เข้าสู่ระบบติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.
“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเอง
เธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้า
นอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลย
นับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง
“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้ง
เธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึก
แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเสร็จนับพรก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อมีมือหนามาจับแขนของเธอทั้งสองข้างทางด้านหลัง
เธอกรีดร้องอย่างสุดเสียงพร้อมหลับตาปี๋ ก่อนจะหันกลับมาแล้วง้างมือสวยที่ถือผ้าเช็ดโต๊ะขึ้นมาฟาดใส่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ในวินาทีแรกนับพรคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งลี้ลับที่เธอกลัวมากกว่าที่จะเป็นคนด้วยกัน เพราะทั้งห้องตอนนี้มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้น
“กรี๊ดๆ ไป! ออกไปนะ กรี๊ด!” และก่อนที่สมองของเธอจะเตลิดไปไกลกว่านี้ ก็ได้ยินเสียงร้องจากคนตรงหน้าพร้อมมือหนาที่คว้าข้อมือของเธอไว้
“โอ๊ย! นี่คุณ หยุดก่อน นี่ผมเอง ภคิณ” ภคิณรีบร้องบอกหญิงสาวตรงหน้าที่ฟาดมือพร้อมผ้าขี้ริ้วผืนเล็กไปมาตรงหน้าเขาจึงจับข้อมือบางเอาไว้
“คุณภคิณ เอ่อ ขะ ขอโทษค่ะดิฉันไม่คิดว่าจะมีคนน่ะค่ะ เห็นยังไม่มีใครมา” หญิงสาวรีบเอ่ยขอโทษขอโพยพร้อมทั้งพยายามอธิบาย
“แล้วไอ้ที่คุณตีๆ ไล่ให้ไปน่ะคุณไล่อะไร อย่าบอกนะว่า...” ชายหนุ่มพูดแล้วเว้นท้ายประโยคไว้แล้วมองซ้ายทีขวาทีให้นับพรคิดต่อเอง
“กะ ก็ไล่ไปเรื่อยแหละค่ะ ว่าแต่คุณภคิณต้องการอะไรหรือเปล่าคะ คือตอนนี้ยังไม่มีใครมานะคะ แต่ฝากเรื่องไว้กับดิฉันก่อนได้ค่ะ” นับพรถามถึงความต้องการของเจ้านายทันที
โดยปกติแล้วระดับผู้บริหารจะอยู่ที่ชั้นบนสุดของตึกซึ่งแม้แต่ลิฟต์ที่จะใช้ขึ้นไปก็ยังเป็นคนละโซนกันกับพนักงานทั่วไป
“พอดีผมจะเดินไปในห้องครัวน่ะ ผ่านมาเห็นคุณยืนอยู่เลยกะจะแวะมาทักทายสักหน่อยไม่คิดว่าจะขวัญอ่อนขนาดนี้นะครับ” แม้จะบอกคนสวยตรงหน้าไปแบบนั้นแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย
เขารู้อยู่ก่อนแล้วว่านับพรมาออฟฟิศแล้ว เพราะก่อนนี้ลูกน้องที่เขาสั่งให้คอยตามนับพรนั้นแจ้งมาว่านับพรกำลังออกจากห้องคาดว่าจะตรงไปที่ทำงานเขาจึงรีบอาบน้ำแต่งตัวออกมาทันที
“มาในครัวที่ชั้นนี้นี่หรือคะ” หญิงสาวทำหน้างงสงสัยในสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่จึงหลุดปากถามออกไป
เท่าที่เธอรู้มาผู้บริหารระดับเขาไม่ได้อยู่ที่ชั้นนี้ และจะมีห้องทำงานที่เป็นส่วนตัวซึ่งจะมีทั้งห้องพักรับรองห้องครัวและห้องน้ำอยู่แยกกับพนักงานทั่วไปอย่างชัดเจน แล้วทำไมเขาถึงต้องมาถึงที่นี่
“แปลกใจอะไรผมก็อยู่แผนกนี้เหมือนกันนะ ทำไม? ผมจะมาใช้ครัวที่นี่ไม่ได้หรือ” เขาถามออกไปเมื่อเห็นใบหน้าสวยทำหน้าตาสงสัยอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่จะไขข้อข้องใจของเธอต่อ
“ผมมีห้องทำงานที่ชั้นนี้ด้วย แล้วช่วงนี้ผมก็ต้องเข้ามาดูงานที่นี่บ่อยๆ เลยตั้งใจว่าจะใช้ห้องทำงานที่ชั้นนี้”
“อ๋อออ ค่ะ” แม้จะงงๆ อยู่บ้างแต่เธอก็เคยเห็นห้องว่างอีกฝั่งที่ไม่เคยใช้งานอะไรมาก่อนจึงเข้าใจ
“ว่าแต่คุณเถอะมาทำงานเช้าจังนะครับแล้วนี่ทานอะไรมาหรือยัง” เขาถามถึงมื้อเช้าทันทีเพราะเขาเองที่รีบมานอกจากจะอยากเห็นหน้าเร็วๆ แล้วก็หวังจะได้ทานมื้อเช้ากับเธอด้วย
“ก็มาเวลานี้ปกติค่ะแล้วก็กำลังจะ... เอ่อทานเรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแก้ในตอนท้ายทันทีที่นึกขึ้นมาได้ว่าเขากำลังจะไปใช้ครัว เธอเลยอยากเลี่ยงที่จะต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง
“เป็นเด็กเป็นเล็กโกหกไม่ดีนะคะ” เขาทักท้วงทันทีเมื่อหันไปเห็นกล่องข้าววางอยู่บนโต๊ะ
“เอ่อ... คือ” นับพรหน้าเหวอทันทีที่ถูกจับได้
“ทำไมชอบหนี กลัวผมเหรอ” ภคิณอดที่จะถามไม่ได้ ก็เห็นๆ อยู่ว่าเธอพยายามหนีเขาตลอด
“ขอโทษค่ะ แต่...” ทั้งที่หาเหตุผลได้มากมายที่จะปฏิเสธแต่กลับไม่กล้าพูดไป
“ไม่แต่แล้วคุณ ไปเถอะผมหิวข้าว” ชายหนุ่มตัดสินใจให้เสร็จสรรพไม่รอคำตอบจากเธอแล้ว
ภคิณฉวยข้อมือบางออกแรงดึงเบาๆ เพื่อให้เธอเดินตามมา นับพรที่ไม่รู้จะปฏิเสธยังไงก็ทำได้แค่รีบคว้ากระเป๋าเป้ใบโปรดแล้วเดินตามแรงจูงจากเขาไป
จนเมื่อถึงลานจอดรถ “เราไม่ได้จะไปทานที่ร้านอาหารข้างตึกหรือคะ” เป็นนับพรที่เอ่ยถามเมื่อเขาเปิดประตูรถให้เธอ
“คนมันเยอะน่ะคุณ มันคุยกันไม่ถนัดไว้คราวหน้าผมให้คุณเลือกดีไหม”
เขาตอบเธออย่างกับเป็นเรื่องปกติว่าเธอกับเขายังต้องไปกินข้าวด้วยกันอีกบ่อยๆ อย่างนั้นแหละ
“แต่นี่ใกล้เวลาเข้างานแล้วนะคะ” หญิงสาวยังคงกังวลว่าจะกลับมาเข้างานไม่ทัน
“เดี๋ยวผมแจ้งคุณปลาเองว่าวันนี้ผมให้คุณมาช่วยงานผมข้างนอก แบบนี้โอเคมั้ย” ภคิณบอกเพื่อหวังให้หญิงสาวสบายใจว่าตัวเองจะไม่ถูกปรับเป็นสายหรือขาดงาน
ทว่านับพรกลับจริงจังกับสิ่งที่เขาบอก “แต่แผนกเราไม่มีทำงานนอกสถานที่นี่คะ”
“ผมเพิ่งเพิ่มเข้ามาน่ะ” เขาตอบกลับไปแบบไม่จริงจัง เพราะเพียงแค่ล้อเธอเล่นเท่านั้น
“เขาไม่มีประกาศแจ้งหรือคะ”
“เดี๋ยวก็คงประกาศแหละ”
“แล้วดิฉันได้มาอยู่ทีมนอกสถานที่ด้วยเหรอคะ”
“เป็นหนูจำไมหรือคะ ขี้สงสัยจังนะเราอะ” ชายหนุ่มพูดพลางเอื้อมมือไปขยี้หัวของเธออย่างเอ็นดู ไม่คิดว่าคนสวยของเขาจะจริงจังกับงานมากขนาดนี้
และแน่นอนแม่หนูจำไมที่ชอบคุยกับหัวไหล่ตัวเอง แถมแพ้ความอ่อนหวานเช่นเธอ ก็หน้าแดงระเรื่อ หวานชื่นในอกแปลกๆ
สงสัยนักว่าทำไมภคิณยังคงวางตัวปกติกับเธอได้ ขณะเดียวกันก็อ่อนหวานกับเธอได้มากแบบนี้ด้วย
ทำตัวไม่ถูกแล้วนะ
เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทาง ก็มีพนักงานมาเปิดประตูให้ทั้งสอง
นับพรรู้สึกแปลกกับการต้อนรับอย่างดีจากพนักงานของโรงแรม เพราะไม่ว่าเขาจะย่างกรายไปที่ไหนพนักงานทุกคนต่างโค้งคำนับให้พร้อมกับอำนวยความสะดวกทุกอย่าง
เธอแอบเห็นพนักงานบางคนท่าทางเหมือนเกร็งๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองเขาด้วยซ้ำ และเมื่อภคิณบอกถึงความต้องการในการเข้ามาครั้งนี้พนักงานก็รีบกจัดการให้ทันที
เช้าที่บรรยากาศดีๆ แบบวันนี้ ภคิณอยากให้คนสวยของเขาได้มากินลมชมวิวรับบรรยากาศจากชั้นดาดฟ้าของโรงแรมตัวเอง ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่มีวิวที่ดีที่สุดและเป็นส่วนตัวที่สุด
หากว่าต้องการจะมาใช้บริการที่นี่ลูกค้าก็ต้องจ่ายไม่น้อย
“รสชาติอาหารไม่ถูกปากหรือนับ เปลี่ยนไหมคะ” เขาเอ่ยถาม
คะอีกแล้ว
เธอคงทานลงหรอก เขาเล่นเอาความหวานมาถมเสียขนาดนี้
“เปล่าค่ะอาหารอร่อยมากค่ะ แต่... พอดีดิฉันยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
จริงอย่างที่เธอว่ารสชาติอาหารเรียกว่าอร่อยมากอย่างที่ไม่เคยได้ลิ้มรสมาก่อน หากแต่บรรยากาศตอนนี้ต่างหากที่มันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ จนกินอะไรไม่ลง
ใครใช้ให้เขามองจ้องเธออยู่ตลอดแบบนั้นเล่า แถมสายตาที่เขาใช้มองก็เร่าร้อนจนราวกับจะติดไฟ ไหนจะที่นั่งที่สุดแสนจะโรแมนติกนี่มันอะไรกัน แล้วแบบนี้เธอจะกินอะไรลงได้ยังไง
“คุณพักอยู่แถวๆ ออฟฟิศเหรอถึงได้มาเช้าขนาดนี้” ภคิณเอ่ยชวนคุยอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อทำลายความอึดอัดในใจหญิงสาว
เพราะจริงๆ เขาก็รู้เรื่องเธอทุกอย่างผ่านลูกน้องอยู่แล้ว นับแต่วันที่เจอกันวันอบรม
“ดิฉันต้องมาเช้าเพราะอยู่ไกลมากต่างหากค่ะ” เธอตอบเขาตามตรง
“คุณไม่มีชื่อเล่นหรือ” อยู่ๆ เขาก็รู้สึกไม่ชอบเลยที่นับพรแทนตัวเองว่าดิฉันเหมือนเธอพยายามรักษาระยะห่างจากเขาอยู่ตลอดเวลา
“คะ?” นับพรงงในคำถาม เพราะก่อนนี้เขายังเรียกชื่อเล่นเธออยู่เลย
“ก็เห็นชอบแทนตัวว่าดิฉันอย่างนั้น ดิฉันอย่างนี้ ก็นึกว่าไม่มีชื่อเล่น”
“แต่มันก็เป็นสรรพนามที่ถูกต้องและก็สุภาพระหว่างเรานี่คะ”
“ไม่นะ ผมไม่เคยเห็นผัวเมียคู่อื่นพูดกันแบบนี้เลย เคยได้ยินแต่ เตงเค้า อ้วน ที่รัก เบบี้ หรือถ้าอายุห่างกันแบบคู่เราก็เป็นพี่กับหนูไหม ผมได้หมดนะยกเว้นมึงกูอะ”
“แต่เราไม่ใช่...” นับพรที่กำลังจะแย้งในความสัมพันธ์ก็ถูกขัดอีกแล้ว
“อะ อะ นี่คุณอย่าบอกนะว่าจะไม่รับผิดชอบผมอะ” ภคิณรีบย้ำถึงเรื่องที่บอกให้เธอรับผิดชอบเขาทันที
“แล้วคุณภคิณจะให้ดิฉันรับผิดชอบยังไงคะ” เป็นอีกครั้งที่นับพรรู้สึกว่าวันไนท์สแตนด์ไม่ง่ายอย่างที่คิด แค่อยากทำลูกครั้งเดียวเองทำไมถึงเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้
“อย่างแรกเลยเรียกพี่ว่าพี่แล้วแทนตัวเองว่าหนู” เขาอยากได้ยินเธอแทนตัวเองว่าหนูสักครั้งมันคงน่าเอ็นดูไม่น้อย
“นับค่ะ ขอแทนตัวเองด้วยชื่อนะคะ” เธอบอกพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
การที่จะต้องเรียกเขาว่าพี่มันก็น่าจะสร้างปัญหาในอนาคตให้เธอมากพอแล้ว ยิ่งถ้าต้องแทนตัวเองว่าหนูอีกเธอคงไม่พ้นเป็นอีหนูของเขาในสายตาคนอื่นแน่ๆ
“งั้นเดี๋ยวกินเสร็จแล้วนับไปช่วยพี่เลือกของหน่อยนะคะ วันนี้เลขาพี่ไม่ว่างน่ะ” ภคิณคิดหาข้ออ้างชักจูงให้คนสวยของเขาอยู่กับเขาให้นานที่สุด
ที่จริงวันนี้ภคิณบอกแทนไทแล้วว่าจะไม่เข้างานทั้ง 2 ที่เลย เพราะเขาตั้งใจจะทำความรู้จักกับนับพรให้มากขึ้น การให้คนตามสืบหรือจะสู้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเองไปเลย
“แล้วงานนอกสถานที่ที่บอกละคะ” นับพรยังคงจริงจังกับงานอยู่เพราะเขาบอกเธอว่าจะให้ไปทำงาน
“ก็นี่ไงคะ เดี๋ยวพี่พาไปทำงาน”
“ว่าไงครับมีธุระอะไรกับเมียผมหรือเปล่าครับ” ภคิณยกมือขึ้นกอดคอนับพรแล้วรั้งเธอเข้าหาตัวทันทีที่เดินมาถึง“อะ...เอ่อ มะ ไม่มีอะไรครับ พอดีแค่เข้ามาทักทายน่ะครับ งั้นพวกผมขอตัวเลยนะครับ” ในเมื่อเป็นฟิตเนสสำหรับพนักงาน ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร พวกเขาไม่ควรยุ่งกับคนของเจ้านาย“คุณภคิณ คุณพูดอะไรของคุณเนี่ย” นับพรหน้าเหวอเมื่อได้ยินเขาเรียกเธอว่า ‘เมีย’อย่าว่าแต่นับพรเลยที่เหวอ ไข่มุกและแทนไทก็เหวอไปกับไอ้คำว่าเมียที่ชัดถ้อยชัดคำ แถมดังลั่นฟิตเนสอีก พนักงานที่นี่ถ้ามีหูก็คงได้ยินไปด้วยแน่นอน“แล้วที่พี่พูดมันไม่จริงเหรอครับ ต้องให้ซ้ำไหม แล้วถ้ายังเรียกพี่แบบเมื่อกี้อีกโดนดีแน่”เมื่อไหร่เธอจะชินกับการเรียกเขาว่าพี่สักที แล้วแม่งตอนอยู่ห้องทำงานยังสับสนว่าความสัมพันธ์ของเขากับนับพรจะเป็นยังไง แต่พอเจอหนุ่มมาอ่อยเธอความหึงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเอาละ... ตอนนี้กูหึง ภคิณยอมรับ“พี่คิณ… พูดอะไรแบบนั้นไม่น่ารักเลยค่ะ” แบบนี้เธอจะเอาหน้าไปไว้ไหนได้เล่า แล้วสองคนนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมเขาจะต้องพูดถึงขนาดนั้นเมีย… เพียงคิดถึงคำพูดนั้นหัวใจก็ดันเต้นแรงไปอีก“แล้วชุดนี่มั
***แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ แฮปปี้เบิร์ธ เดย์ ทูยู*** เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นเมื่อถึงเวลาเป่าเค้กงานวันนี้อาจจะเป่าเร็วกว่างานวันเกิดทั่วไปสักหน่อยเพราะกลัวเด็กๆ จะง่วงนอนเสียก่อน เค้กเอลซ่าจากร้านมีสาขาชื่อดังถูกถือเข้ามาโดยน้ำหวานแม่แท้ๆ ของลูกหว้า เด็กน้อยยิ้มหน้าบานทำท่าจะเป่าเค้กทันที“อย่าเพิ่งเป่าสิลูกหว้า หนูต้องอธิษฐานก่อนนะคะ” นับพรบอกหลานสาวคนสวยของเธอ“ขอให้หนูเรียนเก่งๆ เป็นเด็กดีของพ่อกับแม่ ของปู่ ของย่า ของพี่หวายแล้วก็ของอาด้วย ขอให้หนูไม่ดื้อ พู่ว พู่ว พู่วว”เจ้าของวันเกิดอธิษฐานออกเสียงดังอย่างตั้งใจก่อนจะเป่าเทียน จนทุกคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มปนขำอย่างเอ็นดูงานวันนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมีแค่คนในครอบครัว เพื่อนๆ ของลูกหว้าก็เด็กเกินจึงไม่สามารถมาร่วมงานได้ จะมีบ้างก็เพื่อนของลูกหวายที่สนิทกับลูกหว้าด้วยและพวกผู้ใหญ่ก็สนิทกันจึงให้มาได้คนที่เพิ่มมาจากทุกปีก็คงหนีไม่พ้นภคิณเจ้านายของเธอกับนัยคนที่มาขับรถให้วันนี้ภคิณอาสาออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดซึ่งที่จริงมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากเพราะคนที่นี่เลือกกินหมูกระทะที่ทำกินกันอ
ไม่ได้นะนับ ไม่ได้ เราต้องหยุดมันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปจริงอยู่ว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอตอนนี้มันทำให้เธอรู้สึกดี แล้วต่อไปล่ะถ้าหัวใจเธอต้องเจอกับความเจ็บปวดอีกล่ะอยู่ๆ นับพรก็รู้สึกกลัว เมื่อนึกถึงความเสียใจเมื่อครั้งอดีต ความหดหู่มากมายเข้ามาห่อหุ้มใจ ความสุขที่พึ่งได้เข้ามาในอาณาเขตหัวใจก็ถูกผลักออกไปในทันทีไม่เอาความรู้สึกแบบนั้น ไม่เอา ไม่อยากได้อีกแล้ว หญิงสาวส่ายหน้าไปมา สับสน และทรมานความสุขอยู่ตรงหน้า ทว่าความทุกข์กลับอยู่ในมุมมืด ที่โผล่เข้ามาเตือนทุกครั้งที่เธอมีความสุข ราวกับไม่อยากให้เธอได้มีความสุข และไม่อยากให้เธอลืมเลือนมันไป“นับ นับ เป็นอะไรหรือเปล่า” ภคิณที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดห่วงไม่ได้ ทั้งที่เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“ปะ เปล่าค่ะ นับแค่...” เธอจะบอกยังไงดี จะปฏิเสธเขายังไงดีสั่นเป็นลูกนกเลย นี่เธอคิดว่าเราจะทำอะไรที่จริงต่อให้เธอไม่พูดออกมา ภคิณก็พอจะดูออก น่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้เคยกล้าบ้าบิ่นมาชวนเขาทำลูก แต่พอได้รู้จักจริงๆ ไม่ประสาเอาเสียเลยในสถานการณ์แบบนี้ถ้าเป็นผู้หญิงที่ผ่านมาของเขา คงรีบพาเขาขึ้นเตียงไปแล้ว แต่นับพรไม่ใช่ นี่หรือเปล่านะผู้หญิงดีๆ ที่ใคร
สายตาคมจ้องมองเอกสารตรงหน้าพลางเหลือบสายตามองดูนาฬิกาไป ตอนนี้เวลาล่วงเลยไปจนถึง 18.10 น.แล้ว ป่านนี้คนสวยของเขาคงรอแย่แล้ว งานที่เหลือก็ไม่มีอะไรเร่งด่วนมากเขาตัดสินใจเก็บของเลิกงานทันที“อ้าวเห้ย จะไปไหนยังเซ็นไม่หมดเลย” แทนไทร้องทักทันทีที่เห็นเพื่อนของเขาเตรียมตัวกลับ“เออ เดี๋ยวเอากลับไปตรวจต่อที่บ้าน ที่เหลือนี่ไม่ด่วนไม่ใช่เหรอวะ”“ก็เออ แต่ปกติมึงไม่ดองงานนี่หว่า”“กูไม่ได้ดอง กูแค่จะตรวจให้ละเอียด ว่าแต่มึงบอกนับกับคุณมุกให้รอแล้วปะ”“เออ ไปบอกแล้ว มึงนี่ติดใจอะไรคุณนับขนาดนี้วะ”“ติดใจอะไร กูก็แค่…” ภคิณเองที่พยายามคิดหาเหตุผลมาตอบเพื่อนแต่ก็ว่างเปล่าเขาเองก็คงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับเธอกันแน่“แค่อะไร มึงรู้ไหมว่ามึงไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน มึงไม่ต้องตอบกูก็ได้ มึงหาคำตอบให้ตัวเองให้ได้ก็พอ”“เออๆ กูไม่ทำให้เสียงานหรอกน่า ไปเหอะ ทำอย่างกับมึงไม่อยากไปส่งตัวเล็กมึงงั้นแหละ” ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเพื่อนของเขาสนใจไข่มุกเพื่อนของนับพร แต่ที่ไม่รู้คือสองคนนี้ไปถึงไหนกันแล้วสำหรับเขาตอนนี้เขารู้แค่อยากรู้จัก อยากเข้าใจนับพรในวันนี้มากขึ้นกว่าเมื่อวานแบบนี้ไ
ตื้อดึง ตื้อดึงเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตของนับพรดังขึ้นขณะที่กำลังเดินทางไปซื้อของกับเจ้านายที่แสนเอาแต่ใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักของเธอPearl : ไอ้นับ อยู่ไหนวะPearl : เห็นแต่กล่องข้าว กระเป๋าก็ไม่มี เจ้านายพาออกมาทำงานนอกสถานที่อะ : NabbNaaPearl : งานไรวะ แผนกเรามีนอกสถานที่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้เหมือนกัน ไว้กลับไปเดี๋ยวเล่าให้ฟัง : NabbNaaPearl : เจ้านายเนี่ยใคร คุณภคิณปะ อืม... ใช่ แค่นี้ก่อนนะ น่าจะถึงละ : NabbNaa เออ... ข้าวบนโต๊ะอะ แกกินไปเลยนะ : NabbNaaเมื่อร่ำลากับเพื่อนตัวเล็กเสร็จเรียบร้อยพร้อมทั้งส่งยิ้มหวานให้กับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าของแชตไปหนึ่งที นับพรที่กำ
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือที่วางอยู่ข้างหัวเตียงดังขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้บอกเวลาตี 05:30น.“อือ อื้อ ขออีก 5 นาทีไม่ได้เหรอ” หญิงสาวบ่นงอแงกับตัวเองเธอบิดขี้เกียจนิดหน่อยก่อนจะเอื้อมมือไปปิด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เธอต้องเดินทางเองด้วยรถไฟฟ้านอนคิดภาพตามไปว่าถ้าออกสายกว่านี้จะต้องต่อแถวคดเคี้ยวเป็นงูอยู่ชั้นล่างเนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่แน่นขนัดในช่วงเวลาเร่งด่วนยังไม่รวมถึงคนในขบวนรถที่แออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันแทบจะรวมร่างได้เลยนับพรรีบลุกพรวดขึ้นแทบจะทันทีเพื่ออาบน้ำแต่งตัว เธอเสียเวลากับเรื่องนี้ไม่นานมากนักก็พร้อมที่จะออกเดินทางเพื่อไปทำงาน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงที่ทำงานซึ่งเร็วกว่าเวลาปกติที่เธอขับรถมาเอง“วันนี้ยังไม่มีใครเปิดไฟเลยแฮะ สงสัยวันนี้จะมาถึงคนแรก” แม้ปกตินับพรจะมาถึงออฟฟิศเช้ามากๆ แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นคนแรกทุกครั้งเธอเปิดไฟตามทางเข้ามาบางส่วนเฉพาะแถวๆ บริเวณโต๊ะของเธอก่อนแล้วก็จะปัดๆ ถูๆ ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ของเธอเหมือนทุกวันก่อนที่จะเข้าไปทานอาหารเช้าที่แวะซื้อมาจากข้างทางก่อนขึ้นตึกแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไ