Masukขวัญดาวจ้องมองทารกน้อยที่แหงนมองหน้าเธอแล้วยิ้มเผล่ให้อย่างน่าเอ็นดู เหมือนน้องปลาวาฬจะถูกใจห้องนี้ แล้วยังทำท่ายกนิ้วโป้งขึ้นมาดูดจ๊วบๆ แสดงอาการว่าหิวนม ไม่อยากย้ายไปที่อื่นอีก หญิงสาวรู้สึกอึดอัดที่ต้องเอาตัวมาอยู่ในห้องนอนของผู้ชายที่ชอบลอบมองเธอแปลกๆ ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน
นายชัยยิ้มให้ขวัญดาวที่ดูแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ถ้ามีโอกาสใกล้ชิดคุณเตชัส พวกเธอจะไม่ลีลาหรือมีสีหน้าวุ่นวายใจแบบนี้
“ผมว่าคุณหนูแกคงหิวนม ดูดนิ้วใหญ่แล้ว เดี๋ยวผมจะตามแม่บ้านมาช่วยเตรียมน้ำชงนมให้นะครับ คุณขิงพักผ่อนกับคุณหนูตามสบายนะครับ”
ขวัญดาวมองอย่างลังเล ข่มใจรับคำ “ค่ะ”
เมื่อนายชัยออกไป เธอก็วางทารกน้อยลงบนเตียงนุ่มขนาดคิงไซซ์ จากนั้นจัดแจงถอดบอดีสูทของหนุ่มน้อยจนเห็นพุงพลุ้ยๆ กับท่อนแขนและท่อนขาเป็นมัดๆ ช่างน่าฟัดเหลือเกิน
“น้องปลาวาฬไปอาบน้ำกับพี่ขิงนะครับ”
แค่ได้ยินคำว่า ‘อาบน้ำ’ ดวงตาที่มีแววสดใสเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นอาการตาขวาง กลอกตามองไปรอบๆ อย่างไม่สบายใจ
ขวัญดาวเห็นอาการนั้นแล้วหลุดขำพรืด “อย่าบอกพี่ขิงนะครับ ว่าน้องปลาวาฬกลัวน้ำ เสียชื่อปลาวาฬหมด”
“แอ้” หนุ่มน้อยส่งเสียงแอ้ยาวๆ ทำปากจู๋ เหมือนจะบ่นอะไร
ขวัญดาวส่ายหน้า อมยิ้มน้อยๆ ท่าทางปลาวาฬยักษ์จะไม่ชอบน้ำจริงๆ “แต่ยังไงน้องปลาวาฬก็ต้องอาบน้ำนะคะ”
หนุ่มน้อยย่นหัวคิ้วเหมือนไม่ถูกใจคำพูดนี้ จนขวัญดาวอมยิ้ม “รู้มากจริงๆ เลย”
ขวัญดาวอุ้มทารกจ้ำม่ำอย่างระมัดระวังเข้าไปในห้องน้ำ ในระหว่างที่ผสมน้ำอุ่นในอ่างเพื่อให้ทารกยักษ์อาบน้ำ พอเห็นพี่เลี้ยงจำเป็นผสมน้ำในอ่าง ทารกตัวกลมก็แผดเสียงร้องลั่น ดิ้นขลุกขลักเหมือนกลัวถูกอาบน้ำ ถ้าไม่ถูกขวัญดาวอุ้มเอาไว้เจ้าปลาวาฬยักษ์กลัวน้ำคงจะกลิ้งหนีไปแล้ว
เสียงร้องของคุณหนูปลาวาฬทำให้นายชัยที่กำลังเรียกแม่บ้านมาสั่งการต้องวิ่งกลับมาในห้องนอนเจ้านายอีกครั้ง แล้วโผล่หน้าเข้าไปมองในห้องน้ำ ก่อนจะเห็นคุณผู้ช่วยเลขานุการกำลังลูบปลอบทารกร่างกลมอยู่
“ไม่ต้องกลัวนะคะน้องปลาวาฬ อาบน้ำสนุกจะตาย อาบน้ำแล้วจะได้สบายตัว”
“คุณขิงครับ คุณหนูร้องเสียงดัง เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
“น้องปลาวาฬคงกลัวการอาบน้ำ แกอาจมีประสบการณ์ไม่ดีในการอาบน้ำมาก่อน”
ทว่าเจ้าปลาวาฬยักษ์ไม่ฟัง เอาแต่อ้าปากร้องลั่น พอเห็นนายชัยชะโงกหน้าเข้ามามองก็กระดกตัวเอื้อมมือราวกับจะคว้าตัวนายชัยเพื่อหาคนอุ้มหนีให้พ้นการอาบน้ำ
“จะไปไหนคะ ตอนนี้ยังไปกับลุงไม่ได้ ต้องอาบน้ำก่อน ไม่เอาไม่ดื้อนะคะ เด็กดีต้องอาบน้ำ” ขวัญดาวมองเด็กจะหนีน้ำแล้วส่ายศีรษะ
ตั้งแต่พยาบาลวิชาชีพลาออกไป ลียาที่ไม่เชี่ยวชาญการดูแลเด็กก็ต้องพยายามอาบน้ำให้เจ้าหนูตัวอ้วนกลมและแข็งแรงเกินวัยในขณะที่ลียาผอมบางแรงน้อย ทำให้บางครั้งเธอเผลอทำน้ำเข้าจมูก เจ้าหนูเลยเข็ดขยาด เวลานี้ดิ้นหนีจากพี่เลี้ยงจำเป็นไม่ได้ เลยเอาสองมืออวบจับหูตัวเองแล้วมองค้อนคนจะพาลงอ่าง ขวัญดาวรู้ว่าท่าทางแบบนี้หมายถึงเด็กกำลังกลัวหรือกังวล
“ไม่พอใจพี่ขิง แต่ก็ต้องอาบน้ำอยู่ดีรู้ไหม” ขวัญดาวมองใบหน้าหล่อเหลา แก้มยุ้ย ที่ตอนนี้ไม่ยิ้มให้เธอสักนิด แล้วยังมองไปที่ผนังห้องน้ำไม่ยอมสบตาด้วย อาการงอนของทารกยักษ์ทำให้ขวัญดาวกลั้นขำไม่อยู่
นายชัยมองอย่างหวาดเสียวแทน เพราะคุณหนูตัวใหญ่กำลังถีบเท้าพยายามดีดตัวออกห่างคุณผู้ช่วยเลขานุการ
“แล้วจะทำยังไงครับ” เขาเองก็ไม่เคยมีครอบครัว อยู่เป็นโสดจนหมดวัยจะสร้างครอบครัวแล้ว
อดีตพี่เลี้ยงคนเก่งยิ้มหวานให้คนขับรถเจ้านาย “ไม่ยากค่ะลุง เราแค่ทำให้การอาบน้ำเป็นเรื่องสนุกเท่านั้นเอง”
นายชัยยืนมองท่าทางทะมัดทะแมงของผู้ช่วยเลขานุการที่กำลังจัดการกับทารกกลัวน้ำ เริ่มจากนำตัวคุณหนูปลาวาฬค่อยๆ จุ่มน้ำ
ทันทีที่ร่างกลมสัมผัสกับน้ำเท่านั้นก็แผดเสียงร้องลั่น “แอ๊ แอ๊ แอ๊”
ปลาวาฬเอาเท้าอวบๆ กระทุ้งน้ำ ถีบอ่างน้ำอย่างเอาแต่ใจ จนน้ำกระเซ็นเปียกเสื้อผ้าขวัญดาวไปหมด ทำเอานายชัยนึกสงสาร
“คุณหนูครับ อย่าดิ้นสิครับ พี่ขิงเปียกน้ำหมดแล้ว”
ขวัญดาวเคยชินเสียแล้ว เพราะเคยอาบน้ำให้เด็กอ่อนมาบ้าง หญิงสาวร้องเพลงคลอเบาๆ ในขณะที่ใช้แขนข้างหนึ่งรองแผ่นหลัง ศีรษะ และช่วงลำคอเด็กเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างคว้าสำลีจุ่มน้ำอุ่นจากภาชนะที่แยกไว้เช็ดรอบดวงตา ปาก และจมูก ไม่ได้ใช้มือวักน้ำใส่หน้าเด็กแบบที่ลียาเข้าใจผิด
เสียงเพลงท่วงทำนองสบายๆ ที่หญิงสาวฮัมอยู่นั้น ทำให้จอมโวยวายเริ่มหยุดแผดเสียงเอาแต่ใจ ดวงตากลมโตจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับไปมาเป็นทำนองน่าฟัง พ่อตัวกลมหยุดฟังราวกับต้องมนตร์พลางส่งเสียงร้องและเอียงคอมองขวัญดาว ปากก็ขยับส่งเสียงราวกับจะถามว่าร้องเพลงอะไร
“แอ้ แอ้”
ขวัญดาวรู้ว่าเพลงนี้คงทำให้หนุ่มน้อยชอบ จึงใช้จังหวะนี้แช่ตัวปลาวาฬลงไปในอ่างครึ่งหนึ่ง วักน้ำอุ่นในอ่างราดหัวไหล่ให้เด็กคุ้นชิ้นกับอุณหภูมิน้ำ จากนั้นก็เริ่มใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำทำความสะอาดตัวเด็กน้อยตามซอกคอ รักแร้ แล้วหันไปคว้าครีมอาบน้ำเด็กสูตรอ่อนโยนมาชโลม ทำความสะอาดไปทั่วลำตัวอ้วนกลม
เจ้าหนูหยุดร้องไห้ได้พักใหญ่แล้ว อีกทั้งไม่แสดงท่าทางกลัวการอาบน้ำ มิหนำซ้ำยังดูอารมณ์ดีขึ้น พลางมองหน้าคนอาบน้ำให้แล้วยิ้มปากบานเหมือนถูกใจ เอาขาเตะน้ำเล่นจนกระเด็นมาถูกใบหน้าคนอาบ
“เห็นไหม อาบน้ำสนุกจะตาย ไม่น่ากลัวเลย”
นายชัยมองหญิงสาวแล้วยิ้มตาม “คุณขิงเก่งจังครับ อายุแค่นี้ดูแลเด็กคล่องเชียว”
“ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ขิงทำงานพิเศษในเนอร์สเซอรีของอาจารย์วรรณวิภาเพื่อนคุณเตค่ะ เลยพอจะดูแลเด็กได้บ้าง”
คนฟังพยักหน้า “ถึงว่า เอาคุณหนูปลาวาฬอยู่หมัดเลย” ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าหญิงสาวกลับไปแล้ว ใครกันจะดูแลคุณหนูปลาวาฬ ที่เพนต์เฮาส์นี้มีแค่เจ้านายกับเขา ส่วนแม่บ้านพักแยกอยู่ที่ห้องเช่าละแวกนี้ เพราะเจ้านายต้องการความเป็นส่วนตัว
“สมภารที่ไหนจะอดใจไม่กินไก่วัดสวยๆ น่ารักขนาดนี้ได้” เอมอรพึมพำกับตัวเอง พลางดีใจกับขวัญดาวด้วย ถ้าหากได้ดิบได้ดีเป็นภรรยาของท่านประธานขึ้นมา เพราะขวัญดาวเป็นเด็กน่ารัก มีน้ำใจ แต่ผู้หญิงในบริษัทหลายคนอยากเป็นผู้หญิงของคุณเตชัส แต่ว่าคุณเตชัสก็ไม่สนใจใครสักคน แม่พวกนั้นรู้เข้าคงชีช้ำน่าดูฟากขวัญดาวหลังจากน้องปลาวาฬนอนหลับเธอจึงพอมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น แต่ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำให้เธอเดินย้อนกลับมารับ ที่หน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้ดวงหน้าสวยยิ้มหวานเต็มหน้า“พ่อคะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”“พ่อสบายดีขิง แต่ว่า...” เสียงที่อึกอักและเงียบลงไปนั้นทำให้ขวัญดาวหุบยิ้ม นั่นแสดงว่าบิดากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ“คือพ่อไม่อยากรบกวนขิงเลย แต่ช่วงนี้หน้าฝนน่ะลูก โฮมสเตย์ของเรามันสร้างมาหลายปีแล้ว หลังคามันเลยรั่ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพ่อจะขึ้นไปเปลี่ยนฝ้าเอง แต่หลังจากตกจากหลังคาลงมาคราวก่อน ขาพ่อมันก็อ่อนแรงทำงานบนที่สูงไม่ได้แล้ว”“พ่อคะ ไม่ต้องพูดเลย ต้องใช้เงินเท่าไหร่บอก
“เอ่อ พี่เอมคะ” ขวัญดาวอยากตบปากตัวเองนักที่หลุดพูดออกไป แต่ว่าเสียงเอ็นดูจากปลายสายก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก โชคยังดีที่หลุดปากกับเอมอร หากเป็นคนอื่นๆ ในบริษัทป่านนี้คงกลายเป็นประเด็นร้อนให้ขาเมาท์คุยกันสนุกปาก“พี่ไม่เล่าต่อหรอกจ้ะขิง เรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวกับพี่ ท่านจะพาใครไปเพนต์เฮาส์หรือตัดสินใจทำอะไร พี่มีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ขิงสบายใจได้”“ขอบคุณค่ะพี่เอมที่เข้าใจ ขิงก็ไม่ได้อยากมาค้างคืนอยู่กับเจ้านาย แต่เลี้ยงเด็กไม่เหมือนมาช่วยทำงานบ้าน มันไม่สามารถวางเอาไว้ แล้วกลับมาดูต่อพรุ่งนี้ได้ ต้องรอพี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแลต่อ ขิงก็ตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยแค่สามวันนี้แหละค่ะ แค่พอให้คุณเตหาพี่เลี้ยงมาได้เท่านั้น ขิงก็จะกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว”“ทางนี้ก็งานยุ่งอยู่ แต่พี่ยังพอรับมือไหว แต่ว่าขิงไม่มาทำงานหลายวันคงไม่รู้ว่าคุณวริศได้โปรโมตขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคลสายฟ้าแลบ แต่ถูกย้ายไปประจำที่สาขาสระบุรีแล้ว ที่จริงความสามารถของคุณวริศก็สมควรอยู่หรอกนะ แต่พี่ว่าประกาศสายฟ้าแลบยังไงก็ไม่รู้ ขนาดพี่ยั
เขาหาเศษหาเลยกับเธอทั้งที่มีคู่หมายแล้ว ทำแบบนี้เธอไม่ชอบเลย มือบางเลยทุบลงไปบนอกแกร่งเพื่อให้เขาหยุดการรุกรานแต่ว่าเขาไม่ยอมหยุด ซ้ำยังเพิ่มแรงบดจูบลงมาราวกับคนขาดสติ เหมือนคนกระหายการจูบแต่ทำไมร่างกายกลับรู้สึกอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขา ขวัญดาวไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เธอไม่ใช่ดอกไม้ใกล้มือให้เขาเด็ดชมเล่น เมื่อลิ้นร้ายเข้ามาหยอกเอินอย่างย่ามใจ ขวัญดาวเลยอาศัยจังหวะที่เขาเคลิบเคลิ้มกัดลิ้นเขาอย่างจัง“โอ๊ย”ร่างใหญ่ของเตชัสผละออกราวกับเจอของร้อนลวกปาก แต่นี่ไม่ใช่ของร้อน มันเป็นฟันซี่คมๆ ที่กัดลงมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำเพราะเจ็บจี๊ดไปทั้งแผ่นลิ้น“ขิงกะจะฆ่าผมให้ตายเลยหรือไง”ขวัญดาวขึงตาใส่ ดวงหน้าสวยมีรอยแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน “ก็คุณเตอยากจูบขิงก่อนทำไม ใครใช้ให้เอาลิ้นเข้ามาในปากขิงล่ะคะ”เตชัสหอบลมหายใจถี่กระชั้น“ก็ไม่เห็นต้องเล่นแรงขนาดนี้ เกิดลิ้นผมขาดไปจะทำยังไง ต่อไปจะเอาลิ้นที่ไหนไว้ชิมความหวานของขิมล่ะ”“นี่ยังคิดจะมีต่อไ
“นี่ขิง” คนหล่อจัดเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเสียงขรึม “ถ้าผมคิดจะทำอะไรขิงจริงๆ ละก็ ผมทำไปนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างผมมีความอึด เอ้ย อดทนมาก”ขวัญดาวชะงักมองจ้องหน้าเจ้านายผู้มากเสน่ห์ เตชัสมองยิ้มๆ “ผมแค่พูดผิดขิงทำไมต้องมองผมแบบนี้ด้วยครับ ในห้องมีเด็กอ่อนอยู่ด้วยแบบนี้ผมจะปล้ำขิงได้ยังไง จริงไหมเจ้าปลาวาฬ”เตชัสมองหาตัวช่วย ทารกร่างกลมเอียงคอมอง ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันไหม หรือเป็นจังหวะปลาวาฬแลบลิ้นออกมาพอดี ทำเอาเตชัสหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ“แลบลิ้นแบบนี้หมายความว่าไงเจ้าอ้วน” เตชัสจิ้มนิ้วไปที่เอวกลมๆทารกที่ท่าทางจะรู้มากเกินไวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผิดกับขวัญดาวที่เหลือบมองเตชัสอย่างระแวดระวัง“เชื่อใจผมเถอะนะ ถ้าผมคิดจะทำ ไม่ต้องรอถึงป่านนี้หรอก ปิดประตูห้องทำงานจับขิงปล้ำไปแล้ว เพราะขิงชอบทำโอทีมืดๆ ค่ำๆ” แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องทำงานดึกไปด้วย เพราะแอบห่วงความปลอดภัยของเลขานุการสาว ส่วนคืนนี้เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอสักนิด เพราะต้องน
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย







