เข้าสู่ระบบตึก K.R. Global Asset หลังภารกิจปรนเปรอความรักให้พรายนุ่นจนเธอเสร็จสมอารมณ์หมาย คีรินทร์สลัดคราบชายหนุ่มผู้ลุ่มหลงในกามราคะทิ้งไป เขาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ กลับคืนสู่โลกความเป็นจริง โลกที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเงินตรา
เบื้องหน้าคือบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนที่น่าเชื่อถือ ภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์มีจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นที่วิ่งขึ้นลงเป็นสีเขียวและแดงราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจทุนนิยม เขาใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะตามจังหวะการทำกำไรจากการShortหุ้น ในจังหวะที่บริษัทคู่แข่งกำลังดิ่งเหว
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะการเพ่งมองหน้าจอเทรดหุ้น ชัย และ ก้อง ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นายครับ... คุณมลฤดี ลูกหนี้รายใหญ่ที่กู้เงินไปขยายโรงงาน ไม่ยอมจ่ายค่างวดมาสามเดือนแล้วครับ พอคนของเราไปทวง เธอก็บอกว่าเศรษฐกิจแย่ โรงงานขาดทุนยับ เธอขอผ่อนผันไปก่อนครับ” ชัยรายงานพลางยื่นแฟ้มประวัติลูกหนี้ให้ คีรินทร์กวาดสายตามองยอดหนี้รวมดอกเบี้ยที่พุ่งสูงถึงห้าสิบล้านบาท ก่อนจะขมวดคิ้ว
“ขาดทุนงั้นเหรอ? แต่ฉันเห็นในโซเชียลว่าครอบครัวนี้ยังใช้ชีวิตหรูหราอยู่เลย... ไปเตรียมรถ ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจนจริงหรือแค่เหนียวหนี้”
รถตู้สีดำฟิล์มมืดสนิทจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามของคุณมลฤดี คีรินทร์นั่งอยู่ในรถ เฝ้ามองประตูรั้วอัลลอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูราคาหลายสิบล้านจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้าน
ทันใดนั้น เด็กสาวในชุดนักศึกษาก็เดินมาที่รถ เธอสวยโดดเด่น ผิวขาวเนียนละเอียด เส้นผมสีน้ำตาลดัดลอนสลวยรับกับใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์เนมอย่างประณีต ชุดนักศึกษาที่เข้ารูปเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวส่วนเว้าส่วนโค้งที่เริ่มผลิบานเป็นสาวสะพรั่ง ดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อทว่าฉายแววของคุณหนูผู้เอาแต่ใจทำให้เธอดูมีเสน่ห์
“นั่นคุณโอปอลครับนาย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณมลฤดี ขับรถหรูไปเรียนทุกวัน ใช้ชีวิตหรูหรายิ่งกว่าดาราเสียอีก” ก้องรายงานด้วยความยั่วยุหวังจะให้เจ้านายเอาลูกสาวมาขัดดอก
“แม่บอกไม่มีเงินใช้หนี้ แต่ลูกสาวขับรถสปอร์ตไปเรียน...เนี่ยนะ!!” คีรินทร์จ้องมองเด็กสาวคนนั้นผ่านกระจกรถ สายตาเย็นชาเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องลงไปทวงถามหนี้สินภายในบ้านของมลฤดี
ชายหนุ่มนั่งรออยู่ในรถตู้วีไอพีตามลำพัง ไม่นานไอเย็น ๆ ก็แผ่ซ่านเข้ามาในรถที่แรงกว่าแอร์คอนดิชั่น กลิ่นดอกลีลาวดีโชยมาปะทะจมูก พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นข้างใบหู
“นายท่าน... อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ” เสียงกระซิบของพรายนุ่นดังขึ้น ก่อนจะปรากฏกายเลือนรางนั่งอยู่บนเบาะหลังด้านในสุด ใบหน้าสวยหวานของเธอแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“นุ่น!!!... เธอตามมาทำไม” คีรินทร์พึมพำเสียงเบา
“ข้ามาบอกข่าวดี... นายท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งคนไปทวงถามหนี้ให้ยุ่งยาก อีกไม่นาน... ความรวยที่สองแม่ลูกแสร้งว่ามันคือของจริงก็จะพังลง เมื่อถึงตอนนั้น นังเด็กที่นายท่านมองว่าสวยนักสวยหนาคนนี้ ก็จะถูกแม่ของนางพาไปขึ้นเวทีประมูลพรหมจรรย์ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้นายท่านอย่างแน่นอน นายท่านจะต้องประมูลนางมาให้ข้า เลือดของนางคือเลือดสาวบริสุทธิ์”
“เธอรู้ได้ยังไง...นุ่น ดูสิแต่งตัวเปรี้ยวซะขนาดนั้นจะมีพรหมจรรย์หลงเหลือได้ยังไง?” คีรินทร์ขมวดคิ้ว
“กลิ่นเลือดสาวบริสุทธิ์ในตัวนางยังไงล่ะ...เจ้าค่ะ นายท่านเชื่อข้าเถิด และแม่ของนางก็ติดหนี้คุณหญิงอรุณรัศมี อีกไม่นานเอเย่นต์คนนั้นจะโทรมาหาแม่ของนางเพื่อเสนอให้เอาเธอขึ้นประมูลพรหมจรรย์มาล้างหนี้”
พรายนุ่นมองตามท้ายรถสปอร์ตของโอปอลที่หายลับไป ความหิวกระหายในราคะของเธอพุ่งสูงขึ้น หลังจากคีรินทร์แจ้งลูกน้องให้รีบกลับมาที่รถ พรายนุ่นก็หัวเราะด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อย ๆ จางหาย ทิ้งให้คีรินทร์เครียดอยู่กับแผนการของเธอ
เขารู้ดีว่าต้องยอมตอบสนองความสุขให้เธอ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้เขามีได้อย่างทุกวันนี้
วริศราลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงัดภายในห้องนอนหลังจากเสียงโทรศัพท์ของเธอดังรัวนานอย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ราวกับเรี่ยวแรงถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
หลังคุยสายเรียบร้อยหญิงสาวก็รีบสำรวจร่างกายก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังรู้สึกบวมเจ่อพลางทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัว... มันคือความฝันใช่ไหม? ภาพที่เธอเริงสวาทกับคีรินทร์ในห้องน้ำอย่างเร่าร้อนและรุนแรงจนน่าใจหาย สัมผัสที่เขาบดขยี้ลงมามันช่างดูสมจริงเสียจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย แต่เธอกลับจำได้เพียงรางๆ คล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น
วริศรารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อโทรหาแฟนหนุ่มทันทีด้วยความสับสนที่รบกวนจิตใจ
“คีรินทร์... มายด์ขอโทษนะคะ มายด์ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหนเลย แล้วคุณกลับไปตอนไหนคะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ทันทีที่ปลายสายรับคำ
“ไม่ต้องขอโทษหรอกมายด์ ผมรู้ว่ามายด์เพลีย” เสียงทุ้มลึกของคีรินทร์ดังกลับมา เขาดูสุขุมและนิ่งเฉยจนเธอเดาอารมณ์ไม่ถูก
“มายด์ก็ไม่รู้ตัวเลย ว่าเผลอหลับไปได้ยังไง ตื่นมา...ก็ไม่เห็นคุณแล้ว มายด์เสียมารยาทมากจริงๆ ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก...มายด์ ผมสิที่ต้องขอโทษคุณ...ที่ทำให้คุณไม่ได้หลับไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน” คีรินทร์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง มุมปากของเขาที่ปลายสายอาจจะกำลังยกยิ้ม เมื่อนึกถึงกิจกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไปโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว
“ช่วงเย็นผมจะให้รถตู้ไปรับคุณมาที่คอนโดผมนะ เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ผมไม่อยากให้คุณอยู่บ้านคนเดียว มันอันตราย” คำสั่งนั้นทำให้วริศราหน้าเสีย เธอเม้มปากแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าบอกความจริงที่เพิ่งได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้
“เย็นนี้... คงไม่ได้ค่ะคีรินทร์ พยาบาลเพิ่งโทรมาบอกมายด์ว่าแม่อาการทรุดหนักมาก ตอนนี้อาการของแม่ห้าสิบห้าสิบ มายด์อยากไปเฝ้า... เพื่อดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้าย” ปลายสายเงียบไปอึดใจ
“ให้ผมไปอยู่กับคุณมั้ย” คีรินทร์ถามสั้นๆ ด้วยความเป็นห่วง
“อย่าเลยค่ะ! คือ... มายด์ไม่สะดวกจริงๆ” เธอรีบแย้งทันควัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความกังวล
“ที่ห้องไอซียูเค้าเข้มงวดมากค่ะพยาบาลบอกว่าให้เฝ้าได้แค่คนเดียว และนี่ก็เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น”
คีรินทร์ที่นั่งอยู่ในออฟฟิศขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า เขาได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ผ่านโทรศัพท์ ความรู้สึกสงสารวาบขึ้นมาในใจอีกครั้ง แต่มันก็ถูกบดบังด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาสัมผัสได้จากรอบกาย... ไอเย็นของพรายนุ่นที่ยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง
“งั้นก็ได้ครับ ยังไงคุณก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะมายด์”
“ขอบคุณค่ะคีรินทร์... ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยเหลือมายด์”
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ที่เคยอบอวลไปไฟราคะอันร้อนแรงพลันมลายหายไปในพริบตา ทันทีที่เสียงทุบประตูอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นถล่มทลายความเงียบขึ้น คีรินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างแกร่งที่เคยคุมเกมกามารมณ์อยู่บนร่างเด็กสาวสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับหัวใจที่ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ตายห่า! อย่าบอกนะว่ามายด์มาที่นี่...”“นายท่าน อย่าเปิดนะเจ้าคะ! นางจะมาขัดขวางความสุขของนายท่าน!” เสียงเย็นเยียบของพรายสาวดังขึ้น พร้อมกับกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างเขาไปจนขนลุกซู่ แววตาของวิญญาณร้ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เหยื่ออันโอชะกำลังจะหลุดมือ“ไม่ได้นุ่น! ถ้าไม่เปิด มายด์ต้องสงสัยแน่ๆ” คีรินทร์เผลอโต้ตอบกับอากาศธาตุและสิ่งที่มองไม่เห็นจนโอปอลที่นอนระทดระทวยอยู่อยู่ใต้ร่างได้สติคืนมาเด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นคีรินทร์พูดคนเดียว ทว่าเสียงตะโกนจากหน้าห้องทำให้เธอรู้ซึ้งในทันทีว่า เจ้าของแหวนที่เธอสวมใส่อยู่จะต้องเป็นคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั่นอย่างแน่นอน! โอปอลรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ด้วยมือที่สั่นเทาพยายามปกปิดร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่คีรินทร์ปลุกเร้าเธอเมื่อส
แรงดูดดึงที่เน้นย้ำสร้างความวูบวาบที่ท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณ มือที่ถูกรวบไว้พยายามขัดขืนแต่กลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อถูกลิ้นร้อนสัมผัสจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ คีรินทร์ยังคงปรนเปรอความเสียวซ่านให้เด็กสาวอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขารุกคืบเข้าหาความหอมหวานที่เขายอมทุ่มเทเงินมหาศาลเพื่อครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว“พี่คีรินทร์ขา... พอเถอะค่ะ” เสียงประท้วงของโอปอลแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ที่เขาปลุกเร้า คีรินทร์ไม่ได้หยุดตามคำขอ แต่กลับใช้ประสบการณ์อันเชี่ยวชาญเล้าโลมจนเธอสับสนไปหมด ความวาบหวามจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความต้านทานสุดท้ายพังทลายลง“เสียวเหรอ...” โอปอลอายหน้าแดงไม่กล้าตอบ เด็กสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติยับยั้งชั่งใจ พอคีรินทร์ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เด็กสาวก็รีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น คีรินทร์ยกยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะก้มลงฝังใบหน้ากับทรวงอกอวบอิ่มอีกครั้ง เขาดูดดึงและขบเม้มยอดปทุมถันสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม สลับข้างไปมาจนมันเปียกชื้นและชูชันสู้ลิ้นร้อน โอปอลสะดุดลมหายใจ ร่างเล็ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย... ขอเพียงแค่อย่างเดียว”“อะไรเหรอคะ”“พี่ไม่ต้องการให้เรื่องของเรา มันจบลงแค่คืนนี้ โอปอลจะต้องเป็นเมียของพี่คนเดียวตลอดไป” เด็กสาวอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยายามรวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเอ่ยตอบ“หนูคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ...” เธอเว้นจังหวะ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น“หลังจากความสัมพันธ์คืนนี้จบลง หนูว่าเราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า”“ทำไมล่ะ... โอปอลมีแฟนแล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของคีรินทร์ถามชิดใบหู ขณะที่เขายังคงกักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย“เคยมี แต่หนูเพิ่งบอกเลิกเค้าค่ะ” โอปอลตอบตามความจริง ความซ่านสยิวแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อฟันคมของเขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ“ดีแล้ว” คีรินทร์ประกาศกร้าว แววตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและหิวกระหาย“เพราะตั้งแต่วินาทีนี้โอ
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันกระสุน ฉากกั้นปิดทึบระหว่างเจ้านายกับลูกน้องทำให้พื้นที่กว้างขวางด้านหลังกลายเป็นแดนสนธยาที่คีรินทร์จะทำอะไรกับเธอก็ได้... ตามใจปรารถนา มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่อบอวลไปทั่วแสงไฟจากท้องถนนที่วูบผ่านหน้าต่างรถสาดส่องกระทบใบหน้าคมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศอย่างล้นเหลือ โอปอลนั่งตัวลีบ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เพียงไม่นานโอปอลก็รู้สึกถึงความลึกลับบางอย่างภายในรถ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปบอกวริศรา“นั่งเงียบเชียว... กลัวพี่เหรอ?” เสียงทุ้มของคีรินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาขยับกายเข้าหาเด็กสาวจนแนบชิด มือหนาเลื่อนขึ้นมาโอบรอบไหล่บอบบางของเธออย่างถือวิสาสะ“เปล่าค่ะ... หนูแค่คิดอะไรไปเรื่อย” เธอสารภาพเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมอง
พิธีกรชายในชุดสูททักซิโด้ ก้าวออกมาแทนที่คุณหญิงอรุณรัศมีพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ เขารับไมโครโฟนจากหญิงสูงวัยเจ้าของงานที่ส่งมาให้ ก่อนจะเปล่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชั้นเชิงเพื่อกระตุ้นกิเลสของเหล่าบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักด้านล่างเวที“กราบขอบคุณสุภาพบุรุษทุกท่าน ที่ยังคงเฝ้ารอมาจนถึงช่วงสุดท้ายของการประมูล... และแล้ววินาทีที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึง” พิธีกรชายคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์“ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ ให้น้องโอปอล.....” แสงไฟสปอตไลท์สาดจับไปยังร่างระหงที่เดินออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย “เธอคือตัวแทนของความงามที่สุดในค่ำคืนนี้” โอปอลยืนสง่าอยู่กลางเวที แสงสปอตไลท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของเด็กสาว ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่ ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอรู้สึกเหมือนถูกสายตานับร้อยคู่พยายามจะถอดชุดที่เธอสวมใส่ออก และกำลังถูกตีตราจองไม่ต่างอะไรกับสินค้า“ความสุขที่สุภาพบุรุษทุกท่านไฝ่ฝัน และเธอก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว... สาวพรหมจรรย์คนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเปิดการประมูลเลยนะครับ เริ่มต้นที่... ห้า....ล้าน....บาท!!!!” พิธีกรเน้นทีละค







