LOGIN@10 นาทีต่อมา
"อีกัส ไปถ่ายรูปเป็นเพื่อนกูหน่อย" : แพตตี้หันมาบอกเพื่อนสาวเสียงใส ขณะกำลังหยิบมือถือขึ้นมาเช็กมุมกล้อง "อืม...ไปดิ กูว่ามุมนั้นสวย" : กัสจังพยักหน้าเบาๆ ดวงตาแพรวพราวเมื่อเห็นฉากหลังที่ร้านจัดไว้เป็นพิเศษ "มึงนั่งรอตรงนี้นะชะนี เดี๋ยวกูมา" : กัสจังหันมาบอกเพื่อนอีกคนพร้อมกับยักคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเดินตามแพตตี้ไปยังมุมถ่ายภาพที่ทางร้านตกแต่งไว้อย่างละเมียดละไม ทั้งไฟประดับและม่านบางปลิวไหวตามลมเย็นยามบ่าย ทำให้ทุกอย่างดูมีเสน่ห์ไม่ต่างจากฉากในหนังโรแมนติก ในขณะเดียวกัน... "เออ ไอ้ราม ไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ" : ไฟเพลิงเอ่ยพลางลุกขึ้นแล้วหันไปมองเพื่อน "มึงไปคนเดียวไม่ได้รึไง โตเป็นควายขนาดนี้แล้ว" : รามสูรเลิกคิ้ว มองเพื่อนอย่างเบื่อหน่าย แต่ก็รู้ดีว่าที่เพลิงชวนไม่ใช่เพราะกลัวอะไรหรอก แต่เพราะอยากทิ้งพื้นที่ตรงนี้ไว้ให้ใครบางคนได้อยู่กันสองต่อสอง "เออน่า...ไปเป็นเพื่อนหน่อย" : น้ำเสียงของไฟเพลิงอ้อนนิดๆ ไม่ได้เจ้าเล่ห์นักแต่ก็น่ารักพอให้คนฟังใจอ่อน "จะไปก็รีบลุก" : รามสูรบ่นอุบอิบแต่ก็ยอมลุกขึ้นเดินตามออกไป ปล่อยให้โอโซลกับคะนิ้งนั่งเงียบกันอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศเงียบสงบลงทันที แต่ไม่ใช่ความเงียบอึดอัด... เป็นความเงียบแบบที่มีรอยยิ้มซ่อนอยู่ในอากาศ คะนิ้งเอาแต่นั่งยิ้ม ดวงตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตา แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและความสุขอย่างปิดไม่มิด "ยิ้มอะไร? เป็นบ้าเหรอ" : โอโซลเลิกคิ้ว มองสาวน้อยตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย "เปล่าค่ะ...มีความสุขก็เลยยิ้ม แปลกเหรอคะ " "มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว" "ดีนะที่หนูยิ้มให้พี่ ไม่ได้ยิ้มคนเดียว..." "เห่อะ...!" "พี่โซล..." "อย่าเรียกฉันว่าพี่ ฉันไม่ชอบที่เธอเรียกฉันเหมือนไอ้หมอนั่น" "ไม่ให้เรียกพี่แล้วจะให้เรียกอะไรล่ะคะ? เรียกลุง เรียกพ่อ หรือว่าเรียก...แฟน" โอโซลชะงักนิ่งไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เพราะไม่คิดว่าเด็กนี่จะกล้าพูดแบบนั้นออกมาตรงๆ "ดูทำหน้า หนูแค่ล้อเล่นเอง ไม่เห็นต้องทำหน้ายักษ์ใส่กันเลยนี่คะ แล้วตกลงจะให้หนูเรียกว่าอะไรคะ?" "...เรียกเฮีย" "เฮีย?? อืม...ก็ดีนะคะ แต่ทำไมต้องเรียกเฮียด้วยล่ะ ไม่เห็นเคยได้ยินใครเรียกพี่ว่าเฮียโซลเลยสักคน" "บอกให้เรียกก็เรียกไปเหอะ ถามอะไรเยอะแยะ" "ถามก็ไม่ได้ ดุจัง..." "ว่าแต่เมื่อกี้ที่เฮียพูดกับพี่ไฟท์ หมายความว่าไงคะ?" "เรื่อง?" "ก็ที่เฮียพูดเหมือนกำลังหึงหนูอยู่ไง..." "ใครหึง...ฉันไม่มีวันหึงเด็กดื้ออย่างเธอหรอก" "เหรอคะ...อืม...เสียใจจัง นึกว่าคนแถวนี้จะออกอาการหึงหนูซะอีก" "...ไร้สาระ" "แต่ก็ดีนะคะ พี่ไฟท์รีบกลับไปเลย ปกติไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป" "ไอ้หมอนั่นมันตามจีบเธองั้นเหรอ?" "ใช่ค่ะ...ตามมาตั้งแต่ ม.4 แล้ว สลัดยังไงก็ไม่ออก เหนียวหนึบอย่างกับกาวตราช้าง " "สงสัยมันคงตาบอดล่ะมั้ง ที่มาชอบปลาปักเป้าอย่างเธอ" "....เห่อะ! คำก็ปักเป้า สองคำก็ปักเป้า ระวังไว้เถอะ สักวันเฮียโซลหน้านิ่งจะตกหลุมรักปลาปักเป้าอย่างหนู" "ฝันอยู่รึไง..." "ชิ...!....." คะนิ้งทำหน้ามุ่ยใส่ก่อนจะหันไปสนใจกับขนมและเครื่องดื่มตรงหน้า ถึงจะตัวเล็ก เอวคอด แต่เธอกินเก่งชนิดที่ใครเห็นต้องตกใจ โดยเฉพาะชาเขียวกับเบเกอรี่ที่เธอโปรดปรานเป็นพิเศษ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ร่างบางจนสาวๆ หลายคนยังอิจฉา โอโซลมองภาพนั้นแล้วยิ้มมุมปากเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าในใจ “ตัวก็โตแล้ว แต่ทำไมยิ่งดูยิ่งเหมือนเด็กเข้าไปทุกที...” @2 สัปดาห์ต่อมา > ห้องชมรมวิศวะ "สวัสดีค่ะพี่ๆ "น้องคะนิ้ง...มาได้ไงครับ : ไฟเพลิง "พอดีนิ้งมากับอาจารย์ประไพวรรณค่ะ ถือของช่วยแก แล้วก็เอาเอกสารมาให้อาจารย์รวิ เห็นพี่ๆนั่งอยู่เลยแวะเข้ามาทัก สวัสดีค่ะเฮีย "เฮีย ??? : ทั้งไฟเพลิงและรามสูรต่างหันไปมองยังคนที่ถูกเรียก "พวกมึงจะเสียงดังเพื่อ ??? "เปล่า กูก็แค่สงสัยว่าทำไมน้องถึงเรียกมึงว่าเฮีย... : ไฟเพลิง "ก็เฮียโซลบอกว่าไม่ชอบให้เรียกว่าพี่ ให้หนูเรียกว่าเฮีย...ทำไมเหรอคะ ".....ก็เพราะว่า... : ไฟเพลิงกำลังจะบอก แต่โอโซลขัดขึ้นเสียก่อน "มึงจะเสือกให้ได้ทุกเรื่องเลยใช่ไหมไอ้เพลิง : สายตาคมจ้องมองมายังเพื่อนรัก เพียงเท่านี้ไฟเพลิงก็พอจะรู้แล้วว่าคนเป็นเพื่อนไม่อยากให้เขาพูด เขาจึงเงียบปากลงและเก็บคำพูดของตนเองเอาไว้ดังเดิม "ทำไมต้องดุพี่เพลิงด้วยล่ะคะ.. "ฉันไม่ได้ดุ.. "แต่เมื่อกี้เฮียเสียงดัง.. "ผู้ชายเขาก็คุยกันแบบนี้.. "มีอะไรหรือเปล่า..ดูเฮียมีพิรุษนะคะ "พิรุษบ้าบออะไร ทำธุระเสร็จก็รีบกลับไปได้แล้ว "ไล่กันจัง... "หรือจะอยู่ให้ผู้ชายตามขายขนมจีบ ตึกนี้มีแต่เด็กวิศวะ ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายทั้งนั้น "หวงหนูเหรอ "เพ้อเจ้อ....อยากอยู่ก็ตามใจ "ค่า...จะกลับแล้วค่า...แต่เฮียช่วยเดินไปส่งหน้าตึกหน่อยได้ไหม ข้างล่างนี้ก็ได้ "มาเองได้ ทำไมตอนกลับต้องให้คนอื่นไปส่ง "ก็ตอนมาหนูมากับอาจารย์นิคะ ตอนกลับ..หนูต้องเดินกลับคนเดียวหนูก็กลัวเป็นนะ เมื่อกี้หนูเดินผ่านพี่พี่ที่นั่งอยู่หน้าระเบียงทางเดิน น่ากลัวทั้งนั้น... "เห้อ ! เดือดร้อนคนอื่น.. "งั้นเดี๋ยวกูไปส่งน้องเอง : รามสูรอาสาจะเดินไปส่งคะนิ้ง แต่ไม่ทันจะได้ก้าวขา โอโซลกลับเดินนำไปเสียก่อน "จะไปก็รีบตามมา เดินช้าโดนฉุดเข้ามุม ฉันไม่รู้ด้วย.. "ค่า...ดุเหลือเกิ๊น.....พ่อยังไม่ดุขนาดนี้เลย "หน้าฉันเหมือนพ่อเธอเหรอ..?.. "ก็คล้ายๆอยู่นะคะ อย่างว่าแหละลูกเขยกับพ่อตา ก็คงจะไม่หนีกันมาก ".....ถ้าไม่หยุดพูด จะให้เดินกลับเองแล้วนะ "ค่ะ..ค่า.....หยุดแล้วค่ะ ดุอย่างกับ.... "กับอะไร...พูดให้มันดีดี "เปล่าค่ะ โอโซลเดินมาส่งคะนิ้งจนถึงหน้าคณะแพทยศาสตร์ที่คะนิ้งเรียนอยู่ ระยะทางห่างกันราว 800 เมตร จากเดิมที่บอกจะไม่มาส่ง ด้วยความช่างพูดช่างคุยของคะนิ้ง รู้ตัวอีกทีเขาก็เดินมาส่งเธอจนถึงที่..แถมสาวๆคณะแพทย์ยังซุบซิบนินทากันไม่หยุด อีกด้านของโลกโซเซียลก็ฮือฮาไม่ต่างกัน เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่โอโซลปรากฏตัวพร้อมกับผู้หญิง... แถมยังเดินเคียงคู่กันมาอีกด้วย "ขอบคุณนะคะ..ที่มาส่ง "นี่เธอเรียนแพทย์งั้นเหรอ "ค่ะ...ทำไมคะ ท่าทางหนูดูไม่เหมือนนักศึกษาแพทย์เหรอ.. "หวังว่าในอนาคตเธอคงไม่ลืมกรรไกร หรือผ้าพันแผลไว้ในท้องคนไข้นะ.. "ถ้าลืมก็คงจะลืมไว้ในท้องเฮียนั่นแหละ....ชิ.....ไปแล้วนะคะ อาจารย์จะเข้าแล้ว บาย...เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำแซนวิสมาฝากนะ... คะนิ้งยิ้มกว้างก่อนจะโบกมือลาคนเป็นพี่และวิ่งเข้าชั้นเรียนไป โอโซลได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินกลับคณะของตัวเองไป... "ยัยเด็กบ๋องเอ่ย..."ดะ..เดี๋ยว...!!"อย่ามาห้ามนะ..หนูแกล้งเฮียก่อน ให้ลงตอนนี้ลงไม่ได้แล้ว.."ไม่ได้ห้าม...แต่หนูจะทำให้.."ฮ่ะ..!.. : คนเป็นพี่ทำหน้าตาอย่างกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ไม่ทันจะได้สงสัยอะไร..คนที่โดนจับให้พลิกตัวลงบนที่นอนนุ่ม ไขว้ขาพาดเอวขึ้นคร่อมเขาอีกครั้ง ทำให้ตอนนี้โอโซลเป็นฝ่ายอยู่ใต้ร่างโดยคะนิ้งคุมเกมส์อยู่ด้านบน สองมือเล็กค่อยๆจับท่อนเอ็นที่ตั้งผงาดชูชันอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกเอวคอดของตนเองขึ้นเล็กน้อย ค่อยๆสอดใส่ช่องแคบนุ่มนิ่มลงช้าๆ จนสุดลำ ทำให้อีกคนส่งเสียงครางออกมาอย่างเสียวส่าน.."อ้าส์...เด็กดี..~~สองมือเล็กขยับขึ้นมาสอดคล้องไปที่ลำคอหนา ในขณะที่มือของเขาจับบั่นเอวของเธอเอาไว้ โอโซลสบตากับคนที่ขึ้นคร่อมเขาอยู่ ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาจูบไปที่ริมฝีปากเล็กอย่างร้อนแรง..."จ๊วบ จ๊วบ ~~~"อื้มมม... ~~ทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน ขาของคนเป็นน้องไขว้กอดเอวของเขาเอาไว้ ใบหน้าที่หันเข้าหากันของทั้งคู่สบประสานมองตากันในระหว่างบรรเลงเพลงรัก คะนิ้งเริ่มขยับสะโพกเล็กบดคลึงเบาๆด้วยความรู้สึกจุกมวนบริเวณท้องน้อย ในขณะที่จังหวะรักเริ่มบรรเลง คนเป็นพี่ส่งเสียงครางในลำคอไม่หยุด ใบหน้
@เช้าวันต่อมา"งื้ออ ~แสงแดดยามเช้าสอดส่องแยงตาทำให้คนที่นอนหลับสนิท งัวเงียตื่นขึ้นมาในเวลาแปดโมงเช้าของอีกวัน คะนิ้งลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกหนักอื้อบริเวณศีรษะ ก่อนจะบ่นพึมพำออกมา"ตัวเองอยาก แต่มาลำบากคนอื่น เห้อ !"บ่นอะไรครับ...หืม 😊"บ่นเฮียนั่นแหละ...เมื่อคืนเฮียไม่ให้หนูพักเลย...ปวดเนื้อปวดตัวไปหมดแล้วเนี้ย .."ไหน..ปวดตรงไหนครับ เดี๋ยวเฮียนวดให้ : คนเป็นพี่ใช้สองมือหนาของตัวเองบีบนวดไปตามส่วนต่างๆของร่างกายเล็ก มือปลาหมึกเริ่มซุกซนจากนวดแขนเขาเริ่มขยับขึ้นมาใกล้บริเวณทรวงอก จนคนเป็นน้องต้องทักท้วงในการกระทำของเขา.."อย่าซนนะคะ...ถ้าเฮียดื้อ คืนนี้อด... !" ไม่ดื้อครับ... : โอโซลรีบเคลื่อนมือหนามาบีบนวดบริเวณไหล่เล็กทันทีก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข"วันนี้เฮียไม่มีเรียนเหรอคะ..ทำไมยังนอนอยู่บนเตียงล่ะ.."มีครับ แต่วันนี้ลาป่วย..."ลาป่วย..?.. เฮียไม่สบายตรงไหน...เท่าที่เห็นก็ปกติดีนิคะ : คนตัวเล็กมองสำรวจไปทั่วร่างกายหนา ไม่พบความผิดปกติใดๆ ใบหน้าคมออกจะดูสดใสขึ้นกว่าเดิมเสียอีก"ป่วยการเมืองไงครับ...วันนี้เฮียไม่อยากไป ขออยู่ห้องได้ไหม"ไม่สมเหตุสมผลเลยนะคะ เสียการเรียนหมด
"อื้อ ~~~"ฮะ..เฮียคะ..หนูว่าเรามานั่งคุยกันก่อนดีไหม.."นั่งคุยไม่รู้เรื่องหรอก...เฮียอยากนอนคุยมากกว่า.."ตะ..แต่ว่า...."วันนี้วันเกิดเฮีย..เฮียขอนะครับถือว่าเป็นของขวัญวันเกิด......อุณหภูมิภายในห้องเย็นเฉียบยิ่งกว่าเปิดเครื่องปรับอาการเสียอีก ร่างกายอ่อนนุ่มถูกรุกล้ำด้วยสองมือหนา โอโซลใช้สายตาจ้องมองคนเป็นน้อง ก่อนจะใช้มือหนาปลดกระดุมเสื้อของคะนิ้งออกทีละเม็ด นิ้วเรียวค่อยๆลากยาวผ่านซอกกลางระหว่างอก ก่อนจะวนปลายนิ้วร้ายมาหยุดอยู่ที่ยอดประทุมถัน เขาใช้ปลายนิ้วสะกิดอยอกล้อยอดอกเบาๆ เพียงเท่านี้คนเป็นน้องอ่อนระทวยไปหมดแล้ว"อื้ออ ~~ เฮีย..."มันแข็งแล้วนะ...ดูท่าจะอยากให้เฮียชิม.."อ้าส์ .... อื้ออ ~~พูดยังไม่ทันจบคนเป็นพี่ก้มใบหน้าคมลงไปจ่ออยู่ที่ยอดอกคู่งาม..ก่อนจะใช้ริมฝีปากหนางับลงไปเบาไที่ยอดนั้นอย่างละเมียดละไม...คะนิ้งได้แต่ส่งเสียงครางกระเส่าอยู่ในลำคอ..ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันเร็วจนเธอตั้งรับไม่ทัน สองมือเล็กค่อยๆยกขึ้นไปกอดคล้องลำคอหนา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวสอดเข้าไปตามกลุ่มเส้นผมบริเวณท้ายทอยของคนเป็นพี่...หลับตาพริมรับสัมผัสที่เขามอบให้..ความรู้สึกที่เกิดขึ้นเธอเองก็ไม่
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ สายตาคมจ้องมองไปยังคนตรงหน้าด้วยความสั่นไหว ก่อนจะรีบเก็บสายตาคู่นั้นแปลเปลี่ยนเป็นความนิ่งเรียบในเวลาต่อมา"มาทำไม : น้ำเสียงแข็งกร้าวถูกส่งออกไปทำเอาคนที่ฟังถึงกับหุบยิ้มแทบไม่ทัน"ไม่อยากให้มาเหรอคะ...".........ก็เห็นหายไปนาน นึกว่าจะไม่กลับมาแล้วซะอีก"แล้วเฮียอยากให้หนูกลับมาหรือเปล่าล่ะ"............. คนเป็นพี่ไม่ตอบอะไร เขายังคงนิ่งอย่างที่เคยเป็น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนเขาก็ยังเป็นเฮียโซลคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด"งั้นหนูไม่รบกวนเฮียแล้วนะคะ..เค้กวันเกิดหนูวางไว้ตรงนี้นะ : คะนิ้งวางเค้กเอาไว้ที่หน้าประตู ก่อนจะหันหลังกำลังจะเดินกลับไป แต่ไม่ทันจะได้ก้าวขา มือหนาของอีกคนคว้าเอวเล็กของเธอเอาไว้เสียก่อน"เฮียไม่ให้ไป...ไม่ให้ไปไหนอีกแล้ว อึก..อึก : ความเข็มแข็งที่เขาสร้างมันมานานนับปีถูกทลายลงอย่างง่ายดาย เพียงเธอบอกว่าจะไป ใจเขากลับอ่อนหยวบลงทันทีคนเป็นน้องค่อยๆจับมือเขาก่อนจะหันหน้าเข้าหาเขาอีกครั้ง"ร้องไห้เป็นเด็กอีกแล้วนะคะ เฮียร้องไห้เก่งเกินไปแล้วนะ : คะนิ้งยกนิ้วมือเรียวเช็ดน้ำตาให้คนเป็นพี่ก่อนจะยิ้มบางๆให้เขา"หนูหายไปไหนมา เฮียคิดว่าหนูจะลื
@1 ปีต่อมา"รับน้องปีนี้เราจะจัดกิจกรรมอะไรดีวะ อาจารย์ห้ามนั่นห้ามนี่เยอะแยะไปหมด : : ไฟเพลิง"ก็เหมือนทุกๆปี กิจกรรมนันทนาการ แจกสายรหัส และเข้าค่ายจิตอาสา ก็ทำมาตลอดมึงจะตื่นเต้นอะไร : รามสูร"ปีนี้ปีสุดท้ายแล้ว...จะเหมือนเดิมได้ไงวะ...ต้องมีอะไรพิเศษขึ้นมาหน่อย จริงไหมไอ้โซล : ไฟเพลิงหันไปถามความคิดเห็นของโอโซล แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา เขาเอาแต่นั่งหน้านิ่ง อ่านหนังสือ ทำตัวเย็นชาเข้าถึงยากมากกว่าแต่ก่อนซะอีก"มึงจะถามอะไรมัน...ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ : รามสูร"นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วนะ..ทำไมมันยังไม่ดีขึ้นอีก กูว่ามันเป็นหนักกว่าเมื่อก่อนเยอะ ก่อนเจอน้องคะนิ้งมันก็ดูนิ่งนะ แต่เดี๋ยวนี้ดูมันจะนิ่งมากกว่าเดิม ขนาดกูเป็นเพื่อนมันยังไม่ค่อยจะคุยด้วยเลย : ไฟเพลิง"มึงว่ามันยังรอเขาอยู่หรือเปล่า : ไฟเพลิงถามรามสูร"แล้วมึงคิดว่าไง คนเราไม่ติดต่อกันมาเป็นปี ความสมพันธ์มันจะดีขึ้นได้จริงๆเหรอ : รามสูรทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะสังเกตท่าทีของโอโซล ผ่านมาแล้วหนึ่งปีเต็มที่คนเป็นน้องหายไปจากวงจรชีวิตเขา ช่วงสามเดือนแรกเขาแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน ไม่กิน ไม่นอน ไม่พูด ไม่คุยกับใคร เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจน
@2 วันต่อมา💬 โอโซล : เฮียขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : หนูอย่าเงียบแบบนี้ได้ไหม คุยกับเฮียสักนิดก็ยังดี เฮียจะบ้าตายอยู่แล้ว💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : เรายังรักกันอยู่หรือเปล่า...หนูยังเห็นว่าเฮียเป็นแฟนอยู่ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : รับสายเฮียหน่อยครับ..แค่รับก็ได้ ถ้าหนูไม่อยากคุย เฮียขอแค่ฟังเสียงลมหายใจของหนูก็ยังดี💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : คะนิ้ง เฮียขอร้อง อย่าเงียบแบบนี้เลย เฮียผิดไปแล้ว เฮียขอโทษ💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....💬 โอโซล : ไม่ไปได้ไหม...อยู่กับเฮียต่อได้ไหม...เฮียรักหนู อย่าทิ้งกันไปได้ไหม💬 คะนิ้ง : .....อ่านแล้ว....ไม่ว่าเขาจะส่งข้อความอะไรไป คนเป็นน้องไม่เคยตอบกลับ หัวใจเขามันแทบคลั่ง เคยไปหาเธอที่คอนโดแต่คนเป็นน้องไม่ยอมเปิดประตูให้ แถมยังเปลี่ยนคีย์การ์ด และรหัสผ่าน ไม่ยอมให้เขาเข้าถึงตัวเธอเลยสักนิด นี่คือบทลงโทษของคนอย่างเขาใช่ไหม...เขาได้แต่นั่งส่งข้อความไปหาเธออยู่แบบนั้น แม้เธอจะไม่เคยตอบกลับมาเลยก็ตาม@คอนโดโอโซลภายในห้องนอนหรูที่มืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากด้านนอกที่สอดส่อ







