เข้าสู่ระบบตึก K.R. Global Asset หลังภารกิจปรนเปรอความรักให้พรายนุ่นจนเธอเสร็จสมอารมณ์หมาย คีรินทร์สลัดคราบชายหนุ่มผู้ลุ่มหลงในกามราคะทิ้งไป เขาหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ กลับคืนสู่โลกความเป็นจริง โลกที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเงินตรา
เบื้องหน้าคือบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนที่น่าเชื่อถือ ภายในห้องทำงานส่วนตัวของคีรินทร์มีจอคอมพิวเตอร์นับสิบจอแสดงกราฟดัชนีตลาดหุ้นที่วิ่งขึ้นลงเป็นสีเขียวและแดงราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจทุนนิยม เขาใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะตามจังหวะการทำกำไรจากการShortหุ้น ในจังหวะที่บริษัทคู่แข่งกำลังดิ่งเหว
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะการเพ่งมองหน้าจอเทรดหุ้น ชัย และ ก้อง ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นายครับ... คุณมลฤดี ลูกหนี้รายใหญ่ที่กู้เงินไปขยายโรงงาน ไม่ยอมจ่ายค่างวดมาสามเดือนแล้วครับ พอคนของเราไปทวง เธอก็บอกว่าเศรษฐกิจแย่ โรงงานขาดทุนยับ เธอขอผ่อนผันไปก่อนครับ” ชัยรายงานพลางยื่นแฟ้มประวัติลูกหนี้ให้ คีรินทร์กวาดสายตามองยอดหนี้รวมดอกเบี้ยที่พุ่งสูงถึงห้าสิบล้านบาท ก่อนจะขมวดคิ้ว
“ขาดทุนงั้นเหรอ? แต่ฉันเห็นในโซเชียลว่าครอบครัวนี้ยังใช้ชีวิตหรูหราอยู่เลย... ไปเตรียมรถ ฉันจะไปดูให้เห็นกับตาว่ามันจนจริงหรือแค่เหนียวหนี้”
รถตู้สีดำฟิล์มมืดสนิทจอดซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านหรูทรงยุโรปหลังงามของคุณมลฤดี คีรินทร์นั่งอยู่ในรถ เฝ้ามองประตูรั้วอัลลอยด์ที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก รถสปอร์ตเปิดประทุนคันหรูราคาหลายสิบล้านจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าบ้าน
ทันใดนั้น เด็กสาวในชุดนักศึกษาก็เดินมาที่รถ เธอสวยโดดเด่น ผิวขาวเนียนละเอียด เส้นผมสีน้ำตาลดัดลอนสลวยรับกับใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางแบรนด์เนมอย่างประณีต ชุดนักศึกษาที่เข้ารูปเผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวส่วนเว้าส่วนโค้งที่เริ่มผลิบานเป็นสาวสะพรั่ง ดวงตากลมโตที่ดูใสซื่อทว่าฉายแววของคุณหนูผู้เอาแต่ใจทำให้เธอดูมีเสน่ห์
“นั่นคุณโอปอลครับนาย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณมลฤดี ขับรถหรูไปเรียนทุกวัน ใช้ชีวิตหรูหรายิ่งกว่าดาราเสียอีก” ก้องรายงานด้วยความยั่วยุหวังจะให้เจ้านายเอาลูกสาวมาขัดดอก
“แม่บอกไม่มีเงินใช้หนี้ แต่ลูกสาวขับรถสปอร์ตไปเรียน...เนี่ยนะ!!” คีรินทร์จ้องมองเด็กสาวคนนั้นผ่านกระจกรถ สายตาเย็นชาเริ่มคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ ก่อนจะสั่งให้ลูกน้องลงไปทวงถามหนี้สินภายในบ้านของมลฤดี
ชายหนุ่มนั่งรออยู่ในรถตู้วีไอพีตามลำพัง ไม่นานไอเย็น ๆ ก็แผ่ซ่านเข้ามาในรถที่แรงกว่าแอร์คอนดิชั่น กลิ่นดอกลีลาวดีโชยมาปะทะจมูก พร้อมกับเสียงหัวเราะที่เยือกเย็นข้างใบหู
“นายท่าน... อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลยเจ้าค่ะ” เสียงกระซิบของพรายนุ่นดังขึ้น ก่อนจะปรากฏกายเลือนรางนั่งอยู่บนเบาะหลังด้านในสุด ใบหน้าสวยหวานของเธอแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“นุ่น!!!... เธอตามมาทำไม” คีรินทร์พึมพำเสียงเบา
“ข้ามาบอกข่าวดี... นายท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งคนไปทวงถามหนี้ให้ยุ่งยาก อีกไม่นาน... ความรวยที่สองแม่ลูกแสร้งว่ามันคือของจริงก็จะพังลง เมื่อถึงตอนนั้น นังเด็กที่นายท่านมองว่าสวยนักสวยหนาคนนี้ ก็จะถูกแม่ของนางพาไปขึ้นเวทีประมูลพรหมจรรย์ เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ให้นายท่านอย่างแน่นอน นายท่านจะต้องประมูลนางมาให้ข้า เลือดของนางคือเลือดสาวบริสุทธิ์”
“เธอรู้ได้ยังไง...นุ่น ดูสิแต่งตัวเปรี้ยวซะขนาดนั้นจะมีพรหมจรรย์หลงเหลือได้ยังไง?” คีรินทร์ขมวดคิ้ว
“กลิ่นเลือดสาวบริสุทธิ์ในตัวนางยังไงล่ะ...เจ้าค่ะ นายท่านเชื่อข้าเถิด และแม่ของนางก็ติดหนี้คุณหญิงอรุณรัศมี อีกไม่นานเอเย่นต์คนนั้นจะโทรมาหาแม่ของนางเพื่อเสนอให้เอาเธอขึ้นประมูลพรหมจรรย์มาล้างหนี้”
พรายนุ่นมองตามท้ายรถสปอร์ตของโอปอลที่หายลับไป ความหิวกระหายในราคะของเธอพุ่งสูงขึ้น หลังจากคีรินทร์แจ้งลูกน้องให้รีบกลับมาที่รถ พรายนุ่นก็หัวเราะด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อย ๆ จางหาย ทิ้งให้คีรินทร์เครียดอยู่กับแผนการของเธอ
เขารู้ดีว่าต้องยอมตอบสนองความสุขให้เธอ มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ทำให้เขามีได้อย่างทุกวันนี้
วริศราลืมตาขึ้นมาในความเงียบสงัดภายในห้องนอนหลังจากเสียงโทรศัพท์ของเธอดังรัวนานอย่างต่อเนื่อง เธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว ราวกับเรี่ยวแรงถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น
หลังคุยสายเรียบร้อยหญิงสาวก็รีบสำรวจร่างกายก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่ยังรู้สึกบวมเจ่อพลางทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหัว... มันคือความฝันใช่ไหม? ภาพที่เธอเริงสวาทกับคีรินทร์ในห้องน้ำอย่างเร่าร้อนและรุนแรงจนน่าใจหาย สัมผัสที่เขาบดขยี้ลงมามันช่างดูสมจริงเสียจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย แต่เธอกลับจำได้เพียงรางๆ คล้ายกึ่งหลับกึ่งตื่น
วริศรารีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อโทรหาแฟนหนุ่มทันทีด้วยความสับสนที่รบกวนจิตใจ
“คีรินทร์... มายด์ขอโทษนะคะ มายด์ไม่รู้ว่าหลับไปตอนไหนเลย แล้วคุณกลับไปตอนไหนคะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ทันทีที่ปลายสายรับคำ
“ไม่ต้องขอโทษหรอกมายด์ ผมรู้ว่ามายด์เพลีย” เสียงทุ้มลึกของคีรินทร์ดังกลับมา เขาดูสุขุมและนิ่งเฉยจนเธอเดาอารมณ์ไม่ถูก
“มายด์ก็ไม่รู้ตัวเลย ว่าเผลอหลับไปได้ยังไง ตื่นมา...ก็ไม่เห็นคุณแล้ว มายด์เสียมารยาทมากจริงๆ ต้องขอโทษคุณด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก...มายด์ ผมสิที่ต้องขอโทษคุณ...ที่ทำให้คุณไม่ได้หลับไม่ได้นอนเกือบทั้งคืน” คีรินทร์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง มุมปากของเขาที่ปลายสายอาจจะกำลังยกยิ้ม เมื่อนึกถึงกิจกรรมที่เพิ่งผ่านพ้นไปโดยที่เจ้าของร่างไม่รู้ตัว
“ช่วงเย็นผมจะให้รถตู้ไปรับคุณมาที่คอนโดผมนะ เตรียมตัวเอาไว้ด้วย ผมไม่อยากให้คุณอยู่บ้านคนเดียว มันอันตราย” คำสั่งนั้นทำให้วริศราหน้าเสีย เธอเม้มปากแน่นก่อนจะรวบรวมความกล้าบอกความจริงที่เพิ่งได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้
“เย็นนี้... คงไม่ได้ค่ะคีรินทร์ พยาบาลเพิ่งโทรมาบอกมายด์ว่าแม่อาการทรุดหนักมาก ตอนนี้อาการของแม่ห้าสิบห้าสิบ มายด์อยากไปเฝ้า... เพื่อดูใจท่านเป็นครั้งสุดท้าย” ปลายสายเงียบไปอึดใจ
“ให้ผมไปอยู่กับคุณมั้ย” คีรินทร์ถามสั้นๆ ด้วยความเป็นห่วง
“อย่าเลยค่ะ! คือ... มายด์ไม่สะดวกจริงๆ” เธอรีบแย้งทันควัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความกังวล
“ที่ห้องไอซียูเค้าเข้มงวดมากค่ะพยาบาลบอกว่าให้เฝ้าได้แค่คนเดียว และนี่ก็เป็นกรณีพิเศษเท่านั้น”
คีรินทร์ที่นั่งอยู่ในออฟฟิศขยับตัวพิงพนักเก้าอี้หนัง ดวงตาคมกริบจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า เขาได้ยินเสียงสะอื้นเบา ๆ ผ่านโทรศัพท์ ความรู้สึกสงสารวาบขึ้นมาในใจอีกครั้ง แต่มันก็ถูกบดบังด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาสัมผัสได้จากรอบกาย... ไอเย็นของพรายนุ่นที่ยังคงวนเวียนอยู่ไม่ห่าง
“งั้นก็ได้ครับ ยังไงคุณก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะมายด์”
“ขอบคุณค่ะคีรินทร์... ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยเหลือมายด์”
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
ตอนที่ 9 ต่อลมหายใจเสียงปากกาที่ตวัดเซ็นลงบนเช็คเงินสดดังสอดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น คีรินทร์ยื่นกระดาษที่มีมูลค่ามหาศาลนั้นให้กับพนักงานบัญชี“นี่เป็นค่ารักษาพยาบาลของคุณพิศมัยนะครับ ผมชำระล่วงหน้าเอาไว้เผื่อว่าทางโรงพยาบาลจะได้ตัดสินใจจัดการทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนยาตัวใหม่ที
เสียงหวานหวีดร้องชื่อเขาออกมาในที่สุด พร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็งถี่รัวจากการถึงจุดยอด วริศราสะอื้นฮัก สองมือที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระรีบโอบกระหวัดกอดรัดแผ่นหลังหนาแน่น เล็บเรียวจิกข่วนฝากรอยแผลไว้เป็นทางยาวเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แทบจะระเบิดออก“บอกซิว่าคุณรักผัวคนนี้มากแค่ไหน...มายด์”“มายด์รัก
วริศราหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่าพวกคนคุมงานประมูลโหดร้ายแค่ไหน ถ้าคีรินทร์แฉเรื่องที่เธอเคยมีความสัมพันธ์กับเขามาก่อนที่เมืองนอก เธอคงไม่เหลือชีวิตรอด“โอเค... งั้นคุณจะเอายังไงก็ว่ามา” เธอตอบเสียงแผ่ว พ่ายแพ้ต่ออำนาจที่เหนือกว่า“เซ็นสัญญาการกู้ยืมนี่ซะ” คีรินทร์โยนปากกาลงบนเอกสาร“ในนี้ระบุว่าคุณเป
05.00 น. ควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยม้วนตัวเป็นเกลียวในอากาศ ราวกับกลุ่มเมฆมรณะที่ปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานสุดหรู คีรินทร์ยืนกอดอกนิ่ง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟจากตึกระฟ้าส่องระยิบระยับเหมือนดวงตาของปีศาจนับล้านดวงที่กำลังสดุดีในอำนาจของเขา“นายท่าน... ทำไมเมื่อคืนไม่บอกข้าบ้าง ว่าท่านมีผู้หญิงค







