LOGINเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชต ทำให้เจนนินทร์หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาดู ก่อนจะถอนลมหายใจออกมาอย่างหนัก เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เป็นผู้ทักเข้ามา เจนนินทร์มองชื่อบิดาตัวเองบนหน้าจอมือถือด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะเก็บมือถือเข่ากระเป๋าสะพายไว้ดังเดิม และเริ่มกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ
หลังจากแผลที่แขนจากการถูกหมากัดเริ่มหายดี เจนนินทร์ก็กลับมาฝึกงานต่อ และวันนี้ก็เป็นวันสิ้นสุดของการฝึกงานที่ครบ 3 เดือนของเจนนินทร์แล้ว เธออดใจหายไม่ได้เพราะพี่ๆ ในแผนกน่ารักมาก น่ารักจนเจนนินทร์อยากจะทำงานที่นี่ต่อ หากลูกเจ้าของบริษัทไม่ใช่แฟนหนุ่มของแอลลี่ และผู้เป็นสามีไม่ยื่นข้อเสนอให้เจนนินทร์ไปทำงานที่บริษัทของอีกฝ่าย
" น้องเจนวันนี้ฝึกงานวันสุดท้ายแล้วนี่ พวกพี่ขอเลี้ยงฉลองส่งท้ายเราหน่อยนะ " ปานวดีเอ่ยรั้งสาวรุ่นน้องเอาไว้ เพราะคิดว่าหากเจนนินทร์ฝึกงานแล้วเสร็จคงไม่น่าจะได้เจอกันอีก ยิ่งดูจากมีบอดีการ์ดมารับมาส่งที่ตึกทุกวัน การเข้าไปทักทายสาวรุ่นน้องหรือเข้าถึงตัวเธอนั้นคงเป็นเรื่องยากมาก
" วันนี้เหรอคะพี่วดี "
" ใช่เราว่างหรือเปล่าล่ะถ้าไม่ว่างก็นัดเป็นวันอื่นก็แล้วกัน "
" หนูขอโทรหาสามีก่อนนะคะ" หยิบมือถือในกระเป๋าเดิน ออกมาด้านนอกห้องทำงาน ต่อสายหาสามีหนุ่มด้วยความไว เจนนินทร์รอสายไม่ถึงนาทีเลยด้วยซ้ำ ปลายสายก็กดรับด้วยความรวดเร็ว
[ครับตัวเล็ก] ทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มลึกริมฝีปากสวยถึงกับหลุดฉีกยิ้มออกมาอัตโนมัติ ความอบอุ่นมันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจ แม้เจนนินทร์จะได้ยินแค่เสียงสามีก็ตาม
" วันนี้หนูขอไปกินเลี้ยงกับพี่ๆ ที่บริษัทนะคะ วันนี้วันฝึกงานวันสุดท้ายของหนูพี่ๆ เขาอยากจะเลี้ยงส่งน่ะค่ะ "
เอ่ยขออนุญาตสามีตัวเองเสียงหวาน น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความออดอ้อนเพื่อให้ได้อย่างที่ตนเองขอ
[ไปที่ไหนล่ะ]
" ไม่รู้เลยค่ะ พี่ๆ ยังไม่เคาะสถานที่ ว่าจะไปที่ไหน "
[งั้นก็พาเพื่อนๆ มาที่คลับของเฮียเดี๋ยวมื้อนี้เฮียเป็นเจ้ามือให้เอง] เป็นเจ้ามือเลี้ยงมันไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับมาเฟียหนุ่มเลย ที่สำคัญเจนนินทร์ก็ยังจะได้อยู่ในสายตาของตนเองอีกด้วย ดีกว่าปล่อยให้เมียเด็กออกไปเผชิญอันตรายที่อื่น
" งั้นเอาตามนี้นะคะ หนูขออนุญาตวางสาย " เมื่อได้ข้อสรุปเธอจำต้องปลีกตัวกลับเข้าไปทำงาน เป็นตามที่เจนนี่คิดไว้ไม่มีผิด ว่าสามีเธอต้องเสนอตัวขอดูแลเอง และให้ไปเลี้ยงส่งที่คลับของเขา
[ครับ]
ทันทีเข้ามาในห้องนั่งลงยังโต๊ะประจำตำแหน่งของตนเอง หันไปหาปานวดีและการ์ตูน เพื่อแจ้งให้รุ่นพี่สาวได้รับรู้
" สามีเจนอนุญาตค่ะ ขอเสนอตัวเป็นเจ้ามือ ในวันนี้ด้วย "
" ได้ไงล่ะพวกเราจะเลี้ยงส่งน้องเจนนะ " การ์ตูนรีบแย้งเพราะพวกเธอตั้งใจทำให้รุ่นน้องสาวจริงๆ ตั้งแต่เจนนิทร์มาฝึกงานน้องตั้งใจทำงานและช่วยเหลือพี่ๆ ในแผนกได้เป็นอย่างดี การที่จะเลี้ยงส่งเจนนินทร์เป็นเรื่องที่เล็กน้อยเอามากๆ
" ให้เฮียเขาเลี้ยงเถอะนะคะ เฮียเป็นเจ้าของผับค่ะ มีคนแค่นี้คงไม่ทำให้เฮียจนหรอก " เจนนินทร์ก็เกรงใจพี่ๆ คนอื่นเหมือนกัน เพราะแต่ละคนเงินเดือนก็ไม่ได้เยอะอะไร แค่พวกพี่แสดงถึงความมีน้ำใจต่อเธอ แค่นี้เจนนินทร์ก็ทราบซึ่งในความมีน้ำใจมากพอแล้ว
" ที่บ้านมีไร่ขิงเหรอยะขิงเก่งเหลือเกินแม่คุณทูนหัวของอิช้อย " ปานวดีกลอกตาใส่รุ่นน้องสาว เมื่อเจ้าหล่อนเอ่ยขิงสามีให้คนอื่นฟัง ก่อนทุกคนในห้อง จะดูดหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู รู้ว่าเจนนินทร์ไม่ได้ตั้งใจที่จะโอ้อวดอะไรหรอก แค่หมั่นไส้รุ่นน้องสาว ที่ชีวิตดีไม่ต่างไปจากเจ้าหญิงผัวรักผัวหลงสุดๆ
" งั้นเอาตามนี้แหละพี่เราจะได้ไม่ต้องเปลืองเงิน ไหนๆ ก็มีเจ้ามือเสนอตัวเข้ามาเลี้ยงรักษาน้ำใจไว้หน่อยค่ะ " เป็นการ์ตูนที่ยิ้มร่าออกมาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับเก็บของบนโต๊ะเข้าที่เมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงาน
" 2ทุ่มเจอกัน เจอกันที่ผับ Double A นะคะ เดี๋ยวเจนจะให้เฮียแจ้งการ์ดหน้าผับไว้ ตอนที่พวกพี่ไปถึงจะได้พาไปนั่งโต๊ะเลย "
“ได้เลยค่ะคนสวยของพี่ไว้เจอกัน”
ปานวดีและการ์ตูนก็จะแยกตัวไปซื้อของขวัญให้เจนนินทร์แทน ทำให้ทั้งสองออกจากบริษัทเร็วกว่าปกติ
ด้านเจนนินทร์หลังจากเลิกงาน เธอรีบลงมายังหน้าบริษัทเหมือนเช่นทุกวัน ซึ่งจะมีพี่เลี้ยงคนสนิทอย่างนทีมารอรับอยู่ก่อนหน้า แต่วันนี้กลับแปลกออกไปเมื่อดันมีคนอื่นนอกจากนทีที่มาดักรอเธอด้วย
" เจน "
เรียวขาสวยเป็นอันต้องหยุดชะงัก เมื่อมีเสียงทักดังมาจากทางด้านหลัง เจนนินทร์ถอนหายใจหนักๆ อย่างสงบสติ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับบิดาตนเอง ถึงขั้นอีกฝ่ายตามมาดักรอเธอถึงที่นี่คงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ ถ้าให้เดาลูกสาวคนโตก็คงไปฟ้องอะไรท่านสักอย่าง ถึงได้ตามมารังควานเธอถึงที่ฝึกงานแบบนี้
" มีอะไรกับเจนหรือเปล่าคะ " คำว่าพ่อไม่สามารถหลุดออกจากปากเจนนินทร์ได้ เมื่อทั้งสองเผชิญหน้ากันอยู่ในที่สาธารณะ แววตาสวยจับจ้องมองใบหน้าชายวัยกลางคนอย่าต้องการคำตอบ ว่าเหตุใดท่านถึงมาดักรอเธอถึงหน้าที่ทำงาน
" ไปคุยกันที่บ้านฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ " เจ้าสัววิรัตน์เอยกับลูกสาวคนเล็กเสียงนิ่ง กดดันให้บุตรสาวทำตามคำสั่งของตนเอง มันอาจจะเป็นแบบนั้นหากเป็นเจนนินทร์ไม่ได้อยู่ใน การดูแลของเอเดนเหมือนเช่นตอนนี้ เธอคงจะรีบทำตามเมื่อได้ยินคำสั่ง
" คุยตรงนี้ไม่ได้เหรอคะ พอดีว่าหนูไม่สะดวก "
เจ้าสัววิรัตน์มองบุตรสาวคนเล็กอย่างไม่วางตา ไม่คิดว่าลูกสาวจะกล้ากับตัวเองขึ้นเยอะมาก
นทีและองศารีบเดินเข้ามาหาเจ้านายสาว ทำเอา เจ้าสัววิรัตน์มองบอดีการ์ดทั้งสองอย่างให้ความสนใจ ว่าทำไมบุตรสาวคนเล็กของตนเองถึงได้มีบอดี้การ์ดดูแลอย่างใกล้ชิด แม้คราแรกจะไม่เชื่อคำพูดของแอลลี่ก็เถอะ
" แกไปอยู่กับใครทำไมถึงต้องมีบอดี้การ์ดคอยดูแล แกมีผัวเหรอ "
" คุณน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว หนูไม่เชื่อหรอกว่าลูกสาวคุณจะยังไม่ได้บอกอะไร แต่หนูจะบอกให้คุณฟังให้ชัดอีกครั้ง ใช่ค่ะหนูมีผัว ไม่ทราบว่ามันเป็นปัญหาตรงไหนของคุณเหรอคะ ไม่ดีหรือไงอย่างน้อยๆ ก็จะได้มีคนมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทนคุณ "
" นายหญิงเชิญขึ้นรถเถอะครับ นายใหญ่รออยู่ " นทีรีบพาเจ้านายสาวกลับขึ้นรถด้วยความไว้ กลัวเจ้านายตกเป็นเป้าสายตา เมื่อเห็นพนักงานกลุ่มใหญ่กำลังเดินออกมาจากบริษัทพอดี
🐾 =✪ ᆺ ✪=🐾
ท่ามกลางสายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี เจนนินทร์ที่กำลังท้องโตกำลังพาลูกน้อยเดินเล่น สูญอากาศบริสุทธิ์ยามเย็น เรียวขาเล็กย่ำเดินไปตามพื้นหญ้าอุ้ยอ้ายอย่างช้าๆ มือของเธอก็ประคองหน้าท้องที่นูนขึ้นอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากของเธอเผยรอยยิ้มแห่งความสุขตลอดทั้งการเดินดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง แสงสีทองอร่ามสาดส่องลงมาบนร่างของเจนนินทร์ ทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าที่กำลังจะโบยบินอย่างอิสระเธอหยุดเดินและหันหน้าไปทางลานหญ้าที่กว้างใหญ่ภายในคฤหาสน์หรูของผู้เป็นสามี สายลมพัดผ่านเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างนุ่มนวลตลอดทั้งการเดินเจนนินทร์รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ในท้องของเธอ คุณแม่คนสวยวางมือเบาๆ ลงบนหน้าท้องและยิ้มกว้างขึ้น "ลูกน้อยของแม่ แม่รักหนูมากนะ "เธอหลับตาลงและปล่อยให้ความสงบสุขโอบล้อมเธอ จินตนาการถึงใบหน้าเล็กๆ ของลูกน้อยและความรักอันยิ่งใหญ่ที่เธอจะมอบให้ ความคิดของเธอเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้“แอบมาเดินเล่นคนเดียวอีกแล้ว รู้ไหมท้องตัวเองเริ่มใหญ่แล้วนะ” เอเดนว่าให้ภรรยาสา
น่าแปลกที่เจนนินทร์นั่งทำงานไปเรื่อยๆ พอคิดถึงหน้าสามีอย่างเอเดน อาการวิงเวียนศีรษะก่อนหน้านั้นก็มลายหายไปทันที จนเจนนินทร์ต้องรีบต่อสายหาสามีด้วยความคิดถึง แต่ก็เหมือนอีกฝ่ายก็น่าจะมีความรู้สึกไม่ต่างไปจากเธอ ถึงได้เปิดประตูโผล่เข้ามาในห้องทำงานเธอในทันที“คิดถึงมากเลยครับ”ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาผู้เป็นภรรยา ดึงเธอให้ลุกจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนจะเป็นฝ่ายนั่งลงแทนแล้วค่อยดึงภรรยาสาวนั่งลงบนตักของตนเองอีกที“หนูก็คิดถึงเฮีย หืม….ตัวหอมจังเลยกลิ่นหอมสะอาดเหมือนอาบน้ำวันล่ะสิบรอบ” แนบหน้าเข้ากับซอกคอหนาของผู้เป็นสามีสูดดมกลิ่นกายที่คุ้นเคยเข้าปอดซ้ำๆ ด้วยความหลงใหล“แปลกๆ นะเรา” โน้มลงไปกัดแก้มนุ่มภรรยาสาวด้วยความมันเขี้ยว คนอะไรจับตรงไหนก็เนียนก็นุ่มไปหมด ซ้ำยังยื่นมือมาบีบขย้ำหน้าอกภรรยาสาวไปด้วยระหว่างพูด“อย่าบีบแรงค่ะหนูคัดเต้าอยู่”“ครับ วันนี้คุณธิดาแจ้งว่าตัวเล็กไม่สบายทั้งวัน โหมงานหนักเกินไปหรือเปล่า” นิ้วเรียวเกี่ยวปอยผมที่หลุดร่วงลงมาบดบังใบหน้าสวย ขึ้นทัดหูให้อย่างอ่อนโยน การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของผู้เป็นสามี ทำเอาเจนนินทร์ถึงกับใจสั่นไม่หยุด ความรักความใส่ใจที่ไม่เคยได้จากที่ไหน แม
เจนนินทร์และสามีหนุ่มได้ก้าวเข้ามาในบริษัทสื่อเป็นครั้งแรก เจนนินทร์รู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย เนื่องจากต้องเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตการทำงานของเธอเป็นครั้งแรก หลังจากกลับมาจากทริปพักผ่อนที่ต่างประเทศเจนนินทร์ต้องเข้ามาเป็นพนักงานฝึกหัด เพื่อรอรับตำแหน่งรองประธานบริษัทแทนเอเดนอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเจนนินทร์ ก็เลือกที่จะตั้งใจรับตำแหน่งนี้ เพื่อที่จะแบ่งเบาภาระช่วยสามีตัวเอง“ตัวเล็กไม่ต้องกังวลนะ คุณปิยะธิดา จะเข้ามาประกบตัวเล็ก” เอเดนเอ่ยขึ้นอย่างให้กำลังใจ เจนนินทร์เป็นคนหัวดีการเรียนรู้งานภายในบริษัทคงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธออะไรมาก ที่สำคัญเธอจบตรงสายงานบริหารมา " ขอบคุณค่ะ หนูก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น " เจนนินทร์หันไปส่งยิ้มให้สามีอย่างขอบคุณ แม้จะยังไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะมีความรู้ความสามารถเหมาะสมไหม แต่พอเห็นกำลังใจจากสามีและคนรอบข้าง ก็ทำเอาใจบางถึงกับฮึดสู้ขึ้นมาในทันที"ยินดีต้อนรับสู่บริษัทนะคะ คุณเจนนินทร์" พนักงานหญิงวัยกลางคนเอ่ยทักทายพร้อมกับแนะนำตนเอง "ฉันชื่อปิยะธิดา หรือเรียกธิดาก็ได้ค่ะ ดิฉันจะพาไปที่ห้องทำงานของคุณเจนนินทร์ " ปิยะที่ดาเอ่ยแจ้งว่าที่เจ้านายค
ท่ามกลางเกลียวคลื่นสีฟ้าครามและหาดทรายขาวละเอียดของมัลดีฟส์ เอเดนและภรรยาอย่างเจนนินทร์ ได้มาใช้เวลาพักผ่อนด้วยกันเป็นครั้งแรก และการมาเที่ยวครั้งนี้เอเดนตั้งใจจะพาภรรยาสาวมาอยู่นานเลยก็ว่าได้ และตอนกลับไทย เอเดนจะต้องได้เบบี้น้อยติดท้องของภรรยาสาวกลับไปด้วย"ตัวเล็กชอบที่นี่ไหม" เอเดนเอ่ยถามภรรยาสาวขณะที่เขาและเธอ นั่งบนเปลญวนใต้ร่มเงาของต้นปาล์ม พื้นที่รอบข้างไร้เงานักท่องเที่ยวคนอื่นจะเข้ามารบกวน เนื่องจากมาเฟียหนุ่มทำการเหมาทั้งสถานที่ จะมีก็เพียงแค่บอดีการ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ เพียงเท่านั้น" ชอบมากค่ะ ที่นี่สวยงามราวกับในฝันเลย เจนเคยคิดจะเก็บเงินมาน่ะ แต่ก็นั่นแหละเก็บไม่พอสักทีเลยไม่ได้มา "เจนนินทร์กล่าวด้วยดวงตาเป็นประกาย อดขำกับความคิดตัวเองไม่ได้ ก่อนเจอเอเดนเจนนินทร์ลำบากมากเอเดนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดีใจที่ได้พาภรรยาที่รักมาเที่ยวที่นี่ ทั้งสองคิดว่าจะใช้เวลาหลายวันในการผ่อนคลายบนชายหาด ทำกิจกรรมว่ายน้ำในน้ำทะเลใสแจ๋วเพื่อดูปลา และเพลิดเพลินกับอาหารทะเลแสนอร่อยจนกว่าจะจุใจ“กลับที่พักไหม” ทันทีที่พระอาทิตย์ใกล้จะตก ลมทะเลก็เริ่มที่จะแรงขึ้น พร้อมกับอ
เย็นวันเดียวกันหลังจากพาเจนนินทร์กลับไปพักที่บ้าน หลังจากเจอเรื่องหน้าปวดหัวมา เอเดนก็พาเมียรักมายังร้านอาหารที่นัดกับครอบครัวเอาไว้บรรยากาศภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีทองและครีม สร้างความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกในคราเดียวกัน และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เจนนินทร์ได้มีโอกาสร่วมทานข้าวกับครอบครัวสามีตนเองแม้แต่โอลิเวียน้องสาวของเอเดนและสามีอย่างเลวิสที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดินทาง มาร่วมมื้ออาหารที่สุดแสนสำคัญมื้อนี้ด้วย“ลิเวียตกใจมากเลยตอนมามี้บอกว่าพี่เอเดนซุกเมีย” อดีตนางแบบสาวยิ้มขำให้คนพี่เพียงเพราะมารดาจับผิดสังเกตพี่ชายได้ ตั้งแต่วันที่พี่ชายเดินทางไปเชียงใหม่ ทำให้ผู้เป็นมารดาสืบจนรู้ และแอบไปทำความรู้จักลับๆ กับเจนนินทร์ถึงบริษัทที่อีกฝ่ายฝึกงานแม้แต่บอดีการ์ดอย่างนทีและองศายังไม่สามารถรับรู้ ไม่แปลกที่ทั้งสองจะดูสนิทสนมกันมากเมื่อเจอกัน“แล้วการที่พี่มีเมียมันน่าแปลกตรงไหน” แย้งน้องสาวเสียงเรียบ เขาก็ผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกับทุกๆ คน มีเลือดเนื้อมีความรู้สึก“ไม่ใช่แค่น้องหรอกมี้กับแด๊ดก็ด้วย เราน่ะหวงความเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าอะไร ยิ่งยอมไปจดทะเบียนสมรสกับหนูเจนง่ายๆ ยิ่งไม่อยา
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง บรรยากาศทั้งห้องต่างอบอวลไปด้วยความอบอุ่นเจนนินทร์และเอเดนเผลอหลับไปด้วยกันบนโซฟา หลังจากที่เมื่อคืนดูหนังด้วยกันจนเกือบเช้าเนื่องจากเจนนินทร์นอนไม่หลับ เพราะปวดท้องประจำเดือนหนักมากเอเดนลืมตาตื่นขึ้นก่อนแม้จะนอนไปไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม สิ่งแรกที่เจอเมื่อยามลืมตาตื่นนั้นยังคงเป็นภรรยาสาว ที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้างๆ ไร้ท่าทีจะรู้สึกตัวตื่นเอเดนเฝ้ามองใบหน้าสวยด้วยความรักใคร่ของเธออยู่เช่นนั้น ก่อนจะกดริมฝีปากจูบขมับบางอย่างอ่อนโยน และค่อยๆ ดันตัว ลุกขึ้นจากโซฟา หลังจากจัดท่าห่มผ้าให้เจนนินทร์ได้นอนในท่าที่สบาย เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการตนเองวันนี้เป็นวันแรกที่เอเดนเลือกที่จะเข้าครัวทำหน้าที่สามี รังสรรค์มื้อเช้าไว้รอภรรยาสาวตื่นขึ้นมาทานด้านบิดามารดาอย่างเฌอลิณณ์และอีธานที่ตื่นก่อนหน้า ได้แต่จิบกาแฟมองลูกชายด้วยความงุนงงอย่างไม่คิดอยากจะเชื่อสายตา“คลั่งรักเมียเวอร์” เฌอลิณณ์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขนลุกคนพอง“เราไปกันเถอะปล่อยให้ลูกอยู่กับเมียมันไป” โดยอีธานไม่ลืมตะโกนบอกลูกชายที่อยู่ในครัว ว่าเย็นนี้มีนัดทานมื้อเย็นร่วมก







