LOGINปาลิน หรือ สปาย คือชื่อของฉัน ฉันที่เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แม่เปรียบเสมือนนางฟ้าที่เป็นทุกอย่างของฉัน ส่วนพ่อ แม้จะไม่มีความเป็นผู้นำ เพราะติดเหล้าหนัก แต่พ่อก็รักฉันที่สุด นอกจากพ่อและแม่ ฉันก็มีน้องชายที่เป็นทุกอย่าง ไม่เกเร อยู่ในกรอบที่พ่อกับแม่วางไว้ แค่นั้นสำหรับฉัน ก็ถือว่ามันดีมาก
ปัญหาครอบครัว ฉันเชื่อว่าทุกบ้าน ต่างก็เคยมีปัญหาแบบนี้กันทั้งนั้น พ่อดื่มเหล้า เมาแล้วมาทะเลาะกับแม่ นี่คือหนึ่งปัญหาที่เกิดในบ้านของฉันซ้ำๆ แม่ต้องเป็นเสาหลัก เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียน ทุกอย่างแม่ต้องแบกรับหมดเลย 'อดทนก่อนนะทุกคน ฉันจะตั้งใจเรียน จบมาจะได้มีงานดีๆ ทำ ฉันนี่แหละจะเลี้ยงทุกคนเอง' นี่คือสิ่งที่ฉันย้ำกับตัวเองมาโดยตลอด บ้านฉันไม่ได้ร่ำรวย พ่อแม่ไม่ได้มีทุกอย่างให้ แต่กำลังใจ กำลังกาย ที่ท่านให้ฉันมาโดยตลอด จะผลักดันให้ฉันไปถึงฝั่งฝันให้ได้ในสักวัน "แม่ ปายจะไปเรียนแล้วนะ" ฉันคว้ากระเป๋าเป้มาสะพายหลัง ทุกครั้งที่ฉันเอ่ยคำนี้ แม่จะรู้ดี ว่าฉันหมายความว่ายังไง "แม่มีแค่นี้ พอไหม" ธนบัตรแบงค์สีม่วงที่อยู่ในมือแม่ ทำให้ฉันใจหายวาบ แม้ฉันจะบอกตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน สุดท้ายแล้ว คนเราก็สามารถผลักดันตัวเองให้ไปอยู่ในจุดที่ต้องการได้ แต่สุดท้ายแล้วมันก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้อยู่ดี เพื่อนของฉันทุกคน มีเงินไปโรงเรียนมากกว่าฉันเป็นสิบเท่า พวกเขาสามารถกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน แตกต่างจากฉัน ที่ต้องเลือกกิน ให้เพียงพอกับจำนวนเงินที่มี "แม่ กายจะไปเรียนแล้วครับ" ประวิทย์ หรือสกาย น้องชายเพียงคนเดียวของฉันที่เอ่ยคำนั้น พร้อมกับการก้าวขาลงมาจากบันได ยิ่งทำให้สีหน้าของแม่สลดลง "งั้นแม่แบ่งให้สกายก็แล้วกัน ไว้วันไหนที่แม่มีตังค์ ปายค่อยจ่ายค่ารายงานให้เพื่อนละกัน" "ได้เหรอลูก ไม่เป็นไรนะ แบ่งๆ กับน้องก็ได้ หมดก็ไม่เป็นไร ไว้เดี๋ยวแม่หาใหม่" ฉันรู้ว่าแม่แค่พูดให้กำลังใจ พูดไปเพื่อให้ฉันสบายใจ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว แม่ฉันเหนื่อยจะตาย "วันนี้ปายไม่เอาตังค์ค่ะ ตอนเย็นเจอกันนะคะ ไปเรียนแล้วค่ะแม่ สวัสดีค่ะ" ฉันยกมือไหว้แม่ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งแบบที่ชอบทำ จากนั้นก็หมุนตัวออกมาจากบ้านทันที จริงๆ วันนี้ฉันต้องจ่ายค่ารายงาน ลำพังขอแม่ทุกวัน แม่ก็ไม่รู้จะหาที่ไหนให้อยู่แล้ว ฉันคงต้องพึ่งพาตัวเอง @โรงเรียนมัธยม "ทำไรอ่ะ" เสียงทักทายของคนข้างๆ ทำให้ฉันละสายตาออกจากสมุด แล้วหันมองเจ้าของเสียงทันที "รับจ้างทำงานให้พวกนั้นอีกแล้ว?" "ชู่ววว เบาๆ สิฉาย เดี๋ยวอาจารย์มาได้ยิน" ฉันคีบปากาน้ำหมึกสีน้ำเงินมาจรดที่ริมฝีปาก เป็นการส่งสัญญาณให้อีกคนเงียบ ตะวันฉาย หรือฉาย เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับฉัน และที่สำคัญ เราคบกัน "ลำพังแค่งานตัวเองก็เยอะจะแย่ ไม่ต้องทำเลยปาย นิ้วพองไปหมดแล้วเนี่ย" จบคำ ตะวันฉายก็แย่งสมุดพวกนั้นออกไปจากฉัน แต่คิดว่าฉันจะยอมเหรอ "ไม่นะฉาย สมุดสามเล่มที่นายกำลังแย่งไป มันทำเงินให้ฉันหลายบาทเลยนะ" "แล้วมันคุ้มกับที่นิ้วเธอพองแบบนั้นไหมล่ะ เธอรับค่าจ้างมาเท่าไหร่" "ฉาย..." ฉันเอ่ยชื่อหมอนั่นอย่างเหนื่อยใจ ตะวันฉายเป็นผู้ชายที่ดื้อมาก และไม่เคยยอมใครเลยจริงๆ "เท่าไหร่ปาย ตอบ" "สิบหน้าพันหนึ่ง" ฉันตอบอย่างขัดใจ "ฉันให้เธอห้าพัน แล้วเอาสมุดไปคืนเพื่อนซะ" "บ้า ไม่เอา สามเล่มฉันได้ตั้งสามพัน แล้วอีกอย่าง ฉันไม่เอาตังค์นาย" "ทำไมต้องแคร์ เธอเป็นแฟนฉัน แล้วทำไมฉันจะให้เธอไม่ได้!" จบคำ ตะวันฉายก็แย่งปากกาออกไปจากมือฉัน พร้อมทั้งรวบสมุดทั้งหมดไปกอดไว้แล้วเดินผ่านหน้าฉันไปทันที "ฉาย..." ฉันได้แต่มองตามหมอนั่นตาละห้อย ฉันกับหมอนี่เราคบกันตั้งแต่เรียนม.5 แม้จะเป็นการคบหากันแบบเด็กๆ แต่หมอนี่ก็ทำตัวน่ารักกับฉันเสมอ ไม่เคยปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบกันง่ายๆ ไม่ยอมให้ฉันใช้ความรู้ที่ฉันมี เพื่อไปทำงาน ให้เพื่อนคนไหนได้เอาไปส่งครูได้ง่ายๆ เหมือนอย่างเทอมที่แล้ว ตอนที่ฉันลำบาก แล้วฉันแอบทำแบบนั้น จากที่การเรียนของฉัน โดดเด่น จนสอบได้ที่หนึ่งเป็นประจำ และไม่เคยมีใครมีคะแนนเทียบเท่าฉัน เพื่อนหลายๆ คนที่ใช้งานฉัน คะแนนจึงเกือบติดอันดับฉัน ทั้งที่ผ่านมาเพื่อนเหล่านั้นไม่ได้ตั้งใจเรียนเลย หลังจากที่ตะวันฉายเอาสมุดไปคืนเพื่อนพวกนั้นจนครบถ้วน หมอนั่นก็เดินกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งยื่นธนบัตรแบงค์สีเทาให้ฉันสองใบ "สามพันที่เธอได้มา ฉันคืนพวกนั้นให้เธอแล้ว ส่วนที่เหลือเธอเก็บเอาไว้ ถือว่าฉันให้เธอ" "เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้สักทีฉาย" "แล้วเธอล่ะ เมื่อไหร่จะเลิกทำแบบนี้สักที พวกนั้นเอาเปรียบเธอจะตาย งานยากฉิบหาย พวกนั้นทำไม่ได้ มันก็เลยมาใช้เธอไง" "..." "รับปากฉันเลยนะปาย ทีหลังจะไม่ทำแบบนี้อีก" "..." "สปาย!" "อื้อ รู้แล้วล่ะน่า" ฉันพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ หมอนี่ชอบขัดฉันเป็นประจำเลย "ที่ยอมทำงานให้เพื่อน แลกกับเงินค่าจ้าง วันนี้ไม่มีเงินมาโรงเรียน?" "อื้อ" ฉันตอบตรงๆ ตะวันฉายรู้อยู่แล้ว ว่าบ้านฉันจน แตกต่างจากบ้านของเขาโดยสิ้นเชิง "ไม่มีเงินแล้วทำไมไม่บอกฉัน มีปัญหาทำไมไม่ยอมเล่าให้ฉันฟัง" "เพราะฉันรู้ไง ว่าถ้าฉันเล่า นายก็จะหาทางช่วยฉันอยู่ดี" "แล้วเราคบกันเพื่อ?" "..." "เราคบกันเพราะเรารู้สึกดีต่อฉัน ฉันรู้สึกดีกับเธอ เธอรู้สึกดีกับฉัน เราจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน และเราจะผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน" นี่คือสิ่งที่ตะวันฉายพูดกับฉันมาโดยตลอด "ฉันรู้ว่านายหวังดีกับฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากรบกวนนายทุกครั้ง" "แม่ฉันเป็นครู แม่ฉันบริจาค แม่ฉันมอบทุนเพื่อการศึกษาให้แต่ละโรงเรียนไม่ใช่น้อยๆ ถ้าแม่ฉันรู้ ว่าฉันช่วยเธอ ผลักดันเธอในเรื่องการเรียน ฉันเชื่อว่าแม่ฉันจะไม่มีวันเสียใจ" มันไม่มีเหตุผลไหน ที่ทำให้ฉันปฏิเสธผู้ชายที่ชื่อตะวันฉาย ฉันรู้ ว่าฉันกับหมอนี่ต่างกันมาก แต่ที่ผ่านมาเขาก็ทำให้ฉันเห็นว่า เขาไม่ได้คบกันที่ฐานะเลย "ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า เธอก็รู้ ว่าบ้านฉันรวยจะตาย ฉันจะเป็นตะวันฉายสายเปย์ให้เธอไปตลอดเลย" หมอนั่นขยิบตาใส่ฉัน ฉันโชคดีจัง ทั้งที่หมอนี่มีดีทุกอย่าง เขาฮอตมาก หล่อมาก และรวยมาก แต่กลับมาเลือกคบผู้หญิงแบบฉัน "ขอบใจนายมากนะ ขอบคุณด้วยที่ดีกับฉัน" "เคครับ ว่าแต่ คณิตศาสตร์ส่งยัง ขอลอกหน่อยดิ" คนพูดหรี่ตามองพร้อมกับยิ้มแห้งๆ "ตลอดเลย หาเวลาว่างให้ฉันเลยนะ ฉันจะติวคณิตศาสตร์ให้นาย" "ไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ชอบวิชาเพศศึกษามากกว่า" "อย่ามาทะลึ่งกับฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะใช้ปากกาทิ่มตานาย" "ใจร้าย คนสวยอะไร ใจร้ายชะมัดเลย" "เดี๋ยวเถอะ" ฉันมองค้อนใส่คนตัวสูงกว่า ในขณะที่หมอนั่นเอาแต่ขยิบตาใส่ฉัน คนทั้งโรงเรียน เขารู้กันหมดว่าเราคบกัน บ้างก็ว่าฉันโชคดีมาก บ้างก็ว่าอิจฉาฉัน บ้างก็ว่าหมอนั่นตาต่ำ บ้างก็ว่าเราไม่สมกันเลย แต่ทุกอย่างเหล่านั้น ล้วนถูกสร้างขึ้นมาจากความคิดคนอื่นทั้งนั้น ตะวันฉายบอกฉันเสมอ ว่าฉันไม่ควรเก็บมาใส่ใจ[ PART น้ำหวาน ]หกเดือนต่อจากนั้น..ฉันค่อยๆ ก้าวขาที่สั่นเทาลงจากเตียง อยู่ดีๆ พี่ฉลามที่แสนจะอบอุ่นของฉัน ก็กลายเป็นพี่ฉลามที่แสนจะดุร้าย ดุทุกเรื่อง โดยเฉพาะเวลาที่อยู่บนเตียง เขากินไม่หยุด กินไม่เคยอิ่ม กินไม่เคยพอ ในขณะที่ฉันขาสั่นเพราะเขาเล่นบทรักที่แสนจะร้อนแรงนานนับชั่วโมง แต่ทว่า เขากลับทำตัวสบายๆ ใส่กางเกง แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหาโยเกิร์ตเย็นๆ กินอย่างสบายใจ "ไม่ไหวก็กลับไปนอนด้วยกัน วันหลังค่อยไป" วันหลังไม่เคยมีอยู่จริง! ฉันเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เวลาที่ฉันจะออกไปข้างนอก เขามักจะทำแบบนี้ทุกครั้ง จัดหนัก เพื่อที่ฉันจะไปไหนไม่ได้ สุดท้ายเขาก็จะหาวิธีหว่านล้อม เพื่อให้ฉันกลับขึ้นไปนอนบนเตียง ยอมรับว่าที่ผ่านมา ฉันทำแบบนั้นมาโดยตลอด แต่มันต้องไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะครั้งนี้ฉันไม่มีทางล้มเลิกความตั้งใจเป็นอันขาด ต่อให้เหนื่อย ต่อให้จะเดินแทบไม่ไหว ฉันก็จะไป"วันนี้วันเกิดเพื่อนฉันนะ ฉันเตรียมของขวัญไว้แล้ว รับปากเพื่อนไว้แล้วด้วย" "อ้างว่าป่วย หรือไม่ก็เมนส์มา" "ไม่ดีกว่า ขอไปเปิดหูเปิดตาบ้าง" ฉันสรุปออกมาสั้นๆ ก่อนจะก้าวขาที่สั่นๆ เดินเข้าห้องน้ำในเวลาต่อมาหลังจากที่อาบ
@บนห้อง"พี่วานพี่บาสไปซื้อสตอเบอรี่มาให้ฉันเหรอ บอกตอนไหนอ่ะ หรือว่าบอกตอนที่ฉันหลับ แล้วทำไม..." "ไหนบอกว่าอยากกิน?" ผมหมุนตัวกลับไปถาม จนคนที่เดินตามหลังเกือบจะเข้ามาชนผมอยู่รอมร่อ"หรือไม่อยากกิน? ถ้าอย่างนั้นก็เอาคืนมา" "ไม่ให้ กินสิ กินตอนนี้แหละ" แล้วเธอก็รีบเดินหนีโดยการไปทิ้งตัวลงบนโซฟา ผมถอนหายใจออกมาหนักๆ ไอ้เพื่อนเวรมันก็เล่นใหญ่ ป่านนี้น้ำหวานคงได้ใจที่ได้ยินอะไรแบบนั้นขึ้นมา ผมเดินไปคว้ารีโมทก่อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศ จากนั้นก็คว้าผ้าขนหนู แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป"อยากกินอะไรหรือเปล่า" ผมถูกถาม เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูผืนเดียวพันที่ท่อนล่าง ตอนนี้น้ำหวานเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ใส่เสื้อยืดสบายๆ กับกางเกงขาสั้น เปิดทีวี เปิดกระป๋องน้ำอัดลม ซ้ำยังเทผลไม้ใส่จาน แยกพริกเกลือต่างหาก นั่งกินที่หน้าทีวีสบายใจเหมือนว่า ผลไม้ที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้มันสำคัญกว่าอะไรทั้งสิ้น"ไม่อ่ะ ง่วงนอนมากกว่า เธออยากกินอะไรก็สั่ง กระเป๋าตังค์อยู่บนโต๊ะกระจก" "งั้นขอพันหนึ่งนะ จะซื้อของมาใส่ตู้เย็น" "อือ จะเอาอะไรก็สั่ง จะใช้เงินเท่าไหร่ก็เปิดเอา" ผมบอกแค่นั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
[ PART น้ำหวาน ]สุดท้าย คำว่ารักมันก็หลุดออกมาจากปากของอีกคนจนได้ ต่อให้ฉันจะได้คำนั้นมาด้วยวิธีไหน แต่มันชื่นใจที่สุดเลย สามเดือนที่คบกัน ใครจะมองว่ามันสั้นเกินกว่าจะเก็บมาจริงจังก็ช่างเขา ฉันไม่แคร์ แค่เราใจตรงกัน แค่ทุกวันนี้ ฉันมองแบบไม่เข้าข้างตัวเองแล้วมีความรู้สึกว่ามันมีความสุขมาก เท่านั้นก็เพียงพอ "ขอจับมือหน่อยค่ะ" ฉันตวัดแขนไปด้านข้างในทิศทางที่อีกคนนั่งอยู่ ขยับมือเพื่อขอให้อีกคนเลื่อนมือมาประสานกันเป็นหนึ่งเดียว พี่ฉลามยอมเลื่อนมือมาจับมือฉัน ความอบอุ่นในตอนที่ได้สัมผัสกัน มันดีมากๆ เลย "พรุ่งนี้ เรากลับกรุงเทพฯ กันนะคะ""อือ""อดทนหน่อยนะ ไว้กลับไป..." ฉันเอียงคอมอง พลางเว้นช่องว่างอย่างจงใจ ใบหน้าแดงขึ้นมาเรื่อยๆ รอยยิ้มผุดขึ้นมาจางๆ "ไว้กลับไป ...เดี๋ยวจัดเต็มให้เลย""เดี๋ยวเถอะ!" พี่ฉลามหันมาถลึงตาใส่ แต่ก็ช่างเถอะ ฉันไม่สนใจหน้าดุๆ ของเขาสักนิดเลย "พรุ่งนี้อยากกินอะไรคะ เดี๋ยวตื่นมาทำให้กิน""เธอทำอาหารเป็น?""เป็นสิคะ""แต่ฉันไม่กินส้มตำ ไม่กินก๋วยเตี๋ยว ไม่กินขนมจีนหรืออะไรก็ตามที่เป็นเส้นๆ ในตอนเช้านะ""เดี๋ยวเถอะ" ฉันมองค้อนใส่เขาบ้าง เขาชอบเอาเรื่องนี้มาแซ
"คะ คุณป๋าจะยิงหัวเอานะ" น้ำหวานดันอกผม พลางร้องบอกด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น ผมเหลือบตามองใบหน้าที่แดงก่ำ นึกถึงความหวงลูกสาวของคุณป๋า ผมจำต้องละมือออกจากอกอวบ แล้วยกแขนทั้งสองข้างโอบกอดอีกคนเอาไว้แทน"คุณป๋าของเธอโหดชะมัด" "ก็ลูกสาวคุณป๋าสวยนี่นา" "เหอะ..." ผมเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ หลงตัวเองชะมัดเลย"หัวเราะอะไรอ่ะ หรือว่าไม่จริงล่ะ" "อือ จริงมั้ง" ผมตอบพลางๆ ก่อนจะแนบปลายจมูกลงที่ขมับบาง สัมผัสได้ถึงความหอมของแชมพูสระผม ทุกกลิ่นบนตัวเธอ ผมชอบชะมัดเลย"เรากลับกรุงเทพฯ กันไหมอ่ะ" "วะ ว่าไงนะ" "กลับกรุงเทพฯ ไง กลับคอนโดของเรา" "รีบอะไรขนาดนั้นเล่า" น้ำหวานกอดผมตอบ ปล่อยร่างของเราแนบชิดกันโดยไม่คัดค้านอะไร"คิดถึง" ผมรับรู้ถึงจังหวะการเต้นแรงของหัวใจอีกคน แต่ผมยืนยันว่าสิ่งที่ผมพึ่งเอ่ยออกไป มันออกมาจากความรู้สึกที่อยู่ในใจจริงๆ"ไม่เห็นเคยบอกแบบนี้เลย อยู่ดีๆ ทำไมวันนี้ถึงคิดที่จะพูดล่ะ" "เวลาที่ไม่ได้เจอเธอ มันไม่สนุกไงล่ะ รู้หรือเปล่า ว่าตอนที่คุณป๋าของเธอ แยกตัวเธอออกจากฉัน ตอนนั้นฉันรู้สึกแย่ชะมัดเลย ...คิดถึงเด็กปอ.สามที่สุด" มันจุกในใจแปลกๆ หากผลลัพธ์สุดท้ายแล้วเรายังถ
ฝั่งทางด้านของผู้ใหญ่.."ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคนที่เคยเป็นเพื่อน เคยรู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ผ่านมาเป็นยี่สิบปี วันนี้จะกลับมาพบกันอีกครั้ง" มารดาของน้ำหวานเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม จริงๆ เธอไม่ได้มีปัญหาอะไรมาตั้งแต่ต้น ด้วยความสัมพันธ์แม่ลูกที่สามารถเปิดใจ คุยกับบุตรสาวได้ทุกเรื่อง ยัยหนูน้ำหวานย่อมเล่าทุกอย่างให้แม่ฟัง โดยไม่ปิดบังสิ่งใดน้ำหวานเคยคบกับแฟนคนก่อนหน้านี้ คำแรกที่เอ่ยถึง คือคำว่าพี่คนนั้นหล่อมาก ทว่าแตกต่างจากกรณีของฉลาม ซึ่งน้ำหวานเล่าถึงเป็นประโยคแรกด้วยคำว่า พี่ฉลามนิสัยดี ไม่คิดเลยว่าในโลกนี้ จะมีผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษได้ถึงขนาดนี้ ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่ แม้จะประเมินจากสิ่งที่ลูกเล่า แต่ทว่า กลับเดาออก ว่าคนไหน คือคนที่ลูกจะคบได้นาน และหากย้อนไทม์ไลน์ที่น้ำหวานเล่าเรื่องผู้ชายที่ชื่อฉลามให้แม่ฟังทุกครั้ง บอกได้คำเดียว ว่าระหว่างที่คบหากับผู้ชายคนนี้ น้ำหวานมีความสุขมากจริงๆด้วยความเป็นแม่ เธอไม่ได้จะคัดค้าน แต่ด้วยความที่คุณอาของน้ำหวาน ซึ่งเป็นน้องชายที่รักเพียงคนเดียวของพ่อผู้ให้กำเนิด เลี้ยงดูน้ำหวานมาตั้งแต่วันแรกที่น้ำหวานสูญเสียพ่อไป ก็เข้าใจและรับรู้ได
อยู่ดีๆ เบอร์โทรศัพท์ของน้ำหวานก็ไม่สามารถติดต่อได้ แม้จะพอรู้คำตอบ ว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้มันเป็นเพราะใคร แต่สุดท้าย ความห่วงใยที่มีต่ออีกคน มันไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ในเมื่อคุยกับคุณป๋าของน้ำหวานเรียบร้อยแล้ว ความหวังของผมต่อจากนี้ก็คือการรอพ่อกับแม่มาหา ผมเองก็ยังไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้ว คุณป๋าของน้ำหวานไม่ชอบหน้าผมเพราะเรื่องอะไรหรือเปล่า แต่ยังเชื่อมั่นว่าการเข้าตามตรอกออกตามประตู จะทำให้ผู้ใหญ่ของอีกฝ่ายเข้าใจ ว่าผมจริงใจจริงๆ ข้าวเช้าที่ยังไม่ตกถึงท้อง ยอมรับว่าไม่มีความรู้สึกหิว แต่ผมต้องกินเพื่อที่จะอยู่ที่นี่ต่อ ร้านอาหารที่อยู่ในระแวกนั้นคือที่ที่ผมฝากท้อง และต้องกลับไปที่โรงแรมเดิมอีกครั้ง โดยระยะเวลาเหล่านั้น ผมพยายามที่จะติดต่อกลับไปหาน้ำหวานอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังปรากฏว่า ไม่สามารถติดต่อได้แบบเดิม คนที่จะทำให้ผมเจอเธอได้ คงจะมีแต่คุณป๋าของน้ำหวานเพียงคนเดียว ตกเย็นของวันนั้น..ครืด ครืด~ผมคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ตรงหน้ามากดรับสายทันที เพราะวินาทีนี้ สิ่งที่ผมจดจ่อมากที่สุดก็คือโทรศัพท์ "ครับแม่"[ แม่กับพ่ออยู่สนามบิน ฉลามมารับแม่หน่อยสิ ]"สนามบิน" ผมทวนคำนั้นออก
ท่าทางดีอกดีใจที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนส่งผลให้ฉันยิ้มตาม แม้มีความจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่เพื่อฉลาม ฉันจะถือว่าฉันทำเพื่อลูกก็แล้วกันหลังจากที่ตกลงกัน ว่าฉายจะพาฉลามมารับฉันที่บ้าน ฉันก็โทรไปหาสกาย เพราะแม้ฉลามจะไปด้วย แต่ฉันก็ไม่อยากให้การไปด้วยกันครั้งนี้ มันมีแค่เรา..."กายไปด้วยเหร
[ พักนี้โทรบ่อยขึ้นนะ บางวันโทรสองรอบก็มี บ่นคิดถึงลูก อยากกลับบ้านอยู่เหมือนกัน ] ฉันยิ้มรับเมื่อได้ฟัง เอาจริงนะ พักนี้เราไม่ค่อยได้เจอกันเลย ฉันไม่ค่อยเห็นเขาเท่าไหร่ มีเห็นแบบผ่านๆ ตาบ้างแต่ไม่ได้คุยกัน"เรื่องเรียน เขาโอเคขึ้นใช่ไหมคะแม่ ปายมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนเขาอยู่บ้าง เห็นว่าตั้งใจกว่าเด
"อื้อ ขอบใจนะ" เขาหันมามองฉันอีกครั้ง ซึ่งฉันมองเขาอยู่ก่อนแล้ว"ร้องไห้ด้วยเหรอนี่ ทำไมต้องร้องด้วยล่ะ เป็นลูกผู้ชายนะ เดี๋ยวลูกมาเห็น""ฉันอยากเข้มแข็งแบบเธอนะปาย ฉันอยากมีชีวิตที่มีความสุขแบบเธอ แต่บาปที่ฉันทำไว้กับเธอ มันทำให้ฉันสุขไม่สุดๆ จริง""...""ฉันยินดีด้วย ที่วันนี้เธอประสบความสำเร็จใน
หลังจากที่การกินอาหารเช้าผ่านพ้นไปสปายพาฉลามไปล้างมือ ส่วนสกายเก็บหม้อข้าว และเก็บจาน ซึ่งผมมีโอกาสที่ได้นั่งอยู่กับพ่อแม่ของปายตามลำพังคำพูดของแม่ที่ต่อว่า เมื่อผมเอ่ยถึงคนที่นี่ทั้งที่ไม่ควรจะพูดถึงแบบนั้น ลึกๆ ความรู้สึกผิดมันก็ประเดประดังเข้ามามันก็จริงนะ ที่สปายท้อง มันก็เป็นความผิดของผม ผม







