LOGIN“คิดยังไงอยากมานอนกับพ่อ เพิ่งต่างงานยังไม่ถึงอาทิตย์เลย หรือว่าเป็นเพราะข่าวของคุณสิบทิศวันนี้”
ณดลเอ่ยขึ้นขณะถือจานกับข้าวที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ออกมาวางบนโต๊ะอาหาร กิรณาส่ายหน้าเบา ๆ ปฏิเสธทั้งที่มันเป็นเรื่องจริงก็ตาม เธอไม่อยากเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกไป
“เปล่าหรอกค่ะ กิ๋วแค่ไม่ชินกับบ้านหลังนั้นค่ะ นอนไม่หลับเท่าไร”
“แน่ใจเหรอกิ๋ว”
ณดลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวลใจ สายตาของคนเป็นพ่อมองลูกสาวคนเล็กด้วยความห่วงใย
“เพราะสีหน้าลูกมันฟ้องพ่อทุกอย่างเลยนะ ไม่ต้องมาโกหกพ่อหรอกว่านอนไม่หลับ มันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นที่บ้านหลังนั้นแน่ ๆ”
กิรณาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะฝืนส่งยิ้มบาง ๆ ออกไป เธอไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อต้องมารับรู้ความเจ็บปวดที่เธอแบกรับอยู่ตามลำพัง
“ก็ใช่สิพ่อ”กิรณาตอบสั้น ๆ ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบขึ้นมา
“กิ๋วบอกแล้วไงคะว่ากิ๋วแค่ยังไม่ชินกับบรรยากาศที่นั่น บ้านหลังใหญ่โตเกินไป กิ๋วเลยรู้สึกเกร็งและนอนไม่ค่อยหลับค่ะ”
หญิงสาวไม่อยากต่อความยาวความยืดในเรื่องนี้ให้มากความ เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนเป็นพ่อทันที
“ว่าแต่ ... พี่ติวติดต่อกลับมาบ้างไหมคะพ่อ”
ณดลชะงักมือที่กำลังจะตักข้าว สีหน้าของชายสูงวัยวูบลงทันที ความอ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยรอยย่นบริเวณหน้าผาก
“ไม่เลย ไม่ติดต่อกลับมาสักครั้ง มันจะติดต่อกลับมาหรือไม่ก็เรื่องของมัน คนเห็นแก่ตัวอย่างนั้น พ่อไม่อยากจะพูดถึง ไม่อยากคุยด้วยแล้ว นึกอยากจะทิ้งภาระไว้ให้น้องก็ทิ้งไปเฉย ๆ”ณดลพูดต่อด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองและเต็มไปด้วยความเจ็บใจ
กิรณารู้สึกจุกอยู่ในอกไม่น้อย เมื่อเห็นความโกรธของคุณพ่อ เธอรีบวางช้อนตักข้าวลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเอ่ยปลอบใจผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อย่าพูดแบบนั้นสิคะคุณพ่อ พี่ติวเขาก็แค่อยากใช้ชีวิตอิสระกับคนที่เขารักเท่านั้นเองค่ะ พี่ติวไม่อยากถูกจับคลุมถุงชนมาเป็นเมียขัดหนี้ใครก็เท่านั้น กิ๋วเข้าใจพี่ติวนะคะ”
กิรณาพูดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ณดลถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกผิด เขามองหน้าลูกสาวคนเล็กที่แสนดีของเขา
“แต่กิ๋วเองก็ไม่ได้อยากเป็นเมียขัดหนี้เหมือนกันนี่ลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่ไปกู้หนี้ยืมสินเขามาลงทุน จนเกือบจะโดนยืดบ้าน ทำให้ลูก ๆ ทั้งสองคนต้องมาเดือดร้อนรับกรรมแทนพ่อ”
กิรณาเห็นว่าผู้เป็นพ่อกำลังโทษตัวเองอยู่ เธอก็รีบเอื้อมไปจับมือหยาบกร้านของพ่อเอาไว้ด้วยความห่วงใย
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะพ่อ ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นหรอกค่ะ พ่อทำเพื่อครอบครัว กิ๋วเต็มใจทำเพื่อพ่อและครอบครัวของเรา เรื่องมันผ่านไปแล้ว เรามองไปข้างหน้าดีกว่านะคะ”
กิรณาพูดด้วยรอยยิ้มปลอบโยน ณดลพยักหน้ารับคำของลูกสาวด้วยความซาบซึ้งใจ ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่นั้น เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย แต่ลึก ๆ ก็มีความหวังขึ้นมาว่าอาจจะเป็นพี่สาวที่กลับมาบ้านแล้ว
“ใครมาคะ หรือว่าจะเป็นพี่ติว เดี๋ยวหนูไปดูให้ค่ะ”
หญิงสาวพูด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยความคาดหวัง ปกติแล้วบ้านหลังนี้แทบจะไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วยเท่าไรนัก เพราะเพื่อนบ้านนต่างรู้ดีว่าบ้านหลังนี้มีแต่หนี้สินรุงรัง การที่มีคนมา
กดกริ๊งประตูรั้วจึงถือเป็นเรื่องผิดปกติเกินไปกิรณารีบวางช้อนลงบนจาน แล้วลุกพรวดพราดวิ่งออกไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่แต้มอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม เธอคิดว่าติวราอาจจะทนคิดถึงพ่อและน้องสาวอย่างเธอไม่ไหวจนต้องกลับมา
แต่ว่าเมื่อกิรณาเปิดประตูรั้วออกไป รอยยิ้มกว้างที่ค้างอยู่บนหน้าก็ค่อย ๆ หุบลงอย่างช้า ๆ จนหายไปจนหมด เมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนเป็นพี่สาวอย่างที่คิดเอาไว้ แต่กลับเป็นร่างสูงของสิบทิศ สามีที่เธอเพิ่งจะหนีมาหมาด ๆ
สิบทิศยังอยู่ในชุดสูทที่ใส่ไปทำงานเมื่อเช้า เขายืนกอดอกมองหน้าเธอด้วยสายตาเย็นชา แถมยังดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมเห็นหน้าฉัน แล้วเหมือนเห็นผีหรือไง ที่หนีกลับมาบ้านพ่อเธอแบบนี้ คงคิดจะเรียกร้องความสนใจจากฉันใช่ไหม”
กิรณาที่อารมณ์กำลังเปราะบางอยู่แล้วถึงกับเผลอกรอกตามองบนด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอาต่อความคิดเข้าข้างตัวเองของเขา
สิบทิศย่นคิ้วเข้าหากัน มองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนย้อน“เธอหมายความว่ายังไง พูดให้มันดี ๆ นะ!”“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ และกิ๋วก็หมายความว่าพี่สิบทิศเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าเมียตัวเองไง พี่ทำได้ยังไง ปล่อยให้กิ๋วนั่งรออยู่ที่บริษัทตั้งหลายชั่วโมง กิ๋วโทรไปก็ปิดเครื่องหนี ส่งข้อความไปกี่ครั้งก็ไม่เคยตอบ ที่ไหนได้กลับหนีไปแรดอยู่กับคนที่ไม่ใช่เมียตัวเองจนเช้า!”“กิ๋ว!”ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอด้วยความโกรธจัดที่ถูกคนตรงหน้าด้วยคำพูดแรง ๆแบบนั้น ขายาวก้าวพรวดเข้าไปหาแล้วใช้สองมือจับไปที่ไหล่ของเธอแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือทว่าครั้งนี้กิรณาไม่ยอมเป็นเบี้ยวล่างอีกต่อไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ก่อนจะใช้มืออวบทั้งสองข้างผลักอกกว้างของสิบทิศจนเขาเสียหลักล้มลงไปนอนบนเตียงแทน“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวกิ๋ว! กิ๋วรังเกียจคนใจร้ายแบบพี่”พูดจบกิรณาก็ไม่รอให้เขาได้ลุกขึ้นมาโต้ตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งออกจากห้องนอนไปทันที ทิ้งให้สิบทิศนอนอึ้งอยู่บนเตียงด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยยอมเขามาตลอดจะกล้าทำรุนแรงและสาดคำพูดเจ็บแสบใส่เขาได้ถึงเพียงนี้“กิ๋ว! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ จะไปไ
“สวัสดีค่ะ คุณลลนา”ลลนายิ้มรับแกน ๆ ก่อนจะหันไปทางสุดเขตด้วยน้ำเสียงจิกกัด“แล้วนี่ ... ทั้งคู่มาเจอกันได้ยังไงคะเนี่ย เขตไม่เคยบอกนาเลยนะว่าสนิทกับน้องเขาถึงขั้นพาออกมาทานข้าวกันข้างนอกแบบนี้”สุดเขตเห็นท่าไม่ดี รีบเอ่ยแก้ตัวแทนกิรณาทันที“พอดีบังเอิญมาเจอกันน่ะ เห็นกิ๋วเขาเดินดูของอยู่แถวนี้พอดีก็เลยชวนมาหาอะไรทานด้วยกันเฉย ๆ ไม่มีอะไรหรอก”สุดเขตหันไปมองหน้ากิรณาที่ดูหน้าซีดลงเรื่อย ๆ ก่อนจะรีบสรุปสถานการณ์“กิ๋ว ... อิ่มแล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้านเอง ปะ.... กลับกันเถอะ”“เดี๋ยว!”สิบทิศเอ่ยขัดจังหวะ เขาจ้องหน้ากิรณาด้วยสายตาที่เย็นเฉียบจนคนรอบข้างสัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างที่อ่านไม่ออก“ไม่ต้องลำบากแกหรอกไอ้เขต เดี๋ยวฉันอาสาไปส่งกิ๋วเอง”“แกจะไปส่งน้องเขาได้ยังไงสิบ ในเมื่อแกมากับนา” สุดเขตขมวดคิ้วมองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน“แกก็ไปส่งนาแทนฉันหน่อยสิ พอดีเมื่อเช้าคุณย่าบ่นคิดถึงกิรณาอยู่พอดี ท่านบอกให้เธอไปพบน่ะ”สิบทิศพูดพลางขยับเข้าไปใกล้กิรณามากขึ้น หญิงสาวมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย เพราะภายใต้รอยยิ้มนั้นมันเหมือนซ่อนกรงเล็บของเสือร้ายเอาไว้“กลับด้วยกันนะ ... กิ๋ว”กิรณาอ้าปาก
“ยัยกิ๋วไม่ได้มาที่นี่นะ เขาบอกบ้านโน่นว่ามาที่นี่เหรอ”ณดลมีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าลูกเขยมาถามหาลูกสาวที่นี่“เปล่าครับ เห็นคุณย่าบอกว่ากิ๋วขอมาช่วยงานคุณลุง”“ไม่เห็นยัยกิ๋วว่ายังไงนะ อีกอย่างงานที่นี่ก็ไม่ได้ยุ่งด้วย เราสองคนทะเลาะออะไรกันหรือเปล่า”ณดลถามย้ำด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สิบทิศนิ่งไปครู่หนึ่งไม่คิดว่ายัยบ๊องจะกล้าโกหกคุณย่า แล้วตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน“เปล่าครับ เราไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน สงสัยกิ๋วคงแวะไปทำธุระที่อื่นก่อนครับ เดี๋ยวผมลองโทรหาดูอีกที คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”“อืม ... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีล่ะ ลุงก็ตกใจนึกว่ายัยกิ๋วไปทำอะไรให้เราไม่พอใจเข้า ถ้าเจอแล้วก็บอกน้องด้วยนะว่างก็แวะมาหาพ่อบ้าง”“ครับคุณลุง งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”สิบทิศไหว้ลาพ่อตาด้วยท่าทางสุภาพตามมารยาท พอเดินกลับมาที่รถ ใบหน้าหล่อก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออกไปหากิรณาว่าอยู่ที่ไหน ทว่าจังหวะนั้นเองสายเรียกเข้าจากลลนาก็โทรเข้ามาเสียก่อน“ว่าไงนา มีออะไรหรือเปล่า”(สิบ! คุณต้องไม่เชื่อแน่ ๆ ว่านาเจอใคร)เสียงปลายสายของดาราสาวดูตื่นเต้น ทำเอาชายหนุ่มขมว
“โอเค พี่เข้าใจแล้ว พี่จะปิดปากให้สนิทที่สุด ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องนี้จะเป็นความลับระหว่างเรา”“ขอบคุณมากค่ะพี่เขต” กิรณายิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ“งั้นพี่กลับก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่นะกิ๋ว” สุดเขตทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความหมายบางอย่างแอบแฝงอยู่กิรณาพยักหน้ารับคำ แล้วมองตามไฟท้ายรถของสุดเขตที่ค่อย ๆ หายไปกับความมืด ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับขึ้นบ้านเพื่อไปจัดการคนเมาที่ยังไม่ได้สติ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาถึงได้ดื่มมาหนักขนาดนั้น“นา... สิบขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องแต่งงาน”สิบทิศพึมพำออกมาเบา ๆ มืออวบที่จับผ้าเย็นซับลงบนใบหน้าคมถึงกับชะงัก วันนี้ที่เขาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับเธอก็เพราะมัวไปง้อคุณลลนาเธอเม้มปากเข้าหากันแน่นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเขาจนถึงคอ ก่อนที่ตัวเองจะคว้าเอาหมอนกับผ้าห่มอีกผืนกลับไปนอนที่โซฟามุมห้องเช้ามืดของวันกิรณาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ไก่โห่ เพื่อจัดเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องดื่มแก้แฮงค์วางไว้ให้คนที่ยังนอนจมอยู่บนเตียง ก่อนที่เธอจะปลีกตัวออกจากบ้านไปอย่างเงียบ ๆช่วงสายตะวันแยงตา สิบทิศเดินลงมายังโต๊ะอาหารด้วยท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ มือหนายกขึ้นกุมขมับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กำลังจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าปลายสายที่ตอบมากลับไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่ง(ฮัลโหลค่ะ)กิรณาชะงักไปครู่ใหญ่ “เอ่อ... ขอสายพี่สิบทิศหน่อยค่ะ”(อ๋อ สิบทิศเหรอคะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกรับสายค่ะ)เสียงปลายสายนั้นดูราบเรียบ ไม่ตกใจเลยสักนิดที่เห็นผู้หญิงโทรหาเขา ท่าทางจะดูสนิทสนมจนทำให้ความคิดของกิรณาคิดไปไกล(ฉันชื่อลลนาค่ะ เป็นเพื่อนของสิบทิศ พอดีตอนนี้เขาดื่มหนักไปหน่อยจนเมาหลับไปแล้วค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าเขาสร่างแล้วฉันจะให้รถไปส่งเขากลับบ้านเองค่ะ แค่นี้นะคะพอดีนามีธุระต่อ)“ค่ะ...”กิรณาตอบได้เพียงสัน ๆ เท่านั้น ก่อนที่สายจะถูกตัดไปโดยไม่รอให้เธอได้พูดอะไรต่อ หญิงสาวค่อย ๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงข้างตัว ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเธอถูกกระชากวิญญาณออกจากกายหยาบ แม้จะพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ แต่มันกลับทำไม่ได้อย่างที่ใจนึกหยาดน้ำใสที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันก็ไหลอาบลงสองแก้มเงียบ ๆการที่ต้องงแอบรักสามีตัวเอง และต้องยืนอยู่บนความเจ็บปวดช้ำแล้วช้ำเล่ากับการที่เขาไม่รัก แถมยังทำท่ารังเกียจและเห็นเธอเป็นเพียงภาระที่เอามาขัดหนี้ก็เท่านั้น...ร่างสูงที่ไร้สติยังค
“รู้แล้วใช่ไหมว่า อีกสองสัปดาห์บริษัทเราจะพาพนักงานไปเอ้าท์ติ้งที่หัวหิน”พี่เกรซเอ่ยขึ้นขณะที่น้อง ๆ ในแผนกบัญชีกำลังเข้าประจำโต๊ะทำงานช่วงบ่าย หลังจากเมื่อเช้าบอร์ดบริหารและฝ่ายHRเรียกประชุมด่วน“แล้วปีนี้เขาจะจ้างนักร้องไหมพี่เกรซ ถ้าจ้างก็ขอหมอลำม่วน ๆ จอย ๆ ไม่เอาแบบปีที่แล้วนะ แทบจะรำไทเก็กร่อมร่อ” เตชิตากอดอกยักไหล่ เมื่อนึกถึงวงดนตรีปีที่แล้วแทบจะทำเอาหลับบนโต๊ะจีน“จ้างสิจ๊ะ ปีนี้จัดหนักจัดเต็มแน่นอน พี่ได้ข่าวจากวงในมาว่าปีนี้ผลกำไรของบริษัทเราค่อนข้างดีเลยล่ะ ท่านประธานเลยอนุมัติงบให้จ้างนักร้องหมอลำที่กำลังมีกระแสที่สุดตอนนี้มาเอนเตอร์เทนพนักงงานทุกคนที่หัวหินเลยนะ เตรียมชุดเตรียมท่าเต้นกันไปดี ๆ ล่ะ”พนักงานในแผนกบัญชีต่างส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ บางคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปประชันกันในคืนวันงาน ขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น กลับมีเพียงกิรณาที่นั่ง สีหน้ามีความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอรู้ดีว่าการไปเอ้าท์ติงครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานที่ต้องไป แต่พี่สิบทิศก็ต้องไปด้วยในฐานะเจ้าของบริษัท และคุณย่ากับคุณแม่ยังให้ถือโอกาสนี้ไปฮันนีมูนด้วยอีกต่างหาก มันคง







