ログイン-ย้อนกลับไปก่อนงานแต่ง-
บ้านเจริญวงศ์ “คุณหญิงฤดีท่านเสนอมาว่าถ้าลูกให้กำเนิดทายาทแก่ตะกูลได้ จะช่วยเหลือครอบครัวเราทุกอย่าง” ผู้เป็นแม่พูดประโยคที่เปรียบเสมือนดั่งแสงสว่างสุดท้ายอย่างอ้อยอิ่ง ปานคนไร้เรี่ยวแรง “ได้ค่ะ โรสจะยอมแต่งงานเข้าบ้านนั้นเอง” รสสุคนธ์กล่าวเสียงใส เพื่อไม่ให้ผู้เป็นแม่นั้นกังวลใจ “ถ้าหนูไม่ต้องการ เราย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดหาใช้ชีวิตเรียบง่ายก็ได้นะลูก” เพราะโรสนั้นเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของเธอ “หนูเต็มใจค่ะ อย่างน้อยให้รักษาบ้านหลังนี้ไว้ได้ก็ยังดีค่ะ” แม้จะเคยใช้ชีวิตสวยหรู เป็นคุณหนูบ้านรวยมาตลอด แต่คุณหญิงรจีนั้นสอนลูกมาเป็นอย่างดี โรสจึงมีนิสัยอ่อนโยน ว่านอนสอนง่ายแถมยังรู้จักเห็นใจผู้อื่น “ฮึก แม่ขอโทษนะลูก” คนเป็นแม่หลั่งน้ำตาออกมาเป็นสาย เพียงแค่คิดว่าต้องมาขายลูกกินแบบนี้ หัวใจเธอแทบแตกสลาย “พี่ราเชนทร์ตรงสเป็กโรสเลยค่ะแม่ ไม่ต้องกลัวโรสจะเสียใจนะคะ ถือว่าดีด้วยซ้ำไป” เธอพูดออกไปเพื่อให้แม่นั้นสบายใจ แม้ในใจจะรู้สึกตรงกันข้ามก็ตาม เพราะราเชนทร์นั้นเป็นบุคคลที่เธอหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แม้เบื้องหน้าจะแสร้งทำตัวเป็นหลานกตัญญู แต่เบื้องหลังนั้นกลับหมกตัวที่คลับชอบเล่นกับผู้หญิงเหมือนพวกเธอเป็นเพียงของเล่นก็ไม่ปาน “แต่แม่กลัวลูกจะถูกรังแก” การแต่งเพราะมีเงื่อนไขนั้นยังไงก็คงไม่สู้ความรักจริง ๆ “โรสไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ โรสรักแม่กับพ่อนะคะ” คนตัวเล็กโผกอดผู้เป็นแม่ เพราะครอบครัวเธอนั้นเกิดวิกฤตจึงต้องหาที่พึ่งพิง และทางเลือกนี้คงดีที่สุดแล้วสำหรับคนอย่างเธอ -บ้านพิทักกชดนัย- “หลานต้องแต่งงาน” คุณย่าวัยเกือบเจ็ดสิบปียื่นคำขาด “ผมบอกแล้วไงครับว่ายังไม่พร้อม” ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มกล่าวด้วยน้ำเสียงเง้างอ นั่งลงข้างกายผู้เป็นย่า กอดแขนท่านหลวม ๆ อย่างต้องการออดอ้อน “ย่าเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว คืนนี้หนูโรสจะมาทานข้าวที่บ้าน ทำหน้าให้มันดี ๆ ด้วยล่ะตาเชน” เธอไม่สนว่าหลานชายจะพอใจหรือไม่ เพราะตัวเองนั้นได้ตัดสินใจไปแล้ว นั่นถือว่าเป็นคำขาด “คุณย่าจะให้ยัยลูกคุณหนูตกอับนั่นมาเป็นเมียผมจริง ๆ เหรอครับ” เพียงแค่นึกถึงใบหน้าเย่อหยิ่งของเธอเขาก็หงุดหงิดแล้ว แม้ว่าจะได้เจอกันเพียงไม่กี่ครั้งตามงานการกุศลของผู้ใหญ่ก็เถอะ “อย่าพูดแบบนั้นกับน้องเชียว ย่าไม่สนใจหลอกนะ ย่าชอบเธอ” สาวสูงวัยคนนี้นั้นมักจะเอาแต่ใจแบบนี้เสมอมา “แต่ผมไม่ชอบ ไม่คิดเลยว่าเธอจะเสนอตัวมาเป็นเมียผมแบบนี้ น่าสมเพชชะมัด” คำพูดดูถูกดูแคลนเปล่งออกมา เขานั้นเกลียดพวกผู้หญิงที่ชอบเสนอตัวมาให้เพราะหวังจะเป็นคุณนายของเขาเสียจริง “ราเชนทร์!” คุณย่าว่าเสียงดุ “ผมไม่เคยขัดคุณย่าได้อยู่แล้วครับ แต่ผมจะไม่ใจดีกับหล่อนแน่นอน” เขาไม่เคยขัดใจ ไม่ว่าย่าสุดที่รักจะให้ทำอะไรก็จะพร้อมทำตาม แต่เรื่องหลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน “ถ้าเจอน้องรับรองว่าหลานจะต้องชอบแน่” เธอพูดอย่างมั่นใจในคนที่ตนเองเลือกไว้ “ผมไม่ชอบคนหน้าเงินแบบนั้นหลอกครับ” “อย่ามากลืนน้ำลายตัวเองล่ะ เคลียร์ตารางงานให้พร้อมหนึ่งทุ่มเจอกันที่เรือนรับรอง” “เฮ้อ ครับ” แม้จะไม่พอใจอย่างไรก็ไม่สามารถขัดใจคุณย่าสุดที่รักได้ ทำได้เพียงตามใจท่านเท่านั้น แม้เขาจะอายุเข้าเลขสามแล้วแต่ยังอยากใช้ชีวิตอิสระ ไม่คิดว่าจะมาพลาดถูกจับคลุมถุงชนแบบนี้เลย 1 ทุ่มตรง “นี่หนูโรส” คุณหญิงฤดีแนะนำหญิงสาวหน้าตาสะสวยเบื้องหน้าให้หลานชายของตน คนตัวเล็กแต่งตัวมาด้วยชุดเดรสเกาะออกสีชมพูหวานดีไซน์ไม่ได้โป๊หรือหรูหรามากมาย “สวัสดีค่ะ” โรสยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มอายุมากกว่าตนอย่างมีมารยาท “นี่ราเชนทร์หลานชายย่าเอง” “…” แต่ถูกตอบกลับมาด้วยความเงียบ “ตาเชน” คุณย่าเน้นเสียงเข้มใส่หลานรักของตน “ครับ” เมื่อขัดไม่ได้จึงต้องหันไปรับคำทักทายจากหญิงสาวที่พึ่งจะได้เจอกันแบบจริงจังเป็นครั้งแรก “ทานข้าวกันก่อน เดี๋ยวเรามาคุยเรื่องงานแต่งกัน” หลังจากพูดคุยธุระเสร็จสรรพ ท่านก็เปิดโอกาสให้ทั้งสองได้มีเวลาทำความรู้จักกัน “แกไปส่งน้องที่บ้านด้วยจะได้เริ่มทำความรู้จักกันเสียตอนนี้เลย” ท่านบอกด้วยรอยยิ้มของคนอารมณ์ดี เพราะเธออยากได้ลูกสะใภ้มานานแล้ว “ไม่ครับ” แต่หลานชายตัวดีกลับขัดใจเธอหน้าตาย “โรสนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ค่ะคุณย่า” ผู้เป็นแขกอย่างโรสเองก็ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น “ไม่ได้จ้ะหนูโรส ตาเชนทร์อย่าให้ย่าพูดซ้ำ” แต่ท่านยังยืนยันคำเดิม แถมยังให้น้ำเสียงเชิงออกคำสั่งใส่หลานรักของตน “ตามใจคุณย่าเลยครับ ไปได้รึยังครับผมมีธุระต่ออีก” แม้เขาจะไม่พอใจแต่ก็เลือกไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องไปส่งเธออยู่ดี ราเชนทร์แสร้งทำท่าทีเร่งรีบเหมือนคนมีงานด่วนแต่ความจริงแล้วแค่ต้องการหนีออกไปจากสถานการณ์นี้เท่านั้น “อ่า…ค่ะ โรสกลับก่อนนะคะ” รสสุคนธ์ไม่ลืมที่จะหันไปยกมือไหว้บอกลาผู้เป็นเจ้าบ้านอย่างคุณย่าฤดี ก่อนที่ร่างบางจะรีบก้าวขาตามราเชนทร์ออกไปติด ๆ เพราะเขาเดินหนีไปไม่คิดจะรอเธอเลยสักนิด แม้โรสจะไม่พอใจแต่เท่ไหร่แต่เธอก็พอเข้าใจได้ว่าสถานะของเธอตอนนี้นั้นเป็นยังไงสำหรับเขาเวลา 19.00 นาฬิกา รถหรูราคาแพงที่มีราเชนทร์นั่งอยู่หลังพวงมาลัย ข้าง ๆ กันนั้นเองก็คือภรรยาคนสวยของเขา “พี่กำลังไปไหนคะ?” สองข้างทางแสนไม่คุ้นตา แถมยังใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ออกมาจากบริษัทนานเกือบสองชั่วโมงได้ ทำให้คนที่นั่งมาด้วยกับเงียบ ๆ ในตอนแรกเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ใกล้ถึงแล้วครับ รับรองว่าหนูจะต้องชอบอย่างแน่นอน” ราเชนทร์ไม่ได้ตอบในทีเดียว เขาหันมายิ้มให้เธอก่อนจะหันกลับไปเพ่งสมาธิกับถนนเบื้องหน้า ที่ไฟส่องสว่างข้างทางแทบจะไม่พอสำหรับการขับขี่ แสงสว่างจากพระจันทร์กลมโตสะท้อนภาพเบื้องหน้า ปรากฏเป็นพื้นน้ำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ราเชนทร์ลดกระจกลงสองข้างเพื่อให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศโดยรอบ รอยยิ้มหวานผุดขึ้นมาบนใบหน้าสวย เธอมองออกไปด้านนอกอย่างชื่นชมรถจอดลงข้างบ้านติดชายทะเลหลังขนาดกลาง ไม่ได้เล็กหรือใหญ่จนเกินไป แต่ก็ดูสวยงามน่าอาศัย ราเชนทร์เปิดประตูรถเดินลงไปก่อน เขารีบเดินอ้อมไปเปิดประตูให้ภรรยาสาวอย่างรีบร้อนเพราะเกรงว่าเธอจะเปิดลงมาเองเสียก่อน “ขอบคุณค่ะ” โรสกล่าวขอบคุณพร้อมกับรอยยิ้ม มือวางไปที่มือหนาที่ยื่นมารอก่อนแล้ว สองมือกอบกุมเดินตามกันไป โดยมีราเชนทร์เป็นคนนำทา
กลับมายังประเทศไทย แสนร้อนระอุแห่งนี้แห่งเดิมภายในห้องทำงานสี่เหลี่ยมกว้างขวางของราเชนทร์ผู้ที่มีตำแหน่งสูงที่สุดภายในบริษัทแห่งนี้ เวลานี้นั้นมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่โซฟาตัวยาวใจกลางห้องด้วยท่าทางเบื่อหน่าย “เฮ้อ~” เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ที่เธอพ่นลมออกมาทุกครั้งเวลาไม่ได้ดั่งใจ รสสุคนธ์เบื่อหน่ายถึงขั้นสุด การที่ให้เธอมาเฝ้าเขาทำงานแบบนี้มันใช่เรื่องหรือไงกัน“อะไรขนาดนั้นล่ะครับคุณเมีย” ราเชนทร์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารมากมายที่กำลังรอให้เข้าจรดปลายปากกาเซ็นลงไป ก่อนรอบมองไปยังภรรยาสาวที่แสดงีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างไม่คิดปิดบังเลยสักนิดเดียว เห็นแบบนั้นแล้วเขาก็อยากจะแกล้งเธอเข้าไปอีกยิ่งกว่าเดิม“ถ้าพี่ยังทำตัวแบบนี้หนูจะหนีไปให้ไกล ๆ เลยคอยดู” งานการก็ไม่ยอมให้เธอทำ แถมยังต้องอยู่ในสายตาเขาแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีก โรสล่ะอยากจะบ้าตาย ไม่คิดว่าอาการหวงเมียของเขาจะเข้าขั้นโคม่าขนาดนี้“ถ้าคิดว่าหนีพ้นก็ลองดูสิครับ” น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามเอื้อนเอ่ย“เชอะ!” คนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งหลังตรง ยกสองแขนขึ้มากอดอกสะบัดหน
ระหว่างที่ทั้งหมดร่วมทานอาหารค่ำกันอย่างพร้อมเพียง ณ บ้านตระกูลพิทักกชดนัย โดยที่มีพ่อแม่ของลูกสะใภ้มาร่วมด้วย จึงเกิดเป็นภาพการรวมตัวของครอบครัวใหญ่ขึ้นมา “ถึงจะช้าไป… แต่ผมอยากพาโรสไปฮันนีมูลทุกคนว่ายังไงครับ” ราเชนทร์โพล่งขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนสนใจอาหารมากกว่าคนที่มาร่วมโต๊ะทานข้าว“คะ?” โรสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอียงคอถามออกไป ด้วยความรู้สึกปนสงสัยในความคิดของผู้ชายที่นั่งตัวตรงอย่างภาคภูมิ“เมื่อก่อนพี่ไม่ได้ใส่ใจหนูอย่างที่ควรยังไงล่ะครับ ครั้งนี้พี่อยากจะชดเชยให้บ้างสักนิดก็ยังดี” น้ำเสียงอ่อนลงเพราะความรู้สึกผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นเขาเอาแต่ใจตัวเองเกินไป ไม่ได้มองถึงความสุขของคนรักเลยสักนิดเดียว“ก็ดีเหมือนกันเดี๋ยวฉันดูหลานเอง จะไปกันกี่วันก็ตามใจเจ้าลูกชายแม่จะได้มีเวลาพาน้องเรนไปเที่ยว” คุณหญิงหทัยกล่าว สายตาจ้องจับไปที่ลูกสะใภ้สลับกับหลานสาวที่กำลังเข้าสู่วัยซนด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข คุณคุณหญิงรจีแม่ของโรสกล่าหญิงหทัยผู้เป็นแม่เอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม เธอดีใจเสียอีกที่จะได้ใช้เวลาอยู่กับหลานสาวในช่วงปิดเทอม “ลูกไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวแม่ช่วยดูน้องเรนให้เอง” คุณหญิงรจีแม่ของโรสกล่าวเ
EPISODE (27) ลูกสาวตัวแสบเวลาแห่งความสุขช่างผ่านพ้นไปไวเสียเหลือเกิน เพราะตอนนี้น้องเรนนี่ ลูกสาวเพียงคนเดียวของทั้งคู่นั้นเข้าเรียนที่เนอสเซอรี่แล้ว ทั้งสองมักจะเลิกงานก่อนเวลาเพื่อจะได้มารับลูกสาวด้วยตนเอง พวกเขาอยากจะให้ความสำคัญกับลูกมาก ๆ เพื่อให้ลูกได้มีความสุข“หม่าม๊าขา~” ร่างเล็กของเด็กสาววัยสี่ขวบ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารัก เรือนผมสีดำเงาพริ้มสวย ถูกมัดเป็นทรงเปียสองข้างอย่างน่ารักน่าเอ็นดู เธอวิ่งมาหาผู้เป็นแม่แล้วกระโดดกอดอย่างคิดถึง ทั้งที่เมื่อเช้าโรสก็เป็นคนมาส่งเองแท้ ๆ “ว่าวิ่งสิคะ เดี๋ยวก็ล้มหลอก” โรสว่ากล่าวลูกสาวอย่างเป็นห่วง หอมแก้มซ้ายขวาอย่างหวงแหน“แล้วไม่คิดถึงป๊าหรือไงคะเจ้าตัวเล็ก” ราเชนทร์ทักลูกบ้าง เพราะเรนนี่ไม่สนใจเขาเลยสักนิดเดียว “สวัสดีค่าคุณลุง” เด็กสาวยกมือขึ้นไหว้ด้วยรอยยิ้มสดใส แต่คนถูกเรียกว่าลุงถึงกับหน้าตึงขึ้นมาทันที“อะไรนะครับน้องเรน” ถามย้ำไปอีกครั้งเพราะกลัวว่าจะฟังผิดไป“ลุงเชน~” คนตัวเล็กเรียกราวกับว่าตั้งใจกลั่นแกล้งพ่อสุดที่รักของตนเอง “แกล้งป๊าเหรอตัวเล็ก” เขายกตัวลูกสาวขึ้นลอยคว้างกลางอากาศ พร้อมกับยิ้มอย่างเอ็นดูในความดื้อของเด็กน้อย
“อื้อ~เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ราเชนทร์” คนตัวเล็กร้องท้วงขึ้น สองมือบางดันหน้าอกแกร่งให้ออกห่างแม้จะไม่ขยับเลยสักนิดก็ตาม“ทำไมครับ” “ปิดประตูก่อนสิคะ” เพราะเมื่อเข้าไปห้องได้เขาก็จู่โจมเธอกันที“อ่า...ขอโทษครับ” ปึง! ราเชนทร์ปิดประตูบานใหญ่ลงเสียงดังอย่างรีบร้อน พาร่างบางของหญิงสาวตรงไปยังเตียงนอนก่อนจะปลดเปลื้องผ้าของทั้งคู่ออกจนหมดทันที“อ๊ะ” เสียงเล็กแหลมร้องออกมาเมื่อถูกฟันคมกัดเข้าให้ที่ต้นคอขาว“ที่รัก” เขาพร่ำเพ้อขณะที่สัมผัสร่างกายขาวละเอียดของโรสไปทั่วทั้งร่าง กายสาวถูกคร่อมไว้โดยร่างหนาของอีกคน สายตาทั้งคู่สอดประสานกันแน่นิ่ง มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวของพวกเขาเท่านั้นที่ดังแข่งกันออกมา“ช่วยอ่อนโยนได้ไหมคะ” เธอว่าด้วยสายตาออดอ้อน“พี่จะพยายาม” สองแขนจับขาเล็กตั้งชันขึ้นอยู่ในรูปตัวเอ็ม หลังจากที่เล้าโลมจนอีกคนพร้อมแล้ว จับตัวตนแข็งขืนจ่อเข้าที่ปากทางรักก่อนจะดันเข้าไปช้า ๆ ค่อย ๆ ให้ความนุ่นด้านในโอบรัดลำแกร่งไว้จนเข้าไปถึงสุดทาง“อื้อออ” เสียงหวานร้องครวญครางเนื่องจากห่างหายไปนาน สัมผัสอันชัดเจนอยู่ภายในกายจนวูบวาบไปทั่วช่องท้อง“จะขยับแล้วนะครับ” สองแขนแกร่งดันขาเรียวให้แนบชิดกับ
หลังจากที่ราเชนทร์สร้างเรื่องวุ่นวายขึ้นภายในบริษัท โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้ดูทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิด แถมยังจะดูมีความสุขเสียอีก “เหลือเชื่อเลยนะคะ เหมือนพี่จะสนุกน่าดู” ทันทีที่ขึ้นรถมาได้โรสก็แขวะคนที่นิ้มแย้มราวกับมีความสุขมากมายอย่างอดหมันไส้ไม่ไหว“ก็หนูสวยขนาดนี้ ถ้าพี่ไม่บอกออกไปแล้วมีคนมาจีบหนูจะทำยังไงล่ะครับ” เขาแสดงท่าทางหึงหวงออกไปอย่างชัดเจน พอรู้ใจตัวเองแล้วราเชนทร์ก็ไม่คิดจะยอมอยู่นิ่ง เดินหน้าทำแต้มไม่ยอมหยุดพัก เพราะหวังว่าสักวันโรสจะมองเขาอย่างคนรักบ้าง“อ้วนจะตาย” โรสมองพุงน้อย ๆ ของตนเองแล้วบ่นอุบอิบ แต่ในสายตาคนอื่นนั้น เธอดีมีน้ำมีนวลจนน่ามองกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ“ไม่อ้วนสักหน่อย เมียพี่น่ารักจะตายไป” เขามองภรรยาสาวด้วยแววตาของคนหลงใหล ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก เอื้อมมือไปปรับเบาะของอีกคนให้เอนลงไปด้านหลังจนอยู่ในท่านอน ก่อนจะโน้มตัวไปตร่อมเธอไว้หลวม ๆ “พี่จะทำอะไร” โรสแสดงท่าทางกระวนกระวายออกมาเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของเขา รถหรูราคาแพงสตาร์ทติดเครื่องไว้ไม่ได้ขับเคลื่อนออกไปไหนเลยแม้เซนเดียว“รู้ไหมว่าหนูน่ารักมากเลย พี่อยากรังแกหนูใจจะขาดแล้วนะ” น้ำเสียงนาวคน
“โรส คุณนี่เรื่องมากจังเลยนะ” ปากต่อว่าออกไป แต่ก็ยอมหยุดยั้งการกระทำลงชั่วคราว เขาดึงตัวเธอให้ขึ้นไปนอนบนเตียงดี ๆ ตามด้วยร่างกายหนาที่ขึ้นคร่อมร่างบางเอาไว้ แทรกกลางระหว่างขาสวย “ตอนครางเรียกพี่ราเชนทร์” “?” ไม่ทันได้คลายข้อสงสัย ใบหน้าคมก็ขยับลงไปฟัดกับเต้าอวบของเธออย่างไม่ให้ตั้งตัว ปากหนาดู
-คืนเข้าหอ-บ่าวสาวในชุดวิวาห์แสนหรูหราสีขาวสะอาดราคาแพง พวกเขาช่างดูเหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก แต่ทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าปลื้มปีติยินดีแต่อย่างใด “ถอดชุดออกแล้วไปนอนรอบนเตียง” น้ำเสียงดุดันสั่งด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เขาบอกพลางปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนหมดเผยให้เห็นหน้าอกแกร่งกับลอนกล้ามหน้าท้อง
พอได้ฟังคำพูดหยาบคายของราเชนทร์เข้าโรสก็ยิ่งโกรธ “ปล่อยค่ะ โรสจะกลับเข้าไป” เธอดึงดันจะไม่ยอมไปกับเขา “อะไร จะเข้าไปอ่อยไอ้ตัวผู้ข้างในรึไง” ราเชนทร์พูดด้วยน้ำเสียงแดกดันปนโทสะ ไม่รู้ความโกรธอะไรเข้าครอบงำถึงทำให้เธอมีอิทธิพลต่อเขาถึงจนาดนี้ “ถ้าใช่แล้วจะทำไมเหรอคะ” ส่วนคนตัวเล็กก็ยังท้าทายเข
ร่างบางสะลึมสะลือ ตื่นขึ้นมาด้วยสภาพไม่เต็มร้อย เธอกระพริบตาถี่ระรัว ปรับโฟกัสมองไปทั่วบริเวร เสียงหายใจเป็นจังหวะดังอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อเธอจะขยับตัวแต่ไม่สามารถทำได้ เพราะร่างหนาของใครบางคนนั้นกดทับเธออยู่ ใบหน้าคมซุกอยู่บริเวณหน้าอกของเธอ แขนแกร่งโอบรัดเอวเธอไว้แน่นจนหายใจลำบาก “โอ๊ย!” ความปวดเข







