เข้าสู่ระบบแม้ใจจะพะวงถึงอาการของมารดาที่อยู่ห้องไอซียู แต่เมื่อนึกถึงเงินส่วนแบ่งที่จะได้จากการประมูลพรหมจรรย์ของเธอ ก็ทำให้วริศราตัดสินใจเดินทางไปหาคุณอรุณรัศมีนายหน้าผู้จัดงานประมูล เพื่อทวงถามถึงเงินส่วนแบ่งที่เธอควรจะได้รับจากการขายศักดิ์ศรีของตัวเอง ก่อนเดินทางไปเฝ้ามารดาที่โรงพยาบาล
เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรง วริศราก้าวลงจากรถคู่ใจด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง แสงไฟสลัวในยามเย็นจากรั้วบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามสะท้อนให้เห็นใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ดูเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว ร่างระหงเดินตรงไปยังหน้าประตูรั้วอัลลอยก่อนจะเอื้อมมือไปกดออดเรียกผู้ที่อยู่ภายในบ้าน
กริ๊ง...
เสียงสัญญาณดังก้องเข้าไปในบริเวณบ้านที่เงียบสงัด ไม่นานนักประตูรั้วเล็กซ้ายมือก็ถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้
ภาคิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหญิงอรุณรัศมี ยืนพิงกรอบประตูรั้วในสภาพที่ชวนให้ลมหายใจของเธอติดขัด ร่างสูงยืนอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่ผูกสายรัดเอาไว้อย่างหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งที่มีหยดน้ำเกาะพราว แววตาที่จ้องมองวริศรานั้นไม่ได้ปิดบังความกระหายหื่นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นสายตาเดียวกับที่เขาใช้โลมเลียเรือนร่างของเธอในคืนวันประมูลพรหมจรรย์
“คุณแม่คุณอยู่มั้ยคะ” วริศราถามเสียงเรียบ พยายามไม่วางสายตาลงบนร่องอกที่เปิดกว้างของเขา
“น่าจะอยู่ข้างในครับ พอดีผมกำลังจะอาบน้ำอยู่ก็เลยไม่เห็นท่าน เชิญคุณเข้ามารอด้านในก่อนสิครับ เดี๋ยวผมจะไปตามท่านให้” ภาคินแค่นยิ้ม มุมปากหยักลึกดูเจ้าเล่ห์ เขาเบี่ยงตัวหลบทางให้เธอเดินเข้าสู่ด้านในรั้วบ้าน
วริศราก้าวผ่านร่างสูงใหญ่ไป กลิ่นกายชายที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ รินรดผ่านจมูก เธอมัวแต่พะวงถึงเรื่องเงินจนไม่ได้สังเกตเห็นประกายในดวงตาของภาคินที่เดินไล่หลังเธอมา
“เชิญนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ผมคงจะกลับมา” ภาคินเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมผายมือให้เธอเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก วริศราหยุดกึกกับคำบอกเล่าที่ไม่ตรงกันในทีแรก แล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่บัดนี้ขยับเข้ามาใกล้จนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
“สรุปแล้วคุณหญิงไม่อยู่เหรอคะ”
“ครับ ท่านไม่อยู่ รบกวนคุณรอในห้องนี้ก่อน อีกไม่นานท่านก็กลับแล้ว” ภาคินบอกอย่างไม่สะทกสะท้าน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอวบอิ่มของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจาบจ้วง โดยเฉพาะบริเวณเนินอกอวบอิ่มที่เขาแทบไม่อาจละสายตาเลยก็ว่าได้
“งั้นฉันมาใหม่ดีกว่า” วริศราทำท่าจะหันหลังกลับและเดินออกประตูไป
“อีกแค่แป๊บเดียวเอง คุณจะรีบไปไหนหื้มมม!!” เขาก้าวเข้ามาขวางเธอทันที ก่อนจะบีบคั้นจนวริศราต้องถอยร่นไปใกล้กับโซฟา เธอไม่ยอมแม้แต่จะนั่งลงด้วยซ้ำ
“คุณจะทำอะไร...” เธอเค้นเสียงถาม แม้ใจจะสั่นด้วยความกลัว แต่ความจนตรอกกลับทำให้เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ
“คุณมีธุระอะไรกับแม่ผมไม่ทราบ” เขาถามเธอใบหน้าห่างกันเพียงแค่คืบ
“ฉันมาทวงเงินค่ะ ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันมาวันหลังก็ได้” เธอพยายามตอบด้วยน้ำเสียงปกติที่สุดแม้ในใจจะหวาดหวั่นก็ตาม
“คุณไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก แม่ผมมีเงินมาให้คุณแน่ ๆ ” เขาจงใจไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามของเธอ แววตาหิวกระหายกวาดมองไปทั่วร่างบางที่สวมชุดเดรสเข้ารูป วริศราทำใจดีสู้เสือ และไม่ห้ามการกระทำของเขา เพราะกำลังคิดหาวิธีออกไปจากที่นี่
“คืนนั้น....ผมเห็นไอ้หมอนั่นประมูลคุณไปในราคาที่สูงลิบ... ผมล่ะอิจฉามันจริงๆ ที่ได้เชยชมคุณเป็นคนแรก”
“อย่ามานอกเรื่อง! ถ้าแม่คุณไม่อยู่ก็กรุณาหลีกทางให้ฉันกลับด้วยค่ะ” เธอบอกอย่างสุภาพและพยายามไม่ให้เสียงสั่น
“ผมยินดีจ่ายเงินให้คุณหนึ่งล้านบาท” เขายื่นข้อเสนอแกมบังคับโดยไม่ให้เธอได้มีทางเลือกเลยแม้แต่น้อย ภาคินโน้มตัวลงไปใกล้เธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนียนจนเธอขนลุกซู่ ก่อนจะกระซิบความต้องการด้วยเสียงแหบพร่า
“แต่คุณต้องอยู่กับผมคืนนี้”
“ไม่ค่ะ...ฉันไม่ได้มาขายตัว” มือหนาเริ่มซุกซน ก่อนจะเลื่อนลงมาบีบเค้นที่ต้นแขนเรียวอย่างจงใจ วริศราสะท้อนใจกับคำว่าศักดิ์ศรีที่เธอเพิ่งขายไป แต่บางอย่างในกายกลับลุกโชนขึ้นมาตอบรับการคุกคามนั้นอย่างประหลาด มันคือความขมขื่นที่ผสมรวมกับแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรง
“คุณรู้มั้ยว่าคืนนั้น ผมก็ยื่นประมูลคุณเหมือนกัน”
“มันจบไปแล้วค่ะ กรุณาหลีกทางด้วย...ฉันจะกลับ” เธอบอกด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือ และพร้อมจะต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดนี้เอาไว้
“คนอย่างผม... ถ้าถูกใจอะไรแล้ว ไม่มีคำว่าถอย”
ภาคินหัวเราะในลำคอด้วยความพึงใจ มือหนาโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก บดเบียดหน้าอกนุ่มหยุ่นของเธอให้แนบชิดไปกับอกกว้างของเขาจนแทบไม่มีอากาศคั่นกลาง วริศราพยายามเบือนหน้าหนี กลิ่นเหล้าฉุนกึกผสมกับกลิ่นบุหรี่ที่โชยออกมาจากลมหายใจของเขาทำให้เธอรู้สึกอยากจะอาเจียน
“ปล่อยนะ! คุณภาคิน ปล่อยฉัน!”
เธอพยายามดิ้นรนสะบัดตัวออก แต่ภาคินกลับยิ่งย่ามใจ เขาใช้พละกำลังที่เหนือกว่ารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียว ก่อนจะออกแรงยกร่างอวบอิ่มขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น ภาคินฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวระหง และสูดดมความหอมกรุ่นจากผิวกายสาวอย่างหิวกระหาย เขาเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา ลากไล้ปลายจมูกไปตามไหล่เนียนและซอกรักแร้ที่ขาวผ่องไร้ที่ติ สัมผัสจาบจ้วงนั้นทำให้วริศราขนลุกซู่ด้วยความรังเกียจ
“คุณภาคิน หยุดเถอะ... ฉันขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลย...” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า
“ขอผมเถอะ... แล้วผมจะจ่ายเงินค่าตัวให้คุณอย่างงามเลย สักสองล้านเป็นไง? คุณต้องการเงินรักษาแม่ไม่ใช่เหรอ!” เขาเสนอเพิ่มเงินจำนวนให้เธอหวังจะใช้ความจนแต้มของหญิงสาวเป็นเครื่องมือต่อรอง ก่อนจะสลัดคราบสุภาพบุรุษจอมปลอมทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
ภาคินประคองร่างที่สั่นเทาของวริศรามาทิ้งลงบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างแรง ก่อนจะรีบตามขึ้นไปคร่อมทับร่างบางไว้เพื่อไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว มือเรียวเล็กพยายามปัดป้องมือหนาที่เริ่มซุกซนล่วงเกินเข้าไปภายใต้ชายกระโปรงชุดเดรสของเธออย่างจาบจ้วง
ความรุ่มร้อนจากฝ่ามือของเขาที่สัมผัสจุดอ่อนไหวทำให้เธอสะดุ้งสุดตัว ภาคินจ้องมองใบหน้าสวยที่นองไปด้วยน้ำตาด้วยความกระหายหื่นสายตาของเขาพร่าเลือนไปด้วยกามราคะ ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างคนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“ยอมเถอะ คุณหนีผมไม่รอดหรอก...ดูสิน้ำเต็มมือผมเลย ผมรู้คุณก็ต้องการมัน อย่าฝืนใจเลยนะ” เขาโชว์บางอย่างให้เธอดูบนปลายนิ้วนั้นทำให้วริศราแทบใจสลาย เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาออก แต่กลับดูเหมือนการเติมเชื้อไฟให้กับซาตานในร่างมนุษย์ ภาคินเริ่มซุกไซ้และบดจูบลงไปบนเนินอกของเธออย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยิน...
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย
บรรยากาศรอบกายพร่าเลือนในคลื่นความถี่ของโลกวิญญาณ วริศราในสภาพร่างโปร่งแสงที่สั่นสะท้านจ้องมองร่างเนื้อของตัวเองที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นบนเตียง ด้วยท่วงท่าอ้อยอิ่งและรอยยิ้มอิ่มเอมที่ประดับบนใบหน้าซีดเผือดนั้นช่างดูแปลกปลอม แววตาที่เคยเป็นของเธอ บัดนี้ถูกฉาบด้วยสีเลือดนังพรายเจ้าเล่ห์ มือเรียวลูบไล้แ
จังหวะที่พรายนุ่นกำลังเสพสมอารมณ์หมายผ่านกายเนื้อของวริศราอย่างย่ามใจ ทันใดนั้น....ร่างกายที่เคยเป็นดั่งหุ่นเชิดกลับเกิดอาการต่อต้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงจิตของวริศราที่เคยถูกสะกดให้สงบนิ่งราวกับผีอำ บัดนี้เริ่มดิ้นรนทุรนทุราย ความอดสูที่เห็นร่างตนเองถูกใช้เป็นเครื่องบำเรอกามด้วยท่วงท่าที่หยาบโลนก







