LOGIN@ช่วงบ่ายของอีกวัน
"สปาย" เสียงเรียกชื่อฉันที่ดังตั้งแต่ไกลๆ เรียกสายตาของฉันให้หันไปมองทันที สโรชา หรือโรส เพื่อนสนิทของฉันที่เป็นเจ้าของเสียงเรียก เจ้าตัวรีบวิ่งเร็วๆ เข้ามาหา หน้าตาตื่นเต้นจนฉันรู้สึกได้ "ไปไหนอ่ะ สนามบอลปะ?" "อื้อ ฉายกำลังเตะบอลอ่ะ ฉันเลยว่าจะไปดูหน่อย" "ฮันแน่ จะไปเชียร์ใช่ปะ" การแซวแบบซึ่งๆ หน้า เรียกรอยยิ้มของฉันให้หลุดออกมา "เคๆ งั้นไปด้วยกัน เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน จะไปดูหนุ่มห้องสามสักหน่อย คิกๆ" มันเป็นปกติที่แม้ว่าเราจะยังอยู่ในวัยเรียน แต่กลับไขว่คว้า และพยายามที่จะเรียนรู้เรื่องรัก ตะวันฉายเองก็เป็นแฟนคนแรก และเหมือนจะเป็นรักแรกของฉัน แม้จะยังไม่รู้ ว่าวันข้างหน้ามันจะเป็นแบบไหน แต่สุดท้ายความรักสำหรับฉันในตอนนี้ มันก็ยังสวยงาม @สนามฟุตบอล บนสนามกีฬาขนาดใหญ่ มีการเคลื่อนไหวของนักเรียนชายหลายคน สำหรับฉัน หรือแม้กระทั่งใครหลายๆ คน ตะวันฉายโดดเด่นมาก ทั้งรูปร่าง หน้าตา แม้กระทั่งโปรไฟล์ที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นแบบไหน มันทำให้คู่แข่งหัวใจของฉันไม่ได้น้อยเลย "พี่ฉายสู้ๆ พี่ฉายสู้ๆ" "พี่ฉายหล่อมาก กรี้ดดดด" "อย่างขาวอ่ะ ขนาดอยู่กลางแดดยังขาวเลย พี่ฉายของน้อง" "พี่ฉาย พี่ฉาย พี่ฉาย" แม้จะไม่ค่อยชอบ ที่มีการแสดงออกแบบต่อหน้าฉันขนาดนั้น แต่สุดท้ายแล้ว ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ปี๊ดดดดดดด~ เสียงนกหวีดกลางสนาม เป็นเครื่องยุติการแข่งขัน ฉันถือขวดน้ำในมือนิ่ง และหวังที่จะตรงไปยังอัฒจันทร์ แต่ทว่า "ยี๋ น้ำเปล่าธรรมดา อย่าบอกนะ ว่าเธอจะเอาไปให้ฉาย" น้ำเสียงกระแนะกระแหน แม้จะยังไม่ได้หันไปมอง แต่ฉันก็รู้ทันทีว่าเจ้าของเสียงคือใคร วาสนา หรือหวาน เพื่อนรุ่นเดียวกันที่คนละห้องกับฉัน ที่สำคัญ เราไม่ชอบหน้ากันเลย "เธอถอยไปดีกว่า น้ำแร่ในมือฉัน คงเหมาะกับฉายมากกว่าน้ำเปล่าธรรมดาในมือเธอ" หวานเดินมาหยุดที่ตรงหน้าฉัน แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ชอบหน้ากัน "น้ำแบบไหนก็กินได้เหมือนกัน ถึงของฉันจะไม่ใช่น้ำแร่ แต่ก็สะอาดไม่ได้ต่างจากน้ำของเธอ" ฉันตอบโต้เสมอ เพราะไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องยอม "คนจนๆ แบบเธอ ไม่น่าเสนอหน้ามาเทียบฉายเลยจริงๆ" นั่นคือสิ่งที่ฉันถูกพูดใส่หน้ามาโดยตลอด ฉันคงถอดใจ ถ้าตะวันฉายคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ได้คิดแบบนั้น และมันก็ไม่มีเหตุผล ที่ฉันจะเลิกคบกับเขา "ปาย" "ฉาย หวานเอาน้ำมาให้" ผู้หญิงที่ยืนอยู่กับฉัน รีบยื่นขวดน้ำในมือเธอให้ไป ทั้งที่เธอและฉันต่างก็ได้ยิน ว่าตะวันฉายเรียกชื่อฉันอย่างชัดเจน "ขอบใจ" เขายอมรับขวดน้ำดื่มอย่างว่าง่าย ส่งผลให้ฉันซ่อนขวดน้ำในมือทันที "ฉายเก่งมาก 2-0 ได้ เพราะฉายคนเดียวเลย" "ธรรมดา คนมันเก่งนี่นา" ปกติเขาก็เป็นคนแบบนี้ เฟรนลี่กับทุกคน "ปาย มาหาทำไมไม่ไปนั่งรอ แล้วขวดน้ำที่อยู่ด้านหลัง ของฉันใช่ไหม เอามาดิ" ไม่ว่าเปล่า เขาเลือกที่จะเลื่อนมือมาแย่งขวดน้ำไปจากฉันทันที "แล้วทำไมไม่เข้าไปหา" "ก็กำลังจะไป" "งั้นไปด้วยกันเลย" เขาเลื่อนมือมาจับมือฉัน และพาเดินผ่านฝูงชนเพื่อไปที่อัฒจันทร์พร้อมกัน ซึ่งแม้ว่าเขาจะเฟรนลี่กับทุกคน แต่เขาก็แสดงออกต่อหน้าทุกคน ว่าเราเป็นอะไรกัน . . . @หลังเลิกเรียน "วันนี้ฉันไปส่งนะ" "อื้ม" ฉันพยักหน้ารัวๆ พร้อมกับรับถุงขนมและแก้วน้ำดื่มที่หมอนั่นซื้อมาให้ "ขอบใจนะ ฉันรู้สึกว่าฉันเอาเปรียบนายเกินไปแล้ว" "คิดเยอะตลอด ค่าขนมไม่กี่บาท กินไปเถอะน่า ฉันซื้อให้เธอ" "แล้วตังค์ที่นายให้ฉัน..." "เอาไปเถอะ ฉันให้เธอ" "งั้นถ้าฉันมี เดี๋ยวฉันคืนให้" "อื้ออออ" หมอนั่นลากเสียงอย่างจงใจ ก็รู้แหละ ว่าหมอนั่นไม่อยากได้คืน แต่ฉันก็ไม่อยากได้ของคนอื่นเขาง่ายๆ เช่นกัน "เราคบกันมานานแค่ไหนแล้วปาย" "หนึ่งปีหนึ่งเดือนสามวัน" "แล้วทำไมเธอถึงเกรงใจฉันนักหนา" "ฉันไม่อยากถูกมองว่าคบนายเพื่อผลประโยชน์นี่นา" นี่คือความคิดของฉันจริงๆ "ถ้างั้นเธอก็มาติวหนังสือให้ฉัน ถือว่าฉันจ้างเธอ" "จริงอ๋อ?" "อื้อ วันเสาร์ละกัน" "ได้ๆ แบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย" ฉันคลี่ยิ้มออกมา เมื่อสถานการณ์เหมือนจะดีกว่าที่คิด "ทีหลังอย่าไปรับงานแบบนั้นละกัน อยากได้ตังค์ มาติวให้ฉัน ฉันจะจ้างเธอเอง" "จริงๆ ฉันอยากติวให้นายโดยไม่เอาตังค์นะ แต่ว่าช่วงนี้ ฉันไม่อยากขอตังค์แม่จริงๆ" "ค้าบบ เด็กดีมาก" มือหนาเลื่อนมายีผมฉัน หมอนี่ชอบเล่นหัวฉันตลอดเลย . . ปกติเพื่อนๆ ที่เรียนโรงเรียนเดียวกับฉัน ส่วนมากก็ขับรถไปเรียนกันเองทั้งนั้น ฉันเองก็มากับสกายน้องชายฉัน วันไหนที่ตะวันฉายขอไปส่ง ฉันก็จะให้เขาไปส่งเป็นครั้งคราว เหมือนอย่างวันนี้ ที่ฉันยอมให้เขามาส่งแต่โดยดี เพียงไม่นาน มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ของตะวันฉาย ก็ขับพาฉันมาส่งถึงหน้าบ้าน พ่อแม่ฉันรู้ ว่าเราคบกัน ตะวันฉายเคยมาส่งฉันอยู่หลายครั้ง และบังเอิญเจอพ่อกับแม่ฉันบ้างเช่นกัน "กลับเลยก็ได้นะ ในบ้านเหมือนเสียงจะดังๆ พ่อคงเมาอีกแล้วมั้ง" "ขอเข้าไปสวัสดีพ่อก่อนได้ปะ" "พ่อเมา คุยไม่รู้เรื่องหรอก" "ไม่เป็นไร แค่สวัสดีก็ได้" "ฉาย..." คิดว่าหมอนี่จะฟังฉันไหม คำตอบก็คือ ไม่ @ภายในบ้าน "พ่อสวัสดีครับ" "คายอ่า~" ฉันที่เดินตามหลังตะวันฉายมา ใบหน้าถึงกับร้อนไปหมด พ่อฉันเมาเหมือนที่คิดจริงๆ ด้วย "ฉายเองครับ พอดีมาส่งปาย" "อ๋อ ฉาย ฉายเหรอ กินน้ามลูก ไปกินน้ามก่อน~" พ่อฉันเดินเซเข้ามาหา แต่ทว่า หมอนั่นกลับยืนยิ้มกว้าง ไม่รังเกียจกลิ่นเหล้าจากตัวพ่อฉันเลย "ปาย ปายอาวน้ามมา~" ฉันยิ้มแห้งๆ ออกมา เมื่อคนที่อาสามาส่ง หันมายิ้มให้ฉัน อายหมอนี่เหมือนกันนะ เขามาที่บ้านของฉันทีไร พ่อเมาตลอดเลย "ฉาย กลับเร็ว" "เค" หมอนั่นยิ้มเก๋ให้ฉัน ก่อนจะหันไปหาพ่อฉันที่แม้แต่นั่งยังเก็บทรงไม่อยู่เลย "พ่อครับ งั้นผมขอกลับบ้านก่อนนะครับ ต้องรีบไปทำการบ้านครับ" "กราบเหรอ แล้วกินน้ามยาง~" "กินแล้วครับ" เชื่อเลย หมอนี่เองก็ยังคุยกับพ่อฉันเป็นเรื่องเป็นราว พ่อฉันถามอะไร เขาก็รีบตอบออกไป ทำอย่างกับว่า เวลาที่พ่อฉันสร่างเมา เขาจะจำอะไรได้อย่างนั้นแหละ และกว่าหมอนั่นจะยอมเดินออกมาจากบ้านได้ เล่นเหงื่อฉันตกเลยเช่นกัน "ก็บอกแล้วว่าให้กลับ เวลาพ่อเมา พ่อพูดเก่งแบบนี้แหละ" "หรอ ฉันว่าพ่อเธอน่ารักดีนะ" ตะวันฉายเอียงคอมองสบตาฉัน ส่วนคนอายแบบฉัน ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ กลับไป "เพี้ยนไปแล้ว กลับเลยไป" "ไล่เก่ง อยากอยู่บ้านแฟนนานๆ ไม่ได้?" ฉันกลั้นรอยยิ้มแทบไม่ไหว ใบหน้ามันร้อนวูบวาบไปหมดแล้ว "กลับ" "ยังไม่อยากกลับ" หมอนั่นใช้เสียงสองกับฉัน พร้อมกับการกระพริบตาปริบๆ "บอกให้กลับไง" "ทำไมชอบไล่นักล่ะ ขอนั่งทำการบ้านที่บ้านเธอได้ปะ" "ไม่เอา ไม่เข้าใจตรงไหนก็ไลน์มา" "ไล่เก่งว่ะ ทีพ่อยังไม่อยากให้ฉันกลับเลย" "คุยกับคนเมารู้เรื่องด้วยหรือไง" "คุยได้ พ่อตากับลูกเขยเขาคุยกัน คุยไปคุยมาก็เข้าใจกันเอง" ฉันยกมือลูบหน้าตัวเองป้อยๆ คันยุบยิบที่ปลายจมูกไปหมด มันทั้งเขิน ทั้งอาย ฉันทำตัวไม่ถูกเลย --------"หรือนายจะปฏิเสธว่าไม่เคยมีอะไรกัน หรือนายจะปฏิเสธว่าไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น หรือนายจะอธิบายว่าเจ้าของไลน์ที่นายตั้งชื่อไว้ว่าเพื่อน เขาคือเพื่อนของนายจริงๆ หรือจะบอกว่าสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่ฉันคิดไปเอง!""...""ตอบมาสิฉาย ตอบฉัน พูดความจริงกับฉัน!""ขอโทษ..." เสียงแผ่วของคนที่น้ำตาคลอ มันยิ่งกระตุ้นให้ใจของฉันดิ่งลงเหว ฉันเสียใจ ฉันร้องไห้ ความรู้สึกของฉันมันพังยับเยินจนไม่มีชิ้นดี"ถ้านายชอบแบบนี้ ถ้านายเลือกแบบนี้ ก็เลิกยุ่งกับฉัน!""ไม่เอาแบบนี้นะปาย""ทุกๆ อย่างที่นายขอฉัน ขอว่าฉันอย่าทำกับนาย แต่กลับเป็นนายเองที่ทำแบบนั้นกับฉัน นายวิเศษมาจากไหน นายถึงหน้าด้านที่จะมีผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันได้ พอกันที อย่าคิดว่าฉันรัก แล้วฉันจะหมดรักนายไม่ได้ หกปีที่คบกัน มันจบเพราะตัวของนายเอง!""ปาย..." ฉันสะบัดมือฉายออกจากตัวสุดแรง แล้วก้าวถอยออกมาจากห้องนั้นทันที ก่อนที่จะออกแรงวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่ต้องสนสายตาใคร ไม่ต้องแคร์ ว่าคนที่มองมาจะพูดถึงฉันแบบไหน ไหนๆ วันนี้มันก็เป็นวันที่แย่ที่สุดสำหรับฉันแล้ว ใครจะเห็นฉันในสภาพไหน ฉันก็จะไม่แคร์.
"เปิดประตูหน่อยปาย อย่าทำแบบนี้..." "...ได้ยินไหมปาย เปิดประตูออกมาคุยกันก่อน" ปัง ปัง ปังง~ "ปาย..." น้ำตาของฉันไหล แข่งกับเสียงเรียกและเสียงเคาะประตูจากคนที่อยู่ข้างนอก ทั้งที่เราไม่เคยทะเลาะกันด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาตะวันฉายทำตัวได้แนบเนียนมาก เขาไม่เคยหลุดพิรุธใดๆ ไม่เคยทำตัวน่าสงสัยให้ฉันจับได้ ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ภายใต้ภาพลักษณ์ของผู้ชายที่ดูรักเมีย เทคแคร์เมีย ขี้เล่น สนุกสนาน ขยันสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้าง ดูไม่มีพิษมีภัยแบบตะวันฉาย จะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ ฉันมาจับได้ในตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ทั้งที่เราอยู่ด้วยกันทุกวัน กินข้าวด้วยกันทุกวัน นอนด้วยกันทุกวัน ตะวันฉายยังทำกับฉันแบบนี้ได้ แล้วตอนที่ฉันไม่อยู่ล่ะ ฉันอุ้มท้องลูกของเขาและให้นมลูกของเขาในระยะเวลาราวปีกว่า เวลานั้นที่เขาไม่มีฉันอยู่ข้างกาย เขาทำตัวแบบไหน? วันที่เมียคลอด ฉายไม่ยอมกลับไปหา? ติดเรียน เรียนหนักมาก? ทั้งที่ในชีวิตประจำวันของฉายมักกิน มักดื่ม มักสังสรรค์ ทำไมฉันไม่ตะขิดตะขวงใจสักนิด ว่าสิ่งที่เขาเคยพูดในตอนนั้น กับความเป็นจริงในตอนนี้มันช่างสวนทาง คนที่ผิดมันคือเขา แต่คนที่โง่มันคือฉันแบบนั้นใช่ไหม ขนา
"นานแค่ไหนที่มึงทำกับกูแบบนี้!"ฉายก้มหน้าลงทันที ท่าทีที่สลดลงของเขา ท่าทางที่บ่งบอกว่ารู้สึกผิด ไม่มีผลต่อฉันเลยสักนิด"นานแค่ไหนที่มึงทำแบบนี้ลับหลังกู""...""ถ้ามึงโดนแบบที่กูโดนมึงจะรู้สึกแบบไหน ทำไมต้องบังคับให้กูต้องเป็นคนโง่ ทำไมต้องบังคับให้กูแชร์ผัวกับผู้หญิงคนอื่น!""...""มึงรักมันเหรอฉาย มึงแคร์มันมาก ถ้าอย่างนั้นมึงก็ไปอยู่กับมันเลย ถ้าเลือกมันก็ไม่ต้องมีกู!""อย่านะปาย..." ฉายรั้งมือฉัน น้ำตาคลอออกมาให้เห็นรู้สึกผิดเหรอ?ไม่อยากให้กูไปเหรอ?ทรยศกู มีคนอื่นนอกจากกู คิดว่ากูจะเชื่อไหม?"ที่ผ่านมากูอาจจะโง่ เพราะกูไว้ใจ ที่กูไว้ใจก็เพราะกูรัก รู้เอาไว้ว่าครั้งนี้มึงบังคับให้กูหมดรักมึงเอง...""...ขยะแขยง ทุเรศ หน้ามึงกูก็ไม่อยากจะมองอีกต่อไป!"ฉันสะบัดมืออย่างแรงคล้ายกับต้องของร้อน ฉันเชื่อแล้วว่า ความรักที่ไม่ใช่รักแท้ที่มาจากพ่อแม่ มันไม่ได้จีรัง ไม่ปฏิเสธว่าฉันเสียใจ ที่ผ่านมา แม่ของฉันสอนเสมอ เมื่อฉันเลือกแบบนี้ เลือกที่จะเป็นแบบนี้ มีชีวิตแบบนี้ด้วยตัวของฉันเอง แม่และเมียในวัยอย่างฉัน ต้องอดทนให้ถึงที่สุดของที่สุด แต่กับเรื่องนี้ฉันไม่จำเป็นต้องอดทน ต่อให้รัก ฉันก็ไ
"ผู้หญิงคนนั้นชื่อเหมย เป็นเพื่อนของจีโน่..." "...เมื่อคืนนายไม่ได้ไปค้างกับเพื่อนของนาย แต่ความจริงแล้วนายอยู่กับผู้หญิงคนนั้น!" ฉันตะโกนออกมาเสียงดัง มันดังมาก เพราะฉันตะโกนมันออกมาจนสุดเสียง ฉันเจ็บ มันเจ็บที่ในใจ ฉันผิดตรงไหน มาทำเหี้ยกับฉันแบบนี้ทำไม! "เพื่อนเลว ผู้ชายแบบนายมันน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงที่สุดเลยจีโน่ รู้ว่าเขามีเมีย แต่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามา นายไม่ได้ทำลายแค่ฉัน แต่นายทำร้ายลูกของฉันด้วยนายจำเอาไว้!" มือฉันสั่นไปหมด น้ำตามันไหลพราก มือข้างที่ถนัดบีบกำเข้ากันแน่น มันโกรธจนกลั้นไม่ไหว มันเสียใจแบบที่ไม่เคยเสียใจมาก่อนเลย "คุยกันก่อนได้ไหมปาย" "กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง!" "ปาย..." หน้าของฉายสลดลงทันที "กูโง่มากเหรอ มึงหมดรักกูแล้วเหรอ กูผิดอะไรเหรอมึงถึงทำกับกูแบบนี้ มึงกินเหล้าทุกวัน กูไม่เคยห้าม สักคำกูก็ไม่เคยห้าม เพราะกูมองว่ามันเป็นความสุขของมึง แต่ความสุขที่นอกกายนอกใจกู มีคนอื่นทั้งที่มีกู กูไม่ยอม!" สิ้นสุดคำของฉัน ตะวันฉายสาวเท้าเข้ามาหาฉันทันที "อีนั่นมันงอนเก่ง ง้อยาก แล้วกูล่ะ ที่ผ่านมากูไม่เคยงอน กูพูดง่าย ยอมง่าย เพราะ ความที่กูไม่อยา
เพื่อนงั้นเหรอ?ฉันกัดฟันแน่น มือสั่น กระบอกตามันร้อนไปหมด เขาเคยบอกฉันว่าเขาเกลียดการถูกนอกใจ เกลียดคำโกหก เกลียดการถูกหักหลัง แต่ทุกสิ่งเหล่านั้นมันกำลังเกิดขึ้นกับฉัน เขาบังคับให้ฉันต้องแบกรับความรู้สึกเหล่านั้น เขาที่เคยบอกว่าไม่ชอบ แล้วเขาคิดว่าฉันชอบไหม ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง ทำไมถึงทำเหี้ยๆ กับฉันได้ลงคอฉันวางปลายนิ้วไปตามแป้นพิมพ์ของโทรศัพท์ บ่อยครั้งที่น้ำตาของฉันมันร่วงเผาะลงบนจอนั้น ทุกการตอบกลับของผู้หญิงคนนั้น มันทำให้ฉันมีความรู้สึกคล้ายถูกบีบที่หัวใจอย่างแรง มันเจ็บ มันจุก มันใจหาย คุยกันแล้วลบออก พออยากคุยก็ส่งสัญญาณให้กันใหม่ คนที่ถูกนอกใจ ต่อให้เข้มแข็งแค่ไหนมันก็อ่อนแอได้ แล้วสุดท้าย สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นส่งเข้ามาใหม่ มันก็ทำให้ความอดทนของฉันสิ้นสุดลงไปฉันบีบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในมือแน่น พลางหลับตา บีบหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดให้มันไหลออกมาเป็นสาย ในเมื่อสิ่งที่ฉันเห็นอยู่ในตอนนี้ มันชัดเจนแล้ว มันก็ไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะต้องทนอะไรอีกต่อไปคิดถึงเหรอ?อยากกอดอีกแล้วงั้นเหรอ?นอกเหนือจากคำว่าอีกแล้ว ความหมายของคำว่าอีกแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถตอบได้ ว่าความหมายของมั
"ไม่เป็นไร เมื่อคืนฉายไม่ได้กลับมานอนที่ห้อง เขายังรบกวนพวกนายเลย..." "...ว่าแต่ เมื่อคืนฉายไปนอนกับใครมาล่ะ?!" คำถามของฉัน มันไม่ได้เพียงแต่ส่งผลให้ใจฉันสั่น แต่มันส่งผลให้ใครบางคนออกอาการทันทีเลิ่กลั่ก ไม่นิ่ง จะให้ฉันคิดเหรอ ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ! "เมื่อคืนมึงไม่ได้กลับห้องงั้นเหรอฉาย?" คำถามของกอล์ฟ มันยิ่งทำให้ฉันจุกที่ในใจ ฉันตวัดสายตามองหน้าผัวตัวเองทันที รายนั้นมีสีหน้าเครียดลงจนเห็นได้ชัด แต่ไม่ทันที่ฉายจะได้ตอบอะไรทั้งนั้น อีกคนก็รีบพูดแทรกขึ้นมา"ก็เมื่อคืนมึงบอกว่าไม่ว่างไม่ใช่เหรอวะ" นี่คือเหตุผลที่ทำให้ฉันยังเลือกที่จะไม่พูด หากฉันพูดตรงๆ ฉันเชื่อว่าคนที่แอบทำเรื่องแย่ๆ ลับหลังกัน จะต้องโกหกฉัน มันสู้ฉันเก็บทุกอย่างเอาไว้ แล้วค่อยๆ หาคำตอบด้วยตัวฉันเองจะดีกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว คำตอบมันอาจจะไม่ต่างกันคือฉันเจ็บ แล้วถ้ามันจะเจ็บ ก็ให้มันเจ็บแบบจบจะดีกว่า"เออ ลืมไป เมื่อคืนกูไม่ว่างจริงๆ...""...อยู่กับแฟนน่ะ" ประโยคหลังกอล์ฟบอกกับฉัน มันทำให้ฉันส่งยิ้มจางๆ กลับไป แล้วเดินเลี่ยงเข้าห้องครัวฉายกำลังเหยียบใจฉันแบบซึ่งๆ หน้า กับเพื่อนที่พากันทำเลวๆ แบบนั้น ยังกล้าปล่อยให







