Home / รักโบราณ / เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง / สถาบันสวัสดิการสังคม

Share

สถาบันสวัสดิการสังคม

Author: 橙花
last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-16 05:30:57

เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช่วยเหลือจากตำรวจมาไม่น้อยในช่วงเวลาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

ขอบคุณพี่สาวที่คอยดูแลหนูมาตลอดนะคะ ว่าง ๆ ก็ไปเยี่ยมหนูบ้างนะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกอย่างไม่คิดมากอะไร เธอเห็นคุณลุงที่มารับเธอกับเด็กคนอื่นอีกสองสามคนท่าทางใจดีจึงไม่ได้งอแงอะไรแต่แรก เพ่ยหยูเคยฟังที่พี่ชายพี่สาวซึ่งเคยอยู่ที่นี่เล่าให้ฟังแล้วว่าหากยังไม่พบกับครอบครัวก็จะต้องไปอยู่ที่อื่นต่อไป

ได้จ๊ะ ดูแลตัวเองด้วยนะเพ่ยหยู” เค่ออวี๋อดเสียดายเด็กน่ารักอย่างเพ่ยหยูไม่ได้ ตลอดเวลาที่เด็กคนนี้อยู่ด้วย เค่ออวี๋ก็ไม่เคยเห็นเพ่ยหยูก่อเรื่องเหมือนเด็กคนอื่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว หากว่ามีเด็กที่รู้ความอย่างเพ่ยหยูบ้าง เค่ออวี๋ก็คงไม่ลงไม้ลงมือกับเด็กดื้อพวกนั้นหรอก

เพ่ยหยูโบกมือลาเค่ออวี๋เมื่อคุณลุงใจดีเดินมาเรียกเธออีกครั้ง พี่ชายพี่สาวสามคนนั้นต่างขึ้นรถสามล้อไปก่อนหน้าเธอแล้ว พอเพ่ยหยูเดินมาถึงด้านหลังรถสามล้อ ชายวัยกลางคนที่มารับเด็กในวันนี้ก็อุ้มร่างเล็ก ๆ ของเพ่ยหยูให้นั่งดี ๆ ก่อนเขาจะเดินอ้อมไปและขับรถสามล้อออกจากสถานพักพิงชั่วคราวอย่างรวดเร็ว

เด็กสามคนที่อายุมากกว่าเพ่ยหยูไม่กี่ปีเห็นว่าเพ่ยหยูเด็กมากและดูสะอาดสะอ้านกว่าพวกเธอราวฟ้ากับเหว พวกเขาจึงไม่มีใครกล้าชวนเพ่ยหยูคุยเลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งเพ่ยหยูเองก็ไม่คิดจะรบกวนพี่ ๆ พวกนี้ ถึงแม้เธอจะอยู่ร่วมกับพวกเขามาก่อนในสถานพักพิง แต่เพ่ยหยูก็ไม่เคยพูดคุยกับคนพวกนี้มาก่อน มีเพียงพี่ชายพี่สาวที่ไปอยู่ที่อื่นก่อนเธอสองสามคนเท่านั้นที่เพ่ยหยูเคยคุยและเล่นด้วยกัน

สามล้อขับไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจว่าบนรถด้านหลังจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เขาทำหน้าที่รับเด็กและคนชราที่อยู่สถานพักพิงมาหลายปีแล้ว สถาบันสวัสดิการสังคมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลให้ดูแลคนไร้ญาติเป็นหลัก ส่วนผู้อพยพจะถูกแยกออกไปทำงานตามหน้าที่ที่ทางการมอบหมายเอาไว้ให้ บางคนก็ถูกส่งไปทำงานเกษตรตามชนบท บางคนหากมีความรู้หน่อยก็จะได้รับตำแหน่งงานที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้แทนการรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอย่างเดียวเหมือนกับคนที่อาศัยอยู่ในสถาบันสวัสดิการสังคมซึ่งเขาทำงานอยู่

รถสามล้อเคลื่อนมาถึงสถาบันสวัสดิการสังคมเมืองซูโจวในเวลาไม่นาน เพ่ยหยูมองไปตรงหน้าที่มีประตูรั้วเหล็กซึ่งติดกับกำแพงสีเทาหม่นสูงตระหง่านล้อมรอบเอาไว้อย่างแน่นหนา ด้านหน้าประตูมีทหารบ้านสองนายยืนทำหน้าที่อยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ชีวิตชีวา เพ่ยหยูได้แต่คิดในใจว่าเธอจะสามารถอยู่ที่นี่ได้จนกว่าครอบครัวจะหาพบหรือไม่ บรรยากาศที่เงียบราวกับป่าช้านั้นทำให้เพ่ยหยูรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอพยายามกดข่มความหวาดกลัวที่กำลังเอ่อท้นออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุเอาไว้สุดความสามารถ เพ่ยหยูจำได้ดีว่าเด็กที่งอแงจะถูกลงโทษอย่างไรในตอนอยู่สถานพักพิงชั่วคราว โชคดีที่เพ่ยหยูไม่ถูกทำร้ายที่นั่น

วันนี้มีกี่คนลุงฮู” ทหารบ้านนายหนึ่งถามขึ้นตามหน้าที่

สี่คนน่ะ เดี๋ยวจะพาไปรายงานตัวให้ ผอ. ทราบก่อน” ลุงฮูตอบอย่างขอไปที

รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวลุงยังต้องไปรับผักมาไว้ทำกับข้าวไม่ใช่หรือไง” ทหารบ้านอีกนายเอ่ย

รู้แล้วน่า ไปล่ะ” ลุงฮูพูดจบก็ขับสามล้อเข้าประตูที่ทหารบ้านเปิดให้ทันที

อาคารเก่าคร่ำคร่าที่สร้างจากอิฐสีเทาหม่นยิ่งทำให้บรรยากาศของสถาบันสวัสดิการสังคมยิ่งดูเคร่งขรึมมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูเห็นพี่ชายพี่สาวหลายคนเดินเรียงแถวกันผ่านไปอีกทางหนึ่งก็ยิ่งมองด้วยความสงสัย เสื้อผ้าของทุกคนเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด สีเทาหม่นของเสื้อผ้าพวกนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าเย็นชาของพวกพี่ชายพี่สาวดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เพ่ยหยูรีบเอามือปิดปากน้อย ๆ เอาไว้เพื่อไม่ให้เธออุทานออกมาจากความตกใจ พอดีกับที่รถสามล้อเคลื่อนที่ไปอีกด้านหนึ่งแล้วไปหยุดลงด้านหน้าอาคารหลังเล็กหลังหนึ่งพอดี

มา ๆ ลงมากันได้แล้ว” ลุงฮูจอดรถเสร็จก็เดินมายกกระเป๋าของเด็กทั้งสี่คนลงให้ โดยเพ่ยหยูยังอ้าแขนสองข้างเพื่อขอให้ลุงฮูอุ้มลงจากรถที่สูงกว่าตัวเธอด้วย ซึ่งลุงฮูก็ไม่ได้รังเกียจเด็กที่สะอาดสะอ้านอย่างเพ่ยหยูแต่แรก เขาจึงอุ้มเธอลงมา

ขอบคุณค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูเมื่อยืนดีแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เธอไม่อยากทำให้คนอื่นเป็นห่วงหากเธอแสดงท่าทางหวาดกลัวสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา อีกอย่างเพ่ยหยูก็กลัวว่าตัวเองจะร้องไห้ออกมาจากความกลัวที่เห็นท่าทางไร้ชีวิตชีวาของพวกพี่ชายพี่สาวเมื่อครู่นี้

ไม่เป็นไร ตามลุงเข้าไปรายงานตัวด้านในก่อน” ลุงฮูยังถือกระเป๋าใบเล็กให้เพ่ยหยูซึ่งอายุน้อยที่สุดในเด็กที่เขารับมาวันนี้ด้วย เขาไม่รู้หรอกว่ากระเป๋าใบนี้สำคัญหรือไม่ เขามีหน้าที่แค่ช่วยเด็กตัวเล็กอย่างเพ่ยหยูถือมันก็เท่านั้น

สถาบันแห่งนี้บริหารงานโดยคณะกรรมการปฏิวัติซึ่งก็คือจูข่ายหนิง เธอรับหน้าที่ทำงานบริหารที่นี่มานานกว่าสิบปีแล้ว เด็กที่เข้าออกสถาบันมีจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยหน้าที่ของเธอต้องรับทราบว่ามีใครเข้าออกสถาบันบ้าง จูข่ายหนิงจึงเป็นผู้ที่ทำเอกสารของเด็กพวกนี้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด ส่วนคนชราหรือผู้ป่วยที่เข้ามาอยู่ที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่อย่างชุ่ยเหลียนคอยรับผิดชอบดูแลแทนเธอ

วันนี้มีแค่สี่คนนี้เหรอลุงฮู เอกสารของพวกเธอล่ะ เอามาให้ฉันดูหน่อย” จูข่ายหนิงเอ่ยขึ้นหลังอนุญาตให้ลุงฮูที่เพิ่งเคาะประตูเข้ามาได้ก่อนหน้านี้

ใช่ครับ ผอ. นี่เป็นเอกสารของพวกเธอครับ ผมเอากระเป๋าวางให้เด็กก่อนนะครับ” ลุงฮูบอกก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสี่ชุดให้กับจูข่ายหนิง จากนั้นเขาก็วางกระเป๋าของเพ่ยหยูลงตรงหน้าให้กับเธอพร้อมรอยยิ้มบาง

อืม… คุณออกไปก่อนเถอะ ฉันจะบอกระเบียบการพักอยู่ที่นี่ให้พวกเขาฟังเอง” จูข่ายหนิงรู้ดีว่าลุงฮูยังมีงานอื่นต้องทำอีก เธอจึงไม่อยากรั้งเขาเอาไว้นานนัก

ครับ ผอ. ผมขอตัวก่อนครับ” ลุงฮูค้อมหัวคำนับจูข่ายหนิงก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ที่นี่ทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน ไม่ว่าพวกเธอจะเคยอยู่ที่ไหนมาก่อน แต่หลังจากเข้ามาอยู่ที่นี่ก็จะต้องทำตามกฎของที่นี่ เข้าใจไหม” จูข่ายหนิงบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอไม่มีครอบครัวจึงได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลสถาบันแห่งนี้มาตลอดหลายปี

เข้าใจครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสี่ต่างเอ่ยอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาไม่มีใครกล้าทำตัวไม่ดีเลยแม้แต่คนเดียว ก็ใครใช้ให้ใบหน้าของจูข่ายหนิงดุร้ายนักเล่า พวกเขาที่เคยอยู่สถานพักพิงมาก่อนจึงพากันหวาดกลัวไปตาม ๆ กัน ยังดีที่ไม่มีใครร้องไห้ออกมาเสียก่อน

ดี เพ่ยหยูอายุน้อยที่สุดสินะ เธอยังไม่ต้องทำงานเหมือนพวกเขา รอให้โตกว่านี้ก่อนอีกสักปีสองปี ฉันจะมอบหมายงานเบา ๆ ให้ก็แล้วกันนะ” จูข่ายหนิงมองเพ่ยหยูที่รูปร่างหน้าตาต่างจากเด็กอีกสามคนอย่างครุ่นคิด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กท่าทางร่ำรวยคนนี้ถึงถูกส่งมาที่นี่ได้

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ผลสอบออกแล้ว

    บรรยากาศในการทานอาหารเป็นไปอย่างสนุกสนาน โทนี่คุยเก่งมากและเล่าเรื่องราวที่เขากับอลันได้เข้าไปเป็นเพื่อนกับคนเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนได้อย่างไรให้ทุกคนฟัง เซี่ยเยี่ยนเองก็นั่งฟังไปด้วยเงียบ ๆ ตามปกติ เขายังคอยตักอาหารให้เพ่ยหยูอย่างคุ้นชิน จนโทนี่แซวเซี่ยเยี่ยนอยู่หลายครั้งว่าไม่เคยเห็นเขาดูแลใครดีแบบนี้มาก่อน ทำเอาเพ่ยหยูถึงกับหน้าแดงก่ำจากความเขินเล็กน้อย คนอื่น ๆ เองก็ได้แต่ขำกับความขี้เล่นของโทนี่เวลาทานอาหารกว่าหนึ่งชั่วโมงผ่านไปไวราวกับโกหก เซี่ยเยี่ยนเป็นคนเลี้ยงอาหารมื้อนี้ให้กับทุกคนอย่างที่หลายคนคาดเดาเอาไว้“คุณปู่จะดูใบเสนอราคาเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติหรือเปล่าครับ ผมจะได้ให้ผานฟงขึ้นไปเอามาให้ครับ” เซี่ยเยี่ยนหันไปถามฉินจ้วงขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากห้องอาหาร“อ่า...ปู่เก

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ต่างก็ไม่ธรรมดา

    “พี่เซี่ยเก่งมากเลยนะครับที่สามารถก่อตั้งบริษัทดีขนาดนี้ขึ้นมาได้ ผมว่าผลประกอบการของพี่เซี่ยจะต้องน่าทึ่งมากแน่” เซียวอวี้ตงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขามีโอกาสเห็นสิ่งของล้ำยุคที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทของเซี่ยเยี่ยนหลายอย่าง เซียวอวี้ตงมั่นใจว่าในประเทศยังไม่มีสินค้าพวกนี้วางขายอย่างแน่นอน“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน โค้ดส่วนใหญ่ในสินค้าพวกนี้ก็เป็นพี่เซี่ยคิดค้นใช่ไหม ฉันว่าพี่เขานี่ถ่อมตัวมากเกินไปจริง ๆ ก่อนมาก็บอกพวกเราแค่ว่าบริษัทเล็ก ๆ แต่เท่าที่ดูมานี่กลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ” หวังหมิงทงหันไปคุยกับเพื่อนรักด้วยความชื่นชมเซี่ยเยี่ยน“ปู่ว่าเพื่อนของเสี่ยวเยี่ยนก็คงต่างคนต่างไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงก่อตั้งบริษัทระดับนี้ไม่ได้ในเวลาแค่ไม่กี่ปี” ฉินจ้วงเห็นด้วยกับเด็ก ๆ เขารู้ข้อมูลมาเล็กน้อยว่าเทคโนโลยีด้านโรบอทเป็นเพื่อนของเซี่ยเยี่ยนออกแบบ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ไม่ใช่เล็ก ๆ

    บอดี้การ์ดที่ขับรถเช่าไม่ได้ขึ้นไปกับทุกคนด้วย พวกเขาเลือกที่จะรออยู่ที่รถเพื่อดูแลรถให้คุณหนูและเพื่อนแทน ซึ่งฉินจ้วงเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ลิฟท์ขนาดใหญ่พาทุกคนขึ้นไปถึงชั้น 11 ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อออกจากลิฟท์แล้ว เสียงพนักงานต้อนรับก็ดังขึ้นทันทีที่เธอเห็นว่าหนึ่งใน CEO ของบริษัทอย่างเซี่ยเยี่ยนที่ไม่ได้พบมานานเดินนำออกมา“อืม...โทนี่อยู่ชั้นบนหรือเปล่า” เซี่ยเยี่ยนถามพนักงานสาวกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา“ใช่ค่ะ ท่านกำลังรอคุณอยู่ค่ะ” พนักงานได้รับสายจากท่านประธานรักษาการตั้งแต่เช้าแล้ว“เดี๋ยวผมจะพาเดินดูจุดแสดงสินค้าของบริษัทด้านโน้นก่อนนะครับ จากนั้นผมจะพ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   รอลุ้นผลสอบ

    เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงรีบพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม พวกเขาคิดว่าการสอบในช่วงเช้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ช่วงบ่ายนี้ยังมีแต่วิชาพื้นฐานที่พวกเขาถนัดอีกด้วยเมื่อทุกคนทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว พวกเพ่ยหยูตรวจสอบสิ่งของที่ต้องนำเข้าห้องสอบอีกครั้ง จากนั้นทั้งสามก็เดินไปรอตรวจที่หน้าประตูหอประชุมใหญ่อีกครั้งเซี่ยเยี่ยนได้แต่มองตามแผ่นหลังบางและหวังว่าสิ่งที่เขาติวให้ทุกคนจะช่วยให้พวกเขาสามารถสอบผ่านได้อย่างราบรื่น พรุ่งนี้ยังมีวิชาสำคัญของแต่ละสาขาที่พวกเขาจะต้องทำข้อสอบกันด้วย เซี่ยเยี่ยนไม่อยากให้ทั้งสามต้องเครียดเกินไป เขาคิดจะปล่อยให้พวกเพ่ยหยูได้พักผ่อนกันให้เต็มที่ก่อนจะสอบในวันพรุ่งนี้แทนที่จะต้องมานั่งทบทวนตำราจนดึกดื่นสามชั่วโมงต่อมา เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงในที่สุดก็ออกมาจากหอประชุมกันเสียที พวกเขายิ้มกว้า

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   คู่แข่งจำนวนมาก

    “เป็นยังไงกันบ้างเด็ก ๆ วันนี้อาจารย์เซี่ยให้พักผ่อนกันแล้วสินะ” ฉินจ้วงยิ้มทักทาย“ใช่ค่ะคุณปู่ หนูคิดว่ากินข้าวเสร็จจะขึ้นไปนอนพักต่ออีกหน่อย เมื่อคืนก็นอนกันเกือบจะเช้าแล้วน่ะค่ะ แค่กลัวคุณปู่ไม่มีเพื่อนกินข้าว หนูเลยรีบลงมาก่อน” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกปู่“ไฮ้! ปู่จะไม่มีเพื่อนได้ยังไงกันล่ะ เสี่ยวเยี่ยนก็อยู่กับปู่ตลอด” ฉินจ้วงได้รับการดูแลจากเซี่ยเยี่ยนเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าตัวเซี่ยเยี่ยนเองก็นอนดึกไม่ต่างจากเด็ก ๆ แต่ความรับผิดชอบของเขานั้นมีมากกว่าเด็กอย่างพวกเพ่ยหยู“ขอบคุณพี่เยี่ยนนะคะที่คอยอยู่กับคุณปู่” เพ่ยหยูยิ้มหวานหันไปขอบคุณคู่หมั้น“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกนะครับ เป็นหน้าท

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   แทบไม่ได้นอน

    “พ่อครับ ผมกับเสวี่ยเวยจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อเองนะครับ เด็ก ๆ จะได้ตั้งใจติวหนังสือกัน ถ้าพ่ออยากออกไปเที่ยว พวกเราก็จะไปด้วยครับ” ฉินเหวินหันไปบอกพ่อของเขาพร้อมรอยยิ้ม หลายวันมานี้พวกเขาไม่ค่อยได้เข้าไปหาท่านเพราะรู้ดีว่าเด็ก ๆ ยังไม่ได้เริ่มติว“ดีเลย พ่ออยากไปขับรถชมเมืองพรุ่งนี้พอดี พวกเธอก็ไปด้วยกันเถอะ” ฉินจ้วงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่ลูกชายกับลูกสะใภ้อาสาจะอยู่เป็นเพื่อนเขา“ไม่มีปัญหาค่ะคุณพ่อ พวกเราจะมารับคุณพ่อหลังมื้อเช้านะคะ” หลงเสวี่ยเวยยิ้มตอบ เธอก็อยากเห็นสภาพแวดล้อมของเมืองที่ลูกสาวอาศัยอยู่เหมือนกันหลังจบมื้ออาหาร พวกเขาก็เดินทางกลับบ้านที่ฝั่งเคมบริดจ์กันทันที โดยฉินเหวินกับหลงเสวี่ยเวยส่งบอดี้การ์ดให้ไปแวะซื้ออาหารที่ไชน่าทาวน์เตรียมไว้เป็นมื้อเย็นด้วย พวกเขาจะอยู่เป็นเพื่อนฉินจ้วงกันที่

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น่าสนใจ

    “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เด็กใหม่

    “ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status