LOGINตื้อดึง ตื้อดึง
เสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอ
Pearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะ
Pearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี
เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaa
Pearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaa
Pearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ
อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa
เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaa
เมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำลังจัดแจงเก็บมือถือใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวลงจากรถแต่กลับถูกมือหนาแย่งไปเสียก่อน
“แฟนเหรอ? ถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขนาดนั้น” ภคิณถามด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ ตั้งแต่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังแล้ว ใครกันทักมาหาเธอเช้าขนาดนี้ ไม่เห็นมีรายงานจากลูกน้องเลยว่าเธอมีแฟน
“เพื่อนค่ะ” เธอตอบเขาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงปกติ แม้จะไม่เข้าใจว่าเธอทำอะไรให้เขาไม่พอใจก็ตาม ถึงได้มาขึ้นเสียงใส่กันแบบนี้
“ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะ แต่ยิ้มให้เจ้าของแชตขนาดนั้นก็คงไม่พ้น...”
อะไรของเขาเนี่ย ใครจะทักหาเราแล้วยังไงอะ
“นับยิ้มให้เพื่อนไม่ได้เหรอคะ” เธอเอียงคอถามอย่างสงสัย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองจ้องเขาทั้งกะพริบตาปริบๆ ท่าทางของเธอมันเป็นไปเองอย่างธรรมชาติไม่ได้ประดิษฐ์แต่อย่างใด
“มันก็ได้ พี่ก็แค่ถาม” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็หายหงุดหงิดแทบจะทันที น้ำเสียงอ่อนลงจนตัวเขาเองยังแปลกใจมันจะน่ารักเกินไปแล้ว
เดี๋ยวก็จับฟัดตรงนี้เสียเลย
“เพื่อนผู้หญิงค่ะ ไข่มุกไงคะ” จริงๆ เธอจะไม่บอกเขาก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกไม่อยากถูกเขาเข้าใจผิด จึงยอมบอกออกไป
“อะ แอดพี่ด้วย เอาทุกโปรแกรมที่นับเล่นนั่นแหละแล้วก็เซฟเบอร์พี่ไว้ด้วย” ภคิณส่งมือถือของตัวเองที่ปลดล็อกหน้าจอเรียบร้อยแล้วให้เธอ
“นับมีแค่เฟสกับไลน์นะคะ ปกตินับไม่ค่อยเล่นโซเชียล” เธอบอกไปพลางกดเพิ่มคำขอเป็นเพื่อนในเฟส แอดไลน์และเพิ่มเบอร์โทรเอาไว้ในเครื่องแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเธอกดเบอร์ตัวเองที่เครื่องเขาก็พบว่าถูกบันทึกชื่อไปเรียบร้อยแล้ว
‘หนูนับแล้วตามด้วยอีโมจิหัวใจสีแดงหนึ่งดวง’ นั่นคือชื่อที่เขาบันทึกไว้ เมื่อเสร็จแล้วนับพรจึงส่งคืนเจ้าของไป
เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วภคิณจึงชวนนับพรลงจากรถเพื่อไปซื้อของ
“คุณภคิณจะซื้ออะไรเหรอคะ แล้วนับต้องทำอะไรบ้าง” นับพรเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขาพาเธอมาที่ห้างหรูใจกลางเมือง
“พี่จะมาซื้อเสื้อผ้าของผู้หญิงน่ะ นับก็ช่วยเป็นหุ่นให้หน่อยนะ แล้วก็เรียกพี่ว่าพี่ให้ติดปากได้แล้ว” ภคิณตอบไปอย่างไม่ได้คิด เขาหวังเพียงแค่ให้คนสวยของเขายอมลองชุดอย่างว่าง่าย
“ค่ะ พี่คิณ” เธอตอบรับเขาเพียงเท่านั้น อยู่ๆ ใจของเธอก็รู้สึกโหวงแปลกๆ เมื่อรู้ว่าเขาให้เธอมาเป็นหุ่นลองชุดให้กับผู้หญิงของเขา
นี่น่ะหรืองานนอกสถานที่ที่ว่า
“ชุดนี้เป็นไงคะคุณภคิณ” เสียงผู้จัดการประจำร้านร้องเรียกให้ชายหนุ่มละจากหนังสือในมือเพื่อหันมามอง
ภคิณสั่งให้พนักงานหาชุดที่เหมาะกับนับพรมาให้ โดยไม่ต้องสนใจว่าราคาเท่าไร
สายตาคมไล่มองจากด้านล่างขึ้นมาตามระดับสายตา ก่อนจะนิ่งอึ้งไปราวกับถูกสะกด ถึงกับเพ้อออกมาเบาๆ
‘สวย สวยมาก’ จริงๆ แล้วสำหรับภคิณยังไม่มีชุดไหนที่นับพรลองแล้วไม่สวย มีแต่สวยขึ้นทุกชุดที่ลองก็ว่าได้
นี่ขนาดยังไม่แต่งเต็มนะเนี่ย
“ชุดสุดท้ายแล้วนะคะ นับขี้เกียจถอดแล้ว” จะไม่บ่นเลยก็คงไม่ไหว ก็เขาให้เธอลองมาเป็น 10-20 ชุดแล้ว
ทำไมไม่ให้แฟนตัวเองมาลองเองวะ มาลำบากคนอื่นเขาเนี่ย
หลังจากที่เธอทำหน้าที่เป็นหุ่นลองชุดจนเสร็จ เขายังพาเธอไปลองรองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับอีกเล็กน้อยแล้วพาเธอไปกินมื้อเที่ยงก่อนจะพาเธอกลับ
นับพรไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วเขาซื้ออะไรไปเท่าไรบ้าง เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะสนใจ
เมื่อรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดยังที่จอดรถพิเศษสำหรับผู้บริหาร ภคิณรีบคว้าข้อมือบางเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะลงจากรถ เขาไม่เข้าใจว่าเธอเป็นอะไรไปอยู่ๆ ก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จามาตลอดทาง เขาถามคำก็ตอบคำ
“เป็นอะไรทำไมไม่พูดไม่จา”
“เปล่านี่คะ คุณภคิณมีงานอะไรให้นับทำอีกหรือเปล่าคะ” ตอนนี้นับพรรู้สึกไม่อยากเห็นหน้าเขาแล้ว
เธออยากขอเวลาไปสงบสติอารมณ์ ไปจัดการกับไอ้ความรู้สึกแปลกๆ นี่ก่อน เธอไม่ชอบอาการแบบนี้เลยจริงๆ
“ก็เห็นๆ อยู่ว่าเป็น” ก็ท่าทางของเธอชัดเจนขนาดนี้จะบอกไม่เป็นได้ยังไง
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าเข้าใกล้เธอมากขึ้นแล้ว แต่อยู่ๆ ตอนนี้เธอกลับทำเป็นห่างเหินอีกแล้ว ภายในเวลาไม่ถึงวันนับพรทำเค้ามีหลากหลายอารมณ์มาก
“ถ้าไม่มีงานอะไรแล้ว นับขอตัวนะคะเห็นมุกบอกว่าวันนี้นับมีเคสด่วนเข้ามาน่ะค่ะ” เมื่อพูดจบหญิงสาวจึงบิดข้อมือบางเล็กน้อยให้หลุดจากมือหนาของเขาก่อนจะเปิดประตูรถลงมา
เธอเดินเข้าออฟฟิศไปทันที โดยมีภคิณรีบวิ่งตามมาติดๆ หลังจากดับเครื่องและล็อกรถเรียบร้อยแล้ว
เมื่อทั้งสองคนเดินเข้าออฟฟิศมาก็หลีกไม่พ้นสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นจากเพื่อนพนักงานด้วยกัน ที่จริงนับพรก็ทำใจไว้อยู่บ้างแล้วแต่พอมาได้ยินกับหูแบบนี้ก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้
“ไม่ใช่อย่างที่กูคิดใช่ปะ” เสียงของฟ้าเพื่อนร่วมงานคนนึงเอ่ยขึ้นกับเพื่อนที่นั่งข้างกัน
“ก็ไม่แน่หรอกแกเดี๋ยวนี้พวกสวยๆ ใสๆ ฉันเห็นกินเรียบทั้งนั้น” เพื่อนร่วมงานอีกคนชื่อนาว่าต่อ
“แต่นับเขาดูไม่ใช่คนแบบนั้นนะเว้ย แต่ก่อนเห็นมีคนจีบเยอะแยะแต่ก็ไม่เคยเห็นจะเล่นด้วยกับใคร” ฟ้ายังคงไม่เชื่อเพราะที่ผ่านมาฟ้าก็เห็นว่านับพรวางตัวดีมาตลอดแม้แต่แค่เล่นๆ ด้วยก็ไม่เคยเห็น
“ก็คราวนี้ คนนี้ ไม่เหมือนทุกทีไง ทาร์เก็ตสูงกว่าที่คิดแหะ” และคราวนี้เป็นเสียงของหญิงสาวที่ตั้งตนเป็นคู่แข่งคนสำคัญของนับพร
เธอชื่อเมย์เป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยงามไม่แพ้กันเธอดูสวยเปรี้ยวแต่นับพรออกไปทางสวยหวานและเธอยังมีผลงานที่ดีไม่ต่างจากนับพรจะต่างกันก็เพียงแค่เธอสนใจแค่ผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก
“เบาๆ ดิแก เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก” ฟ้าร้องทักทันทีเมื่อเห็นนับพรกำลังจะเดินผ่านไป
“ได้ยินก็ได้ยินดิ ถ้าไม่จริงเดี๋ยวเขาก็มาแก้ข่าวเองแหละ” เมย์พูดย้ำ
“แต่ดูท่าจะจริงว่ะ” คนชื่อนาพูดพลางยื่นหน้าออกไป เมื่อเห็นภคิณเดินกึ่งวิ่งตามนับพรเข้ามา
นับพรที่ได้ยินทุกอย่างแต่ไม่สามารถตอบโต้อะไรในตอนนี้เพราะยังเป็นเวลางาน แต่ถ้าเป็นที่อื่นเธอคงไม่ยอมให้ใครมาพูดว่าเธอแบบนี้แน่
ถึงเธอจะเรียบร้อยในสายตาคนรอบข้างแต่เธอไม่ใช่คนยอมคนขนาดนั้น เธอจึงตัดสินใจเดินผ่านไปเฉยๆ จนถึงโต๊ะแต่ก็ไม่วายที่เจ้านายของเธอยังตามมาหลอกหลอน
“วันนี้กลับยังไง ไม่ได้เอารถมาไม่ใช่เหรอ” ภคิณถามเมื่อเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ เธอ แล้วก้มหน้าลงมาใกล้ๆ เพื่อให้ได้ยินกันเพียงสองคน
นับพรไม่ชินกับการที่เขาทำสนิทสนมแบบนี้มาตั้งแต่เช้า เปย์หล่อน หวานใส่ ตอนนี้ก็มาทำแสดงตัว
นี่เขาจีบเราอยู่ไหม ทั้งที่มีแฟนแล้วเนี่ยนะ
“รู้ได้ยังไงคะ ว่านับไม่ได้เอารถมา” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นไหวนิดๆ ใจสั่นระทึกเมื่อคิดเข้าข้างตัวเองไปไกล
“พี่ก็รู้ทุกเรื่องที่อยากรู้นั่นแหละ ตกลงกลับไงคะ” เขาตอบเธอเลี่ยงๆ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเธอรู้ว่าเขาให้คนตามเธอจะเป็นยังไง
“กลับกับมุกค่ะ คงจะเป็นรถไฟฟ้า”
“งั้นเลิกงานแล้วรอกลับพร้อมพี่ พอดีพี่ต้องไปธุระแถวนั้น เดี๋ยวพี่ไปส่ง” ภคิณยังคงหาเรื่องให้เธอยอมกลับกับเขา
“รู้หรือคะว่านับอยู่ที่ไหน”
“นับอยากให้พี่รู้ไหมล่ะ ถ้าอยากก็ให้พี่ไปส่ง”
แน่นอนว่าเธอเล่นกับเขาไม่ง่ายเลย คำพูดเขาวกมาหาเธอให้ได้อายเสมอ
เอ้า! โยนกลับมาเฉย เอาอีกแล้วทำไมเขาชอบพูดอะไรแบบนี้อีกแล้ว “แต่ถึงอย่างนั้น นับก็ไม่อยากทิ้งเพื่อนอีกนะคะ”
“คุณมุกเดี๋ยวไอ้แทนไปส่ง สรุปไม่ได้ทิ้ง ตกลงตามนี้นี่เป็นคำสั่ง พี่ไปทำงานก่อนนะคะ”
ภคิณตัดสินใจให้เสร็จสรรพ เมื่อพูดจบเขาก็ยกมือมาลูบหัวนับพรหนึ่งทีก่อนจะเดินกลับออกไปโดยไม่รอฟังคำคัดค้านใดๆ
นับพรทำได้แค่อ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้ยิน เขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่ เข้ามาวอแวกับเธอทำไม มาทำให้ใจสั่นและรู้สึกดีทำไมทั้งที่ก็มีคนของตัวเองอยู่แล้ว แต่แล้วความคิดก็ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนรัก
“นับ ไปไหนกันมาวะ กลับมาเอาป่านนี้เนี่ย”
“ไปเป็นหุ่นมา” หญิงสาวตอบเสียงติดจะนอยด์ๆ
“หุ่นไรวะ พูดไรของแกเนี่ย” อดที่จะบ่นให้เพื่อนไม่ได้ ยิ่งนับวันยิ่งพูดแปลกขึ้นไปทุกที
“ไว้เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ทำงานก่อน” ตอนนี้เธอยังไม่อยากพูดถึงเรื่องเขา
“นี่แกติดฉันกี่เรื่องแล้วเนี่ย อยากรู้แต่ไม่ได้รู้มันหงุดหงิดนะเว้ย” ไข่มุกแอบบ่นเบาๆ ช่วงนี้เธอได้ยินคำนี้จากเพื่อนของเธอบ่อยเกินไปแล้ว
นับพรที่ตอนแรกรู้สึกนอยด์ๆ อย่างบอกไม่ถูกตอนนี้กลับอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีที่เห็นท่าทางของเพื่อนรักเพราะมันก็จริงอยากที่เพื่อนเธอว่า แต่ถึงยังไงวันนี้เธอคงต้องหาทางหนีจากเขาให้ได้
เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นับพรรีบเก็บของทันทีราวกับลูกหนี้กำลังจะหนีเจ้าหนี้ยังไงยังงั้น
“รีบอะไรขนาดนั้นวะ คุณแทนบอกว่าให้รอไม่ใช่เหรอ” ไข่มุกร้องถามออกมาเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของเพื่อนสาว
“ไม่รอได้ไหมแก ฉันปวดหัวอะ อยากกลับไปกินยานอน” ข้ออ้างที่ดีที่สุดตอนนี้ก็คงจะเป็นอาการที่เธอเป็นประจำจนเพื่อนรักเข้าใจดี
“อ้าวเหรอ แล้วทำไมไม่รีบบอก ปะ เดี๋ยวรถไฟฟ้าคนเต็ม”
ขอโทษที่ต้องโกหกนะมุก
แต่นับไม่อยากกลับกับเขา
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ







