LOGINคีรินทร์ไม่ตอบ กระดุมเสื้อเชิ้ตที่ปลดออกจนครบ เผยให้เห็นแผงอกที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูอบอุ่นในวันวาน บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น หากแต่ดวงตาคู่เดิมกลับลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผาเธอให้กลายเป็นจุณ
“คุณจะทำอะไร!!!...” อดีตแฟนหนุ่มจ้องเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
“ผมเสียเงินไปตั้งสามสิบล้านนะมายด์...” เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์
“คุณคิดว่าผมซื้อคุณมาใส่ตู้กระจกเอาไว้ดูเล่นหรือไง..หึ?”
“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะทำงานใช้หนี้ให้! ในรถเราก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ” วริศราเถียงใจสั่น ร่างกายสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
“เงินตั้งสามสิบล้าน ทำงานใช้หนี้ เมื่อไหร่มันจะหมด..หึ!!! สู้คนนอนเฉย ๆ แล้ว...”
“พอ ๆ” หญิงสาวรีบพูดแทรก
“ทำไม....รับไม่ได้เหรอไงว่าตัวเองขายตัวน่ะ หืม์!! นี่แม่คุณคงยังไม่รู้สินะ”
“ฉันขอเวลาฉันอีกหน่อยได้มั้ยคะ... คีรินทร์” เธออ้อนวอนด้วยสายตาพร่ามัวไปด้วยน้ำตา
“ถามจริง...ถ้าคนประมูลได้ไม่ใช่ผม!! คุณจะขอร้องอ้อนวอนเค้าแบบนี้มั้ย”
บรรยากาศในห้องนอนร้อนระอุขึ้นราวกับมีกองไฟสุมอยู่ระหว่างคนทั้งสอง คีรินทร์โน้มกายลงจนปลายจมูกแทบจะชนกับจมูกโด่งรั้นของวริศรา ลมหายใจกรุ่นกลิ่นวิสกี้จางๆ ของเขาเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอนึกหวั่นใจ มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้เริ่มบีบเน้นตามแรงอารมณ์
“ตอบผมมาซิ!!!... ถ้าคนประมูลคุณได้ไม่ใช่ผมขึ้นมา คุณจะทำยังไง” คีรินทร์เค้นเสียงถาม แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเจ็บปวดที่ซ่อนไม่มิด
“คุณมีความสุขมากนักใช่ไหม!..ที่ได้ข่มเหงฉัน” น้ำเสียงของเธอขาดห้วงเมื่อเห็นสายตาที่เหมือนจะฉีกทึ้งร่างเธอออกเป็นชิ้นๆ
“ก็ตอบมาก่อนสิ!!” เสียงทุ้มต่ำพร้อมการลวนลามอย่างจงใจทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว
“ถามหน่อย สิ่งที่คุณอยากรู้มันสำคัญตรงไหนเหรอ!”
“อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะ...มายด์ เดี๋ยวผมหมดความอดทนขึ้นมา...คุณจะลำบากเอา คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า...เรื่องบนเตียงผมดิบเถื่อนแค่ไหน” มือหนาอีกข้างลูบไล้ไปตามสีข้างอย่างจงใจคุกคาม
“ตอนนี้ฉันก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำสิ จะมัวมาถามให้เสียเวลาทำไม” วริศราเชิดหน้าสู้ทั้งน้ำตาและยังคงแสดงออกถึงความท้าทาย เธอพยายามปกป้องศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด
“ตอบผมมา อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน!” เขาบดเบียดร่างกายเข้าหาจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจของคนทั้งคู่สอดประสานกันอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่รู้! ฉันยอมรับว่าฉันคิดผิดที่ทิ้งคุณไป... พอใจหรือยัง!” เธอตะโกนใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตลอดหลายปีระเบิดออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม คีรินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปาก
“คุณตอบไม่ตรงคำถาม” วริศราเจ็บปวดกับท่าทีป่าเถื่อนของเขาจนอยากจะกรีดร้อง เธอรู้ดีว่าเขาต้องการคำตอบที่จะมาทิ่มแทงหัวใจตัวเอง และในเมื่อเขาอยากเจ็บ... เธอก็จะจัดให้!
“ไม่รู้สิ... ฉันก็คงต้องยอมนอนกับเขาล่ะมั้ง!” เธอแค่นยิ้มทั้งน้ำตา และท้าทายอำนาจของเขาอย่างต่อเนื่อง
“แล้วคุณมาต่อรองขอทำงานใช้หนี้กับผมทำไม... ในเมื่อคุณนอนกับผมแค่คืนเดียว คุณก็เป็นอิสระแล้ว!” คีรินทร์ถามกลับพร้อมกับโถมตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว เขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว พร้อมกับสูดดมไปตามเรือนร่างของเธอ ไม่เว้นแม้แต่รักแร้ขาวเนียนที่เคยชื่นชอบ
“รีบตอบมาสิ นิ่งทำไม ถ้าผมเกิดปล้ำคุณขึ้นมาก็อย่าหาว่าใจร้ายนะมายด์!”
“ฉันอยากเอาเงินไปรักษาแม่...ฉันไม่ได้อยาก...” คำพูดของเธอถูกปิดกั้นด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่บดขยี้ลงมาอย่างดุดันและป่าเถื่อน คีรินทร์ไม่ได้จูบเพื่อปลอบประโลม แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง ลิ้นร้อนสอดแทรกซึมลึกเข้าไปชิงความหวานอย่างคนเอาแต่ใจ
วริศราเม้มริมฝีปากแน่นในคราแรก ทว่าความซ่านสยิวที่เคยคุ้นเคยกลับแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับกระแสไฟฟ้า เธอเผลอครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่เริ่มรุกราน รูดซิปชุดเดรสสีขาวมุกของเธอลงจนสุดในพริบตา
ผิวเนียนละเอียดที่เปิดเผยทำให้นัยน์ตาของคีรินทร์วูบไหว ความโกรธแค้นที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีที่ถูกเธอทิ้งไป กำลังตีรวนกับความต้องการอย่างหนักหน่วง
“ปล่อยค่ะ... คีรินทร์... ขอร้องอย่าทำแบบนี้” วริศราสะอื้นไห้ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมที่แน่นหนา
“สำออย!!!..ทำเป็นไม่เคยไปได้!” คีรินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของเธอด้วยความเหยียดหยาม
“ถึงคุณจะหลอกใครว่ายังซิง แต่คุณหลอกผมไม่ได้... ทำหน้าที่นางบำเรอของคุณซะ คุณหนูวริศรา!”
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหื่นกระหาย ทิ้งรอยตีตราจองไว้ทุกที่ที่ริมฝีปากลากผ่าน ในใจของเขามีเพียงความต้องการที่จะขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน พร้อมๆ กับการตักตวงความสุขจากร่างกายที่เขาถวิลหามาแสนนาน
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
05.00 น. ควันบุหรี่สีเทาหม่นลอยม้วนตัวเป็นเกลียวในอากาศ ราวกับกลุ่มเมฆมรณะที่ปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานสุดหรู คีรินทร์ยืนกอดอกนิ่ง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แสงไฟจากตึกระฟ้าส่องระยิบระยับเหมือนดวงตาของปีศาจนับล้านดวงที่กำลังสดุดีในอำนาจของเขา“นายท่าน... ทำไมเมื่อคืนไม่บอกข้าบ้าง ว่าท่านมีผู้หญิงค
ร่างหนาทาบทับร่างบอบบางด้วยไอรักอันเร่าร้อนและกลิ่นอายของความปรารถนาที่คุกรุ่น คีรินทร์ไม่ปล่อยให้อดีตแฟนสาวตรงหน้าได้มีโอกาสพักหายใจหรือแม้แต่จะเอ่ยคำประท้วงใดๆเขาโถมกายแกร่งเข้าหาเธอด้วยแรงอารมณ์ที่ผสมปนเป... มันคือบทเพลงรักที่บรรเลงด้วยตัวโน้ตของความแค้นเคืองที่ผสานไปกับความโหยหาที่ซ่อนเร้นอยู่
รถตู้ VIP แล่นเข้าสู่ที่จอดรถส่วนตัวของคอนโดมิเนียมหรูระดับ Ultimate Luxury ใจกลางกรุง ประตูลิฟต์เปิดออกนำทั้งคู่ขึ้นตรงสู่ชั้น Penthouse อาณาจักรส่วนตัวของคีรินทร์ทั้งชั้นร่างบางของวริศราถูกมือหนาดุจคีมเหล็กฉุดกระชากให้ก้าวตามอย่างไม่ปรานี ทันทีที่ประตูบานใหญ่ปิดสนิทลง เสียงกลอนดิจิทัลที่ล็อกตัวเ
เสียงค้อนเคาะปิดการประมูลดังก้องกังวาน ทำลายศักดิ์ศรีของวริศราให้ตายลงในวินาทีนั้น ร่างบางถูกพาออกไปผ่านโถงทางเดินมืดมิดที่ตัดขาดจากโลกภายนอก บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนขนาบข้างเธอราวกับกลัวว่า สินค้าราคา 30 ล้านของเจ้านาย จะสูญหายหรือชำรุดก่อนถึงมือ จนกระทั่งประตูรถตู้ VIP สีดำถูกเปิดออกวริศราจำต้อง







