Masuk“นี่เงินค่าตัวเธอ เอาไป ส่วนนี่ฉันทำบุญ” ไม่นานภูภามว์ก็หันกลับมาพร้อมเงินเป็นฟ่อน ๆ ในมือ แล้วยื่นให้เธอตามจำนวนที่ตกลงกันไว้
“ขอบคุณค่ะเฮีย” แล้วคนอย่างอลีนาจะทำอะไรได้ นอกจากส่งยิ้มสวย ๆ แบมือรับเงินไว้อย่างนอบน้อม แม้ในใจจะไม่ชอบท่าทีหยิ่งผยองของอีกฝ่ายก็ตาม
ก่อนหน้านี้ยังดูเป็นผู้ชายอบอุ่นอยู่เลย พอรู้ว่าเธอไม่ประสาเรื่องบนเตียงก็หน้าหงิกขึ้นมาเชียว
ไม่เป็นเรื่องบนเตียง มันผิดนักหรือไง ! ของแบบนี้มันฝึกกันได้ โดนไปแค่รอบเดียวเธอยังพอรู้แนวเลย ว่าจังหวะไหนควรสู้ จังหวะไหนควรผ่อนปรน
“เอ้า ! รับเงินแล้วก็ไปแต่งตัวสิ จะรอให้ฉันซ้ำหรือไง”
“อ่าว ไหนเฮียว่าค้างคืนไงคะ” ดวงตากลมโตใสซื่อมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ดูตัวเองก่อนไหม สภาพเหมือนศพเดินได้แบบนี้ ใครจะไปเอาลง !”
ภูภามว์อยากซ้ำอยู่หรอก แต่จากสภาพของอลีนาเกรงว่าจะรับไม่ไหว เผลอ ๆ รอบถัดไป เธอคงได้ช็อกตายระหว่างทาง
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวฝืนฉีกยิ้มให้เขาแล้วแอบค่อนขอดในใจ ...ก็ที่เธอเป็นแบบนี้ มันเพราะฝีมือใครกันเล่า ! ถ้าไม่ใช่เขาที่หื่นกามกระแทกเอา กระแทกเอาอย่างไม่บันยะบันยัง
จากนั้นถึงค่อย ๆ ขยับกายที่ห่อหุ้มด้วยผ้าห่มของม่านรูดก้าวลงจากเตียง วินาทีแรกที่เท้าสัมผัสถึงพื้น ความเจ็บแสบตรงกึ่งกลางกายก็แล่นปราดพุ่งกระแทกหัวใจเข้าอย่างจัง
“อู้ย...” ส่งผลให้มีหยดน้ำวาวใสเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตา อลีนาเบะปากน้อย ๆ คล้ายก้ำกึ่งจะร้องหรือไม่ร้องไห้ดี แต่เลือดนักสู้ในกายนั้นมีมาก เธอจึงฮึบเอาไว้ได้ทัน
“หึ ! เป็นไงละ อยากจะค้างคืน พาตัวเองลงจากเตียงยังไม่รอดเลย อวดเก่ง”
ถึงปากจะว่า แต่ภูภามว์ก็ตรงเข้ามาช่วยพยุงเธอพาไปส่งถึงในห้องน้ำ ก่อนออกไปก็ยังไม่วายแกล้งกระตุกผ้าห่มออกจากร่างเปลือยเปล่าของอลีนาให้เธอเขินอายเล่น
“อย่าลีลาละ ฉันจะไปรอที่รถ”
“เฮียนั่นแหละ ออกไปได้แล้ว” คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่แหวใส่ เห็นแววตามากเล่ห์ประวิงอ้อยอิ่งอยู่ตามเนื้อตามตัว อลีนาก็หน้าร้อนผ่าว มือที่มีก็ปิดหนีไม่พอ แม้เขากับเธอจะร่วมกิจกรรมจ้ำจี้มะเขือเปราะกันมาแล้วก็เถอะ
“อายอะไร กระแทกจนเธอครางเสียงดังลั่นก็ทำมาแล้ว”
จ่ายไปตั้งหมื่นห้า ซ้ำก็ไม่ได้ แค่ขอดูนิด ๆ หน่อย ๆ ทิ้งทวน เขากับอลีนาคงเจอกันแค่คืนนี้เท่านั้นแหละ
อลีนาเคยบอกไปหรือยัง ว่าเธอเกลียดวาจาดิบเถื่อนของภูภามว์เหลือเกิน ‘เห่า’ ออกมาแต่ละอย่างไม่อายฟ้า อายดิน ผู้ชายแบบนี้ เธอเคยชื่นชมไปได้อย่างไรเนี่ย...
“เธอพักอยู่ที่ไหน” ภูภามว์ถามคนข้าง ๆ เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากม่านรูดมาได้สักพัก
“บ้านพักคนงานท้ายไร่ภูพลาธรค่ะ”
เอี๊ยดดด...
พอสิ้นคำตอบ ล้อรถคันโตก็บดไปกับพื้นถนนอย่างกะทันหัน จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วระแวกนั้น ภูภามว์เหยียบเบรกทั้งที่ไม่สนว่าคนข้างกายนั้น คาดเข็มขัดนิรภัยอยู่หรือเปล่า
“งื้ออออ เจ็บ !” อลีนายกมือขึ้นกุมหน้าผากที่ชนเข้ากับคอนโซลรถ แล้วส่งเสียงครางออกมาอย่างเจ็บปวด เจอกับภูภามว์แค่ไม่กี่ชั่วโมง เขาทำเธอเจ็บตัวไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย ช่วงล่างยังระบมไม่หาย เขาทำเธอเจ็บช่วงบนอีกแล้ว
“เธอกำลังจะบอกว่า เธอเป็นคนงานในไร่ ?”
ชายหนุ่มไม่ใส่ใจท่าทีเจ็บปวดนั่น เขาอยากรู้มากกว่าว่าทำไมผู้หญิงที่เขาซื้อบริการ ถึงได้มีที่พักอยู่ในไร่ของตน
“ค่ะ อุ้มเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ที่คาเฟ”
“บัดซบ ! ให้มันได้อย่างนี้สิวะ” เมื่ออลีนาไขข้อสงสัย ภูภามว์ก็สบถเสียงเข้ม ตบมือฉาดใหญ่ลงบนพวงมาลัยรถยนต์อย่างหัวเสีย จุดใต้ตำต่อสุด ๆ
อยู่ ๆ เขาก็กลายเป็นสมภารแดกไก่วัดโดยที่ไม่รู้ตัว
“ฮะ เฮียคะ” อลีนาที่ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เพราะเหตุใดเจ้าของไร่ภูพลาธรถึงต้องโกรธขนาดนี้ เมื่อรู้ว่าเธออาศัยอยู่ในไร่ของเขา
“หยุด ! ! ! ถ้าฉันไม่ได้ถามก็ไม่ต้องพูด”
ภูภามว์เสียงแข็งจนเกือบจะตวาด ตวัดหางตามองเขม็งจ้องร่างเล็กที่ทำตัวลีบแบนติดกับประตูฝั่งคนนั่งด้วยโทสะ อลีนาไม่บอกเรื่องพวกนี้ก่อนหน้าก็เหมือนจงใจจะหลอกลวง
เธอรู้จักเขา แต่เขาไม่รู้จักเธอเลยสักนิด
ไม่นานรถ Jeep คันโตก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ด้วยความเร็วที่ไม่ต่างอะไรจากพายุทอร์นาโดลูกใหญ่ จุดหมายของเจ้าของรถไม่ใช่ไร่ภูพลาธร แต่เป็นร้านคาราโอเกะเจ๊จุง ต้นกำเนิดของความวินาศสันตะโรในคืนนี้
เอามาจากตรงไหน ก็เอากลับคืนตรงนั้นนั่นแหละ !
ไม้เอกสูดลมหายใจเรียกความกล้าให้ตัวเองหนึ่งที ในมือกำช่อดอกบัวที่ตนพึ่งไปซื้อมาจากตลาดสดเมื่อตอนเช้ามืด พร้อมกับดอกไม้สำหรับใส่บาตรพระเหมือนเคยดวงตาคมเข้มเหลือบมองหญิงสาวซึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ในครัวก่อนหันมองคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างไม่ค่อยมั่นใจ “ไปสักทีไอ้เวร ตื่นเต้นเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบห้าไปได้ มึงจะรอให้ลูกโตจนเข้าโรงเรียนเลยไหม”จนคนรอหนุ่นหลังชักเริ่มรำคาญจึงช่วยเรียกสติไปหนึ่งที โดยการถีบส่งเพื่อนให้พ้นหัวกระไดบ้าน “มึงไม่ใช่กูนี่ คนเยอะแยะมึงเห็นไหม”ถึงไม้เอกจะอายุสามสิบกว่าก็ใช่ว่าจะเขินไม่เป็นนะ โดยเฉพาะต่อหน้าคนในบ้านแบบนี้“งั้นแล้วแต่มึง กูว่าบางทีขอไปน้องเขาอาจจะไม่ตกลงก็ได้” หมอหนุ่มเหลือบมองช่อดอกบัวในมือเพื่อนแล้วส่ายหัว ไอ้ไม้เอกมันคิดได้อย่างไรเอาดอกบัวมาขอผู้หญิงแต่งงาน ขอเสร็จตั้งใจจะยกขึ้นไปไว้บนหิ้งเลยมั้ง“คนใจแคบอย่างมึงจะไปรู้อะไร ความหมายมันลึกซึ้งนะเว้ย!” ความจริงคือไม่รู้จะหาดอกไม้ที่สวยและดีกว่านี้มาจากไหน ต่างจังหวัดในตลาดสดแบบนี้มีดอกไม้ให้ซื้อไปไหว้พระก็ถือว่าดีแล้ว ถ้าไม่เอาดอกบัวมาที่เหลือก็มีแต่ดอกดาวเรือง“เออ! ไอ้คนใจกว้าง ถ้างั้นก็ช่วยทำใจกล้าๆ ด้
“ตามมาง้อเมียหรอ สมน้ำหน้าไอ้ควาย”นั่นคือคำแรกที่ชายหนุ่มใช้เอ่ยทักทายเพื่อนทันทีที่เห็นมันลงจากรถ พาลให้คนที่พึ่งถูกเมียหอบลูกหนีหงุดหงิดไปกันใหญ่ ขับรถมาตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะถึงที่นี่ฟ้าก็เกือบสว่างยังต้องทนฟังไอ้คนที่ไม่อยากเจอขี้หน้าซ้ำเติมอีกคนถูกเมียทิ้งจึงทำได้แค่มองฝ่ายตรงข้ามตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ทว่าในมือไอ้ไม้เอกดันถือถุงชุดดอกไม้ธูปเทียนหลายกำในนั้นกลับทำให้หมอทิมแปลกใจ“อย่าบอกนะว่ามึงจะลงทุนขอลาบวช เพราะง้อเมียไม่สำเร็จอะไอ้ไม้เอก”“บวชห่าอะไรละไอ้เพื่อนเวร หน้าที่กูต้องไปซื้อดอกไม้ให้เมียกับย่าใส่บาตรพระทุกเช้า คนบาปอย่างมึงจะไปเข้าใจอะไร”“ครับไอ้คนดี ง้อเมียมาเป็นปีแต่ทุกวันนี้ยังได้นอนแค่ข้างเตียง”บัดซบ! ไอ้ทิมแม่งรู้เรื่องน่าอายแบบนี้ได้ไงวะ อย่าบอกนะว่าแก้วเจ้าจอมเล่าให้ยายน้องสาวตัวแสบของเขาฟัง แล้วมะปรางก็เอาไปบอกต่อให้ไอ้ผัวเฮงซวยรู้อีกที สุดท้ายแล้วไม้เอกก็สบัดหน้าเดินนำขึ้นไปบนเรือน เพราะจนแต้มไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามันคืน ต้องยอมรับว่าตนเป็นพวกไม่เอาไหนจริงๆ คิดแล้วก็ท้อใจ แก้วเจ้าจอมตัวเล็กแค่นิดเดียว แต่ทำไมถึงใจแข็งเหลือเกิน… “สวั
“เจ้าจอม? นอนไม่หลับเหรอ” คนตัวโตซึ่งนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นข้างเตียง เอ่ยถามหญิงสาวด้วความเป็นห่วง เมื่อได้ยินเสียงพลิกไปพลิกมาหลายนาทีแล้ว“อื้อ ปวดหลัง”ยิ่งอายุครรภ์เพิ่มขึ้นแก้วเจ้าจอมยิ่งใช้ชีวิตลำบาก “งั้นอยู่นิ่งๆ นะ” พอรู้สาเหตุไม้เอกจึงรีบลุกขึ้นมาบนเตียงแล้วบอกให้หญิงสาวขยับตัวก่อนเขาจะขึ้นมานั่งซ้อนหลังเธอเอาไว้ แล้วจับร่างอุ้ยอ้ายของว่าที่คุณแม่เอนลงซบกับแผงอกกว้าง “แบบนี้ดีขึ้นไหม” แก้วเจ้าจอมพยักหน้าแทนคำตอบฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามหน้าท้องนูน พร้อมกับนวดเบาๆ ตามแขนและลาดไหล่เพื่อสร้างความผ่อนคลายให้แม่ของลูก“จอมนอนทับคุณแบบนี้ คุณจะไม่อึดอัดหรอ”เธอเผลอแทนตัวเองด้วยชื่อเหมือนเมื่อครั้งเก่าก่อนโดยไม่รู้ตัว มีแต่คนฟังเท่านั้นที่ได้ยินและยังแอบยิ้มอย่างดีใจ“ไม่สักนิด ต่อให้มีแก้วเจ้าจอมอีกสิบคนพี่ก็รับไหว”“…” ไม่มีเสียงตอบรับจากแม่ของลูก พอความเงียบเข้าปกคลุมทั้งคู่จึงได้ยินแต่เสียงหัวใจของกันและกันที่เต้นโหมกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกมาจากเบ้า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะครับ พี่มันโง่เองทั้งๆ ที่รู้ว่ารักแต่ก็ยังใจร้าย”“ที่คุณบอกว่ารักนี่คือรักจอมจริงๆ หรือเป็นเพรา
ช่วงสายของวันเสียงรถยนต์คนหรูที่แก้วเจ้าจอมคุ้นหูดีก็แล่นเข้ามาจอด ทว่าไม่อาจทำให้หญิงสาวเหลียวกลับไปมองได้เพราะยังเคืองเขาเรื่องเมื่อเช้าอยู่ เธอก็แค่อยากรู้ว่าไม้เอกไปทำอะไรที่พิษณุโลก คำถามนั้นมันตอบยากมากหรือไง “คุณไม้เอกกลับมาแล้วค่ะน้องจอม” เป็นพี่ใบพูลเสียอีกที่ดูตื่นเต้นนักหนากับการกับมาของเขา“ช่างเขาสิคะ”แก้วเจ้าจอมตอบราวกับไม่ใส่ใจทั้งที่หูผึ่งคอยฟังเสียงรถอยู่ตลอดเวลา ก็เมื่อคืนไม้เอกนอนน้อยอีกทั้งยังขับรถออกไปทำธุระไกลถึงพิษณุโลก เธอแค่เป็นห่วงในถานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น “ไม่คิดว่าลูกสาวฉันจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย”มือบางซึ่งกำลังพับกลีบดอกบัวเพื่อนำไปถวายพระพุทธรูปหยุดชะงักงัน แก้วเจ้าจอมรีบหันไปตามต้นเสียงเพื่อดูให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิดและใช่! เจ้าของเสียงนั้นเป็นแม่ของเธอจริงๆ แล้วยังมีพ่อยืนอยู่ข้างๆ ด้วย“พ่อ! แม่!” น้ำเสียงของแก้วเจ้าจอมสั้นเครือพอๆ กับหยดน้ำตาที่ไหลหล่นลงมาอย่างตื้นตันใจ ร่างอุ้ยอ้ายของหญิงสาวอายุครรภ์เกือบหกเดือนวิ่งเข้าหาบุพการีทั้งสองแล้วโอบกอดไว้ราวกับลืมว่าตนเองกำลังตั้งท้อง“เบาๆ สิแก้วเจ้าจอมแกท้องอยู่นะเดี๋ยวหลานฉันได้ออกมาวิ่งเล่นก่
วันนี้เป็นวันเกิดแก้วเจ้าจอม ข้าวปลาอาหารที่ต้องใส่บาตรพระเลยมากอย่างกว่าปกติ เช้านี้หญิงสาวจึงต้องรีบตื่นเพื่อมาช่วยทุกคนเตรียมของ ทว่าตื่นมาข้างกายเธอกลับไร้วี่แววพ่อของลูกไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าไม้เอกลุกออกไปตอนไหนแต่ถ้าให้เดาเขาคงคลาดกับเธอไปแค่เสี้ยววิ เพราะแก้วเจ้าจอมรู้สึกได้ว่าพื้นที่นอนข้างกายยังมีกลิ่นไอกับความอบอุ่นของเขาตลบอบอวลอยู่“ของทุกอย่างเตรียมเสร็จแล้วหรอคะย่าเนียร”เจ้าของร่างอุ้ยอ้ายถามขึ้นเมื่อมาถึงแล้วทุกอย่างในครัวดูว่างเปล่า แก้วเจ้าจอมตั้งใจตื่นเร็วกว่าเดิมไปตั้งหนึ่งชั่วโมงแล้วนะแต่ก็ยังไม่ทันคนอื่นๆ อยู่ดี“เด็กๆ ยกลงไปข้างล่างหมดแล้วเหลือแต่ดอกไม้ถวายพระ ไม่รู้มันไปซื้อถึงไหน”‘มัน’ ที่ว่านั่นคือหลายชายตัวดี ที่เดินทำหน้าระรื่นออกมาจากห้องหลานสะใภ้ของนางเมื่อเช้า ไอ้ไม้เอกมันคิดว่าย่ามันหัวหงอกปานนี้จะโง่เง่าจนไม่รู้หรือไง ว่ามันแอบย่องขึ้นเรือนแทบทุกคืน เด็กในบ้านก็รู้กันหมดแค่ไม่กล้าเอาไปพูดมีแค่แก้วเจ้าจอมโฉมงามดอกนี้เท่านั้นแหละ ที่ไม่รู้ตัวว่าผัวแอบย่องขึ้นห้องเข้าไปดอมดมแทบทุกคืน “จอมไม่ได้ออกมาช่วยทุกคนเลย” หญิงสาวหน้ามุ้ยเพราะรู้สึกผิดวันเกิดตัวเ
“ดูๆ ไปกูก็ดูเหมือนชู้เหมือนกันนะ” แต่ไม่ใช่ไง… กูเป็นผัว! ไม้เอกอยากจะตะโกนให้คนทั้งโลกรับรู้ว่าไอ้คนเลวๆ คนนี้นี่แหละเป็นผัวของแม่ดอกแก้วเจ้าจอมซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงแสงสลัวจากโคมไฟเล็กๆ ข้างหัวแตียงทำให้เขาเห็นทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน ไม้เอกหันไปสบตากับไอ้แมวอ้วนข้างกายหญิงสาวหนึ่งทีและเหมือนเจ้าส้มฉุนจะเข้าใจเพราะมันมักจะกระโดดลงจากเตียงแล้วกลับไปนอนในที่ของมันทุกครั้ง โดยไร้เสียงร้องรบกวนเมื่อชายหนุ่มแอบย่องเข้ามาในห้อง“น่ารักมากลูกพ่อ” ไม้เอกไม่ลืมกระซิบชมเจ้าส้มฉุนเบาๆ ในเมื่อแก้วเจ้าจอมแทนตัวเองว่าแม่กับเจ้าส้มฉุนไม้เอกก็ต้องเป็นพ่อน่ะถูกแล้วร่างสูงพยายามแทรกกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาให้แผ่วเบาที่สุด หากเขาทำแก้วเจ้าจอมตื่นการแอบย่องขึ้นบ้านเพื่อแอบมานอนกอดเมียทุกคืนจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป หนักสุดไม้เอกอาจโดนไล่ออกจากบ้านด้วย“คิดถึงพ่อไหมเด็กดี” ฝ่ามือหนาลูบไล้หน้าท้องนูนเบาๆ เพื่อทักทายลูกน้อยในนั้น และครั้งนี้ลูกชายตัวน้อยที่ไม้เอกพึ่งรู้เพศเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ดิ้นตอบสนองเขาเป็นครั้งแรก “หนูทักทายพ่อหรอครับ” และด้วยความดีใจทำให้ไม้เอกเผลอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียง
“แม่ ๆ เมียคุณภามว์ที่เขาลือกันเนี่ย สวยปะ”ดาหลาเปิดประเด็นร้อนขึ้นแต่เช้า ขณะกวาดสายตาหาวัตถุดิบในตู้เย็นเพื่อตระเตรียมทำอาหารเช้าไว้ให้เจ้านาย อุตส่าห์รีบตื่นตั้งแต่ไก่โห่ นึกว่ามาถึงบ้านคุณภูภามว์แล้วจะได้เจอผู้หญิงคนนั้น“ก็ต้องสวยสิ ไม่งั้นคุณภามว์จะไปยุ่งด้วยเหรอ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเชียวละ”
เมื่อตอนกลางวันอาจจะนอนพักผ่อนมากเดินไป พอตกดึกอลีนาจึงตาสว่างอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ อาการไข้ของเธอดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังมีมึน ๆ งง ๆ อยู่บ้าง น่าจะเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !และจังหวะนั้นนั่นเอง เสียงเคาะประตูถี่ ๆ ก็ดังขึ้น อลีนาทำหน้าฉงนก่อนหันมองดูนาฬิกาเรือนเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระจ
หลังจากกินข้าวกินปลาจนอิ่มท้องแปล้ อลีนาก็เดินเท้าออกจากบ้านเพื่อไปทำงานตามปกติ ทว่าเดินมาได้สักระยะ รถกระบะคันสีดำคุ้นตาก็ขับจี้ตูดตามมาติด ๆ ปี๊น... ปี๊น... แถมยังบีบแตรไล่หลังเสียงดังจนอลีนาต้องหลบลงไปเดินในพงหญ้าข้างทางแต่ภูภามว์กลับไม่หยุดแค่นั้น เขาเหยียบคันเร่งสุดตีนเพื่อขับมาป
‘สุวนี’ ถึงกับยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก คลึงขมับไปแล้วร้อยสิบแปดรอบ เมื่ออยู่ ๆ ก็มีคนหอบลูกสาวมาร้องแรกแหกกระเชอถามหาความรับผิดชอบถึงหน้าบ้านตอนแรกนางก็งงงวย แต่สืบไปสืบมาถึงได้รู้ว่า เจ้าลูกชายตัวดีไปก่อเรื่องอะไรไว้ ที่แท้ก็ไปเจาะไข่แดงลูกสาวของคนงานในไร่ จนเรื่องราวบานปลายใหญ่โต ป่านนี้ไม่ลุกลามไปถ







