เข้าสู่ระบบนรภัฏกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกถึงแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาหยุดคุยกับวิชชุดา เลขาฯ หน้าห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย
“เดี๋ยวคุณวิ...ช่วยจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าให้ผมสองที่นะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งอย่างใจเย็น ทว่าภายในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
“ค่ะ...คุณภัฏ” วิชชุดารับคำอย่างว่าง่าย มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มโค้งขึ้นนิดๆ ประกายดวงตาระยิบระยับเพียงแค่คิดว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดกับปภาวรินทร์อีกครั้ง เขาก็ดีใจจนบอกไม่ถูก ก่อนจะเก็บอารมณ์ตนเองให้แนบเนียน และรีบเดินเข้าห้องเพื่อมาคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกไปทันที ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างกำลังรอเขาอยู่
“เดี๋ยวค่ะ คุณภัฏ” วิชชุดารีบเรียกเจ้านาย จนเขาต้องหยุดกะทันหัน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตกลงว่าไปดูงานครั้งนี้ คุณภีรดาจะส่งเลขาฯ ไปเป็นตัวแทนไปใช่มั้ยคะ” วิชชุดาถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอต้องการยืนยันข้อมูลให้ถูกต้อง
“ใช่ครับคุณวิ...” นรภัฏตอบสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
“โอเคค่ะ พอดีวิจะได้ลงชื่อจองตั๋วเครื่องบินให้ถูก” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ดวงตาวาววับวาบเมื่อคิดถึงการจะได้แก้แค้นอดีตคนรักของตนเองในครั้งนี้ แผนการอันเร่าร้อนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
17.00 น. นรภัฏเดินมารอปภาวรินทร์ถึงหน้าห้องทำงานของน้องสาว เพราะกลัวว่าเธอจะหนีกลับไปก่อน เมื่อเธอเลิกงานพอดี เขาก็รีบตามเธอออกไป ปภาวรินทร์ไม่กล้าขัดข้อง จึงยอมเดินตามเขามายังลานจอดรถ หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อจะต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง
“คุณไม่จำเป็นต้องเปิดประตูรถให้ฉันหรอกค่ะ คุณเป็นเจ้านาย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความรู้สึก
“ไม่มีเจ้านายลูกน้อง นี่เลิกงานแล้ว ขึ้นไป” นรภัฏตอบกลับอย่างเด็ดขาด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะครอบครอง ปภาวรินทร์ถอนหายใจ เธอไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขา จึงยอมขึ้นไปนั่งแต่โดยดี ร่างกายของเธอรู้สึกร้อนผ่าวเมื่ออยู่ใกล้เขา
“คาดเข็มขัดซะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ” นรภัฏสั่งเสียงเข้ม ปภาวรินทร์ใจลอยคิดเรื่องที่เธอเพิ่งจะคุยกับคุณยายโดยไม่ทันได้ฟังในสิ่งที่เขาพูด จนถูกชายหนุ่มโถมร่างเข้าใส่ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างแก้ม ก่อนที่หญิงสาวจะรู้ตัวว่าเขาจะทำอะไรให้เธอจึงค่อยๆ หายใจเป็นปกติด้วยความโล่งอก อยู่กับเขามีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ตลอดสินะ! หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
“ไม่ต้องไปส่งฉันที่บ้านหรอกค่ะ วันนี้คุณยายอยู่ที่ตลาด” ออกรถมาได้สักระยะปภาวรินทร์ก็รีบบอกเจ้านายทันที เธอไม่อยากให้เขาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอ
“อ้าวเหรอ! คุณยายมาขายขนมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่บอกฉันบ้าง” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความประหลาดใจ
“เพิ่งจะมาขายวันนี้เป็นวันแรกค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยเสียงเป็นปกติ พยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง
“อื้ม!!!...งั้นดีเลย ฉันกำลังอยากกินของหวานอยู่พอดี” ดูท่าทางเขาดีใจ ก่อนที่เธอจะเห็นเขายิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นทำให้โลกของปภาวรินทร์สดใสขึ้นมาเล็กน้อย
นรภัฏขับรถมาจอดส่งหญิงสาวที่ตลาด วันนี้คุณยายของเธอมาขายขนมตามเดิม หลังจากไม่ได้ขายมาเกือบเป็นเดือน แต่คุณยายของเธอแก่ลงไปมาก พอรถจอดลงเรียบร้อยนรภัฏก็รีบเดินเข้าไปทักทายกับหญิงชราที่กำลังหยิบขนมหวานใส่ถุงให้กับลูกค้าเสร็จพอดี แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและอ่อนโยน
“สวัสดีครับคุณยาย จำผมได้มั้ยครับ” นรภัฏยกมือไหว้หญิงชรา เธอยืนจ้องหน้าชายหนุ่มร่างสูงอยู่ไม่นานก็ร้องรีบอ๋อ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความยินดี
“คุณภัฏ!!!....คุณภัฏจริงๆ ด้วย โห!!!..ไม่เห็นกันตั้งนานสบายดีหรือคะ นึกว่าจะไม่มาหายายเสียแล้ว” คุณยายเอ่ยทักทายด้วยความรักใคร
“ผมสบายดีครับ...คุณยาย ว่าจะมาหาคุณยายหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีเลย เห็นหลานสาวคุณยายบอกว่าคุณยายเลิกขายขนมไปแล้ว” นรภัฏตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“คนแก่น่ะค่ะ สามวันดีสี่วันไข้ มาขายบ้างไม่มาบ้าง เห็นหลานสาวบอกว่าคุณภัฏมีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว คงร่ำรวยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยสินะ ก้าวหน้าเหลือเกินนะพ่อคุณ” หญิงชราเอ่ยชมอย่างเป็นกันเอง ในหว่างที่ปภาวรินทร์เอากระเป๋าสะพายของเธอไปเก็บไว้ในลิ้นชักของรถเข็น แล้วรีบทำหน้าที่เป็นผู้ขายทันที เธอต้องการแบ่งเบาภาระของคุณยาย
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณยาย แล้ววันนี้คุณยายเหลือขนมอะไรให้ผมกินบ้างครับ” นรภัฏพูดคุยกับหญิงชราอย่างเป็นกันเองโดยไม่ถือเนื้อถือตัว เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่กับคุณยาย
“คุณยายคะ มาค่ะ...เดี๋ยวหนูตักเองดีกว่า” หญิงชรามือสั่นเล็กน้อย หลานสาวจึงคว้าเอายาดมมายื่นให้ ก่อนจะทำหน้าที่แทนคุณยายของเธอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย
“คุณยาย ไปนั่งพักเถอะค่ะ ฝ้ายบอกแล้วไง...ว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องขาย” เธอดุคุณยายของเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรัก
“ฝ้าย! อย่าไปดุคุณยายอย่างนั้นสิ เล่นให้คุณยายท่านอยู่บ้านเฉยๆ ท่านก็เหงาเป็นนะ เธอนี่ไม่เข้าใจคนแก่เอาซะเลย” เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย
“คุณยายจะอยู่คนเดียวได้มั้ยครับเนี่ย ถ้าหลานสาวคนเก่งเค้าจะต้องไปทำงานไกล ๆ ตั้งหลายวัน” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวัง
“ได้สิคะ ยายอยู่ได้ ว่าแต่ คุณภัฏเถอะ จะให้หลานยายไปเมื่อไหร่เหรอ” ก่อนมาปภาวรินทร์ได้โทรมาเกริ่นกับคุณยายของเธอบ้างแล้ว เพราะเธอรู้ว่ายังไงวันนี้ นรภัฏก็คงไม่ยอมให้เธอกลับบ้านคนเดียวอย่างแน่นอน แววตาของคุณยายเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยหลานสาว
“ภายในอาทิตย์หน้านี้ครับ... คุณยายจะอนุญาตมั้ยครับ” นรภัฏเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าคุณยายจะต้องอนุญาต
“เอาสิ!!...ยายไม่ว่าหรอก” คุณยายตอบกลับอย่างง่ายดาย ทำให้แผนการของนรภัฏเป็นไปตามที่คาดไว้
“ขอบคุณครับ คุณยาย” ชายหนุ่มรีบยกมือไหว้หญิงชรา และปรายตามองใบหน้าของหลานสาวทันที เหมือนจะยิ้มเยาะ ที่เขาสามารถเอาใจคุณยาย จนท่านไม่ขัดข้องอะไร แต่นั่นเป็นเพราะปภาวรินทร์ได้โทรมาบอกคุณยายของเธอก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก แววตาของปภาวรินทร์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งขบขันและหวั่นใจกับแผนการของเขา
หนึ่งเดือนผ่านไปหลังจากพิธีวิวาห์ที่แสนหวาน ปภาวรินทร์และนรภัฏก็เริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยการเดินทางไปฮันนีมูนไกลถึงประเทศฟินแลนด์ ดินแดนแห่งหิมะและแสงเหนือที่ทั้งคู่ใฝ่ฝัน“เราจะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์ด้วยเหรอคะ ดีใจจังเลยค่ะพี่ภัฏ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะเช็กอินที่สนามบิน“ออโรรา... แสงเหนือที่สวยที่สุด ฝ้ายเคยเห็นของจริงหรือยังครับ” นรภัฏถามพลางโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม“ยังไม่เคยเห็นของจริงเลยค่ะ เคยเห็นแต่ในรูป” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสทั้งสองมีเวลาแวะพักที่สนามบินเฮลซิงกิเพียงชั่วโมงเศษ ก่อนจะต่อเครื่องไปยังเมืองอิวาโลทางตอนเหนือสุด ขณะเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ปภาวรินทร์หยุดชะงักแล้วหันไปถามสามีหนุ่ม“พี่ภัฏมีของใช้ส่วนตัวอะไรต้องซื้อเพิ่มไหมคะ”“พี่เตรียมพร้อมมาหมดแล้วครับ เพราะเราจะต้องไปกางเต็นท์นอนกันกลางป่า” นรภัฏแกล้งทำหน้าจริงจังปภาวรินทร์หน้าเสียทันที เธอเป็นคนกลัวที่แคบและกังวลกับการนอนกลางป่า“พี่ภัฏ! ไม่ล้อเล่นสิคะ ฝ้ายกลัวจริงๆ นะ” นรภัฏหัวเราะร่วนที่แกล้งภรรยาได้สำเร็จ เขาประคองใบหน้าสวยเข้ามาจูบซับที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบาโดยไม่สนใจสายตาใครรอบข้าง“ฝ้ายยังกลัวท
ภาณุวัฒน์พลิกร่างแกร่งเพื่อปลดตะขอกางเกงยีนสีเข้มของเขาออกอย่างเชื่องช้า ราวกับจงใจยืดเวลาแห่งการรอคอยให้ยาวนานยิ่งขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ดึงมันออกไปให้พ้นจากเรียวขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามด้วยเสื้อเชิ้ตที่ถูกถอดออกอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา เผยให้เห็นเรือนกายกำยำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดิบเถื่อนแม้แก่นกายกลางลำตัวจะยังมีประการขวางกั้นอยู่ แต่เขาก็สามารถใช้มันดุนดันร่องสวาทของเธอจนมันชื้นแฉะได้ด้วยความช่ำชอง“อ๊ะ... ถอดออกสิคะ มันจะเลอะกางเกงชั้นในคุณนะ” อะเล็กซานดราเอ่ยบอกเสียงพร่า เมื่อไม่อาจอดทนต่อแรงกระตุ้นของชายหนุ่มได้อีกต่อไป ร่างกายของเธอร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟปรารถนาภาณุวัฒน์ก้มลงไปยกเรียวขางามของเธอให้ตั้งขึ้นเป็นรูปตัวเอ็ม เผยให้เห็นความงดงามเบื้องล่างที่ประจักษ์ต่อสายตา น้ำเมือกใสไหลนองด้วยความเสียวซ่าน ร่างกายของเธอสั่นกระตุกอยู่ตลอดเวลา แม้จะยังไม่ถูกกระตุ้นอย่างเต็มที่ ภาพร่องสวาทขาวเนียนเกลี้ยงเกลาทำให้เขาแทบอดใจไม่ไหว ก่อนที่สมองจะเริ่มจินตนาการเอาไว้ว่าเธอต้องฟิตมากๆ อย่างไม่ต้องสงสัย สีข้างในแดงสดตามแบบฉบับของสาวลูกครึ่ง ไรขนอ่อนตามร่างกายลุกชูชัน จากนั้นปลายลิ้นร้อนก
ลูกครึ่งสาวถูกโลมเลียไปทั่วร่างจนรู้สึกเคลิบเคลิ้มและลืมเลือนการต่อต้านเขาไปเสียสนิท ดวงตากลมโตหลับพริ้ม ริมฝีปากห่อเปล่งเสียงครวญครางออกมา ปทุมถันคู่งามสัมผัสความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเพียงครู่เดียวก็ต้องอุ่นจนร้อนเมื่อยอดปทุมสีชมพูอ่อนถูกดูดกลืนเข้าอุ้งปากร้อน หญิงสาวผวาเฮือกเมื่อชายหนุ่มแกล้งดูดเม้มแรงๆ“เสียวเหรอคนสวย รับประกันว่าจะได้เจอความเสียวจากผมอีกเยอะ” ภาณุวัฒน์ปลดเข็มขัดที่รัดข้อมือของเธอออก เพราะรู้ว่าเธอไม่กล้าขัดขืน“อ๊ะ อย่าค่ะ ปล่อยซานดร้าเดี๋ยวนี้” เสียงเธอแหบแห้งแผ่วเบาจนไม่หลงเหลือที่ห้ามอะไรคนที่ล่วงเกินเธอได้เลยสักนิด ภาณุวัฒน์ค่อยๆ ผละออกจากเต้านมอวบเต่งตึงของหญิงสาว“ทำไมครับ ทนไม่ได้เหรอ อยากครางก็ครางออกมาสิผมไม่ว่าหรอก เสียวก็บอกกันตรง ๆ” เขาบอกเธออย่างท้าทาย เรียวปากสวยที่ตอนนี้มันสวยน่าจูบมากในสายตาเขา ในเมื่อมันทั้งอิ่มเอิบและแดงจนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องประทับริมฝีปากแนบสนิทลงไปอีกครั้งด้วยความเร่าร้อนหญิงสาวเม้มปากสนิทแน่น แต่ขณะที่เธอกำลังจะขาดอากาศเธอก็เผยอริมฝีปากออกมา จนทำให้ลิ้นสากพุ่งเข้าไปภายใน“อื้มมมมม!!!!” เสียงที่ดังในลำคอ เรียวลิ้นที่ถูกไล่ตอ
หลังจบงานเลี้ยง โลกทั้งใบของเธอกลับหมุนคว้างด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์และความผิดหวังที่สลักลึก ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูเข้ารูปโอนเอนไปมาจน เอกรินทร์ต้องรีบเข้าไปประคองไว้“คุณเมามากแล้วครับซานดร้า อย่าขับรถกลับเองเลย เดี๋ยวให้น้องผมขับรถไปส่งคุณดีกว่า” เอกรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทั้งสงสารและสมเพชที่ผู้หญิงเพียบพร้อมอย่างเธอต้องมาเสียศูนย์เพียงเพราะรักข้างเดียว“เฮ่ย!..แกขับรถคุณซานดร้าได้มั้ย ไอ้นุ”“ได้อยู่ครับพี่”“งั้นฝากขับไปส่งเธอที่คอนโดหน่อยสิ ส่วนรถแกเดี๋ยวฉันจะให้สาเป็นคนขับตามไปเอง”“สาฝากเพื่อนด้วยนะคะคุณนุ” นิสารัตน์เอ่ยฝากฝังเพื่อนสนิท ก่อนที่เอกรินทร์จะช่วยพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของอะเล็กซานดรามาที่รถหรูของเธอ“ขับดีๆ นะไอ้นุ” เอกรินทร์ย้ำรุ่นน้องด้วยทีเล่นทีจริง“ครับพี่ ไม่ต้องห่วง” ภาณุวัฒน์รับคำสั้นๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับทันทีที่ประตูรถปิดลง ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุม ภาณุวัฒน์โน้มตัวข้ามร่างระหงเพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้คนเมาที่นั่งคอพับคออ่อน จังหวะนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนผสมกับกลิ่นกายสาวที่ร้อนผ่าวจากฤทธิ์เหล้าพุ่งเข้าปะทะจมูกอย่างจัง สายตาของเขาเ
ภายในห้องทำงาน วันนี้ดูจะคึกคักเป็นพิเศษเมื่อร่างสูงกำยำของ เอกรินทร์ หรือ พี่ต๊อบ รุ่นพี่ศิษย์เก่าคนสนิทและอดีตหัวหน้างานที่นรภัฏให้ความเคารพรักก้าวเข้ามาทักทายถึงถิ่น นรภัฏรีบละมือจากกองเอกสารตรงหน้าแล้วลุกขึ้นต้อนรับด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนัก“สวัสดีครับพี่ต๊อบ! โห... ไม่เจอกันตั้งนาน พี่สบายดีนะครับ” นรภัฏเอ่ยทักทายน้ำเสียงยินดี แม้ภาณุวัฒน์จะแอบมากระซิบเรื่องนัดหมายสังสรรค์ไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วก็ตาม“สบายดีไอ้เสือ... พี่ล่ะคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าคนอย่างแกจะยอมสละโสด ทิ้งลายเสือมาแต่งงานแต่งการกับเขาด้วย” เอกรินทร์ตบไหล่รุ่นน้องเบาๆ ด้วยความเอ็นดู“โธ่พี่... ถ้าเจอคนที่ ใช่ จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะรออะไรแล้วครับ ยังไงงานแต่งของผม พี่ต้องมาร่วมงานให้ได้นะครับ”“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่เจ้าสาวของแกไปไหนเสียละ”“วันนี้พริมพาฝ้ายออกไปลองชุดแต่งงานน่ะครับ เดี๋ยวช่วงบ่ายๆ ก็คงจะกลับเข้ามา” นรภัฏตอบพลางนึกถึงใบหน้าหวานของปภาวรินทร์ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ แค่เพียงจินตนาการหัวใจของเขาก็พองโตด้วยความโหยหา“พี่ไม่คิดเลยนะว่ายัยฝ้ายจะปราบเสืออย่างแกจนอยู่หมัดได้แบบนี้” เอกริ
หลายวันต่อมาบรรยากาศในออฟฟิศวันนี้ดูจะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรักจนพนักงานหลายคนสัมผัสได้ เมื่อร่างสูงสง่าของท่านรองจูงมือเลขาฯ สาว ก้าวเข้ามาในบริษัทอย่างเปิดเผย สายตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนยามที่เขาก้มลงมองหญิงสาวข้างกาย พนักงานหลายคนต่างพากันอมยิ้มและส่งเสียงทักทายเธออย่างเป็นกันเองทั่วหน้าความรักที่เปิดเผยอย่างสง่างามของนรภัฏและปภาวรินทร์ กลายเป็นกระแสวิจารณ์ในทางบวกที่ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในออฟฟิศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีเสียงซุบซิบหนาหูว่าคนอย่างนรภัฏชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ คงไม่มีทางที่จะลดตัวมาลงเอยกับเลขาฯ สาวฐานะธรรมดาๆ ได้ เพราะดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงหลังเลิกงานปภาวรินทร์ตรวจเช็กความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยเต็นรัวเมื่อนึกถึงนัดสำคัญในเย็นนี้ นรภัฏขับรถพาเธอออกจากบริษัท มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หลังโตที่มีรั้วรอบขอบชิด ทันทีที่รถหรูชะลอตัวลงหน้าบ้าน เด็กรับใช้รีบกุลีกุจอมากดรีโมทเปิดประตูบานใหญ่ขานรับการมาเยือนของเจ้านายหนุ่มทันทีปภาวรินทร์มองไปรอบๆ บริเวณบ้านด้วยค
ตอนที่ 22 สอนรักเลขาฯ NC“ฝ้ายครับ พี่มีความสุขมากเหลือเกิน”“ฝ้ายก็มีความสุขค่ะ ถึงแม้จะเจ็บปวดบ้างก็ตาม แต่ฝ้ายก็เต็มใจ”“พี่ขอโทษ ที่ทำรุนแรงกับฝ้าย แต่พี่อดใจไม่ไหวทุกครั้งเลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ฝ้ายอยากให้พี่มีความสุข” ประโยคเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันคนละความหมายเพราะตอนนี้นรภัฏเริ่มขยับสะโ
ตอนที่ 19 เลียให้ล้ม แล้วเขย่มแท่งรัก NCปภาวรินทร์นั้นสุขจนล้น เมื่อเขาขยับกายเข้าออกทุกจังหวะสอดประสาน เรียกเสียงครางกระเส่า ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเธอก็กรีดร้องอย่างสุขสมอีกครั้ง“พี่ภัฏขา ฝ้ายขออยู่บ้างบนบ้างสิ” สิ้นคำขอหญิงสาวก็รีบพลิกร่างตัวเองขึ้นไปอยู่บนร่างของชายหนุ่มในท่าคาวเกิร์ล นรภัฏนอ
ตอนที่ 24 หึงดีมั้ย“คุณนรภัฏคะ คุณอะเล็กซานดรามาขอพบค่ะ” วิชชุดากดอินเตอร์คอมเพื่อบอกเจ้านาย“เชิญครับ” อะเล็กซานดราสวมชุดเดรสเกาะอกกระโปรงผ่าหน้าสูงลิบเกือบถึงโคนขาอ่อน โชว์ความเซ็กซี่ยั่วยวน หญิงสาวยิ้มกว้างเมื่อเดินเข้ามาในห้อง“สวัสดีค่ะคุณภัฏ วันนี้ซาซ่าผ่านมาทางนี้เลยแวะมาเยี่ยม กะว่าจะมาชวน
ตอนที่ 23 ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหวเช้านี้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนหัวนอน ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นมารับสาย จากน้องสาวที่โทรมาถามเขาด้วยความเป็นห่วง เพราะเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้วที่พี่ชายเดินทางมาดูงานกับบริษัทคู่ค้าพร้อมเลขาฯ ของเธอ“สวัสดีค่ะ พี่ภัฏ เป็นไงบ้างคะ งานราบรื่นดีมั้ย”“ก็โอเคนะ ไม่ได้มีปัญหาอะไร







