Share

เด็กใหม่

Author: 橙花
last update publish date: 2026-05-16 17:00:47

“ทราบแล้วค่ะคุณป้า ขอบคุณนะคะ” เพ่ยหยูยิ้มหวานตอบ เธอไม่ได้รู้สึกกลัว ผอ.จู เหมือนกับคนอื่น เพราะเพ่ยหยูเคยเข้าสังคมกับครอบครัวบ่อย ๆ จึงคุ้นเคยกับผู้ใหญ่อย่าง ผอ.จู ดี

“อืม… เดี๋ยวฉันจะพาไปที่โรงนอนนะ แต่ก่อนไปฉันจะพาไปเอาเสื้อผ้าก่อน พวกเธอจะได้รับคนละสองชุดเหมือนกันหมด เอาล่ะ ไปกันเถอะ” ผอ.จู ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานแล้วเดินนำเด็กทั้งสี่คนออกไป เธอไม่ได้สนใจว่าเพ่ยหยูจะยกกระเป๋าไหวหรือเปล่า เพราะเด็กที่นี่จะต้องช่วยเหลือตัวเองเป็น ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม

เพ่ยหยูตัวน้อยใช้สองมืออุ้มกระเป๋าที่ใบใหญ่แทบจะเท่าตัวเธอตามหลังไปอย่างทุลักทุเลพอสมควร เพ่ยหยูไม่ได้คิดมากเมื่อไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้ ตัวเธอถูกสั่งสอนมาตั้งแต่สองขวบให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง เพ่ยหยูยังจำได้ว่าพ่อแม่เคยสอนอ่านหนังสือให้เธอมาก่อนด้วย เพียงแต่ตัวเธอจำได้แค่ตัวหนังสือในนิทานที่พวกท่านนำมาให้อ่านเท่านั้น

จูข่ายหนิงพาทุกคนมายังห้องด้านข้างซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เธอสั่งการให้เขาจัดชุดให้เด็กใหม่ที่พามาเหล่านี้อย่างรวดเร็ว

“ผอ.ครับ เด็กคนนี้ตัวเล็กเกินไป คงต้องให้เธอพับแขนเสื้อกับขากางเกงเอานะครับ เข็มขัดนี่ก็น่าจะหลวมอยู่พอสมควร ไม่ทราบจะให้ผมเปลี่ยนเป็นเชือกเอาไว้ให้เธอมัดกางเกงหรือเปล่าครับ ผมจะได้เตรียมเพิ่มให้” เจ้าหน้าที่จัดชุดให้เด็กที่โตกว่าเพ่ยหยูเสร็จก็หันไปบอก ผอ.จู ที่ยืนนิ่งรออยู่อย่างเงียบ ๆ

“อืม… จัดไปเถอะ อย่าลืมของใช้ส่วนตัวของพวกเขาด้วยล่ะ” ผอ.จู กำชับอีกครั้ง

“ทราบแล้วครับ” เจ้าหน้าที่พยักหน้ารับคำและหันกลับไปหยิบของต่อ

เด็กในสถาบันนี้จะมีของจำเป็นส่วนตัวของใครของมัน กฎระเบียบของที่นี่ทุกคนต้องทำตามโดยดี ไม่เช่นนั้นก็จะมีการลงโทษตามกฎ ยังดีที่สถาบันนี้แยกสัดส่วนเอาไว้แต่แรก เด็ก ๆ จะมีพื้นที่ของตัวเองแยกออกมาจากกลุ่มคนชราและคนป่วย เด็กที่ถึงวัยเข้าเรียนก็จะถูกส่งให้เรียนเรื่องการเมือง ภาษาจีนและคณิตศาสตร์เป็นหลัก ส่วนอาหารแต่ละมื้อ เด็ก ๆ จะต้องไปกินร่วมกันที่โรงอาหารตามระเบียบ ยังดีที่สถาบันนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ พวกเขาจึงไม่ต้องอดอยากเหมือนตอนอยู่ที่สถานพักพิงชั่วคราว

หลังจากทุกคนนำเสื้อผ้า รองเท้าและของใช้ส่วนตัวเก็บใส่กระเป๋าของตัวเองเสร็จ ผอ.จูก็พาทุกคนเดินไปยังอาคารด้านหลังต่อทันที เธอไม่สนใจว่าใครจะถือสิ่งของที่ได้รับมาไหวหรือไม่ เด็กทุกคนในนี้จะต้องดูแลตัวเองตามกฎระเบียบไม่ต่างกัน

อาคารอิฐสีเทาหม่นสองชั้นที่เพ่ยหยูเห็นนั้นดูน่ากลัวเล็กน้อย ยิ่งความเงียบภายในสถาบันแห่งนี้ที่เงียบราวกับป่าช้าผสมเข้าไปก็ยิ่งทำให้เพ่ยหยูรู้สึกขนลุกแปลก ๆ ระหว่างทางนั้นไม่มีคนผ่านไปมาเลยแม้แต่คนเดียว และ ผอ.จูก็ไม่ได้แนะนำอะไรให้พวกเธอเลย

เด็กทั้งสี่เดินตามทางคดเคี้ยวภายในอาคารที่ ผอ.จูพาเข้ามาเงียบ ๆ ไม่นานพวกเขาก็รีบหยุดนิ่งหลังจาก ผอ.จู หันหลังกลับมาหาด้วยสีหน้าเฉยชา

“เวลาเข้านอนสองทุ่ม ตื่นนอนหกโมง หกโมงครึ่งไปออกกำลังกาย ทานมื้อเช้าตอนเจ็ดโมงครึ่ง พวกเธอสามคนต้องเข้าเรียนพร้อมเด็กคนอื่น เที่ยงตรงพักกลางวัน ห้าโมงเย็นกินข้าว ฟังเสียงประกาศให้ดีและห้ามชักช้าเด็ดขาด เอาล่ะ ตามฉันเข้าไปด้านใน ฉันจะพาพวกเธอไปดูที่นอน”

“ครับ/ค่ะ” เด็กทั้งสี่ไม่กล้าพูดอย่างอื่นนอกจากรับคำพร้อมกัน

แอ๊ด… เสียงประตูไม้เก่าคร่ำคร่าดังขึ้น ด้านในห้องมีเตียงนอนเรียงติดกันสองแถว เพ่ยหยูมองดูและคิดว่าที่นี่ก็ไม่ได้แออัดอย่างที่กังวลนัก อย่างน้อยห้องนี้ก็มีเพียงยี่สิบเตียงเท่านั้น ไม่เหมือนตอนอยู่ที่สถานพักพิงซึ่งต้องอยู่ร่วมกันหลายสิบคน

“พวกเธอเลือกเตียงด้านในที่ว่างอยู่ได้เลย เด็กคนอื่นจะกลับมาอีกครั้งหลังเลิกเรียน อยากรู้อะไรค่อยถามพวกเขาเอาก็แล้วกัน” ผอ.จูยังมีงานต้องรับผิดชอบอีกมาก เธอจึงไม่อยากเสียเวลาคอยดูแลเด็กพวกนี้ทำความสะอาดเตียงและตู้ของพวกเขา

“ทราบแล้วครับ/ค่ะ” เด็ก ๆ ยังคงรับคำด้วยสีหน้าแปลก ๆ พวกเขาไม่คุ้นเคยกับคนเย็นชาอย่างจูข่ายหนิงนัก

จูข่ายหนิงออกจากห้องไปหลังพยักหน้าให้เด็ก ๆ เธอไม่ได้ปิดประตูห้องเพราะอากาศในห้องอับชื้นไม่น้อย จูข่ายหนิงกลัวว่าเด็กใหม่พวกนี้จะไม่คุ้นชินจนป่วยเอาได้ ถึงแม้ว่าในห้องจะมีหน้าต่างบานหนึ่ง แต่กฎระเบียบของที่นี่ทำให้ต้องปิดประตูหน้าต่างหลังจากเด็กทุกคนออกไปทำกิจกรรมของตน มีเพียงยามค่ำคืนเท่านั้นที่ในห้องสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้ แต่ละคืนยังมีทหารบ้านคอยเดินตรวจเด็กในห้องด้วยว่ามีใครฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของสถาบันหรือไม่ด้วย ซึ่งปกติแล้วเด็ก ๆ ไม่มีใครกล้าสร้างปัญหา นอกจากมีการกลั่นแกล้งกันบ้างตามประสาเด็กไม่กี่ครั้งก็เท่านั้น

“รีบทำความสะอาดกันเถอะ พวกเรายัังต้องเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอีกนะ” ซู่ฟาง เด็กสาวอายุเจ็ดขวบเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นว่าจูข่ายหนิงเดินหายลับไปแล้ว

“เฮ้อ ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆ จะนิสัยเป็นยังไงบ้างนะ” จางเจี้ยนถอนหายใจบอก เขาถูกครอบครัวทิ้งเพราะความอดอยาก ซึ่งตอนแรกจางเจี้ยนก็เหมือนเด็กคนอื่นที่ร้องไห้ใจจะขาด แต่พอเขาอยู่ร่วมกับเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันในสถานพักพิงก็ทำให้จางเจี้ยนเลิกคาดหวังกับคนในครอบครัวว่าพวกเขาจะมารับตนเอง

“รีบทำกันก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกเรายังต้องไปเปลี่ยนชุดกับเดินดูสถานที่กันอีกนะ” ไป่หลิวกลัวว่าหากพวกเธอเอาแต่คุยกันก็คงทำความสะอาดเตียงตู้พวกนี้ไม่เสร็จเสียที

เพ่ยหยูฟังพวกพี่ชายพี่สาวคุยกันโดยไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมา เธอทำเพียงแค่หาชุดเก่าที่ได้รับจากลุงตำรวจออกมาปัดที่นอนเหมือนกับตอนที่เค่ออวี๋ช่วยทำความสะอาดเตียงให้เธอก่อนหน้านี้เท่านั้น เพ่ยหยูไม่กล้าคุยกับพวกเขาเพราะตนเองอายุน้อยกว่าพวกเขามาก เธอกลัวว่าพี่ชายพี่สาวพวกนี้จะรำคาญเธอขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วเพ่ยหยูชอบคุยมาก

เด็กโตสามคนไม่มีใครคิดจะช่วยเพ่ยหยูแต่แรก พวกเขาเองก็หาเสื้อผ้าเก่าขาดของตัวเองมาใช้ปัดฝุ่นทำความสะอาดเตียงกับตู้ของตนเองไม่ต่างจากเพ่ยหยู พวกเขาใช่ว่าจะไม่อยากคุยกับเพ่ยหยู เพียงแต่พอเห็นหน้าตาท่าทางและความสะอาดของเพ่ยหยูที่ดูดีกว่าพวกเขามาก ทั้งสามจึงไม่มีใครกล้าชวนเด็กอย่างเพ่ยหยูคุยก็เท่านั้น

หลังจากทุกคนทำความสะอาดเตียงตู้ของตัวเองเสร็จ เพ่ยหยูก็หยิบเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวที่ได้รับมาวางเอาไว้บนเตียง ส่วนของอื่นนั้นเธอยังคงเก็บไว้ในกระเป๋าที่ลุงตำรวจให้มาและล็อกเอาไว้ด้วยลูกกุญแจดอกเล็กที่ผูกเอาไว้ที่คอ ลุงตำรวจกำชับเพ่ยหยูเอาไว้ว่าทุกครั้งที่อยู่ห่างจากกระเป๋าจะต้องล็อกกุญแจก่อนเพื่อไม่ให้สิ่งของสำคัญในนั้นหายไป ซึ่งเพ่ยหยูเองก็รู้แค่ว่าในนั้นมีชุดสวยกับสร้อยคอของเธอตอนพลัดหลงกับพ่อแม่อยู่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วตำรวจเหล่านั้นยังรวบรวมเงินใส่ซองซ่อนเอาไว้ใต้เสื้อผ้าพวกนั้นให้เพ่ยหยูด้วย พวกเขามั่นใจว่าในอนาคตเพ่ยหยูจะต้องได้ใช้เงินเหล่านี้เพื่อตามหาพ่อแม่อย่างแน่นอน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อัจฉริยะเกินไปแล้ว

    เพ่ยหยูรอหน้าร้านไม่นานก็เห็นม่อชิวกับซี่หลิวเข็นรถออกมานำของใส่ท้ายรถของเซี่ยเยี่ยนจนเสร็จ ก่อนพวกเขาจะนำรถเข็นกลับเข้าไปคืนในร้านแล้วชวนเพ่ยหยูขึ้นรถ“คุณหนูอยากไปไหนต่อครับ” ม่อชิวถามหลังจากขึ้นรถแล้ว“กลับบ้านเลยค่ะ รบกวนพวกพี่ช่วยขนของพวกนี้ขึ้นไปที่ห้องฉันให้ทีนะคะ ฉันยังมีงานต้องทำต่ออีกเยอะเลยค่ะ” เพ่ยหยูบอกทั้งสองคน“ช่วงนี้คุณหนูไม่ต้องเข้าเรียนเหรอครับ” ซี่หลิวอดถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้“ตารางเรียนพวกนั้นไม่มีผลกับการตัดเกรดค่ะ ฉันเลยไม่อยากเสียเวลาเข้าเรียน” เพ่ยหยูบอกไปตามตรง เธอไม่เห็นว่ารายวิชาพวกนั้นจะช่วยให้งานวิจัยของเธอเสร็จเร็วขึ้นสักนิด สู้เธอเอาเวลาไปอ่านหนังสือและรีบทำอัลกอริทึมของตัวเองยังเร็วกว่าอีก

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สุดยอดโปรแกรมใหม่เสร็จแล้ว

    “นายไม่ต้องขอบใจฉันหรอกน่า ฉันแค่อยากทำอะไรที่ท้าทายใหม่ ๆ และเป็นประโยชน์ให้นายด้วยยังไงล่ะ” เพ่ยหยูยิ้มบางตอบเพื่อนอย่างสบาย ๆ“คุณหนูรีบกินข้าวก่อนดีไหมครับจะได้ขึ้นไปพักผ่อนต่อ” ม่อชิวยังเป็นห่วงเพ่ยหยูที่ก่อนหน้านี้หลับไปนานจนเขาอดห่วงไม่ได้“ตกลงค่ะ คืนนี้ฉันจะพักผ่อนให้ดี ๆ แล้วจะได้เริ่มทำโปรแกรมให้หมิงทงพรุ่งนี้” เพ่ยหยูยิ้มรับคำของม่อชิว แต่ก่อนนอนเธอจะส่งอีเมล์หาเซี่ยเยี่ยนและปู่ของเธอเพื่อบอกสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำหลังจากนี้ เผื่อว่าทั้งสองคนจะมีคำแนะนำดี ๆ ส่งมาให้เธอบ้างหลังมื้ออาหารจบลง ทุกคนต่างแยกย้ายกันขึ้นห้องไป ส่วนพวกม่อชิวก็จัดเก็บจานชามตามหน้าที่ของตัวเอง พรุ่งนี้พวกเขาจะต้องตรวจสอบรถที่จอดทิ้งไว้หลายวันและนำรถไปเติมน้ำมันเอาไว้ให้เต็มถังตามปกติด้วย

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   เพ่ยหยูเพลียจัด

    เจ้าหน้าที่ช่วยม่อชิวขนสัมภาระของเพ่ยหยูลงจากรถเสร็จก็ขับจากไป เขายังได้ทิปจากม่อชิวอีกยี่สิบดอลลาร์สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย เพ่ยหยูเองก็ช่วยม่อชิวนำกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของเธอเช่นกัน ก่อนทั้งสองคนจะยืนรอคนอื่น ๆ อย่างไม่รีบไม่ร้อนเมื่อทุกคนมาถึงพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว แต่ละคนต่างช่วยกันขนของขึ้นรถของเซี่ยเยี่ยนและแบ่งไปใส่รถของเซียวอวี้ตงด้วยเช่นเดียวกัน โชคดีที่ของทั้งหมดถูกยัดใส่เข้าไปได้จนเต็มพื้นที่พอดี ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงต้องหารถเช่าอีกคันเพื่อขนของกลับไปแน่“รีบไปจ่ายค่าเช่าที่จอดรถกันดีกว่าค่ะ อ้อ ก่อนกลับเข้าบ้านพี่แวะที่ไชน่าทาวน์หน่อยนะคะ เราจะได้แวะซื้ออาหารเข้าไปกินกันที่บ้าน ฉันไม่อยากนั่งกินที่ร้านสักเท่าไหร่” เพ่ยหยูรู้สึกว่าเธอเหนื่อยเกินไปที่จะลงไปนั่งในร้านอาหารอีกครั้ง เพราะเมื่อคืนเพ่ยหยูเขียนแผนงานของตัวเองจนเกือบถึงเช้าเลยทีเดียว ขนาดว่าบนเครื่องเธอได้นอนบ้างแล้ว แ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   กลับบอสตันพร้อมลุยงาน

    “ได้ค่ะ พี่ม่อทำตามที่เห็นสมควรได้เลย แค่พาของพวกนี้กลับไปให้ฉันก็พอ” เพ่ยหยูไม่สนว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่หรือวิธีการอย่างไร นอกจากผลลัพธ์คือเธอได้ของกลับไปเท่านั้น“ทราบแล้วครับ พวกผมขอยกของขึ้นหลังรถสักครู่นะครับคุณหนู” ม่อชิวเห็นรถถอยกลับมาถึงด้านหน้าตรงที่พวกเขาอยู่แล้วจึงรีบบอกเพ่ยหยู“เดี๋ยวพวกเราช่วยด้วยครับ” เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงเอ่ยขึ้นพร้อมกันจากนั้นคนทั้งหมดก็ช่วยกันยกของขึ้นไปไว้บนรถ ซึ่งกล่องคอนโทรลของเพ่ยหยูยังดีที่สามารถยัดเข้าไปได้พอดีกับพื้นที่หลังรถเช่า เพียงแต่ของใหญ่ ๆ ชิ้นอื่นจะใส่มาเพิ่มไม่ได้ เซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงเลยยกเมนบอร์ดกับแรมไปใส่ท้ายรถของพวกเขาแทน ส่วนของชิ้นเล็ก ๆ ที่เพ่ยหยูเลือกมาก็ยัดเข้าช่องว่างรถของเพ่ยหยูที่เหลืออยู่จนกระทั่งขนของเสร็จ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ของเก่าล้ำค่าสำหรับเพ่ยหยู

    “แล้วคุณหนูจะให้พวกผมช่วยหาอะไรเพิ่มอีกไหมครับ” ม่อชิวรีบเอ่ยถาม เขารู้ดีว่าเซียวอวี้ตงกับหวังหมิงทงคงหาของให้เพ่ยหยูได้ไม่น้อยแน่ พวกเขาเองก็อยากช่วยด้วย“พวกพี่รู้จักเครื่องวัดกระแสไฟหรือเปล่าคะ ฉันอยากได้สักอันหนึ่ง ส่วนอย่างอื่นฉันอยากให้พวกพี่ไปดูในถังด้านโน้นดูหน่อยว่ามี TTL Logic Chips อยู่บ้างหรือเปล่า รูปร่างมันจะคล้ายกับชิปของหวังหมิงทงแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากค่ะ ถ้าไม่มั่นใจก็เอามากองไว้แล้วฉันจะไปเลือกดูเองอีกครั้งค่ะ” เพ่ยหยูบอกบอดี้การ์ดทั้งสี่ เธอไม่รู้หรอกว่าพวกเขาจะรู้ไหมว่าเธอต้องการอะไรบ้างจริง ๆ แต่เพ่ยหยูก็ไม่ได้คิดมากเพราะเธอมีเวลาเลือกเหลือเฟือ“พวกผมจะลองไปหาดูนะครับ” ม่อชิวพยักหน้ารับคำแล้วแบ่งคนไปหาเครื่องวัดกระแสไฟที่เพ่ยหยูต้องการอีกด้านหนึ่ง เรื่องเครื่องวัดกระแสไฟพวกเขาก็เคยเห็นมาบ้าง

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   อยากได้โปรแกรมใหม่ไหม

    “อืม...ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นชิปที่คุณสร้างขึ้นมาสักครั้งนะครับ” อลันบอกจากใจจริง เขาที่เป็นคนดูแลทุกอย่างในห้องวิจัยยังดูไม่ออกเลยว่าปัญหาอยู่ตรงไหนจึงทำให้ชิปที่สร้างมาใหม่ดูไม่สมบูรณ์สำหรับหวังหมิงทง พอเขารู้ถึงปัญหาใหญ่สองอย่าง อลันจะต้องเรียกนักวิจัยมาพูดคุย รวมถึงช่างในสายการผลิตให้ตรวจสอบเครื่องมือและเครื่องจักรทั้งหมด“ไม่มีปัญหาครับ รอให้ผมสร้างมันออกมาและทดสอบก่อน ผมจะเชิญคุณอลันไปดูชิปที่ผมสร้างด้วยตัวเองแน่นอนครับ” หวังหมิงทงยิ้มตอบ เขาไม่ได้มีอคติกับอลันเพราะรู้ดีว่าภาพลักษณ์ของเขาต่างจากเพื่อนทั้งสองคนจนมักมีคนไม่ค่อยให้เกียรติเขาสักเท่าไหร่ ซึ่งก็ไม่ต่างจากตอนที่พบกับอลันครั้งแรกตามที่หวังหมิงทงสังเกตเห็นแต่แรก“ขอบคุณมากครับ ไม่ทราบเที่ยงวันนี้พวกคุณจะให้ผมเลี้ยงข้าวสักมื้อได้หรือเปล่าครับ” อลันถามเผื

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   น้องสาว

    เด็กทั้งสี่คนหอบหิ้วสิ่งของออกจากห้องนอนไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกด้านหนึ่งซึ่งจูข่ายหนิงชี้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ ในอาคารสองชั้นแห่งนี้มีห้องนอนใหญ่อยู่มากถึงหกห้อง และมีห้องน้ำใหญ่เอาไว้ใช้สอยอยู่เพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น ดังนั้นหากใครมีเวลาว่างและอยากอ

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถาบันสวัสดิการสังคม

    “เพ่ยหยู ต่อไปหนูต้องไปอยู่กับพวกเขานะจ๊ะ” เค่ออวี๋ที่วันนี้ออกมาส่งเพ่ยหยูเอ่ยบอกด้วยสีหน้าสงสาร เธอเสียดายที่ไม่พบครอบครัวของเด็กคนนี้มาก ทั้งที่จริงแล้วเค่ออวี๋คิดว่าครอบครัวของเพ่ยหยูน่าจะรวยมากแท้ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้รับเงินช

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   สถานพักพิงชั่วคราว

    “อยู่ที่นี่อาหยูต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ลุงจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ” ตำรวจที่พามาอดสงสารเพ่ยหยูขึ้นมาไม่ได้ เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่นี่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยังดีที่เขากับเพื่อนเก็บสิ่งของมีค่าของเพ่ยหยูซ่อนไว้ในกระเป๋าให้เธอแล้ว

  • เพ่ยหยู คุณหนูใจแกร่ง   ชื่ออะไร?

    เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ปี 1975 สภาพผู้คนในเมืองที่เงียบเหงาแห่งนี้ไม่ต่างจากทุกวันที่ผ่านมา เมืองริมคลองที่มีสภาพทรุดโทรมยังคงอยู่ ผู้คนในเมืองต่างไม่สนใจชีวิตของคนอื่น พวกเขาต้องการเพียงเอาตัวรอดไปวัน ๆ ในยุคข้าวยากหมากแพงและการถูกควบคุมจากทางการอย่างเข้มงวดก็ไม่อาจทำให้พวกเขามีชีวิตอย่างอิสระได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status