Masukปลิ้นอ้าเป็นยวงออกมาระหว่างกลีบก้นกลมกลึง ดึงความสนใจของเขยหื่นมาอยู่ที่สองกลีบงดงามตรงหน้าราวกับโดนสะกด
“อู้ววว… กลีบสวยน่าเลียมาก… ”
เฟยหลงตวัดลิ้นเลียริมฝีปาก…
ในวินาทีที่ตบะแตกลงแล้ว สองมือหยาบใหญ่ตะปบลงบนง่ามก้นกลมกลึง
จับแบะให้แหกอ้าพร้อมกับดันให้โย้ไปข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงซอยลิ้นปาดรัวเสยข้าใส่สองกลีบอย่างหิวกระหาย
แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ…
เสียงลิ้นเฉาะรัวไม่ปรานี ลี่หลินพยายามดิ้นหนี ทว่ายิ่งดิ้นง่ามก้นของนางก็ยิ่งแหกกว้าง เท่ากับเป็นการเปิดทางให้เฟยหลงเลียได้ถนัดยิ่งขึ้น
“อ๊ะ… อ๊ายยยย… ”
ลี่หลินร้องครวญครางด้วยความเสียวซ่าน เป็นเพราะว่าในชีวิตของนางนั้นยังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
เพราะว่าสามีที่ตายจากไปก็ไม่เคยใช้ลิ้นกับของลับของนางเหมือนอย่างที่ลูกเขยจอมหื่นกำลังตั้งหน้าตั้งตาปาดลิ้นไชชอน ทะลวงเข้าใส่จุดอ่อนไหวของนางอย่างไม่ปรานี
“อ๊าย… ยะ… ยะ… อย่าเลีย… มันน่าเกลียด”
ปากของลี่หลินร้องห้าม…
แต่เข่าสองข้างก็ถ่างอ้า ค่อยๆ นาบลงกับที่นอน ข้อศอกตั้งชัน แผ่นหลังแอ่นระแน้ ง่ามก้นกระดกขึ้นส่ายร่อน
ส่งร่องสวาททะลักอ้าออกมารับการจู่โจมอย่างเร่าร้อนดุดันของเฟยหลงที่กำลังงุดหัวอยู่ระหว่างง่ามขาด้านหลัง
“อู้ววว… กลีบอ้าน่าเลียสุดๆ… ”
เฟยหลงแทบคลั่งกับสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในร่มผ้าของแม่ยาย มันช่างงดงามกว่าที่แอบจินตนาการเอาไว้
สองกลีบอวบอูมที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ยังเป็นสีชมพูสวยเพราะผิวพรรณของลี่หลินขาวราวกับหยวกกล้วย
แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ… แพล่บ…
เสียงปลายลิ้นสากร้อนของเฟยหลงไชชอนโลมเลียกลีบสวาทของหญิงม่ายด้วยความกระสัน
“ซี้ดดดด… ซี้ดดด… คาวหอยของท่านแม่ช่างหอมรัญจวนเหลือเกิน… ”
ด้วยอารมณ์ที่กำลังหลงใหล…
เฟยหลงตั้งหน้าตั้งตาเลียดอกไม้งามของแม่ยายอย่างเมามันต่อมาอีกครู่ใหญ่ๆ จนกระทั่งน้ำเสียวของนางแตกซ่าน หลั่งออกมาอีกระลอกอย่างไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้ กลิ่นคาวน้ำใคร่ของนางยิ่งทำให้เฟยหลงมีอารมณ์
“อู้วววว… ซี้ดดด… น้ำหอยเยิ้มออกมาแล้ว ข้าชอบเหลือเกิน… ”
เฟยหลงสะใจ หลังจากลงมือกระตุ้นจุดอ่อนไหวจนกระทั่งอารมณ์ของแม่ยายกระเจิดกระเจิงอย่างที่เห็น
“อู้ว… ข้าไม่ไหวแล้ว รูของท่านแม่น่ากระแทกสุดๆ… ”
เฟยหลงรีบขยับออกมาถอดเสื้อผ้าออกจากตัวลนลาน เหลือเพียงร่างล่อนจ้อนเปลือยเปล่า
จับแท่งหยกแห่งความเป็นชายที่มีขนาดยาวใหญ่พอๆ กับท่อนแขนเด็กเข้ามาจ่อชิดติดปากรูปลิ้นอ้าเป็นร่องออกมาระหว่างง่ามก้นด้านหลัง
“ข้าต้องใช้เวลาสักพักในการตรวจ… ในระหว่างนี้ห้ามผู้ใดเข้ามารบกวนโดยเด็ดขาดจนกว่าข้าจะตรวจเสร็จ… ”ซินแสกล่าวเสียงเข้ม“เจ้าค่ะ… ”หลิงเอ๋อพยักหน้า ในเวลาต่อมาภายในห้องนอนของฮูหยิน“ถ้าเจ้าพร้อมแล้วข้าลงมือเลยนะ… ”แววตากระหายจัด จางหย่งกล่าวพร้อมกับขยี้ฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าหากัน มิอาจซ่อนอารมณ์กลัดมันที่ผุดขึ้นบนใบหน้าเหมือนรู้ว่าโอกาสดีแบบนี้ไม่ได้มีเข้ามาในชีวิตบ่อยๆ“ได้… เอ่อ… ว่าแต่ท่านจะตรวจที่ใดบ้าง… ”ซูฉีรู้สึกใจเต้นแรง เมื่ออยู่กันสองต่อสองซินแสผู้นี้มีท่าทางหื่นกระหายออกมาอย่างเห็นได้ชัด“แม่นางมาตรงนี้… ข้าจะตรวจทุกซอกทุกมุมในร่างกายของเจ้า… ”ซินแสกล่าวเสียงกระเส่าพร้อมกับโอบสะโพกของหญิงสาวมาที่ขอบเตียง นางค่อยๆ ทอดกายลงนอนหงายอย่างว่าง่ายราวกับโดนสะกด เข่าสองข้างตั้งชันอยู่ที่ขอบเตียงจากนั้นซูฉีก็ใจหายวาบ…เมื่อซินแสเฒ่าที่ขยับมายืนระหว่างเข่าสองข้างของนาง ค่อยๆ เอามือเลิกชายกระโปรงที่ยาวลงมาคลุมเท้าขึ้นมากองไว้เหนือต้นขา“อ๊ะ… ”ฮูหยินสะดุ้ง รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาดเมื่อต้องเผยของลับต่อหน้าชายซึ่งไม่ใช่สามี“ข้าอยากเห็นชัดๆ… ”ซินแสทนไม่ไหว…รีบเอามือดันเข่า
“โกหกเรื่องอันใด… ”ซินแสเอามือลูบเคราสีขาวที่ปลายคางยาวลงมาถึงคอ“ท่านช่วยบอกเขาว่าที่ข้ามีอาการแปลกๆ อยู่ในตอนนี้นั้นเป็นเพราะว่าข้ากำลังมีอาการซึมเศร้าจับเจ่าหมดอาลัยในชีวิต… ท่านต้องแนะนำให้เขาเลิกกักขังให้ข้าอยู่แต่ในบ้าน… ”ซูฉีกล่าวออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง“อ๋อ… ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เองหรอกรึ… ได้สิ… ข้าจะช่วยเจ้า… ”ขณะกล่าว… สายตาของซินแสเฒ่าแทบไม่ละจากเรือนร่างสุดเย้ายวนของฮูหยิน ปทุมคู่งามของนางที่เบียดกันแน่นจนแทบล้นอยู่กลางอก ทำเอาซินแสจอมหื่นเผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก เขากวาดสายตา…มองจากทรวงอกอวบใหญ่ไล่ขึ้นมาที่ซอกคอขาวเนียนและหัวไหล่กลมกลึง ผิวพรรณของฮูหยินผู้นี้เปล่งปลั่งไปด้วยเลือดเนื้อของวัยสาวสะพรั่งเพราะยังสาว“ข้าขอบใจมากท่านซินแส… ”ซูฉีกล่าว สายตาของเขาที่จ้องมองเรือนร่างของนางราวจะกินเลือดกินเนื้อทำเอาหญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด“งั้นข้าขอเปลี่ยนคำขอบใจของเจ้าเป็นอย่างอื่นจะได้ไหม… ”ซินแสกล่าวพร้อมกับจ้องมองสบตานาง“ท่านหมายถึงสิ่งใด… ”ซูฉีเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ขอให้ข้าได้ตรวจภายในของเจ้า… ”ซินแสค่อยๆ เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาทีละนิด“อะไ
ด้วยความสงสัยจางหย่งจึงเอื้อมมือมาจับชีพจรที่ข้อมือของซูฉี ก่อนจะกล่าวออกมาว่า“ข้าจำเป็นต้องตรวจอย่างละเอียด ต้องใช้สมาธิ ข้าขอตรวจอาการของฮูหยินเป็นการส่วนตัว… ”คำพูดของซินแสที่ได้ยิน ทำให้ลู่ซือและสาวใช้จำต้องออกมายืนรออยู่หน้าห้องครู่ต่อมา…ลู่ซือมีธุระให้ต้องเดินมาที่หน้าบ้านเพราะว่ามีพ่อค้าผ้าไหมจากต่างเมืองนำผ้ามาไหมเนื้อดีมาเสนอขาย ตอนนี้จึงเหลือเพียงหลิงเอ๋อที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูอีกครู่ใหญ่ๆ ต่อมา…ภายในห้องของซูฉี ซินแสจับชีพจรไปได้สักพักก็เอ่ยขึ้นว่า“เกี่ยวกับอาการอาเจียนของเจ้าข้าคิดว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเจ้ากำลังตั้งครรภ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นข้าจะต้องตรวจโดยละเอียดเสียก่อน… ”ข้อสันนิษฐานของซินแสเฒ่าทำเอาซูฉีหัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับเป็นเรื่องน่าขบขัน“เรื่องตั้งครรภ์ข้าคิดว่าตัดออกไปได้เลย… ”ซูฉีกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ“เหตุใดเจ้าพูดเช่นนี้… ”ซินแสกล่าวพลางย่นหน้าผาก“ที่ข้ากล้าพูดออกมาเช่นนี้ก็เพราะว่าข้ากับสามีแทบไม่ได้หลับนอนกันเลย… ”ซูฉีกล่าวไปตามความจริง หารู้ไม่ว่านางกำลังเอาความในมาเปิดเผยกับคนภายนอก“อะไรนะ… ”ซินแสเฒ่าหูผึ่งขึ้นมาทันทีกับประโยคที่ได้ยิน “ก็อ
“อุบายที่เจ้าว่า… เอ่อ… เจ้าหมายถึงอะไร… ”หัวคิ้วของฮูหยินชิดเข้าหากันด้วยความสงสัย“ข้าหมายความว่าฮูหยินลองแสร้งป่วย… ”สาวใช้กล่าว“ถ้าข้าป่วย… แล้วยังไงต่อ… ”“ฮูหยินก็จะได้ออกไปท่องเที่ยวเปิดหูเปิดตาในโลกภายนอก… ”“แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับการป่วยของข้า… เจ้าคิดว่าลู่ซือสามีข้าจะไม่รู้เชียวหรือว่าข้าเสแสร้งแกล้งป่วย… ”ฮูหยินกล่าวให้สาวใช้ฉุกคิดถึงความจริงในข้อนี้“จริงอยู่… แม้เถ้าแก่ไม่เชื่อเรา แต่ยังไงเถ้าแก่ก็ต้องเชื่อซินแส เพราะฉะนั้นซินแสจะต้องเป็นคนรับรองอาการป่วยให้ฮูหยิน… ”“บ้าไปแล้ว… แล้วเจ้าคิดว่าจะมีซินแสคนไหนที่จะยอมพูดเท็จเพื่อช่วยเรา… ”ฮูหยินหรี่ตาครุ่นคิด“มีสิเจ้าคะ… ข้ารู้จักซินแสอยู่คนหนึ่งมีนามว่า ‘จางหย่ง’ ชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือในการรักษาอาการป่วยเกี่ยวกับเลือดลมของสตรี งั้นเอาเป็นว่างั้นพรุ่งนี้ข้าจะแอบไปหาซินแสจางหย่งเพื่อให้มารักษาฮูหยิน… ”หลิงเอ๋อกล่าวอีกสัปดาห์ต่อมาซูฉีแกล้งป่วยกระเสาะกระแสะมาหลายวัน นางแสดงได้สมบทบาท ทำเอาสามีชราหลงเชื่อมารยา บางวันนางทำท่าวิงเวียนอ่อนเพลียคล้ายจะเป็นลม และบางวันก็แสดงอาการคลื่นเหียนอาเจียน ลู่ซือรู้สึกเป็นห่วงเ
จากนั้นค่อยๆ ช้อนสายตาชำเลืองมองสามีชราที่คร่ำอยู่กับงานมาตั้งแต่เช้า อันที่จริงตัวของลู่ซือเองก็ง่วนอยู่กับงานมาทั้งวันเช่นกัน เสียงลูกคิดในรางไม้กระทบกันมิได้หยุดตั้งแต่เช้าจนบ่าย เพราะว่าลู่ซือมีกิจการหลายอย่างให้เขาต้องดูแลรับผิดชอบ ไม่เพียงแค่ร้านขายข้าวสารและร้านผ้าไหม แต่เขายังมีโรงเตี๊ยมในตลาดไว้บริการผู้คนสัญจรที่ต้องเดินทางผ่านเมืองลู่หยางซึ่งมีเส้นทางเชื่อมต่อกับอีกเมืองใหญ่อีกหลายเมือง นี่จึงเป็นข้อดีของการที่เขามีโรงเตี๊ยมตั้งอยู่ในเส้นทางของเมืองซึ่งเป็นทางผ่าน “ถ้าท่านพี่อยากให้ข้ามีอะไรทำก็ให้ข้าช่วยงานท่านพี่ดีไหม… ”ซูฉีหมายถึงกิจการมากมายของสามี… เรื่องนี้นางเคยร้องขอมาแล้ว ทว่าเขาก็ปฏิเสธเพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้นางต้องออกไปโดนแดดโดนลมข้างนอก แม้ว่าวัยของซูฉีกับสามีจะแตกต่างกันกับราวพ่อกับลูก ทว่านางก็เรียกลู่ซือว่าพี่เพราะให้เกียรติสามี“เจ้าอยากทำอะไรล่ะ… งั้นข้าจะหาสรรหาทุกอย่างที่เจ้าต้องการให้เจ้าทำในบ้านนี่แหละ…”ลู่ซือตอบ…คำตอบที่ได้ยินทำให้ความหวังของหญิงสาวต้องดับวูบลงทันใดฟังเอาจากคำตอบ ซูฉีก็รู้ว่าสามีชรายังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของนางอยู่ดีว่าสาเหต
แต่ก็ไม่ได้อยู่คนเดียวลำพัง เพราะว่าต่อมาเฟยหลงก็ได้กับ ‘เข่อชิง’ สาวใหญ่วัยสี่สิบซึ่งเป็นแม่ม่าย นางอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเฟยหลงและมีร้านขายผักอยู่ในตลาดเฟยหลงได้รู้จักกับเข่อชิงเพราะต้องเอาผักและเนื้อที่ได้จากการล่าสัตว์มาขายให้กับนาง ยิ่งนานวันก็ยิ่งสนิทสนมจนกลายเป็นความสัมพันธ์ลึกซึ้งทุกวันนี้แม้ว่าเฟยหลงจะคิดถึงแม่ยายคนงามสักเพียงไร แต่ก็ทำได้เพียงพยายามหักห้ามใจ ทุกชีวิตล้วนก้าวเดินไปตามครรลองแห่งโชคชะตาและกรรมเวรที่ได้ถูกสวรรค์กำหนดเอาไว้แล้ว …..จบบริบูรณ์…..นิยายอีกเรื่องในเซตนี้คือ ซูฉีฮูหยินเจ้าจะทำเช่นนี้มิได้ ฮู-ห-ยิ-น เจ้าจะทำเช่นนี้มิได้ผู้เขียน เฉ่าฟ่านย้อนกลับไปในอดีต… ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน‘ลู่ซือ’ ชายวัยหกสิบห้าปีผู้มีรูปร่างผอมสูง ผิวสีน้ำตาล สวมเสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพง กำลังนั่งเอามือลูบเคราที่เป็นสีขาวพร้อมกับทอดสายตามองไปยังหญิงสาวอายุรุ่นราวคราวลูก กำลังนั่งปักผ้าอยู่ที่โต๊ะตรงหน้าทว่าหาใช่ลูกสาวแต่อย่างใด…แต่นางคือ ‘ฮูหยิน’ ของลู่ซือที่ตัดสินใจแต่งงานอีกครั้งในวัยหกสิบกว่าปี ด้วยไม่อาจต้านทานเสน่ห






![พี่รหัสจอมซึนอ้อนรักหวานใจยัยซูเปอร์โมเดล [ nc 20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
