تسجيل الدخول“ถูกต้อง รู้ไหม ถ้าเอมอรเขาว่างเหมือนคุณตอนนี้ ไม่ต้องช่วยผมรับแขกและจัดการโน่นนี่จนแทบไม่มีเวลาหายใจ เขาจะต้องช่วยผมดูแลน้องปลาวาฬอย่างดีที่สุด คุณดูสิ นี่งานศพน้องชายคนเดียวของผม ผมจะยุ่งแค่ไหน คุณจะใจร้ายให้ผมอุ้มเด็กเดินไปรับแขกทั่วงานเหรอ ไม่สงสารเจ้านาย ก็น่าจะสงสารเด็กนะ”
“แอ้ แอ้”
เสียงใสๆ ดังขึ้นราวกับสนับสนุนคำพูดของเตชัส เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าหนูตัวกลมยังเอานิ้วโป้งใส่ปากดูดจ๊วบๆ
เตชัสมองเจ้าปลาวาฬตัวใหญ่ กลัวมือหลานไม่สะอาดเลยค่อยๆ ยื่นมือไปจับมือน้อยๆ ไม่ให้เอานิ้วโป้งเข้าปาก “น้องปลาวาฬหิวแน่ๆ เลย”
เจ้าหนูแหงนคอมองหน้าเตชัส จากนั้นก็เอียงคอไปมองขวัญดาวด้วยดวงตาใสซื่อเหมือนขอความเห็นใจ แล้วบอกเป็นนัยว่า
‘หิว’
ขวัญดาวอึกอัก พูดไม่ออก มองทารกตัวเบิ้ม หน้าตาน่าเอ็นดูสุดๆ ที่เวลานี้เปลี่ยนจากยกนิ้วไปดูดเป็นเอากำปั้นเข้าปาก เพียงแต่กำปั้นนั้นใหญ่เกินกว่าจะเข้าไปในปากเล็กๆ สีแดงระเรื่อได้ ชอตนี้เตชัสถูกใจแกมสงสารเจ้าปลาวาฬยักษ์สุดๆ แบบนี้มันค่อยน่าเลี้ยงหน่อย เขาเอามือไปจับกำปั้นเอาไว้
“น่าสงสารจริงๆ คนเลี้ยงก็หาไม่ทัน หนูหิวแย่เลยเนอะ เอาไงดี ฉันก็ชงนมไม่เป็น เดี๋ยวให้นายชัยไปขอนมกล่องที่หลวงตามาใส่ขวดให้กินรองท้องไปก่อนละกัน” เขาก็พูดไปอย่างนั้น ใครจะใจดำกับเจ้าปลาวาฬยักษ์ตัวใหญ่ได้ลงคอ แค่รอดูว่าคนบางคนจะใจดีเหมือนที่เขาคิดหรือเปล่า
คนเลี้ยงเด็กมาก่อนรีบปรามทันทีเพราะรู้ว่าผิด “เด็กทารกกินนมกล่องแบบนั้นได้ที่ไหนกันคะ”
ขวัญดาวเห็นอาการดูดจ๊วบๆ ไปทั่วกำปั้นของทารกจ้ำม่ำแล้วถอนใจพรืดยาว ใจอ่อนยวบทนไม่ไหว
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรับดูแลน้องปลาวาฬให้ จนกว่าคุณจะเสร็จธุระที่วัด”
ขวัญดาวตอบกลับแล้วมองหน้าเขาแวบหนึ่ง เธอเห็นสายตาเขาวาวขึ้นพร้อมคลี่ยิ้มอย่างเผลอไผล ก่อนจะเลือนหายเป็นปกติ
“ขอบคุณมากนะขิง ที่ทำหน้าที่ผู้ช่วยเลขาฯ ได้อย่างยอดเยี่ยม” จากนั้นเขาก็โทรเรียกให้นายชัยมาพาขวัญดาวและเจ้าปลาวาฬไปพักที่เพนต์เฮาส์
“พาคุณขิงกับลูกชายฉันกลับไปที่เพนต์เฮาส์” รอยยิ้มหล่อแกมเจ้าเล่ห์ผุดพรายขึ้นบนใบหน้า หลังจากเขาส่งขวัญดาวและเจ้าปลาวาฬขึ้นรถ ไม่วายยื่นหน้าเข้าไปในรถเพื่อบอกเจ้าปลาวาฬที่ได้ยินมาว่ากินนมเก่งมาก “ปลาวาฬ อย่าดื้อกับพี่ขิงเขานะครับ เดี๋ยวพี่ขิงเขาไม่เลี้ยงนะ”
ใบหน้าที่ยื่นเข้าไปคุยกับหลานอยู่ห่างจากหน้าขวัญดาวแค่คืบ ทำเอาหญิงสาวนั่งตัวเกร็ง ด้วยเกรงว่าหากขยับเพียงนิดหน้าอกของเธอจะชนกับใบหน้าของเขาได้ เรียกว่าแทบจะกลั้นหายใจไปเลยทีเดียว
“แอ้ แอ้” เจ้าวาฬยักษ์แต้มบุญดีสมชื่อที่พ่อตายแต่ได้ลุงแท้ๆ ยืนกรานหนักแน่นว่าต่อไปนี้จะรับไว้ดูแลเอง ส่งเสียงอย่างรู้งาน ราวกับจะบอกว่าโอเค ก็ได้ๆ กินดี อยู่ดี มีพี่เลี้ยงสวยๆ แบบพี่ขิง ปลาวาฬจะนอนกินนมนิ่งๆ ไม่ดื้อ ไม่ซน
ครึ่งชั่วโมงถัดมา
ขวัญดาวอุ้มประคองทารกตัวกลมมาถึงโครงการคอนโดมิเนียมหรูชื่อดัง ซึ่งมีท่านประธานของเธอเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย ร่างเล็กรีบพาเด็กน้อยตรงไปที่ลิฟต์แก้วซึ่งถูกสร้างขึ้นแยกจากลิฟต์โดยสารในอาคาร เพื่อขึ้นไปยังเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียม โดยมีนายชัย คนขับรถวัยห้าสิบปีช่วยถือตะกร้าของใช้เด็กอ่อนตามมาติดๆ
นายชัยอดประหลาดใจไม่ได้ที่เจ้านายผู้รักความสันโดษถึงกับมอบคีย์การ์ดให้เขาพาคุณผู้ช่วยเลขานุการมาพักที่เพนต์เฮาส์แห่งนี้ ปกติเจ้านายไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงคนไหนรู้จักเพนต์เฮาส์แห่งนี้ นอกจากมารดาและน้องๆ ที่นานๆ จะแวะเวียนมาสักครั้ง
พอลิฟต์เปิดออก ขวัญดาวก็ตะลึงงันกับการรังสรรค์ตกแต่งพื้นที่กว่าห้าร้อยตารางเมตร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนักออกแบบชาวฝรั่งเศส
ที่นี่ถือได้ว่าเป็นเพนต์เฮาส์ที่สูงที่สุดในย่านนี้ก็ว่าได้ มีวิวแบบพาโนรามาเป็นแบ็กกราวนด์ล้อมรอบ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นสั่งทำขึ้นพิเศษเพื่อสร้างสุนทรีย์แห่งการพักผ่อนในที่อยู่อาศัยระดับลักซัวรีและตรงกับไลฟ์สไตล์เจ้าของเพนต์เฮาส์
“เชิญทางนี้ครับคุณขิง” นายชัยพาหญิงสาวกับลูกชายของเจ้านายเขาเข้าไปพักผ่อนที่ห้องหนึ่งตามคำสั่งการของเจ้าของเพนต์เฮาส์
ขวัญดาวคิดว่าคงเป็นห้องรับแขก แต่เมื่อนายชัยเปิดประตูสีเทา เธอก็เห็นห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นอิตาเลียน เน้นความเท่และความเนี้ยบเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ คุมธีมด้วยสีเทากับสีเข้มทำให้ดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้น แต่ร่องรอยบางอย่างทำให้ขวัญดาวคิดว่าห้องนี้น่าจะเป็นห้องที่มีการใช้งานอยู่
สิ่งสะดุดตาอีกอย่างที่ทำให้ขวัญดาวสนใจคือฝ้าเพดานสุดหรูกับโคมไฟระย้า ที่ทำให้เจ้าตัวกลมแหงนคอมอง แล้วชูมือคว้าอากาศราวกับอยากจะไปดึงโคมไฟระย้าลงมา มันคือห้องนอนที่สวยที่สุดตั้งแต่เธอเคยเห็นมา ไม่ว่าจะเป็นด้วยสายตาหรือตามนิตยสาร
‘ห้องสวยจัง’
“ลุงชัยคะ นี่ห้องนอนรับแขกหรือว่าเป็นห้องนอนของใครคะ” ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปเห็นตะกร้าผ้าที่มุมหนึ่งมีเสื้อนอนสีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีเทาอยู่ในนั้น
“ห้องคุณเตครับ”
เท่านั้น ร่างเล็กก็ประคองทารกตัวใหญ่ถอยกรูดออกจากห้องทันที พลางมองคนพาเข้ามาห้องนี้อย่างตกใจ
“ห้องท่านประธาน ขิงจะเข้าไปได้ยังไงคะ เพนต์เฮาส์ที่นี่ดูกว้างมาก น่าจะมีห้องอื่นๆ ที่ไม่ได้ใช้งานนะคะ”
“ที่นี่มีห้องนอนอยู่สี่ห้องครับคุณขิง แต่ท่านประธานไม่เคยเปิดให้ใครเข้ามาพัก เกรงว่าอาจมีไรฝุ่นทำให้คุณหนูปลาวาฬเกิดอาการระคายเคืองได้ ส่วนห้องคุณเตมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน” นายชัยไม่รู้จะอ้างอะไรให้คุณผู้ช่วยเลขานุการสบายใจได้มากกว่านี้
“สมภารที่ไหนจะอดใจไม่กินไก่วัดสวยๆ น่ารักขนาดนี้ได้” เอมอรพึมพำกับตัวเอง พลางดีใจกับขวัญดาวด้วย ถ้าหากได้ดิบได้ดีเป็นภรรยาของท่านประธานขึ้นมา เพราะขวัญดาวเป็นเด็กน่ารัก มีน้ำใจ แต่ผู้หญิงในบริษัทหลายคนอยากเป็นผู้หญิงของคุณเตชัส แต่ว่าคุณเตชัสก็ไม่สนใจใครสักคน แม่พวกนั้นรู้เข้าคงชีช้ำน่าดูฟากขวัญดาวหลังจากน้องปลาวาฬนอนหลับเธอจึงพอมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น แต่ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำให้เธอเดินย้อนกลับมารับ ที่หน้าจอปรากฏชื่อที่ทำให้ดวงหน้าสวยยิ้มหวานเต็มหน้า“พ่อคะ เป็นยังไงบ้าง สบายดีไหม”“พ่อสบายดีขิง แต่ว่า...” เสียงที่อึกอักและเงียบลงไปนั้นทำให้ขวัญดาวหุบยิ้ม นั่นแสดงว่าบิดากำลังมีเรื่องไม่สบายใจ“คือพ่อไม่อยากรบกวนขิงเลย แต่ช่วงนี้หน้าฝนน่ะลูก โฮมสเตย์ของเรามันสร้างมาหลายปีแล้ว หลังคามันเลยรั่ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนพ่อจะขึ้นไปเปลี่ยนฝ้าเอง แต่หลังจากตกจากหลังคาลงมาคราวก่อน ขาพ่อมันก็อ่อนแรงทำงานบนที่สูงไม่ได้แล้ว”“พ่อคะ ไม่ต้องพูดเลย ต้องใช้เงินเท่าไหร่บอก
“เอ่อ พี่เอมคะ” ขวัญดาวอยากตบปากตัวเองนักที่หลุดพูดออกไป แต่ว่าเสียงเอ็นดูจากปลายสายก็ทำให้เธอสบายใจขึ้นมาก โชคยังดีที่หลุดปากกับเอมอร หากเป็นคนอื่นๆ ในบริษัทป่านนี้คงกลายเป็นประเด็นร้อนให้ขาเมาท์คุยกันสนุกปาก“พี่ไม่เล่าต่อหรอกจ้ะขิง เรื่องของเจ้านายไม่เกี่ยวกับพี่ ท่านจะพาใครไปเพนต์เฮาส์หรือตัดสินใจทำอะไร พี่มีหน้าที่แค่อำนวยความสะดวกให้เท่านั้น ขิงสบายใจได้”“ขอบคุณค่ะพี่เอมที่เข้าใจ ขิงก็ไม่ได้อยากมาค้างคืนอยู่กับเจ้านาย แต่เลี้ยงเด็กไม่เหมือนมาช่วยทำงานบ้าน มันไม่สามารถวางเอาไว้ แล้วกลับมาดูต่อพรุ่งนี้ได้ ต้องรอพี่เลี้ยงคนใหม่มาดูแลต่อ ขิงก็ตั้งใจว่าจะอยู่ช่วยแค่สามวันนี้แหละค่ะ แค่พอให้คุณเตหาพี่เลี้ยงมาได้เท่านั้น ขิงก็จะกลับไปทำงานตามเดิมแล้ว”“ทางนี้ก็งานยุ่งอยู่ แต่พี่ยังพอรับมือไหว แต่ว่าขิงไม่มาทำงานหลายวันคงไม่รู้ว่าคุณวริศได้โปรโมตขึ้นเป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคลสายฟ้าแลบ แต่ถูกย้ายไปประจำที่สาขาสระบุรีแล้ว ที่จริงความสามารถของคุณวริศก็สมควรอยู่หรอกนะ แต่พี่ว่าประกาศสายฟ้าแลบยังไงก็ไม่รู้ ขนาดพี่ยั
เขาหาเศษหาเลยกับเธอทั้งที่มีคู่หมายแล้ว ทำแบบนี้เธอไม่ชอบเลย มือบางเลยทุบลงไปบนอกแกร่งเพื่อให้เขาหยุดการรุกรานแต่ว่าเขาไม่ยอมหยุด ซ้ำยังเพิ่มแรงบดจูบลงมาราวกับคนขาดสติ เหมือนคนกระหายการจูบแต่ทำไมร่างกายกลับรู้สึกอ่อนไหวต่อสัมผัสของเขา ขวัญดาวไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้ เธอไม่ใช่ดอกไม้ใกล้มือให้เขาเด็ดชมเล่น เมื่อลิ้นร้ายเข้ามาหยอกเอินอย่างย่ามใจ ขวัญดาวเลยอาศัยจังหวะที่เขาเคลิบเคลิ้มกัดลิ้นเขาอย่างจัง“โอ๊ย”ร่างใหญ่ของเตชัสผละออกราวกับเจอของร้อนลวกปาก แต่นี่ไม่ใช่ของร้อน มันเป็นฟันซี่คมๆ ที่กัดลงมาอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำเพราะเจ็บจี๊ดไปทั้งแผ่นลิ้น“ขิงกะจะฆ่าผมให้ตายเลยหรือไง”ขวัญดาวขึงตาใส่ ดวงหน้าสวยมีรอยแดงซ่าน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน “ก็คุณเตอยากจูบขิงก่อนทำไม ใครใช้ให้เอาลิ้นเข้ามาในปากขิงล่ะคะ”เตชัสหอบลมหายใจถี่กระชั้น“ก็ไม่เห็นต้องเล่นแรงขนาดนี้ เกิดลิ้นผมขาดไปจะทำยังไง ต่อไปจะเอาลิ้นที่ไหนไว้ชิมความหวานของขิมล่ะ”“นี่ยังคิดจะมีต่อไ
“นี่ขิง” คนหล่อจัดเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเสียงขรึม “ถ้าผมคิดจะทำอะไรขิงจริงๆ ละก็ ผมทำไปนานแล้ว ไม่รอให้ถึงตอนนี้หรอก อีกอย่างผมมีความอึด เอ้ย อดทนมาก”ขวัญดาวชะงักมองจ้องหน้าเจ้านายผู้มากเสน่ห์ เตชัสมองยิ้มๆ “ผมแค่พูดผิดขิงทำไมต้องมองผมแบบนี้ด้วยครับ ในห้องมีเด็กอ่อนอยู่ด้วยแบบนี้ผมจะปล้ำขิงได้ยังไง จริงไหมเจ้าปลาวาฬ”เตชัสมองหาตัวช่วย ทารกร่างกลมเอียงคอมอง ไม่รู้ว่าเข้าใจที่ผู้ใหญ่คุยกันไหม หรือเป็นจังหวะปลาวาฬแลบลิ้นออกมาพอดี ทำเอาเตชัสหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ“แลบลิ้นแบบนี้หมายความว่าไงเจ้าอ้วน” เตชัสจิ้มนิ้วไปที่เอวกลมๆทารกที่ท่าทางจะรู้มากเกินไวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากผิดกับขวัญดาวที่เหลือบมองเตชัสอย่างระแวดระวัง“เชื่อใจผมเถอะนะ ถ้าผมคิดจะทำ ไม่ต้องรอถึงป่านนี้หรอก ปิดประตูห้องทำงานจับขิงปล้ำไปแล้ว เพราะขิงชอบทำโอทีมืดๆ ค่ำๆ” แล้วนั่นก็เป็นเหตุให้เขาต้องทำงานดึกไปด้วย เพราะแอบห่วงความปลอดภัยของเลขานุการสาว ส่วนคืนนี้เขาไม่ได้คิดล่วงเกินเธอสักนิด เพราะต้องน
“เอ่อ ขิงคงมัวแต่ดูน้องปลาวาฬอยู่มั้งคะเลยไม่ทันได้ยินว่าคุณเตมา” ขวัญดาวตอบอึกอัก แล้วรีบเบี่ยงหน้าหนี ลุกขึ้นเดินออกห่าง“นึกว่าขิงคิดว่าเมื่อไหร่พ่อปลาวาฬจะกลับมาสักที” ขวัญดาวอึ้งจนต้องหันกลับมามองเขา เตชัสกลัวว่าจะทำไก่ตื่น เดี๋ยวบินหนีไปจะไล่จับลำบาก เลยเปลี่ยนเรื่องพูด“แล้วนี่เจ้าปลาวาฬหลับนานแล้วหรือขิง ผมว่าจะมาเล่นด้วยเสียหน่อย ว่าแต่ขิงกินข้าวหรือยัง”“ถามหลายประโยคจังค่ะ ขิงกินข้าวแล้ว ส่วนน้องปลาวาฬหลับได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วค่ะ”“เหนื่อยไหม” เขาเงยหน้ามองเธอ “ผมสัญญาว่าจะรีบหาพี่เลี้ยงมาเลี้ยงปลาวาฬ ขิงจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป แต่หาพี่เลี้ยงไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องค่าตอบแทนผมจ่ายได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมต้องการคนที่มีใจรักเด็ก สะอาดสะอ้าน และเข้ากับปลาวาฬได้ดี ที่สำคัญก็ต้องมีพื้นฐานการเลี้ยงเด็กอ่อนด้วย ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยงที่อายุมากเกินไป เพราะว่าปลาวาฬตัวใหญ่ ดิ้นทีผมเป็นผู้ชายยังเกือบทำหลุดมือ แล้วก็ไม่อยากได้พี่เลี้ย
“ก็ใช่น่ะสิ คุณเอมอรยังไม่ได้บอกคุณเหรอ เอมอรเขาอาจจะลืม เพราะช่วงนี้ผู้ช่วยเลขาฯ ของผมเขาลา” เตชัสเน้นคำว่าของผมจนวริศเผลอมองหน้าคนที่นั่งหลังยืดตรงอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของท่านประธานหน้าเหวอไป ผิดกับเจ้าของห้องที่ระบายยิ้มทั่วหน้า แต่สายตาเยือกเย็น จนวริศรู้สึกว่าห้องท่านประธานเย็นยะเยือกราวกับนั่งอยู่ที่ขั้วโลกเหนือเตชัสมองตรงจ้องหน้าวริศพลางถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“ไม่ทราบว่าคุณวริศติดปัญหาอะไรหรือเปล่า”นี่เป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบสายฟ้าแลบที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน แม้แต่เขาที่ทำงานอยู่ในแผนกฝ่ายบุคคลก็ตาม แต่ท่านประธานถามว่ามีปัญหาอะไรไหม ใครจะกล้ามีปัญหากับเจ้าของและท่านประธานใหญ่อย่างเตชัส วราฤทธิ์วริศงุนงงไปหมด แต่ต้องบังคับตัวเองให้ส่ายหน้า “เอ่อ...ไม่มีครับท่านประธาน ผมแค่ตกใจ แล้วยังไม่มีเวลาเตรียมตัว หรือบอกใคร”“เท่าที่ผมทราบคุณไม่มีครอบครัวเหลือแล้วนี่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่คุณเสียก่อนเข้ามาทำงานที่บริษัท ส่วนคุณยายของคุณท่านจากไปเมื่อปลายปี ผมจำได้ว่าผมไปงานศพของคุณย







