Share

สถานพักพิงชั่วคราว

Penulis: 橙花
last update Tanggal publikasi: 2026-05-15 17:00:47

อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

หนูจะดูแลตัวเองดี ๆ ค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูพยักหน้ารับคำอย่างน่ารัก เธอไม่รู้หรอกว่าต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนจนกว่าพ่อแม่จะมารับกลับ เพราะตอนที่เธอหลงมานั้นเป็นช่วงที่คนลงรถไฟพร้อมกันจำนวนมาก เพ่ยหยูที่เพิ่งออกจากห้องน้ำจึงพลัดหลงกับแม่ที่พามาเข้าห้องน้ำไปโดยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เธอจำไม่ได้ว่าพ่อแม่จะพาไปที่ไหน เพ่ยหยูรู้แค่ว่าการมาครั้งนี้พี่ชายของเธอไม่ได้ตามมาด้วย มีแค่เธอที่ยังเล็กอยู่ พ่อแม่จึงไม่อยากทิ้งไว้ที่บ้านคุณปู่เหมือนพี่ชาย

ผมฝากดูแลเธอด้วยนะครับ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย คุณรับเอาไว้เถอะ” ตำรวจอีกนายรวบรวมเงินจากเพื่อนที่เคยดูแลเพ่ยหยูมาได้เกือบห้าสิบหยวน เขาจึงแอบมอบให้คนดูแลเพื่อที่เพ่ยหยูจะได้ไม่ลำบากตอนพักอยู่ที่นี่ระหว่างรอตามหาครอบครัว

โอ้ ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันจะดูแลเธออย่างดี” เจ้าหน้าที่อย่างเค่ออวี๋มีหรือจะไม่รับเงินนี้ไว้ เธอไม่รู้หรอกว่าเด็กหญิงที่มาใหม่เป็นลูกเต้าเหล่าใครพลัดหลงมา หน้าที่เธอมีแค่คอยดูแลไม่ให้คนที่นี่ก่อความวุ่นวายก็เท่านั้น การช่วยดูแลเด็กคนหนึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรด้วย แค่หาของกินและจัดที่นอนให้ก็น่าจะพอแล้ว เธอไม่คิดที่จะสนใจหรอกว่าคนอื่นในสถานพักพิงจะคิดอย่างไรกับเธอ ขอแค่เงินถึง เธอก็ยินดีดูแลเด็กคนนี้ให้ดีขึ้นมาหน่อยก็พอแล้ว

ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะครับ ว่าง ๆ เราจะมาเยี่ยมเพ่ยหยูใหม่” ตำรวจเห็นว่าเจ้าหน้าที่รับปากแล้วก็ค่อยสบายใจขึ้นมาบ้าง พวกเขายังมีงานต้องทำจึงอยู่นานไม่ได้

บ๊าย บายค่ะคุณลุง” เพ่ยหยูโบกมือเล็กเมื่อได้ยินว่าคุณลุงใจดีที่ดูแลเธอมาหลายวันจะกลับกันแล้ว ก่อนหน้านี้เธอกลัวมากที่ไม่พบพ่อแม่ แต่พอได้ยินหลายคนคอยปลอบโยน เพ่ยหยูจึงมีจิตใจเข้มแข็งและรอคอยอย่างอดทนมาได้จนถึงตอนนี้ เธอคิดว่าถึงจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่เธอก็จะต้องใช้ชีวิตให้ดีจนกว่าพวกท่านจะตามหาเธอพบในสักวันหนึ่ง

เค่ออวี๋ที่ช่วยถือกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กของเพ่ยหยูให้ก็โบกมือลาตำรวจทั้งสองนายเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นพวกเขาหายลับตาไป เค่ออวี๋ก็มองเพ่ยหยูขึ้น ๆ ลง ๆ พักใหญ่

เพ่ยหยู ฉันจะพาไปดูเตียงนอนนะ หนูตามฉันมาดี ๆ ล่ะ” เค่ออวี๋รู้ดีว่าคนในสถานพักพิงแห่งนี้มีร้อยพ่อพันแม่ แถมยังมีพวกผู้อพยพที่ไม่รู้ที่มาอีกไม่น้อย เค่ออวี๋รับเงินมาแล้วก็ต้องดูแลเด็กอย่างเพ่ยหยูให้ดีจนกว่าครอบครัวเธอจะมารับกลับไป เพราะเค่ออวี๋ดู ๆ แล้วก็พบว่าเพ่ยหยูรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งขว้างซึ่งเคยเห็นมาก่อนหน้านี้ ปกติแล้วเด็กที่ถูกครอบครัวนำมาทิ้งมักจะสวมเสื้อผ้าเก่าขาด ร่างกายผ่ายผอมและยังสกปรกมากด้วย ต่างจากเพ่ยหยูที่ร่างกายอวบอ้วนสมวัย ผิวพรรณขาวนวลเปล่งปลั่งและร่างกายสะอาดลิบลับ เค่ออวี๋จึงต้องดูแลเพ่ยหยูให้ดี เผื่อว่าครอบครัวเด็กคนนี้จะร่ำรวยและให้เงินเธอเพิ่ม

ค่ะพี่สาวคนสวย” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบกลับไป เธอเห็นคนมากมายในสถานพักพิงนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ภายในก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้พวกเขา เพ่ยหยูจึงรีบเดินเร็ว ๆ ตามติดเค่ออวี๋ไปทันที

เค่ออวี๋พอได้ยินเพ่ยหยูเรียกตัวเองแบบนี้ก็ยิ่งพอใจ เธออยู่แต่กับพวกคนเร่ร่อนในนี้ซึ่งมีนิสัยหยาบกระด้างมานานจึงไม่คิดว่าจะได้พบเด็กน้อยปากหวานอย่างเพ่ยหยู เค่ออวี๋ชอบให้คนชมเธอมากกว่าเอาแต่ตะโกนเรียกหาเธอเหมือนคนรับใช้ เค่ออวี๋จึงคิดจะดูแลเพ่ยหยูให้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้สักหน่อย

เค่ออวี๋พาเพ่ยหยูเดินลัดเลาะไปยังอาคารเก่าหลังหนึ่ง ในนั้นมีเตียงเรียงรายกันอยู่ประมาณห้าสิบเตียง ที่นั่นมีเด็กอายุมากกว่าเพ่ยหยูพักอยู่หลายคน แต่สภาพของแต่ละคนล้วนแล้วแต่สกปรกมอมแมมทั้งนั้น เค่ออวี๋เห็นเด็กเหล่านี้นั่งเล่นนอนเล่นกันก็เบะปากอย่างรังเกียจ เธอดูแลเด็กพวกนี้ก็แค่หาอาหารมาให้ได้กินกันวันละมื้อพออิ่มท้องเท่านั้น

เพ่ยหยู หนูอยู่เตียงนี้นะจ๊ะ เดี๋ยวพี่สาวจะทำความสะอาดให้” เค่ออวี๋เห็นว่าเตียงนี้ห่างจากเตียงของเด็กคนอื่นอยู่พอสมควร เธอจึงอยากให้เพ่ยหยูอยู่คนเดียวตรงนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กพวกนั้นมายุ่งเกี่ยวกับลูกค้ารายใหญ่ของเธออย่างเพ่ยหยู

ขอบคุณมากค่ะพี่สาว” เพ่ยหยูเห็นเตียงและตู้เก่าที่อยู่ติดกันก็ไม่ได้เรื่องมากอะไร ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนเธอจะเป็นคุณหนูของบ้านก็ตามที แต่ตอนนี้เพ่ยหยูคิดเพียงอยากเอาชีวิตให้รอดจนกว่าครอบครัวของเธอจะตามหาพบก็เท่านั้น

เค่ออวี๋เห็นเพ่ยหยูเชื่อฟังก็พอใจไม่น้อย เธอนำกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ไว้ในตู้ข้างเตียงให้กับเพ่ยหยู จากนั้นก็ปัดฝุ่นและไปหาผ้ามาเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบ ๆ ไม่นาน ก่อนที่เค่ออวี๋จะบอกให้เพ่ยหยูรอเธออยู่ที่นี่แล้วแยกไปหาที่นอน หมอนและมุ้งซึ่งสะอาด ๆ มากกว่าอันเก่าที่อยู่เตียงนี้ ปกติแล้วเค่ออวี๋จะทำเพียงแค่พาเด็กมาอยู่ที่นี่แล้วเลือกเตียงให้พวกเขาก็เท่านั้น เค่ออวี๋ไม่คิดสนใจเด็กที่ถูกทิ้งแต่แรก เพราะอย่างไรเสียครอบครัวพวกเขาก็คงไม่กลับมารับเด็กพวกนี้อยู่แล้ว พวกเขาแค่รอเวลาที่จะย้ายไปอยู่สถาบันสวัสดิการสังคมของเมืองซูโจวซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองก็เท่านั้น ต่างจากเพ่ยหยูที่น่าจะมีคนมาตามหามากกว่า

เอาล่ะ เพ่ยหยูอยู่ที่นี่ดี ๆ นะ พี่สาวจะมาส่งอาหารให้พร้อมอาหารคนอื่น พี่สาวต้องไปทำงานด้านนอกต่อแล้ว” เค่ออวี๋ยังมีงานต้องทำอีกมาก เธอไม่สามารถอยู่เฝ้าเพ่ยหยูตลอดเวลาได้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยเค่ออวี๋ก็สามารถมาคอยดูแลเพ่ยหยูบ่อย ๆ ได้ตามที่ตำรวจทั้งสองนายไหว้วานเอาไว้ก่อนหน้านี้

ได้ค่ะ เพ่ยหยูจะรอพี่สาวมาหานะคะ” เพ่ยหยูยิ้มแป้นบอก เธอปีนขึ้นไปนั่งหย่อนขาเล่นที่เตียงแล้วมองโรงนอนไปมาอย่างสนอกสนใจ

เค่ออวี๋เห็นว่าเพ่ยหยูไม่งอแงเหมือนเด็กในวัยเดียวกันก็ค่อยเบาใจขึ้นมาบ้าง ที่นี่มีเด็กอายุมากกว่าเพ่ยหยูสองสามปีถูกทิ้งไม่น้อย เด็กพวกนั้นเมื่อมาที่นี่ครั้งแรกต่างก็ร้องไห้งอแงจะกลับบ้านท่าเดียว ทำเอาเค่ออวี๋อดโมโหจนลงมือกับเด็กพวกนั้นไม่ได้

สามเดือนต่อมา

การประกาศตามหาครอบครัวเพ่ยหยูไม่ประสบความสำเร็จ เพราะพวกเขาคิดว่าเพ่ยหยูนั้นแซ่เพ่ยจึงไม่มีใครคิดว่าคนในครอบครัวเพ่ยหยูที่กำลังออกตามหาอย่างบ้าคลั่งนั้นเป็นครอบครัวของเธอจนเวลาล่วงเลยครบกำหนดที่ต้องส่งเพ่ยหยูไปอยู่สถาบันสวัสดิการสังคมของเมืองซูโจวในวันนี้มาถึง ทำให้เค่ออวี๋ทำได้แค่ต้องจัดการเรื่องให้เพ่ยหยูตามระเบียบได้เท่านั้น

ระหว่างที่เพ่ยหยูอยู่ในสถานพักพิงชั่วคราว บรรดาตำรวจที่เคยดูแลเพ่ยหยูก็มาเยี่ยมกันสัปดาห์ละครั้งสองครั้งและคอยมอบเงินให้เค่ออวี๋เพื่อดูแลเพ่ยหยูแทนพวกเขา ซึ่งเพ่ยหยูที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ไม่ได้คิดมากอะไร เธอยังรู้จักเด็กหลายคนที่อายุมากกว่าที่นี่ด้วย ยังดีที่ไม่มึใครมารังแกเพ่ยหยู เพ่ยหยูยังรู้ว่าเด็กพวกนี้ต่างถูกครอบครัวนำมาทิ้งกันทั้งนั้น ต่างจากตัวเธอที่พลัดหลงมาเอง ถึงแม้ว่าจะนานมากแล้วที่ไม่ได้พบพ่อแม่ แต่เพ่ยหยูก็ยังคงรักษาจิตใจที่มั่นคงเอาไว้ได้ เธอไม่คิดยอมแพ้ง่าย ๆ เพราะรู้ดีว่าพ่อแม่ต้องตามหาเธอแน่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   จัดแจงที่พัก

    ฉินจ้วงหันไปบอกบอดี้การ์ดให้ไปกับผานฟงด้วยสี่คนทันที เขายังกำชับให้ทุกคนขับรถอย่างระมัดระวัง เพราะแต่ละคนเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก ฉินจ้วงจึงเป็นห่วงมาก“คุณพ่อคะ เราจะให้ใครไปอยู่บ้านเช่าหลังใหม่กันบ้างคะ” หลงเสวี่ยเวยรู้แล้วว่าบ้านหลังนี้มีห้องนอนแค่สี่ห้องเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับคนทั้งหมดแน่ ๆ“เสี่ยวเยี่ยน บ้านเช่ามีกี่ห้องเหรอลูก” ฉินจ้วงหันไปถามเซี่ยเยี่ยนที่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่“บ้านหลังนั้นมีเจ็ดห้องครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามที่ถามเพื่อนมา เพราะบ้านหลังนั้นปกติจะปล่อยเช่าเป็นห้องห้องไป เพียงแต่คนที่เช่าเกิดเรียนจบพร้อมกันเลยทำให้บ้านว่างทุกห้อง“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกลูกกับคุ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   หาบ้านเช่า

    “พี่เซี่ยมองฉันทำไมกันคะ” เพ่ยหยูเอ่ยถามเสียงเบา เธอกลัวว่าถ้าพูดเสียงดังเพื่อนจะตื่น“พี่แค่กลัวว่าน้องจะเจ็ทแลคน่ะครับ” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามตรง ถึงสีหน้าเขาจะเย็นชาแต่ดวงตาของเขาบอกเพ่ยหยูว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก“ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนั่งรถก็เวียนหัวอยู่เหมือนกัน” เพ่ยหยูบอกพร้อมรอยยิ้มบาง“เฮ้อ เป็นพี่ที่ดูแลพวกน้องได้ไม่ดีเองครับ” เซี่ยเยี่ยนอดถอนหายใจออกมาเสียงดังไม่ได้“อย่าโทษตัวเองสิคะ ฉันรู้ว่าพี่พยายามช่วยพวกเราเต็มที่แล้ว” เพ่ยหยูปลอบใจ“ขอบคุณนะครับที่ไม่ถือโทษพี่” เซี่ยเยี่ยนยังคงรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   คนเยอะเกินไป

    “ได้ค่ะคุณแม่” เพ่ยหยูรีบเดินไปประคองแขนอีกข้างของฉินจ้วงและเดินตามเซี่ยเยี่ยนเข้าไปภายในรั้วบ้านหลังขนาดกลางตรงหน้า เธอไม่รู้หรอกว่าห้องนอนอยู่ส่วนไหน“คุณชายให้พวกเขาช่วยกันดูดฝุ่นในห้องนั่งเล่นได้ไหมครับ ผมจะขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนให้นายท่านผู้เฒ่าฉินสักครู่” ผานฟงหันไปคุยกับเซี่ยเยี่ยน“อืม...นายรีบไปเถอะ” เซี่ยเยี่ยนพยักหน้ารับคำ จากนั้นเขาก็หันไปเรียกบอดี้การ์ดของฉินจ้วงให้มาช่วยกันทำความสะอาดภายในบ้านชั้นหนึ่งก่อน“พาคุณปู่ไปนั่งพักก่อนดีไหมคะพี่เซี่ย ที่นี่มีโซฟาไหม” เพ่ยหยูหันไปถามเซี่ยเยี่ยน ตอนนี้พวกเธอยังคงยืนกันอยู่หน้าประตูบ้านภายในแล้ว เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เพราะในบ้านยังไม่ได้เปิดหน้าต่างให้แสงเข้ามาภายในเลย

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เมืองเคมบริดจ์

    หลังจากพวกเขาทานข้าวและเข้าห้องน้ำกันเรียบร้อยแล้ว ฉินจ้วงก็พาทุกคนไปนั่งรอเครื่องบินเพื่อบินไปต่อเครื่องที่สนามบินนาริตะ จากนั้นยังต้องต่อเครื่องจากนิวยอร์กไปยังบอสตัสอีกครั้ง เมื่อถึงบอสตันก็ยังต้องต่อรถไปยังเมืองเคมบริดจ์โดยข้ามสะพานผ่านแม่น้ำชาลส์ ซึ่งฉินจ้วงคิดจะจ้างรถที่สนามบินบอสตันเพื่อความสะดวกสำหรับทุกคน“เฮ้อ ไม่รู้ว่าเดินทางครั้งนี้จะเหนื่อยมากแค่ไหนกันนะ กว่าจะไปต่อเครื่องอะไรอีก” เซียวอวี้ตงหันไปบ่นกับหวังหมิงทงที่นั่งข้างกัน“เอาน่า ยังไงพวกเราก็ต้องไปนี่นา นายก็อดทนหน่อย” หวังหมิงทงที่เคยเดินทางด้วยรถไฟกลับบ้านเกิดของตัวเองให้กำลังใจเพื่อนสนิทที่ไม่ค่อยเดินทางไกล“ลูกอย่าบ่นมากนักเลยอวี้ตง ไปถึงที่โน่นแล้วค่อยนอนพักยาว ๆ” เซียวเจิ้งพ่อของเซียวอวี้ตงได้ยินเสียงบ่นของลูกชายจึงชะโงกหน้าผ่านร่าง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ออกเดินทาง

    “อีกหนึ่งเดือนครับคุณปู่ฉิน” หลงไป๋บอกกำหนดการให้ทุกคนทราบ เขาส่งเอกสารไปเรียบร้อยนานแล้วตั้งแต่เรียนจบ และได้รับใบอนุมัติให้เข้าทำงานแล้วด้วย“อืม...ตั้งใจฝึกฝนล่ะรู้ไหม อย่าทำให้ตาเฒ่าหลงต้องเป็นห่วง” ฉินจ้วงเอ่ยบอกหลงไป๋ด้วยความเอ็นดู เขารู้ดีว่าหลงไป๋ถึงจะติดเล่นไปบ้าง แต่พอเอาจริงเอาจังแล้วก็ไม่ต่างจากหลงไท่เวยสักเท่าไหร่หรอก ยังไงลูกเสือก็คงไม่กลายเป็นหมาแน่นอน“ทราบแล้วครับคุณปู่ฉิน ตอนนี้ผมก็ลุกมาออกกำลังกายและฝึกฝนแต่เช้าครับ” หลงไป๋บอกถึงสิ่งที่เขากำลังทำอยู่เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการต้องไปทำงานเป็นทหารเหมือนพี่ชาย“เสียดายที่ฉันคงไม่ได้อยู่ส่งพี่ไป๋นะคะ ยังไงไปอยู่ในค่ายก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” เพ่ยหยูบอกด้วยสีหน้าเสียดายจริง ๆ ถึงเธอกับ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เลี้ยงส่งเพ่ยหยู(2)

    “เสี่ยวเยี่ยนก็จะไปกับเพ่ยหยูด้วยเหรอลูก” ฟ่งชิงชิงถามขึ้นเมื่อได้ยินว่าเซี่ยเยี่ยนก็จะเดินทางไปพร้อมทุกคนเช่นเดียวกัน“ใช่ครับคุณยาย ผมจะแวะไปดูบริษัทกับพาน้องไปดูบ้านผมที่นั่นครับ เผื่อน้องอยากอยู่ที่นั่นก็จะได้ไม่ต้องหาที่พักอื่นให้ลำบาก” เซี่ยเยี่ยนบอกไปตามตรง“อืม...ความจริงถ้าจะซื้อบ้านสักหลังที่นั่นก็ไม่ยากหรอกนะ ยังไงเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงก็จะเดินทางไปด้วยกันนี่นะ ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันได้ก็น่าจะดี ปู่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวหยูมากเกินไปน่ะ” ฉินจ้วงบอกความคิดของเขาให้ทุกคนฟัง เรื่องเงินทองไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาแต่แรกอยู่แล้ว เพราะตอนที่ฉินกวงไปเรียนที่อังกฤษ ฉินจ้วงก็ซื้อบ้านและให้บอดี้การ์ดส่วนตัวไปคอยดูแลฉินกวงจนกระทั่งเรียนจบ“มันจะไม่สิ้น

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น่าสนใจ

    “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวกลับหอพักก่อนนะคะ” เพ่ยหยูที่หอบหนังสือหลายเล่มเอาไว้รีบบอก เธอไม่คิดว่าหนังสือจะหนามากขนาดนี้“ไปเถอะ มีอะไรสง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เด็กใหม่

    “ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถาบันสวัสดิการสังคม

    “เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status