LOGIN“พี่เซี่ยเก่งมากเลยนะครับที่สามารถก่อตั้ง
บรรยากาศในการทานอาหารเป็นไปอย่างสนุกสนาน โทนี่คุยเก่งมากและเล่าเรื่องราวที่เขากับอลันได้เข้าไปเป็นเพื่อนกับคนเย็นชาอย่างเซี่ยเยี่ยนได้อย่างไรให้ทุกคนฟัง เซี่ยเยี่ยนเองก็นั่งฟังไปด้วยเงียบ ๆ ตามปกติ เขายังคอยตักอาหารให้เพ่ยหยูอย่างคุ้นชิน จนโทนี่แซวเซี่ยเยี่ยนอยู่หลายครั้งว่าไม่เคยเห็นเขาดูแลใครดีแบบนี้มาก่อน ทำเอาเพ่ยหยูถึงกับหน้าแดงก่ำจากความเขินเล็กน้อย คนอื่น ๆ เองก็ได้แต่ขำกับความขี้เล่นของโทนี่เวลาทานอาหารกว่าหนึ่งชั่วโมงผ่านไปไวราวกับโกหก เซี่ยเยี่ยนเป็นคนเลี้ยงอาหารมื้อนี้ให้กับทุกคนอย่างที่หลายคนคาดเดาเอาไว้“คุณปู่จะดูใบเสนอราคาเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติหรือเปล่าครับ ผมจะได้ให้ผานฟงขึ้นไปเอามาให้ครับ” เซี่ยเยี่ยนหันไปถามฉินจ้วงขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากห้องอาหาร“อ่า...ปู่เก
“พี่เซี่ยเก่งมากเลยนะครับที่สามารถก่อตั้งบริษัทดีขนาดนี้ขึ้นมาได้ ผมว่าผลประกอบการของพี่เซี่ยจะต้องน่าทึ่งมากแน่” เซียวอวี้ตงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขามีโอกาสเห็นสิ่งของล้ำยุคที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทของเซี่ยเยี่ยนหลายอย่าง เซียวอวี้ตงมั่นใจว่าในประเทศยังไม่มีสินค้าพวกนี้วางขายอย่างแน่นอน“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน โค้ดส่วนใหญ่ในสินค้าพวกนี้ก็เป็นพี่เซี่ยคิดค้นใช่ไหม ฉันว่าพี่เขานี่ถ่อมตัวมากเกินไปจริง ๆ ก่อนมาก็บอกพวกเราแค่ว่าบริษัทเล็ก ๆ แต่เท่าที่ดูมานี่กลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ” หวังหมิงทงหันไปคุยกับเพื่อนรักด้วยความชื่นชมเซี่ยเยี่ยน“ปู่ว่าเพื่อนของเสี่ยวเยี่ยนก็คงต่างคนต่างไม่ธรรมดาเหมือนกันนะ ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงก่อตั้งบริษัทระดับนี้ไม่ได้ในเวลาแค่ไม่กี่ปี” ฉินจ้วงเห็นด้วยกับเด็ก ๆ เขารู้ข้อมูลมาเล็กน้อยว่าเทคโนโลยีด้านโรบอทเป็นเพื่อนของเซี่ยเยี่ยนออกแบบ
บอดี้การ์ดที่ขับรถเช่าไม่ได้ขึ้นไปกับทุกคนด้วย พวกเขาเลือกที่จะรออยู่ที่รถเพื่อดูแลรถให้คุณหนูและเพื่อนแทน ซึ่งฉินจ้วงเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ลิฟท์ขนาดใหญ่พาทุกคนขึ้นไปถึงชั้น 11 ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อออกจากลิฟท์แล้ว เสียงพนักงานต้อนรับก็ดังขึ้นทันทีที่เธอเห็นว่าหนึ่งใน CEO ของบริษัทอย่างเซี่ยเยี่ยนที่ไม่ได้พบมานานเดินนำออกมา“อืม...โทนี่อยู่ชั้นบนหรือเปล่า” เซี่ยเยี่ยนถามพนักงานสาวกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเย็นชา“ใช่ค่ะ ท่านกำลังรอคุณอยู่ค่ะ” พนักงานได้รับสายจากท่านประธานรักษาการตั้งแต่เช้าแล้ว“เดี๋ยวผมจะพาเดินดูจุดแสดงสินค้าของบริษัทด้านโน้นก่อนนะครับ จากนั้นผมจะพ
เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงรีบพยักหน้ารับคำพร้อมรอยยิ้ม พวกเขาคิดว่าการสอบในช่วงเช้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ช่วงบ่ายนี้ยังมีแต่วิชาพื้นฐานที่พวกเขาถนัดอีกด้วยเมื่อทุกคนทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว พวกเพ่ยหยูตรวจสอบสิ่งของที่ต้องนำเข้าห้องสอบอีกครั้ง จากนั้นทั้งสามก็เดินไปรอตรวจที่หน้าประตูหอประชุมใหญ่อีกครั้งเซี่ยเยี่ยนได้แต่มองตามแผ่นหลังบางและหวังว่าสิ่งที่เขาติวให้ทุกคนจะช่วยให้พวกเขาสามารถสอบผ่านได้อย่างราบรื่น พรุ่งนี้ยังมีวิชาสำคัญของแต่ละสาขาที่พวกเขาจะต้องทำข้อสอบกันด้วย เซี่ยเยี่ยนไม่อยากให้ทั้งสามต้องเครียดเกินไป เขาคิดจะปล่อยให้พวกเพ่ยหยูได้พักผ่อนกันให้เต็มที่ก่อนจะสอบในวันพรุ่งนี้แทนที่จะต้องมานั่งทบทวนตำราจนดึกดื่นสามชั่วโมงต่อมา เพ่ยหยู เซียวอวี้ตงและหวังหมิงทงในที่สุดก็ออกมาจากหอประชุมกันเสียที พวกเขายิ้มกว้า
“เป็นยังไงกันบ้างเด็ก ๆ วันนี้อาจารย์เซี่ยให้พักผ่อนกันแล้วสินะ” ฉินจ้วงยิ้มทักทาย“ใช่ค่ะคุณปู่ หนูคิดว่ากินข้าวเสร็จจะขึ้นไปนอนพักต่ออีกหน่อย เมื่อคืนก็นอนกันเกือบจะเช้าแล้วน่ะค่ะ แค่กลัวคุณปู่ไม่มีเพื่อนกินข้าว หนูเลยรีบลงมาก่อน” เพ่ยหยูยิ้มหวานบอกปู่“ไฮ้! ปู่จะไม่มีเพื่อนได้ยังไงกันล่ะ เสี่ยวเยี่ยนก็อยู่กับปู่ตลอด” ฉินจ้วงได้รับการดูแลจากเซี่ยเยี่ยนเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าตัวเซี่ยเยี่ยนเองก็นอนดึกไม่ต่างจากเด็ก ๆ แต่ความรับผิดชอบของเขานั้นมีมากกว่าเด็กอย่างพวกเพ่ยหยู“ขอบคุณพี่เยี่ยนนะคะที่คอยอยู่กับคุณปู่” เพ่ยหยูยิ้มหวานหันไปขอบคุณคู่หมั้น“ไม่ต้องขอบคุณพี่หรอกนะครับ เป็นหน้าท
“พ่อครับ ผมกับเสวี่ยเวยจะเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อเองนะครับ เด็ก ๆ จะได้ตั้งใจติวหนังสือกัน ถ้าพ่ออยากออกไปเที่ยว พวกเราก็จะไปด้วยครับ” ฉินเหวินหันไปบอกพ่อของเขาพร้อมรอยยิ้ม หลายวันมานี้พวกเขาไม่ค่อยได้เข้าไปหาท่านเพราะรู้ดีว่าเด็ก ๆ ยังไม่ได้เริ่มติว“ดีเลย พ่ออยากไปขับรถชมเมืองพรุ่งนี้พอดี พวกเธอก็ไปด้วยกันเถอะ” ฉินจ้วงยิ้มกว้างออกมาทันทีที่ลูกชายกับลูกสะใภ้อาสาจะอยู่เป็นเพื่อนเขา“ไม่มีปัญหาค่ะคุณพ่อ พวกเราจะมารับคุณพ่อหลังมื้อเช้านะคะ” หลงเสวี่ยเวยยิ้มตอบ เธอก็อยากเห็นสภาพแวดล้อมของเมืองที่ลูกสาวอาศัยอยู่เหมือนกันหลังจบมื้ออาหาร พวกเขาก็เดินทางกลับบ้านที่ฝั่งเคมบริดจ์กันทันที โดยฉินเหวินกับหลงเสวี่ยเวยส่งบอดี้การ์ดให้ไปแวะซื้ออาหารที่ไชน่าทาวน์เตรียมไว้เป็นมื้อเย็นด้วย พวกเขาจะอยู่เป็นเพื่อนฉินจ้วงกันที่
เด็กสี่คนที่ยืนคุยกันอยู่เป็นจุดสนใจให้กับคนที่กำลังทำครัวอยู่ไม่น้อย พวกเขาหันไปมองกลุ่มของเพ่ยหยูไม่นานก็หันกลับไปทำงานของตัวเองเงียบ ๆ ต่อ ในตอนที่พวกเขาได้มาอยู่ที่นี่ครั้งแรกก็ไม่ต่างจากพวกเพ่ยหยูนัก แต่ละคนทั้งกลัวทั้งกังวลแต่ก็ไม่ถึงกับขาดค
เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ
“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ
“เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช







