แชร์

ข่าวลือ...

ผู้เขียน: เอวาริณ ชาริณ
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-05 21:39:11

@3 วันต่อมา.....

"มึงๆ คนนี้ไงที่เป็นข่าวกับพี่โซล!" เสียงแหลมๆ ดังขึ้นเบาๆ แต่ก็ชัดพอจะทำให้ใครต่อใครต้องหันมามอง

"นี่เหรอ...ก็ไม่เห็นจะสวยตรงไหน" อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้นทันที พลางมองคะนิ้งตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมิน

"แบบนี้ยังเรียกว่าไม่สวยอีกเหรอ..." น้ำเสียงของอีกคนเจือความหมั่นไส้

"หน้าตาก็งั้นๆ...ไม่มีอะไรโดดเด่น ไม่เหมาะกับพี่โซลของกูหรอก" คำพูดนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาและดูถูก

"กูได้ข่าวว่ายัยเด็กนั่นวิ่งตามพี่โซลต่อยๆ หน้าไม่อายเลยจริงๆ"

เสียงซุบซิบนินทาเริ่มหนาหูขึ้นทุกที ตั้งแต่วันที่โอโซลเดินไปส่งคะนิ้งที่คณะแพทยศาสตร์ นักศึกษาหลายคนก็เริ่มพูดถึงกันอย่างหนาหู เสียงลือเสียงเล่าอ้างแพร่กระจายราวกับไฟลามทุ่ง ทั้งในกลุ่มเพื่อน ทั้งในห้องเรียน และแม้แต่ตามโถงทางเดิน โดยเฉพาะคำพูดส่วนใหญ่ มักจะเป็นการพูดถึงคะนิ้งในแง่เสียมากกว่า เหมือนกับว่าการที่เด็กปีหนึ่งหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “โอโซล” รุ่นพี่หน้านิ่งผู้เพียบพร้อม เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้สำหรับบางคน สายตาหลายคู่มองเธอด้วยแววตาเหยียดหยาม ปะปนกับความสงสัยและริษยา จนคะนิ้งเองก็เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาเงียบๆ

@คะนิ้ง

"อีพวกนั้นน่าเอาฝ่ามือฟาดปากสักทีสองที!" กัสจังสบถเสียงลอดไรฟันอย่างหัวเสีย สายตาจ้องไปยังกลุ่มผู้หญิงที่ยังคงเม้าท์แตกไม่หยุด

"เออ…กูก็ว่า แม่ง...ปากปีจอฉิบหาย" แพตตี้พยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความเอือมระอา

"ช่างเขาเถอะน่า…อย่าไปสนใจเลย ปากเขาก็พูดไปเรื่อย" คะนิ้งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ใบหน้ายังดูสงบอย่างน่าประหลาด

"จ้ะ...แม่พระเข้าสิงมึงรึไง ถึงได้ยอมสงบเงี่ยมให้เขานินทาอยู่ได้" กัสจังเบ้ปากใส่เพื่อนสาว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคะนิ้งไปเอาความใจเย็นมาจากไหน

"กูแค่ไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ เสียเวลา…อยากพูดอะไรก็พูดไปเหอะ" คำตอบของคะนิ้งเรียบง่าย แต่นิ่งพอจะทำให้ทั้งกัสจังและแพตตี้หันมามองหน้ากันนิ่งๆ ไปครู่หนึ่ง

"อย่ามาพูดใกล้กูล่ะกัน ไม่งั้นเดี๋ยวมีตบ!...พวกปากหมาแบบนั้นน่ะ" กัสจังยังไม่เลิกโมโห ยิ่งได้ยินคำพูดเพื่อนรักที่ดูนิ่งเกินไป เธอก็ยิ่งเดือดแทน

คะนิ้งในสายตาของพวกเธอไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเธอจะปล่อยผ่านจริงๆ...หรืออาจเพราะสิ่งที่ได้จากโอโซล มันมีค่ามากพอจะไม่ต้องสนเสียงรอบข้างอีกต่อไป

"เออ…เมื่อวานกูเจอพี่เพลิง พี่เขาบอกว่าวันนี้วันเกิดพี่โซล เขาจะไปฉลองที่ผับ Q เราไปกันไหม?" แพตตี้เปลี่ยนเรื่องอย่างกระตือรือร้น สายตาแพรวพราว

"มึงเกี่ยวอะไรกับเขา เพื่อนก็ไม่ใช่ รุ่นน้องก็ไม่เชิง เขาเชิญมึงเหรอ?????" กัสจังเลิกคิ้วสูง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

"แน่นอนดิวะ! พี่เพลิงบอกให้ชวนมึงกับคะนิ้งไปด้วย ว่าไง จะไปป่ะ?" แพตตี้พูดอย่างมั่นใจ

"กูได้บัตร VIP มาด้วย 3 ใบพอดีแป๊ะ!"ว่าแล้วเธอก็ชูบัตรสีดำทองอย่างภาคภูมิ ก่อนจะยักคิ้วข้างเดียวใส่เพื่อนสาวแบบกวนๆ

"เริดดดดดด... มึงน่ารักที่สุดก็วันนี้แหละอีแพต!" กัสจังหัวเราะเสียงใส หายเคืองทันทีที่เห็นบัตร VIP ใบสวย

"แล้วมึงอ่ะคะนิ้ง จะไปป่ะ?" แพตตี้หันไปถามเจ้าของประเด็นหลัก

"ไปดิ…จะพลาดได้ไง" คะนิ้งตอบยิ้มๆ น้ำเสียงเจือแววมั่นใจ แม้ในใจจะเต้นแรงแค่ไหนก็ตาม

"โอเค งั้นคืนนี้เจอกันหนึ่งทุ่มตรง ห้ามสาย!" แพตตี้รีบนัดเวลา ก่อนจะยกมือขึ้นตีเพื่อนเล่นอย่างอารมณ์ดี

"จัดไปค่า!"

กัสจังตอบรับด้วยท่าทางคึกคัก ขณะที่บรรยากาศรอบตัวเริ่มเบาลง กลายเป็นเสียงหัวเราะระหว่างเพื่อน ที่ดูเหมือนจะลบล้างเสียงซุบซิบนินทาได้ชั่วขณะ

@19.30 น. ผับ Q > โอโซล

เสียงเพลงภายในผับหรูที่เต็มไปด้วยผู้คนที่ดื่มด่ำกับความสนุก ไฟแสงสี เครื่องดื่มหลายแบบ หลายสไตล์ที่มีบริการให้กับทุกคน หนุ่มสาวต่างปล่อยตัวปล่อยใจไปกับห่วงอารมณ์ของความสุข ความสนุกในค่ำคืนอันแสนยาวนาน รวมถึงสามหนุ่มฮอตหน้านิ่งแห่งคณะวิศวะ ที่ต่างพากันนั่งดื่มเหล้า เคล้านารีตั้งแต่หัววัน

"...เบาเพื่อนเบา พึ่งจะหนึ่งทุ่มเองมึงรีบไปไหน : ไฟเพลิงเอ่ยท่วงรามสูรที่กระดกเหล้าเข้าปากอย่างกับกำลังดื่มน้ำเปล่า..

"แค่นี้ไม่ถึงกับระคายคอกูหรอก.. : รามสูรตอบกลับด้วยท่าทางนิ่งเรียบ

"......เอ่อ..อย่าพึ่งเมาก่อนล่ะกัน น้องๆยังไม่มากันเลย : ไฟเพลิง

"น้อง ??? : รามสูรถามด้วยความสงสัย น้องไหน ปกติวันเกิดโอโซลทุกปีก็มีแต่พวกเขาสามคน พื้นที่ภายในห้อง VIP นี้ถือเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเขา แม้แต่ยุ่ง มด แมลงสาบ..ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็ไม่มีทางที่จะเข้ามาได้...

"อืม : ไฟเพลิงตอบกลับในขณะที่มือยังคงโอบกอดหญิงสาวที่ถูกเรียกให้มาบริการ พร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก

"กูเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่ากูไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย : โอโซลเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเชิงดุดัน เขาไม่ชอบหากใครจะมาวอแว วุ่นวายกับเขา..โดยเฉพาะในงานวันเกิดที่ไม่ว่าจะปีไหนๆเขาก็ไม่เคยเชิญใครมาร่วมนอกจากไฟเพลิงและรามสูร

"ใจเย็น....น้องที่กูบอกก็น้องคะนิ้ง น้องแพตตี้แล้วก็น้องกัสไง : ไฟเพลิง

"มึงเชิญมาเหรอ ??? : รามสูร

"เออ..ก็เห็นว่าเป็นวันเกิดไอ้โซลมัน กูเลยชวนน้องเขา..ไหนๆก็สนิทกันแล้ว... : ไฟเพลิง

"หึ...กูเคยพูดเหรอว่าสนิท...

"ไอ้โซล....มึงจะพูดแบบนี้ก็ไม่ได้ เมื่อสามวันก่อนมึงยังเดินไปส่งน้องคะนิ้งถึงหน้าคณะจนเขาลือกันให้ทั่วว่ามึงกับน้องกำลังกุ๊กกิ๊กกัน... : ไฟเพลิง

"ข่าวลือก็คือข่าวลือ..กูแค่เดินไปส่งยัยนั่น ไม่ได้หมายความว่ากูจะชอบยัยเด็กนั่นสักหน่อย

"ตกลงมึงไม่ชอบ ??? : ไฟเพลิงถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

"คนอย่างกูเคยชอบใครที่ไหน..

"แต่มึงไม่เคยให้ใครมาวอแวใกล้ชิดมึงขนาดนี้เลยนะเว้ย : ไฟเพลิง

"ก็เห็นว่าอยากเล่นกับไฟ กูเลยจะสงเคราะห์ให้...

"แปลว่าที่ผ่านมามึงแกล้งทำ ??? : ไฟเพลิงถามโอโซลออกไปด้วยสีหน้าที่เหมือนจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

"อืม...

"แต่น้องเขาดูชอบมึงจริงๆนะ มึงไม่ลองเปิดใจหน่อย : รามสูร

"ชอบแล้วไง กูจำเป็นต้องชอบตอบเหรอ

"แม่ง..!.. ไม่ชอบแล้วทำเหมือนว่าชอบน้องเขาทำไมวะ...แถมยังให้เขาเรียกมึงว่าเฮียอีก คำนี้นอกจากน้ำอิงแฟนเก่ามึง กูยังไม่เคยเห็นมึงอนุญาตให้ใครเรียกแบบนี้เลยนะโว้ย : ไฟเพลิง

"อย่าพูดถึงผู้หญิงใจง่ายคนนั้น กูไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีก

"เห้อ ! ถ้าไม่ชอบเขา กูว่ามึงเลิกทำแบบนั้นเถอะ สงสารน้องมัน คิดจะหลอกฟันแล้วทิ้งรึไง : ไฟเพลิง

"อยากได้กูมากกูก็แค่จะสงเคราะห์ให้ ทำไมต้องสงสารในเมื่อยัยนั่นเต็มใจที่จะวิ่งเข้าหากูเอง..

"ไอ้โซล...มึงเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ.. : ไฟเพลิงจ้องมองโอโซลอยากไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เพราะอะไรทำไมเพื่อนรักถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้

"มึงรู้แล้วใช่ไหมว่าคะนิ้งเป็นน้องสาวของน้ำอิง : รามสูรถามโอโซลเพราะประวัติของคะนิ้งเขาไปสืบมาหมดแล้ว ถึงได้รู้ว่าคะนิ้งเป็นน้องสาวต่างแม่ของน้ำอิง ผู้หญิงที่เคยทิ้งโอโซลไป ทำให้โอโซลเสียผู้เสียคนไปพักหนึ่ง แรกๆก็ดูเหมือนเพื่อนรักจะมีใจให้คะนิ้งจริงๆ แต่พอรู้ว่าเป็นน้องของอดีตคนรัก ที่ปัจจุบันกลายเป็นคนที่อยู่ในแบล็คลิสบัญชีดำของเขา เขาจึงเลือกที่จะตัดสินใจทำแบบนั้น

".............. : โอโซลไม่ตอบแต่เลือกที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มสายตาของเขายังคงนิ่งเรียบ เยือกเย็นกว่าครั้งไหนๆ ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ จนมีเสียงของกลุ่มคนเดินเข้ามาในห้องโดยมีลูกน้องของเขาเดินนำเข้ามา...

"สวัสดีค่ะพี่ๆ : เป็นแพตตี้กับกัสที่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องของขวัญ ขาดก็แต่คะนิ้งที่ไม่เห็นเดินเข้ามาพร้อมกันกับกลุ่มเพื่อน..

"นะ..น้องแพต น้องกัส มากันแล้วเหรอครับ : ไฟเพลิงออกอาการเลิ่กลั่ก ไม่คาดคิดว่าแขกที่เชิญจะมาในเวลานี้...

"ค่ะ พอดีเจอเพื่อนเก่า แพตกับกัสเลยแวะทักทายหน่อย แล้วคะนิ้งล่ะคะ : แพตตี้ถามออกไปเมื่อไม่เห็นเพื่อนรักของเธออยู่ภายในหัอง..

"น้องคะนิ้ง...ยังไม่เห็นเลยนิครับ : ไฟเพลิง

"อ้าวเหรอคะ...ไหนนิ้งมันบอกจะขึ้นมาก่อน พี่รู้ไหมคะ มันทำเค้กให้พี่โซลด้วย ตั้งใจทำตั้งนานแน่ะ... : กัสจัง

"เชี้ย..!.. หรือว่าน้องจะได้ยิน เลยหนีกลับไปแล้ว : ไฟเพลิงสบถออกมา ในขณะที่อีกคนยังคงนั่งกระดกเหล้า สายตาของเขาดูวูบไหวแวบหนึ่ง ก่อนจะทำเป็นนิ่งอย่างที่เขาชอบทำ

"ได้ยินอะไรเหรอคะ : แพตตี้..

"เออ..ปะ..เปล่าครับ : ไฟเพลิง

"เมื่อกี้กูโทรหามันแล้วนะ มันบอกรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยขอตัวกลับก่อน : กัสจัง

"แปลก....ก่อนขึ้นมายังดูตื่นเต้นอยู่เลย มันไม่สบายเป็นอะไรวะ : แพตตี้

"กูก็ลืมถาม...แต่เสียงมันดูเงียบผิดปกติ มันคงจะไม่สบายจริงๆนั่นแหละ พรุ่งนี้ค่อยไปดูมันล่ะกัน... : กัสจัง

"เออ..เอาแบบนั้นก็ได้... นี่ของขวัญของแพตกับกัสค่ะ ขอให้พี่โซลสุขภาพแข็งแรงนะคะ : แพตตี้ยื่นของขวัญไปให้ ก่อนที่โอโซลจะสั่งให้ลูกน้องของเขารับไป โดยเจ้าตัวไม่พูดอะไรเลยสักคำ ใช้เพียงสายตาเป็นเครื่องส่งสัญญาณเท่านั้น

ทางด้านของไฟเพลิงและรามสูรต่างมองหน้ากัน ภายในใจได้แต่คิดเป็นห่วงคนเป็นน้อง ถ้าเกิดว่าคะนิ้งได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด ไม่รู้ว่าคนเป็นน้องจะคิดยังไง...ไอ้เพื่อนตัวดีก็ได้แต่นั่งนิ่งไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆเลยสักนิด...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน อดีตที่ไม่น่าจดจำ [The End]

    ผมมองดูสายตาที่เหมยหลินสื่อออกมา แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงจะมีอะไรอยู่ในใจสินะ ถึงได้ตอบแบบขอไปทีแบบนี้"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ มือของเขายังจับมือฉันไว้แน่น เพื่อสื่อให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"มีอะไรอยู่ในใจก็พูดกับเฮียตรงๆเลยนะครับ เฮียจะบอกเหมยทุกเรื่องที่เหมยอยากรู้ ระหว่างเราจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างค้าใจกันอีก"เขากระซิบอย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ ความรู้สึกมั่นคงในตัวเขาเป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของฉันในตอนนี้"ผมจะบอกเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เพราะไม่อยากให้ระหว่างเรามันคลุมเครือ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับคนเก่ายังมีความรู้สึกอะไรให้กันอยู่ เพราะความรู้สึกแบบนั้นมันหมดไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ผมแคร์ คนที่ผมรักก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ผมไม่สนไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไปแล้ว"เสียงเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความรักและความมุ่งมั่น ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ"งั้นเหมยขอถามเฮียนะคะ..เพราะเรื่องนี้ทำให้เหมยค้างคาใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนคบกัน จนคบกันเข้า

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน ทั้งรักทั้งหวง

    @1 ชั่วโมงต่อมาห้องเงียบลงหลังจากผ่านความวุ่นวายไปได้สักพัก แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านสีครีมอ่อนเข้ามา กระทบกับเรือนผมของคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่มุมเตียง ใบหน้าหวานบึ้งตึง ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาเลื่อนมองออกไปยังระเบียง แต่ก็ยังเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ"เป็นอะไร..หน้าบูดหน้าบึ้งเชียว"เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะทำให้เธอระเบิดใส่อีกครั้ง"เปล่าค่ะ"เธอตอบกลับโดยไม่หันหน้ามองเขา เสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังไม่คลายลงง่ายๆ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่น สายตาหลุบต่ำหลบสายตาเขา แต่รังสีของความไม่พอใจยังชัดเจนจนสัมผัสได้"เปล่า ? แต่จมูกกับปากเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ยังโกรธเฮียอยู่เหรอ"เขายิ้มขำออกมาเล็กน้อย พยายามหยอกให้สถานการณ์เบาลง สายตาเขาจับจ้องไปที่เธออย่างเอ็นดู รู้ดีว่าเธอไม่ได้ “เปล่า” อย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อยคนตัวเล็กหันมามองหน้าผมด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะถามคำถามที่เธอน่าจะค้างคาใจมานาน"...เหมยถามจริงๆนะเฮีย ตั้งแต่แฟนเก่าเฮียกลับมา เฮีย

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน เอากับแฟนใหม่

    "ใครโทรมาแต่เช้าอ่ะเหมย "เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสียงทุ้มนุ่มมีแววของความงัวเงีย เจือด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อได้ยินปลายเสียงคนเป็นน้องกำลังมีปากเสียงกับใครบางคนอยู่ทางโทรศัพท์"ก็แฟนเก่าเฮียไงคะ โทรมาบอกว่าเมื่อคืนเฮียนอนเอากันกับเธอ...."น้ำเสียงของเหมยหลินเต็มไปด้วยความเย็นชา ปลายตาคว่ำลงอย่างเบื่อหน่าย ปากเอ่ยตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู มืออีกข้างก็ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ขณะเธอปรายตามองร่างเปลือยเปล่าข้างตัวด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู"ประสาท ! เฮียเอากับเธอทั้งคืน จะไปเอากับคนอื่นได้ไง"เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาไร้สาระ ใบหน้าหล่อที่ยังซุกหมอนอยู่เมื่อครู่เงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโมโห เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบรักจากเมื่อคืน"📞 ชัดไหมคะพี่มิ้งค์ นี่เฮียพีชตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนที่พี่ส่งมานะ"น้ำเสียงของเหมยหลินฟังดูเรียบนิ่ง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม ข

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน นอนกับแฟนเก่า

    @เวลาต่อมาบรรยากาศในห้องนอนอบอวลด้วยไออุ่นอันหน่วงแน่นจากความใกล้ชิด เสียงลมหายใจแผ่วเบาสลับกันเป็นจังหวะ ทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีนวลทองที่ฉาบทาบเรือนกายเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา สองร่างแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นอกอุ่นแนบแผ่นหลัง มือของเขาลูบวนช้า ๆ บนหน้าท้องแบนราบราวกับจะกล่อมให้ใจเต้นสม่ำเสมอ"อย่าจ้องเหมยแบบนี้สิ เหมยอายเป็นนะ"ฉันหลบสายตาเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากขบเม้มแน่นเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน สองมือดึงผ้าห่มขึ้นสูงราวกับจะใช้มันปกปิดความเปลือยเปล่าที่ตัวเองเพิ่งเผยให้เขาเห็นเมื่อครู่"...จะอายทำไม..นี่ผัวนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แล้วอีกอย่างเฮียก็เคยเห็นสองเต้านี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเบา ๆ พร้อมกดจมูกลงที่ต้นคออย่างหวงแหน สายตาของเขายังคงมองฉันไม่วาง ดวงตานั้นเจือทั้งแววขำและความหลงใหลจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว"ก็เฮียเคยบอกของเหมยเหมือนเด็กอนุบาล เหมือนกระดานโต้คลื่น แถมยังเล็กเท่าซาลาเปาลูกล่ะสิบ"ฉันเบ้ปาก พลางใช้ปลายนิ้วสะกิดอกเขาเบา ๆ อย่างประชด แต่ในใจกลับหวั่นไหว เพราะคำพูดนั้นมั

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน เคลียร์ใจ : ทับรอย

    "เพราะเฮียรักเหมย..."คำพูดที่หลุดออกจากปากเขาไม่ใช่เสียงตะโกน แต่กลับดังชัดเจนในใจฉันมากเกินจะปฏิเสธ สายตาคมที่เคยมีแต่ความดุดันกลับฉายแววอ่อนลง เหมือนคนหมดแรงจะซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไปแล้ว แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนกับจะหลุดคำพูดนี้มานานแต่เก็บมันไว้ตลอด ฉันชะงักไป หัวใจเต้นสะท้านจนร่างกายเบาหวิว รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดช่วง"ขะ...คะ?"ฉันถึงกับทวนคำพูดของเขา เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม เขาบอกว่ารักฉัน... รักที่แปลว่ารักจริงๆ หรือรักเพราะคำที่ฉันเคยพูดกันแน่ น้ำเสียงของฉันสั่นพร่า ปลายเสียงตกต่ำราวกับไม่กล้ายืนยันความจริงที่ได้ยิน สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่มั่นใจ มือของฉันเผลอกำแน่นกับผ้าห่มราวกับยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่างไว้ในตอนที่ใจมันเริ่มสั่น"เฮียบอกว่ารักเหมย... ขอโทษที่ไม่เคยบอก... เพราะตอนนั้นเฮียยังไม่มั่นใจ กลัวเหมือนกันว่าจะยังฝังใจกับรักครั้งก่อน แต่พอเกิดเรื่องของมิ้งค์ เฮียถึงรู้ใจตัวเอง ว่าเฮียทั้งรักทั้งแคร์เหมย มันโคตรที่จะรักเลยว่ะ... และมันก็โคตรที่จะหวงเธอสุดๆ เวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้"เฮียพีชพูดพลางมองฉันนิ่ง ใบหน้าจริงจังไร้รอยยิ้ม มือหน

  • เมียดื้อของเฮียโซล   เด็กหวงของเฮียพีช ตอน คนรัก : คนเคยรัก

    @1 ชั่วโมงต่อมา ตั้งแต่ที่ผมพาเหมยหลินเดินออกจากร้านคาเฟ่แถวรังสิต คนตัวเล็กสั่งผมให้พามาหาควีนเพื่อนสนิทของเธอที่ผับใจกลางเมืองทันทีใบหน้าของเหมยหลินยังคงแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราในร้านนั้น แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ได้ดีเธอพูดออกมาอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงที่มีทั้งความมุ่งมั่นและความมั่นใจ "วันนี้เป็นวันเกิดของควีน คนเป็นเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่มาไม่ได้เด็ดขาด" เหมือนเธอจะรู้ทันเจตนาของผมที่คิดจะจับเธอไปเคลียร์กันบนเตียงสักน้ำสองน้ำ ถึงได้ใช้ข้ออ้างนี้หลีกเลี่ยงได้อย่างชาญฉลาด"อย่าดื่มเยอะ เดี๋ยวเมาหรอกเหมย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็คุมโทนไม่ให้มากจนเกินไป พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนไปหาเธอ"เฮียหยุดพูดไปเลย ถ้าจะเฝ้าก็นั่งอยู่เงียบๆ อย่ามาบ่นให้เสียบรรยากาศ" เหมยหลินตอบกลับด้วยเสียงแววหมั่นไส้แฝงอารมณ์ขบขันเล็กน้อย เธอแสดงท่าทางขัดใจด้วยการยกคิ้วและสบตาผมอย่างรู้ทัน"ก็เฮียเป็นห่วง...หวงเมียผิดตรงไหนครับ" ผมยิ้มมุมปาก พยายามพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แม้ใจจะยังตึงเครียดอยู่ข้างใน"หึ...เมียเก่ารออยู่ที่ห้อง กลับไปหาเธอสิ...ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเหมยหรอก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status