LOGINผมมองดูสายตาที่เหมยหลินสื่อออกมา แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงจะมีอะไรอยู่ในใจสินะ ถึงได้ตอบแบบขอไปทีแบบนี้"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ มือของเขายังจับมือฉันไว้แน่น เพื่อสื่อให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"มีอะไรอยู่ในใจก็พูดกับเฮียตรงๆเลยนะครับ เฮียจะบอกเหมยทุกเรื่องที่เหมยอยากรู้ ระหว่างเราจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างค้าใจกันอีก"เขากระซิบอย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ ความรู้สึกมั่นคงในตัวเขาเป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของฉันในตอนนี้"ผมจะบอกเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เพราะไม่อยากให้ระหว่างเรามันคลุมเครือ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับคนเก่ายังมีความรู้สึกอะไรให้กันอยู่ เพราะความรู้สึกแบบนั้นมันหมดไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ผมแคร์ คนที่ผมรักก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ผมไม่สนไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไปแล้ว"เสียงเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความรักและความมุ่งมั่น ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ"งั้นเหมยขอถามเฮียนะคะ..เพราะเรื่องนี้ทำให้เหมยค้างคาใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนคบกัน จนคบกันเข้า
@1 ชั่วโมงต่อมาห้องเงียบลงหลังจากผ่านความวุ่นวายไปได้สักพัก แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านสีครีมอ่อนเข้ามา กระทบกับเรือนผมของคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่มุมเตียง ใบหน้าหวานบึ้งตึง ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาเลื่อนมองออกไปยังระเบียง แต่ก็ยังเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ"เป็นอะไร..หน้าบูดหน้าบึ้งเชียว"เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะทำให้เธอระเบิดใส่อีกครั้ง"เปล่าค่ะ"เธอตอบกลับโดยไม่หันหน้ามองเขา เสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังไม่คลายลงง่ายๆ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่น สายตาหลุบต่ำหลบสายตาเขา แต่รังสีของความไม่พอใจยังชัดเจนจนสัมผัสได้"เปล่า ? แต่จมูกกับปากเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ยังโกรธเฮียอยู่เหรอ"เขายิ้มขำออกมาเล็กน้อย พยายามหยอกให้สถานการณ์เบาลง สายตาเขาจับจ้องไปที่เธออย่างเอ็นดู รู้ดีว่าเธอไม่ได้ “เปล่า” อย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อยคนตัวเล็กหันมามองหน้าผมด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะถามคำถามที่เธอน่าจะค้างคาใจมานาน"...เหมยถามจริงๆนะเฮีย ตั้งแต่แฟนเก่าเฮียกลับมา เฮีย
"ใครโทรมาแต่เช้าอ่ะเหมย "เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสียงทุ้มนุ่มมีแววของความงัวเงีย เจือด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อได้ยินปลายเสียงคนเป็นน้องกำลังมีปากเสียงกับใครบางคนอยู่ทางโทรศัพท์"ก็แฟนเก่าเฮียไงคะ โทรมาบอกว่าเมื่อคืนเฮียนอนเอากันกับเธอ...."น้ำเสียงของเหมยหลินเต็มไปด้วยความเย็นชา ปลายตาคว่ำลงอย่างเบื่อหน่าย ปากเอ่ยตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู มืออีกข้างก็ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ขณะเธอปรายตามองร่างเปลือยเปล่าข้างตัวด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู"ประสาท ! เฮียเอากับเธอทั้งคืน จะไปเอากับคนอื่นได้ไง"เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาไร้สาระ ใบหน้าหล่อที่ยังซุกหมอนอยู่เมื่อครู่เงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโมโห เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบรักจากเมื่อคืน"📞 ชัดไหมคะพี่มิ้งค์ นี่เฮียพีชตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนที่พี่ส่งมานะ"น้ำเสียงของเหมยหลินฟังดูเรียบนิ่ง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม ข
@เวลาต่อมาบรรยากาศในห้องนอนอบอวลด้วยไออุ่นอันหน่วงแน่นจากความใกล้ชิด เสียงลมหายใจแผ่วเบาสลับกันเป็นจังหวะ ทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีนวลทองที่ฉาบทาบเรือนกายเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา สองร่างแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นอกอุ่นแนบแผ่นหลัง มือของเขาลูบวนช้า ๆ บนหน้าท้องแบนราบราวกับจะกล่อมให้ใจเต้นสม่ำเสมอ"อย่าจ้องเหมยแบบนี้สิ เหมยอายเป็นนะ"ฉันหลบสายตาเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากขบเม้มแน่นเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน สองมือดึงผ้าห่มขึ้นสูงราวกับจะใช้มันปกปิดความเปลือยเปล่าที่ตัวเองเพิ่งเผยให้เขาเห็นเมื่อครู่"...จะอายทำไม..นี่ผัวนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แล้วอีกอย่างเฮียก็เคยเห็นสองเต้านี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเบา ๆ พร้อมกดจมูกลงที่ต้นคออย่างหวงแหน สายตาของเขายังคงมองฉันไม่วาง ดวงตานั้นเจือทั้งแววขำและความหลงใหลจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว"ก็เฮียเคยบอกของเหมยเหมือนเด็กอนุบาล เหมือนกระดานโต้คลื่น แถมยังเล็กเท่าซาลาเปาลูกล่ะสิบ"ฉันเบ้ปาก พลางใช้ปลายนิ้วสะกิดอกเขาเบา ๆ อย่างประชด แต่ในใจกลับหวั่นไหว เพราะคำพูดนั้นมั
"เพราะเฮียรักเหมย..."คำพูดที่หลุดออกจากปากเขาไม่ใช่เสียงตะโกน แต่กลับดังชัดเจนในใจฉันมากเกินจะปฏิเสธ สายตาคมที่เคยมีแต่ความดุดันกลับฉายแววอ่อนลง เหมือนคนหมดแรงจะซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไปแล้ว แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนกับจะหลุดคำพูดนี้มานานแต่เก็บมันไว้ตลอด ฉันชะงักไป หัวใจเต้นสะท้านจนร่างกายเบาหวิว รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดช่วง"ขะ...คะ?"ฉันถึงกับทวนคำพูดของเขา เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม เขาบอกว่ารักฉัน... รักที่แปลว่ารักจริงๆ หรือรักเพราะคำที่ฉันเคยพูดกันแน่ น้ำเสียงของฉันสั่นพร่า ปลายเสียงตกต่ำราวกับไม่กล้ายืนยันความจริงที่ได้ยิน สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่มั่นใจ มือของฉันเผลอกำแน่นกับผ้าห่มราวกับยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่างไว้ในตอนที่ใจมันเริ่มสั่น"เฮียบอกว่ารักเหมย... ขอโทษที่ไม่เคยบอก... เพราะตอนนั้นเฮียยังไม่มั่นใจ กลัวเหมือนกันว่าจะยังฝังใจกับรักครั้งก่อน แต่พอเกิดเรื่องของมิ้งค์ เฮียถึงรู้ใจตัวเอง ว่าเฮียทั้งรักทั้งแคร์เหมย มันโคตรที่จะรักเลยว่ะ... และมันก็โคตรที่จะหวงเธอสุดๆ เวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้"เฮียพีชพูดพลางมองฉันนิ่ง ใบหน้าจริงจังไร้รอยยิ้ม มือหน
@1 ชั่วโมงต่อมา ตั้งแต่ที่ผมพาเหมยหลินเดินออกจากร้านคาเฟ่แถวรังสิต คนตัวเล็กสั่งผมให้พามาหาควีนเพื่อนสนิทของเธอที่ผับใจกลางเมืองทันทีใบหน้าของเหมยหลินยังคงแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราในร้านนั้น แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ได้ดีเธอพูดออกมาอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงที่มีทั้งความมุ่งมั่นและความมั่นใจ "วันนี้เป็นวันเกิดของควีน คนเป็นเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่มาไม่ได้เด็ดขาด" เหมือนเธอจะรู้ทันเจตนาของผมที่คิดจะจับเธอไปเคลียร์กันบนเตียงสักน้ำสองน้ำ ถึงได้ใช้ข้ออ้างนี้หลีกเลี่ยงได้อย่างชาญฉลาด"อย่าดื่มเยอะ เดี๋ยวเมาหรอกเหมย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็คุมโทนไม่ให้มากจนเกินไป พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนไปหาเธอ"เฮียหยุดพูดไปเลย ถ้าจะเฝ้าก็นั่งอยู่เงียบๆ อย่ามาบ่นให้เสียบรรยากาศ" เหมยหลินตอบกลับด้วยเสียงแววหมั่นไส้แฝงอารมณ์ขบขันเล็กน้อย เธอแสดงท่าทางขัดใจด้วยการยกคิ้วและสบตาผมอย่างรู้ทัน"ก็เฮียเป็นห่วง...หวงเมียผิดตรงไหนครับ" ผมยิ้มมุมปาก พยายามพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แม้ใจจะยังตึงเครียดอยู่ข้างใน"หึ...เมียเก่ารออยู่ที่ห้อง กลับไปหาเธอสิ...ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเหมยหรอก






