LOGINแม้ใจจะพะวงถึงอาการของมารดาที่อยู่ห้องไอซียู แต่เมื่อนึกถึงเงินส่วนแบ่งที่จะได้จากการประมูลพรหมจรรย์ของเธอ ก็ทำให้วริศราตัดสินใจเดินทางไปหาคุณอรุณรัศมีนายหน้าผู้จัดงานประมูล เพื่อทวงถามถึงเงินส่วนแบ่งที่เธอควรจะได้รับจากการขายศักดิ์ศรีของตัวเอง ก่อนเดินทางไปเฝ้ามารดาที่โรงพยาบาล
เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรง วริศราก้าวลงจากรถคู่ใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง แสงไฟสลัวในยามเย็นจากรั้วบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามสะท้อนให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ดูเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ร่างระหงเดินตรงไปยังหน้าประตูรั้วอัลลอยก่อนจะเอื้อมมือไปกดออดเรียกผู้ที่อยู่ภายในบ้าน
กริ๊ง...
เสียงสัญญาณดังก้องเข้าไปในบริเวณบ้านที่เงียบสงัด ไม่นานนักประตูรั้วเล็กซ้ายมือก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
ภาคิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงอรุณรัศมี ยืนพิงกรอบประตูรั้วในสภาพที่ชวนให้ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างสูงยืนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ผูกสายรัดเอาไว้อย่างหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีหยดน้ำเกาะพราว แววตาที่จ้องมองวริศรานั้นไม่ได้ปิดบังความกระหายหื่นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นสายตาเดียวกับที่เขาใช้โลมเลียเรือนร่างของเธอในคืนวันประมูลพรหมจรรย์
“คุณแม่คุณอยู่มั้ยคะ” วริศราถามเสียงเรียบ พยายามไม่วางสายตาลงบนร่องอกที่เปิดกว้างของเขา
“น่าจะอยู่ข้างในครับ พอดีผมกำลังจะอาบน้ำอยู่ก็เลยไม่เห็นท่าน เชิญคุณเข้ามารอด้านในก่อนสิครับ เดี๋ยวผมจะไปตามท่านให้” ภาคินแค่นยิ้ม มุมปากหยักลึกดูเจ้าเล่ห์ เขาเบี่ยงตัวหลบทางให้เธอเดินเข้าสู่ด้านในรั้วบ้าน
วริศราก้าวผ่านร่างสูงใหญ่ไป กลิ่นกายชายที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ รินรดผ่านจมูก เธอมัวแต่พะวงถึงเรื่องเงินจนไม่ได้สังเกตเห็นประกายในดวงตาของภาคินที่เดินไล่หลังเธอมา
“เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ผมคงจะกลับมา” ภาคินเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมผายมือให้เธอเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก วริศราหยุดกึกกับคำบอกเล่าที่ไม่ตรงกันในทีแรก แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่บัดนี้ขยับเข้ามาใกล้จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
“สรุปแล้วคุณหญิงไม่อยู่เหรอคะ”
“ครับ ท่านไม่อยู่ รบกวนคุณรอในห้องนี้ก่อน อีกไม่นานท่านก็กลับแล้ว” ภาคินบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอวบอิ่มของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจาบจ้วง โดยเฉพาะบริเวณเนินอกอวบอิ่มที่เขาแทบไม่อาจละสายตาเลยก็ว่าได้
“งั้นฉันมาใหม่ดีกว่า” วริศราทำท่าจะหันหลังกลับและเดินออกประตูไป
“อีกแค่แป๊บเดียวเอง คุณจะรีบไปไหนหื้มมม!!” เขาก้าวเข้ามาขวางเธอทันที ก่อนจะบีบคั้นจนวริศราต้องถอยร่นไปใกล้กับโซฟา เธอไม่ยอมแม้แต่จะนั่งลงด้วยซ้ำ
“คุณจะทำอะไร...” เธอเค้นเสียงถาม แม้ใจจะสั่นด้วยความกลัว แต่ความจนตรอกกลับทำให้เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ
“คุณมีธุระอะไรกับแม่ผมไม่ทราบ” เขาถามเธอใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ
“ฉันมาทวงเงินค่ะ ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันมาวันหลังก็ได้” เธอพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดแม้ในใจจะหวาดหวั่นก็ตาม
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก แม่ผมมีเงินมาให้คุณแน่ ๆ ” เขาจงใจไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามของเธอ แววตาหิวกระหายกวาดมองไปทั่วร่างบางที่สวมชุดเดรสเข้ารูป วริศราทำใจดีสู้เสือ และไม่ห้ามการกระทำของเขา เพราะกำลังคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่
“คืนนั้น....ผมเห็นไอ้หมอนั่นประมูลคุณไปในราคาที่สูงลิบ... ผมล่ะอิจฉามันจริงๆ ที่ได้เชยชมคุณเป็นคนแรก”
“อย่ามานอกเรื่อง! ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็กรุณาหลีกทางให้ฉันกลับด้วยค่ะ” เธอบอกอย่างสุภาพและพยายามไม่ให้เสียงสั่น
“ผมยินดีจ่ายเงินให้คุณหนึ่งล้านบาท” เขายื่นข้อเสนอแกมบังคับโดยไม่ให้เธอได้มีทางเลือกเลยแม้แต่น้อย ภาคินโน้มตัวลงไปใกล้เธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียนจนเธอขนลุกซู่ ก่อนจะกระซิบความต้องการด้วยเสียงแหบพร่า
“แต่คุณต้องอยู่กับผมคืนนี้”
“ไม่ค่ะ...ฉันไม่ได้มาขายตัว” มือหนาเริ่มซุกซน ก่อนจะเลื่อนลงมาบีบเค้นที่ต้นแขนเรียวอย่างจงใจ วริศราสะท้อนใจกับคำว่าศักดิ์ศรีที่เธอเพิ่งขายไป แต่บางอย่างในกายกลับลุกโชนขึ้นมาตอบรับการคุกคามนั้นอย่างประหลาด มันคือความขมขื่นที่ผสมรวมกับแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรง
“คุณรู้มั้ยว่าคืนนั้น ผมก็ยื่นประมูลคุณเหมือนกัน”
“มันจบไปแล้วค่ะ กรุณาหลีกทางด้วย...ฉันจะกลับ” เธอบอกด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือ และพร้อมจะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้เอาไว้
“คนอย่างผม... ถ้าถูกใจอะไรแล้ว ไม่มีคำว่าถอย”
ภาคินหัวเราะในลำคอด้วยความพึงใจ มือหนาโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บดเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นของเธอให้แนบชิดไปกับอกกว้างของเขาจนแทบไม่มีอากาศคั่นกลาง วริศราพยายามเบือนหน้าหนี กลิ่นเหล้าฉุนกึกผสมกับกลิ่นบุหรี่ที่โชยออกมาจากลมหายใจของเขาทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียน
“ปล่อยนะ! คุณภาคิน ปล่อยฉัน!”
เธอพยายามดิ้นรนสะบัดตัวออก แต่ภาคินกลับยิ่งย่ามใจ เขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่ารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะออกแรงยกร่างอวบอิ่มขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ภาคินฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหง และสูดดมความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวอย่างหิวกระหาย เขาเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา ลากไล้ปลายจมูกไปตามไหล่เนียนและซอกรักแร้ที่ขาวผ่องไร้ที่ติ สัมผัสจาบจ้วงนั้นทำให้วริศราขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ
“คุณภาคิน หยุดเถอะ... ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลย...” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า
“ขอผมเถอะ... แล้วผมจะจ่ายเงินค่าตัวให้คุณอย่างงามเลย สักสองล้านเป็นไง? คุณต้องการเงินรักษาแม่ไม่ใช่เหรอ!” เขาเสนอเพิ่มเงินจำนวนให้เธอหวังจะใช้ความจนแต้มของหญิงสาวเป็นเครื่องมือต่อรอง ก่อนจะสลัดคราบสุภาพบุรุษจอมปลอมทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
ภาคินประคองร่างที่สั่นเทาของวริศรามาทิ้งลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างแรง ก่อนจะรีบตามขึ้นไปคร่อมทับร่างบางไว้เพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว มือเรียวเล็กพยายามปัดป้องมือหนาที่เริ่มซุกซนล่วงเกินเข้าไปภายใต้ชายกระโปรงชุดเดรสของเธออย่างจาบจ้วง
ความรุ่มร้อนจากฝ่ามือของเขาที่สัมผัสจุดอ่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ภาคินจ้องมองใบหน้าสวยที่นองไปด้วยน้ำตาด้วยความกระหายหื่นสายตาของเขาพร่าเลือนไปด้วยกามราคะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“ยอมเถอะ คุณหนีผมไม่รอดหรอก...ดูสิน้ำเต็มมือผมเลย ผมรู้คุณก็ต้องการมัน อย่าฝืนใจเลยนะ” เขาโชว์บางอย่างให้เธอดูบนปลายนิ้วนั้นทำให้วริศราแทบใจสลาย เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาออก แต่กลับดูเหมือนการเติมเชื้อไฟให้กับซาตานในร่างมนุษย์ ภาคินเริ่มซุกไซ้และบดจูบลงไปบนเนินอกของเธออย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยิน...
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ที่เคยอบอวลไปไฟราคะอันร้อนแรงพลันมลายหายไปในพริบตา ทันทีที่เสียงทุบประตูอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นถล่มทลายความเงียบขึ้น คีรินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างแกร่งที่เคยคุมเกมกามารมณ์อยู่บนร่างเด็กสาวสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับหัวใจที่ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ตายห่า! อย่าบอกนะว่ามายด์มาที่นี่...”“นายท่าน อย่าเปิดนะเจ้าคะ! นางจะมาขัดขวางความสุขของนายท่าน!” เสียงเย็นเยียบของพรายสาวดังขึ้น พร้อมกับกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างเขาไปจนขนลุกซู่ แววตาของวิญญาณร้ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เหยื่ออันโอชะกำลังจะหลุดมือ“ไม่ได้นุ่น! ถ้าไม่เปิด มายด์ต้องสงสัยแน่ๆ” คีรินทร์เผลอโต้ตอบกับอากาศธาตุและสิ่งที่มองไม่เห็นจนโอปอลที่นอนระทดระทวยอยู่อยู่ใต้ร่างได้สติคืนมาเด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นคีรินทร์พูดคนเดียว ทว่าเสียงตะโกนจากหน้าห้องทำให้เธอรู้ซึ้งในทันทีว่า เจ้าของแหวนที่เธอสวมใส่อยู่จะต้องเป็นคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั่นอย่างแน่นอน! โอปอลรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ด้วยมือที่สั่นเทาพยายามปกปิดร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่คีรินทร์ปลุกเร้าเธอเมื่อส
แรงดูดดึงที่เน้นย้ำสร้างความวูบวาบที่ท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณ มือที่ถูกรวบไว้พยายามขัดขืนแต่กลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อถูกลิ้นร้อนสัมผัสจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ คีรินทร์ยังคงปรนเปรอความเสียวซ่านให้เด็กสาวอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขารุกคืบเข้าหาความหอมหวานที่เขายอมทุ่มเทเงินมหาศาลเพื่อครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว“พี่คีรินทร์ขา... พอเถอะค่ะ” เสียงประท้วงของโอปอลแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ที่เขาปลุกเร้า คีรินทร์ไม่ได้หยุดตามคำขอ แต่กลับใช้ประสบการณ์อันเชี่ยวชาญเล้าโลมจนเธอสับสนไปหมด ความวาบหวามจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความต้านทานสุดท้ายพังทลายลง“เสียวเหรอ...” โอปอลอายหน้าแดงไม่กล้าตอบ เด็กสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติยับยั้งชั่งใจ พอคีรินทร์ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เด็กสาวก็รีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น คีรินทร์ยกยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะก้มลงฝังใบหน้ากับทรวงอกอวบอิ่มอีกครั้ง เขาดูดดึงและขบเม้มยอดปทุมถันสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม สลับข้างไปมาจนมันเปียกชื้นและชูชันสู้ลิ้นร้อน โอปอลสะดุดลมหายใจ ร่างเล็ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย... ขอเพียงแค่อย่างเดียว”“อะไรเหรอคะ”“พี่ไม่ต้องการให้เรื่องของเรา มันจบลงแค่คืนนี้ โอปอลจะต้องเป็นเมียของพี่คนเดียวตลอดไป” เด็กสาวอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยายามรวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเอ่ยตอบ“หนูคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ...” เธอเว้นจังหวะ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น“หลังจากความสัมพันธ์คืนนี้จบลง หนูว่าเราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า”“ทำไมล่ะ... โอปอลมีแฟนแล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของคีรินทร์ถามชิดใบหู ขณะที่เขายังคงกักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย“เคยมี แต่หนูเพิ่งบอกเลิกเค้าค่ะ” โอปอลตอบตามความจริง ความซ่านสยิวแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อฟันคมของเขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ“ดีแล้ว” คีรินทร์ประกาศกร้าว แววตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและหิวกระหาย“เพราะตั้งแต่วินาทีนี้โอ
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันกระสุน ฉากกั้นปิดทึบระหว่างเจ้านายกับลูกน้องทำให้พื้นที่กว้างขวางด้านหลังกลายเป็นแดนสนธยาที่คีรินทร์จะทำอะไรกับเธอก็ได้... ตามใจปรารถนา มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่อบอวลไปทั่วแสงไฟจากท้องถนนที่วูบผ่านหน้าต่างรถสาดส่องกระทบใบหน้าคมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศอย่างล้นเหลือ โอปอลนั่งตัวลีบ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เพียงไม่นานโอปอลก็รู้สึกถึงความลึกลับบางอย่างภายในรถ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปบอกวริศรา“นั่งเงียบเชียว... กลัวพี่เหรอ?” เสียงทุ้มของคีรินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาขยับกายเข้าหาเด็กสาวจนแนบชิด มือหนาเลื่อนขึ้นมาโอบรอบไหล่บอบบางของเธออย่างถือวิสาสะ“เปล่าค่ะ... หนูแค่คิดอะไรไปเรื่อย” เธอสารภาพเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมอง
พิธีกรชายในชุดสูททักซิโด้ ก้าวออกมาแทนที่คุณหญิงอรุณรัศมีพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ เขารับไมโครโฟนจากหญิงสูงวัยเจ้าของงานที่ส่งมาให้ ก่อนจะเปล่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชั้นเชิงเพื่อกระตุ้นกิเลสของเหล่าบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักด้านล่างเวที“กราบขอบคุณสุภาพบุรุษทุกท่าน ที่ยังคงเฝ้ารอมาจนถึงช่วงสุดท้ายของการประมูล... และแล้ววินาทีที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึง” พิธีกรชายคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์“ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ ให้น้องโอปอล.....” แสงไฟสปอตไลท์สาดจับไปยังร่างระหงที่เดินออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย “เธอคือตัวแทนของความงามที่สุดในค่ำคืนนี้” โอปอลยืนสง่าอยู่กลางเวที แสงสปอตไลท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของเด็กสาว ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่ ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอรู้สึกเหมือนถูกสายตานับร้อยคู่พยายามจะถอดชุดที่เธอสวมใส่ออก และกำลังถูกตีตราจองไม่ต่างอะไรกับสินค้า“ความสุขที่สุภาพบุรุษทุกท่านไฝ่ฝัน และเธอก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว... สาวพรหมจรรย์คนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเปิดการประมูลเลยนะครับ เริ่มต้นที่... ห้า....ล้าน....บาท!!!!” พิธีกรเน้นทีละค







