวาดกลัวที่กำลังเอ่อท้นออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเอาไว้สุดความสามารถ เพ่ยหยูจำได้ดีว่าเด็กที่งอแงจะถูกลงโทษอย่างไรในตอนอยู่สถานพักพิงชั่วคราว โชคดีที่เพ่ยหยูไม่ถูกทำร้ายที่นั่น

“วันนี้มีกี่คนลุงฮู” ทหารบ้านนายหนึ่งถามขึ้นตามหน้าที่

“สี่คนน่ะ เดี๋ยวจะพาไปรายงานตัวให้ ผอ. ทราบก่อน” ลุงฮูตอบอย่างขอไปที

“รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวลุงยังต้องไปรับผักมาไว้ทำกับข้าวไม่ใช่หรือไง” ทหารบ้านอีกนายเอ่ย

“รู้แล้วน่า ไปล่ะ” ลุงฮูพูดจบก็ขับสามล้อเข้าประตูที่ทหารบ้านเปิดให้ทันที

อาคารเก่าคร่ำคร่าที่สร้างจากอิฐสีเทาหม่นยิ่งทำให้บรรยากาศของสถาบันสวัสดิการสังคมยิ่งดูเคร่งขรึมมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูเห็นพี่ชายพี่สาวหลายคนเดินเรียงแถวกันผ่านไปอีกทางหนึ่งก็ยิ่งมองด้วยความสงสัย เสื้อผ้าของทุกคนเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด สีเทาหม่นของเสื้อผ้าพวกนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าเย็นชาของพวกพี่ชายพี่สาวดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูรีบเอามือปิดปากน้อย ๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้เธออุทานออกมาจากความตกใจ พอดีกับที่รถสามล้อเคลื่อนที่ไปอีกด้านหนึ่งแล้วไปหยุดลงด้านหน้าอาคารหลังเล็กหลังหนึ่งพอดี

“มา ๆ ลงมากันได้แล้ว” ลุงฮูจอดรถเสร็จก็เดินมายกกระเป๋าของเด็กทั้งสี่คนลงให้ โดยเพ่ยหยูยังอ้าแขนสองข้างเพื่อขอให้ลุงฮูอุ้มลงจากรถที่สูงกว่าตัวเธอด้วย ซึ่งลุงฮูก็ไม่ได้รังเกียจเด็กที่สะอาดสะอ้านอย่างเพ่ยหยูแต่แรก เขาจึงอุ้มเธอลงมา

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูเมื่อยืนดีแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เธอไม่อยากทำให้คนอื่นเป็นห่วงหากเธอแสดงท่าทางหวาดกลัวสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา อีกอย่างเพ่ยหยูก็กลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาจากความกลัวที่เห็นท่าทางไร้ชีวิตชีวาของพวกพี่ชายพี่สาวเมื่อครู่นี้

“ไม่เป็นไร ตามลุงเข้าไปรายงานตัวด้านในก่อน” ลุงฮูยังถือกระเป๋าใบเล็กให้เพ่ยหยูซึ่งอายุน้อยที่สุดในเด็กที่เขารับมาวันนี้ด้วย เขาไม่รู้หรอกว่ากระเป๋าใบนี้สำคัญหรือไม่ เขามีหน้าที่แค่ช่วยเด็กตัวเล็กอย่างเพ่ยหยูถือมันก็เท่านั้น

สถาบันแห่งนี้บริหารงานโดยคณะกรรมการปฏิวัติซึ่งก็คือจูข่ายหนิง เธอรับหน้าที่ทำงานบริหารที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว เด็กที่เข้าออกสถาบันมีจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยหน้าที่ของเธอต้องรับทราบว่ามีใครเข้าออกสถาบันบ้าง จูข่ายหนิงจึงเป็นผู้ที่ทำเอกสารของเด็กพวกนี้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด ส่วนคนชราหรือผู้ป่วยที่เข้ามาอยู่ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่อย่างชุ่ยเหลียนคอยรับผิดชอบดูแลแทนเธอ

“วันนี้มีแค่สี่คนนี้เหรอลุงฮู เอกสารของพวกเธอล่ะ เอามาให้ฉันดูหน่อย” จูข่ายหนิงเอ่ยขึ้นหลังอนุญาตให้ลุงฮูที่เพิ่งเคาะประตูเข้ามาได้ก่อนหน้านี้

“ใช่ครับ ผอ. นี่เป็นเอกสารของพวกเธอครับ ผมเอากระเป๋าวางให้เด็กก่อนนะครับ” ลุงฮูบอกก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสี่ชุดให้กับจูข่ายหนิง จากนั้นเขาก็วางกระเป๋าของเพ่ยหยูลงตรงหน้าให้กับเธอพร้อมรอยยิ้มบาง

“อืม… คุณออกไปก่อนเถอะ ฉันจะบอกระเบียบการพักอยู่ที่นี่ให้พวกเขาฟังเอง” จูข่ายหนิงรู้ดีว่าลุงฮูยังมีงานอื่นต้องทำอีก เธอจึงไม่อยากรั้งเขาเอาไว้นานนัก

“ครับ ผอ. ผมขอตัวก่อนครับ” ลุงฮูค้อมหัวคำนับจูข่ายหนิงก่อนจะเดินออกจากห้องไป

“ที่นี่ทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพวกเธอจะเคยอยู่ที่ไหนมาก่อน แต่หลังจากเข้ามาอยู่ที่นี่ก็จะต้องทำตามกฎของที่นี่ เข้าใจไหม” จูข่ายหนิงบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอไม่มีครอบครัวจึงได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลสถาบันแห่งนี้มาตลอดหลายปี

“เข้าใจครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสี่ต่างเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาไม่มีใครกล้าทำตัวไม่ดีเลยแม้แต่คนเดียว ก็ใครใช้ให้ใบหน้าของจูข่ายหนิงดุร้ายนักเล่า พวกเขาที่เคยอยู่สถานพักพิงมาก่อนจึงพากันหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน ยังดีที่ไม่มีใครร้องไห้ออกมาเสียก่อน

“ดี เพ่ยหยูอายุน้อยที่สุดสินะ เธอยังไม่ต้องทำงานเหมือนพวกเขา รอให้โตกว่านี้ก่อนอีกสักปีสองปี ฉันจะมอบหมายงานเบา ๆ ให้ก็แล้วกันนะ” จูข่ายหนิงมองเพ่ยหยูที่รูปร่างหน้าตาต่างจากเด็กอีกสามคนอย่างครุ่นคิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กท่าทางร่ำรวยคนนี้ถึงถูกส่งมาที่นี่ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ความสุขของเพ่ยหยู

    ช่วงค่ำวันนั้น พ่อบ้านโทรนัดวันและเวลากับเซี่ยตงรวมถึงอธิบายคร่าว ๆ ถึงเรื่องที่ฉินจ้วงต้องการเรียกสองพ่อลูกมาคุยกันที่บ้านในช่วงสายของอีกสองวันข้างหน้า เซี่ยตงที่รับสายถึงกับยิ้มกว้างออกมาทันทีที่ได้ยิน เขารีบรับปากแล้ววางสายไปทันที“อีกสองวันลูกเลื่อนงานทั้งหมดออกไปก่อนนะ พวกเราต้องไปตระกูลฉินด้วยกัน” เซี่ยตงยังไม่คิดจะบอกข่าวดีกับลูกชาย เขาอยากทำให้เซี่ยเยี่ยนรู้สึกแปลกใจบ้างสักครั้งกับเรื่องดี ๆ ที่ตระกูลฉินกำลังจะพูดคุยปรึกษากับพวกเขาพ่อลูก“หืม? มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับเนี่ย” เซี่ยเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ“ลูกอย่าถามมากเลยน่า พรุ่งนี้เลื่อนงานวันมะรืนออกไปตามที่พ่อบอกก็พอ” เซี่ยตงไม่สนใจสายตาสงสัยของลูกชายหน้านิ่งของเขา นี่ขนาดเขาสอนลูกให้ปรับเป

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ในที่สุดก็พัฒนาสำเร็จ

    เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงรีบขอบคุณฉินจ้วงด้วยความดีใจ พวกเขาคิดไม่ถึงว่าแผนการพัฒนาที่เคยคุยกันเอาไว้จะมีฉินจ้วงสนับสนุนอย่างเต็มที่ แถมยังไม่ต้องให้ทางการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเหมือนสถาบันวิจัยด้วย เรื่องนี้ทำให้พวกเขามีอิสระในการทำงานวิจัยได้อย่างสบายใจมากที่สุดเซี่ยเยี่ยนเองก็คิดว่าเขาจะเข้าไปช่วยพวกเพ่ยหยูด้วยอีกแรงหนึ่ง ยังไงวัสดุในการสร้างเครือข่ายความเร็วสูง เซี่ยเยี่ยนจะต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศมาให้ตระกูลเซียว หากว่าในประเทศหาวัสดุที่ดีกว่าไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้เขาจะให้เพ่ยหยูปรึกษาพ่อแม่ของเธอที่อยู่ในสถาบันวิจัยลองดูก่อน เพราะที่นั่นมีวัสดุหลายอย่างที่เป็นความลับและคนภายนอกไม่ทราบสามปีต่อมาด้วยความร่วมมือของตระกูลฉินอย่างเต็มที่ อีกทั้งฉินจ้วงใช้เส้นสายของเขาจนทำให้สามารถขอซื้อวัสดุจากสถาบันวิจัยมาให้ตระกูล

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   แผนพัฒนาของเด็ก ๆ

    กลุ่มพวกฉินจ้วงนั่งคุยกันรอไปเรื่อย ๆ โดยบอดี้การ์ดของตระกูลฉินไปหาของว่างและน้ำมาให้กับทุกคนกินแทนพนักงานของสนามบินที่นำมาให้แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยถูกใจฉินจ้วงสักเท่าไหร่นัก เขาเลยให้หูไห่ไปจัดการกับคนอื่น ๆสองชั่วโมงต่อมา เสียงประกาศเที่ยวบินของพวกเพ่ยหยูก็ดังไปทั่วบริเวณ ฉินจ้วงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่กำลังจะได้พบหลานสาวหลังจากเวลาผ่านไปนานถึงปีกว่า วันนี้ลูกชายกับลูกสะใภ้ของเขาติดงานเลยไม่สามารถมาได้ ส่วนฉินกวงเองก็วุ่นวายอยู่กับบริษัทของตระกูลและบริษัทพ่อตาอยู่เช่นเคย ฉินจ้วงปล่อยให้ฉินกวงกลับไปดูแลบริษัทของตระกูลได้กว่าครึ่งปีแล้วหลังจากเห็นว่าระบบของตระกูลเวยคงที่แล้ว เวยฉิงที่ยุ่งกับการเลี้ยงฉินซ่งก็ไม่กล้าพาเจ้าตัวเล็กมาป่วนที่สนามบินเลยไม่ได้มาด้วย เธอรออยู่ที่บ้านเพื่อพบน้องสามีอย่างใจจดใจจ่อหูไห่พาบอดี้การ์ดหลายคนไปรอรับคุณหนูของพวกเขาที่ประตูทางออกอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเห็นพวกเพ่ยหยู

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   กลับประเทศได้สักที

    สองสัปดาห์ต่อมาเพ่ยหยูกับเพื่อน ๆ ไปรับใบจบการศึกษาที่ MIT เมื่อวานนี้ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะเดินทางกลับประเทศกันมาหลายวันแล้ว ตั๋วเครื่องบินที่เซี่ยเยี่ยนซื้อเอาไว้ลงวันที่เดินทางในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อให้ทุกคนได้ตรวจสอบก่อนว่าลืมอะไรเอาไว้ที่นี่หรือไม่“พี่เยี่ยนคะ ดูเหมือนว่ากระเป๋าเดินทางสำหรับใส่ของฝากจะไม่พอนะคะ” เพ่ยหยูถามเพื่อนดูแล้วพบว่าพวกเขาต่างพากันซื้อของฝากกลับไปไม่น้อย“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไปซื้อกระเป๋ามาเพิ่มก็ได้ครับ ยังไงก็ว่างกันอยู่แล้ว” เซี่ยเยี่ยนที่นั่งอ่านข่าวเกี่ยวกับธุรกิจในอเมริกาช่วงนี้เงยหน้าขึ้นตอบเพ่ยหยู“ขอบคุณมากค่ะ ฉันไปบอกพวกเขาก่อนนะคะ” เพ่ยห

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผลกำไรได้รับไม่น้อย

    “หุ้นที่ผมซื้อเอาไว้ก็เหมือนกันครับพี่เซี่ย ผมเองก็จะทำตามที่พี่บอกด้วยครับ” หวังหมิงทงยิ้มกว้างออกมาทันที เขาคอยโทรสอบถามกับเคอติสแทบทุกเดือนเรื่องหุ้นที่ซื้อเอาไว้“ดีครับ พรุ่งนี้เราค่อยไปดูกันว่ากำไรสุทธิที่ได้รับมีเท่าไหร่” เซี่ยเยี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจที่เห็นว่าทุกคนรู้จักนำเงินไปลงทุนในหุ้นแทนที่จะนำไปซื้อของฟุ่มเฟือยเหมือนเด็กคนอื่น“นี่ใกล้จะเที่ยงแล้ว ทุกคนอยากกินอะไรครับ ผมจะได้ออกไปซื้อให้” ม่อชิวดูนาฬิกาแล้วจึงรีบเอ่ยถามทุกคนตามหน้าที่“อืม...พี่ว่าพวกเราไปกินกันที่ไชน่าทาวน์ดีไหม จะได้เดินเล่นที่ห้างกันด้วย” เซี่ยเยี่ยนคิดว่าหลังการนำเสนองานวิจัยไปแล้ว ทุกคนควรจะได้พักผ่อนบ้าง“

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เตรียมกลับประเทศ

    “โธ่คุณตาครับ ผมทำไปก็เพราะความต้องการของลูกค้านะครับ” ฉินกวงโอดครวญ“คุณก็อย่าขู่หลานสิคะ” ฟ่งชิงชิงปรามสามีที่ชอบแกล้งหลานชายคนรอง“คุณก็ชอบตามใจเสี่ยวกวงอยู่เรื่อย แล้วนี่เหลนตาไปไหนแล้วเนี่ย” หลงซวี่มองหาฉินซ่งที่ตอนนี้สามารถวิ่งเล่นได้แล้ว เขาแข็งแรงกว่าเด็กวัยเดียวกันและกำลังซนมาก“ผมว่าคงไปวิ่งเล่นข้างนอกแล้วมั้งครับ” ฉินกวงรู้ดีว่ามีบอดี้การ์ดหลายคนคอยจับเจ้าตัวเล็กอย่างฉินซ่งอยู่แล้วเลยไม่ได้กังวลอะไร อีกอย่างบ้านภรรยาเขาอย่างตระกูลเวยก็ทั้งรักทั้งหลงฉินซ่งจนไม่ยอมให้ละไปจากสายตาเลยแม้แต่น้อยบรรยากาศปีใหม่ที่เมืองหลวงปีนี้เป็นไปอย่างชื่นมื่น เพราะสองตระกูลใหญ่ปฏิเสธการเข้าร่วมงานเนื่องจากหลานสาวอย่างเพ่ยหยูไม่อยู่ พวกเขาเลยไม่อ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อัจฉริยะ

    จูข่ายหนิงคุยกับเพ่ยหยูไม่นานก็บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปกิินมื้อเที่ยงให้เสร็จ เธอเองก็เดินหายลับไปเพื่อกินข้าวที่เจ้าหน้าที่เตรียมเอาไว้ให้ในห้องทำงานเหมือนกับทุกวันไป่หลิวกับซู่ฟางช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   การเปลี่ยนแปลง

    “ครับ/ค่ะ” เสียงเด็กที่อยู่ในห้องต่างรับคำพร้อมกันทันที พวกเขาไม่เหมือนเด็กสามคนนั้นที่เพิ่งเข้ามาไม่กี่วันก็เอาแต่ก่อเรื่องแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ขยัน

    “ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องซักนะ พวกพี่จะมาซักตอนพักเที่ยง” ไป่หลิวกระซิบบอกเสียงเบาเช่นกัน“ใช่ ใช่ ของพี่ก็เหมือนกันนะ น้องสาวอย่าทำให้ตัวเองลำบากล่ะ” ซู่ฟางรู้ดีว่าเพ่ยห

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผ่านพ้นวันแรก

    พวกเด็กที่เรียนร่วมกับไป่หลิน ซู่ฟางและจางเจี้ยนต่างไม่ได้สนใจพวกเขา มีเพียงเด็กไม่กี่คนในห้องนอนนี้ที่เพิ่งเคยเห็นพวกเขาเท่านั้นหันไปมองบ้างเป็นบางครั้ง กระทั่งพวกไป่หลิวเอนตัวลงนอนพักผ่อน เด็กพวกนั้นก็เลิกสนใจพวกเขาและนอนเงียบ ๆ เช่นกัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status