LOGINอีกมุมหนึ่งของโรงค้าทาส ภายในห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ชั้นใต้ดินอีกมุมหนึ่ง ถัดจากห้องคุมขังทาส ทั่วทั้งโถงอับชื้นไปด้วยกลิ่นสนิม เหงื่อ และเลือด
แขกวีไอพีนั่งอยู่บนเก้าอี้ถูกทำเป็นชั้นลดระดับจากบนลงล่าง บรรดาคนดูในเงามืดส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น ใจกลางเวทีมีไฟสีเหลืองนวลส่องให้ความสว่างอยู่ตรงกลาง“ยินดีต้อนรับนายท่านทุกท่านเข้าสู่โรงประมูลทาส ในค่ำคืนนี้ เรามีทาสมาใหม่ให้ท่านได้เลือกครอบครอง...”
เสียงของพิธีกรดังกึกก้องไปทั่วห้องประมูล ชายวัยกลางคนรับหน้าที่เป็นพิธีกรในการดำเนินรายการประเมินทาสในคืนนี้
ใบหน้าของผู้ดำเนินรายการซ่อนเร้นใต้หน้ากากสีทอง ไม่มีใครล่วงรู้ว่าผู้ดำเนินรายการในคืนนี้เป็นใคร แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นความเคยชินของแขกในตลาดมืดแห่งนี้เพราะบางคนที่มาร่วมรายการประมูลก็ไม่ได้แสดงตัวตน แต่ก็มีคนที่ไม่ยอมปกปิดตัวตนเพราะไม่มีอะไรจะเสีย และไม่มีอะไรให้ต้องหวาดกลัว
“ทาสคนที่หนึ่งของคืนนี้...” พิธีกรเริ่มดำเนินรายการอีกครั้งหลังจากที่เสียงโห่ร้องแผ่วลง
เคร้ง!
เสียงโซ่เหล็กกระทบพื้นดังกังวาน ก่อนที่ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่สวมใส่ชุดเครื่องแบบนายทหารถูกพามายังเวทีประมูล บนร่างกายชายฉกรรจ์เต็มไปด้วยบาดแผลและร่องรอยของการถูกทำร้าย แขนซ้ายถูกพันด้วยผ้าก๊อซสีขาวที่เปื้อนซึมไปด้วยเลือด บรรดาคนดูในเงามืดส่งเสียงหัวเราะ เย้ยหยัน ดูถูกทาสประมูลในค่ำคืนนี้
“อดีตทหารที่พ่ายแพ้ในสงคราม รูปร่างกำยำ ร่างกายแข็งแรง แม้แขนจะขาดไปหนึ่งข้างจากสงคราม แต่ก็ยังใช้งานได้ดี ประมูลไปเป็นทาสรองมือรองเท้าท่านผู้มีเกียรติได้ หรือจะนำไปค้าอวัยวะก็ย่อมได้”
“ขอเปิดเสนอราคาเริ่มต้นที่สามพันบาท”
เสียงพิธีกรตะโกนตัวเลขทับถมเสียงสะอื้นของเหยื่อ นายทหารที่ถูกจับมาเป็นทาสในเวลานี้ดวงตาแดงก่ำหลั่งน้ำตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ศักดิ์ศรี
ของนายทหารที่สะสมมานับสิบปีเวลานี้มลายหายหายไปจนสิ้น ไม่ต่างจากลูกนกตัวน้อย ๆ ที่อยู่ในกรงขัง พลันใดในเงามืด จำนวนเงินก็ถูกประมูลขึ้น“สี่พันบาท”
“ห้าพันบาท”
“หกพันบาท” ตัวเลขประมูลสูงหยุดอยู่ที่หกพันบาท ภายในห้องไม่มีผู้ใดกล้าประมูลต่อ เพราะราคานี้สูงเกินกว่าชีวิตของนายทหารพิการคนหนึ่ง
“มีใครจะประมูลอีกไหมครับ หากไม่มี จะทำการเคาะ...” เมื่อไม่มีแขกท่านใดประมูลต่อ ผู้ดำเนินรายการก็เตรียมพร้อมที่จะปิดประมูล เสียงเลขประกาศิตดังขึ้น
“หนึ่ง” “สอง” “สาม”
“เสือไฟ ประมูลทาสคนนี้ไปได้ในราคาหกพันบาท ยินดีด้วยครับ!” สิ้นเสียงของผู้ดำเนินรายการทั่วทั้งโถงประมูลเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือด้วยความยินดีต่อผู้ที่ชนะการประมูลในคืนนี้ ต่างจากผู้เป็นเหยื่อที่ตอนนี้ในสมองอื้ออึง อิสรภาพของเขาได้ถูกพรากไปแล้ว
พลันใดทั่วทั้งห้องประมูลก็เงียบกริบ แขกทั่วทั้งห้องพากันหันไปมองยัง
ผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเดินเข้ามาในห้องประมูลพร้อมกับลูกน้องนับสิบเสือลักษมณ์ เจ้าของรูปร่างกำยำสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู เดินเข้ามาด้วยท่าทีองอาจ ใบหน้าคมคายปราศจากผ้าโพกสีดำที่เจ้าตัวมักจะปกปิดเวลาออกมาข้างนอก เผยใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ชื่อเสียงของเสือลักษมณ์เป็นที่กระฉ่อนไปทั่วภาคกลางว่าเหี้ยมโหด ไร้พ่าย แม้กระทั่งทางการก็ไม่อาจตามล่า ทว่าเวลานี้คนที่หาตัวได้ยากกลับมาเดินอยู่ที่โถงประมูลค้าทาส ราวกับมาเลือกซื้อของ คนดูแลโรงค้าทาสที่รู้ดีกว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็รีบเข้ามาให้ความต้อนรับในทันที
“เสือลักษมณ์เชิญทางนี้เลยครับ”
“อืม” เสือลักษมณ์นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่แถวบนสุดที่ถูกเตรียมเอาไว้ สายตาคมปรายตามองไปทั่วทั้งห้อง ทำให้แขกคนอื่น ๆ เริ่มรู้สึกหวาดกลัว และหันหน้าหนี เพราะกลัวว่าหากมองหน้าผู้ชายคนนี้แล้วหัวจะหลุดออกจากบ่า เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ผู้ดำเนินรายการก็เริ่มทำหน้าที่อีกครั้ง พร้อมกับเริ่มประมูลทาสคนต่อไป
“คืนนี้มีใครน่าสนใจหรือเปล่า” เสือลักษมณ์ถามผู้ดูแลที่ตอนนี้ยืนก้มหน้าเคียงข้างเสือลักษมณ์ โดยมีลูกน้องนับสิบของเสือลักษมณ์ยืนล้อมเอาไว้
เสือลักษมณ์ไม่ค่อยได้มาที่นี่ เพราะไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์สำหรับเขา มันทั้งสกปรกและน่าสะอิดสะเอียน คนที่เป็นเจ้าของโรงประมูลทาส แท้จริงแล้วสกปรกโสมมยิ่งกว่าเสืออย่างพวกเขาเสียอีก
“ท่านต้องรอชมด้วยตัวท่านเองครับ ถึงจะรู้ว่าทาสในค่ำคืนนี้พิเศษขนาดไหน”
“หึ” รายการดำเนินประมูลทาสผ่านไปเรื่อย ๆ กว่าครึ่งชั่วโมง เสือลักษมณ์ไม่ได้ประมูลตัวผู้ใด เพราะไม่มีใครที่เขาควรให้ค่า
ทหารรึ จะเอามาทำไมกัน ลูกน้องของเขาเก่งกว่าเป็นไหน ๆ
หญิงพรหมจรรย์รึ ก็ไม่ได้น่าสนใจ เพราะเสือลักษมณ์ก็เมียอยู่แล้วจนนับไม่ถ้วน กับอีแค่ผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์ ไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต้น
ราชวงศ์ที่ตกต่ำรึ ก็ไร้ค่าในสายตาเขา จะเอามาทำไมไอ้พวกไร้ประโยชน์
เสือลักษมณ์นั่งไขว้ขา มือเท้าคาง ผินหน้ามองไปยังทางอื่น หากเขาไม่มีธุระสำคัญ เสือลักษมณ์คงไม่คิดจะย่างเท้าเข้ามาในสถานที่แบบนี้แน่
“มาแล้วครับ ทาสคนสุดท้ายที่จะประมูลในค่ำคืนนี้...”
“หึ” เสียงพิธีกรตามมาด้วยเสียงโห่ร้องชอบใจของแขกในเงามืด ทำให้เสือลักษมณ์ต้องหันหน้ามามองเวทีประมูลอีกครั้งพร้อมกับหัวเราะในลำคอ
“นี่คือลูกศัตรูชาติ ที่เกิดจากพ่อที่เป็นทหารต่างชาติ แม้ร่างกายจะผ่ายผอมไม่สมชาย ดูไม่ทนมือทนเท้า แต่ลูกศัตรูคนนี้สามารถตั้งท้องได้...”
แสงไฟจับจ้องไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ภายในกรงขัง ร่างกายผ่ายผอมมอมแมมจนดูไม่ได้ แต่ทว่าใบหน้าที่งดงามกลับตราตรึงใจแขกในเงามืด เพียงเพราะอีกฝ่ายท้องได้ก็ทำให้คนสนใจ
กึก! เสือลักษมณ์กัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ สายตาคมจ้องมองไปยังร่างเล็กที่นั่งอยู่ในกรงขัง แม้จะอยู่ไกลแต่ก็มองออกได้อย่างชัดเจนว่าคนตัวเล็กนั่นกำลังร้องไห้และตัวสั่นเทาด้วยความกลัว คนที่เสือลักษมณ์หมายปอง เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่…คนที่เปรียบเสมือนเพชรเม็ดงาม
เสือลักษมณ์หันไปคุยกับลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สองมือกำหมัดแน่น “มันสวย ประมูลมันมาให้กู กูต้องได้”
“มึงไปเฝ้าพี่มึงดี ๆ ก่อนที่มันจะตายห่า” ดำกำชับ เสียงเด็ดขาด“ไปกันเถอะ ฉันร้อนใจจะตายห่าอยู่แล้ว” สะบันงาหันไปบอกสายน้ำ สีหน้าเคร่งเครียด“เออ” ดำตอบรับสั้น ๆ ก่อนที่ทุกคนจะเดินมาถึงบ้านของพ่อใหญ่ครามหรือบ้านของดำ เป็นจังหวะเดียวกันที่รถคันหรูขับเข้ามาทันทีที่เห็นพ่อใหญ่ครามลงมาจากรถ ดำก็เข้าไปถามไถ่พ่อตัวเองทันที“พ่อ เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเข้ม มองหน้าชายชราด้วยแววตาเคร่งเครียด“หลวงตาจะแก้ของให้” พ่อใหญ่ตอบเสียงหนักแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม“จ้ะ เมื่อไหร่จ๊ะ” สายน้ำถามทันที แววตาเปี่ยมความหวัง“แยกมันออกจากอีทับทิมได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น” พ่อใหญ่เอ่ยชัดถ้อย ดวงตาคมกริบ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แก้ของ แต่จะทำยังไงให้มันหลุดจากผู้หญิงแพศยาคนนั้นได้“เราต้องวางแผนจ้ะ” สายน้ำเสนอความคิด น้ำเสียงจริงจังจนทุกคนเงียบฟัง“แผนอะไร” ดำเลิกคิ้วถาม สีหน้าครุ่นคิด“เสือลักษมณ์เป็นโจร แน่นอนว่าต้องมีเพื่อน ถูกไหมจ๊ะ” สายน้ำถามด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น“อืม มึงนี่ก็ฉลาดนะเนี่ย” ดำเอ่ยชมทันที มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเล็กของเขาจะฉลาด“แหะ ๆ” คนตัวเล็กหัวเราะแก้เขิน แก้มแดงเล็กน้
บรึ๊นนนนนเสียงรถกลับมาอีกครั้งในยามเช้า สะบันงาและสายน้ำไม่รอช้ารีบตามมาทันทีที่บ้านใหญ่ โดยมีเสือดำและเสือใบ้เดินตามมา พวกเขาทุกคนยังไม่มีใครนอนหลับเลยสักคนหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน“พี่ลักษมณ์” สายน้ำรีบเรียกเสียงดัง หัวใจเต้นแรงด้วยทั้งความโล่งใจที่เสือลักษมณ์กลับมาอย่างปลอดภัยแต่ก็อดหวาดหวั่นเสียไม่ได้“อ๊ะ!” สะบันงาร้องตกใจทันทีที่เห็นคนเปิดประตูรถลงมาอีกฝั่งเป็นทับทิม ดวงตาเบิกกว้างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองนี่พี่ลักษมณ์ไปรับมันกลับมาจริง ๆ สินะ“ทับทิม” เสือลักษมณ์เอ่ยชื่อเสียงสั่น แววตาเต็มไปด้วยความหลงใหล โอบแขนเสือลักษมณ์ เชิดหน้าใส่สะบันงาพร้อมยิ้มเยาะ“ตกใจเหรอที่เห็นหน้าฉัน” เธอส่งเสียงเย้ย แววตาคมกริบฉายแววเหนือกว่า“...” สายน้ำเงียบงันไปในทันที ใจบีบรัดจนแทบขาดลมหายใจ ความรู้สึกเจ็บปวดเจ็บใจถาโถมเมื่อเห็นคนรักรักคนอื่น“หลีกหน่อยนะ พอดีฉันกับพี่ลักษมณ์ทำ อุ๊ย เดินทางกันมาเหนื่อย จะพักสักหน่อยนะ” เธอพูดพลางกระตุกยิ้ม ริมฝีปากแต่งแต้มรอยยิ้มเยาะ“คุณทำอะไรกับพี่ลักษมณ์กันแน่!” สายน้ำตะโกนถามเสียงสั่น น้ำตารื้นคลอเบ้า คนตัวเล็กรีบเดินมาขวางทันทีเพื่อไม่ให้ทับทิมและเสือลักษมณ
“พี่ลักษมณ์ตั้งสตินะจ๊ะ สายน้ำไม่ให้ไป” สายน้ำเดินตามเท่าไรก็ไม่ทันก้าวเดิน อีกฝ่ายมุ่งหน้าไปที่รถยนต์ก่อนจะเข้าไปนั่งพร้อมกับสะท้าน“อย่ามายุ่ง!” เขาตะคอกใส่คนตัวเล็ก มือสตาร์ตเหยียบคันเร่ง หมายจะพุ่งชนหากสายน้ำไม่หนี คนตัวเล็กผวา ล้มลงกับพื้น ร่างสั่นเทาไปทั้งตัวร้องไห้จนตัวโยน“พี่อย่าไปนะ!”“อย่ามายุ่งกับกู ถ้ายังไม่อยากตาย”บรึ๊นเสือลักษมณ์พูดทิ้งท้ายก่อนจะหมุนพวงมาลัยไปอีกทางและขับรถออกไปโดยไม่หันกลับมามองเสือดำ เสือใบ้ และลูกน้องคนอื่นที่ได้ยินเสียงเสือลักษมณ์โวยวายก็รีบเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง ทว่าเมื่อมาเห็นแล้วก็เห็นคนตัวเล็กกำลังนั่งร้องไห้ เห็นรถหายไปจนลับตาด้วยความเร็ว“ฮึกฮือออ” สายน้ำสะอื้นพรั่งพรู น้ำตาไหลอาบแก้ม ทั้งเสียใจและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะตาย แต่กลัวเสือลักษมณ์ที่เป็นเช่นนี้“สายน้ำมีอะไร เสียงดังอะไร” ดำถามขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความกังวล“พะพี่ลักษมณ์บอกว่าจะออกไปหาคุณทับทิมจ้ะ” เขาตอบทั้งน้ำตา เสียงขาดห้วง“นี่มันอะไรกันเนี่ย!” เสียงดังจนสะบันงาตื่นขึ้น เธอรีบเดินเข้ามาหาทั้ง ๆ ที่ใส่ชุดนอน เมื่อเห็นสายน้ำร้องไห้และรอยล้อรถเธอก็ใจ
หลายวันมานี้ เสือลักษมณ์ไม่แม้แต่จะมองหน้าสายน้ำและสะบันงา คนตัวเล็กกลับมาอยู่ที่กระท่อมด้วยความรู้สึกสับสนและเจ็บปวดที่โดนหมางเมิน อีกฝ่ายไม่แม้แต่มาตามเขาแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นสายน้ำก็ไม่หยุดทำหน้าที่เมียเขาเดินขึ้นมาบนเรือนใหญ่ ยกกับข้าวสำรับเย็นมาให้ และก็เจอเข้ากับสะบันงา เธอเดินเข้ามาทักเขา โดยที่ข้างกายมีสาวใช้คนสนิท“สายน้ำ!” เสียงเรียกของสะบันงาดังชัด ใบหน้าของเธอไม่มีรอยยิ้มหรือเค้าของความใจดีแม้แต่น้อย“ว่าไงจ๊ะคุณสะบันงา” เขาขานรับอย่างนอบน้อม แววตายังอ่อนแรง“เอาข้าวมาให้พี่ลักษมณ์เหรอ” เธอปรายตามองสำรับในมือ ถามเสียงเหนื่อยล้า“จ้ะ” เขาพยักหน้าตอบเบา ๆ พลางวางสำรับบนโต๊ะอาหาร แล้วหันหน้าไปคุยกับเธอตรง ๆ ทันทีที่สะบันงาเห็นหน้าสายน้ำเธอก็ระบายความอัดอั้นใจออกมา“เฮ้อ เอามาก็ไม่กินหรอก” เธอถอนหายใจใส่ พี่ลักษมณ์ของเธอหลายวันมานี้ไม่ออกมากินข้าวเลย ซ้ำให้คนเอาไปให้ที่ห้องก็ไม่ยอมกิน เอาแต่เก็บตัว แถมวันนี้ยังออกไปไหนไม่รู้แต่เช้า ไม่รู้ว่าจะกลับมากินไหม อาการช่างน่าเป็นห่วงนัก“...เป็นอะไรของเขากันนะ” สายน้ำพึมพำกับตัวเอง แววตาเจือความกังวล รับรู้ถึงความผิดปกติ หากเสือ
ทับทิม!” เขาตะโกนชื่อเสียงดัง หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด พยายามเรียกหาเธอแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่าเสือลักษมณ์ผลักประตูห้องน้ำเปิดออก ก้าวเดินออกมาราวคนเสียสติ ตามหาทับทิมด้วยสายตาลนลาน แต่ไม่พบใครเลยสายน้ำที่ยกสำรับกับข้าวขึ้นมายืนมองอยู่ไกลเข้ามาด้วยความตกใจ รีบเข้ามาเอ่ยถามด้วยความห่วงใย“พี่ลักษมณ์จ๊ะ!” เขาเรียกพร้อมคว้าแขนไว้“เฮือก!”เขาสะดุ้งสุดตัว หันกลับมาเห็นสายน้ำก็เต็มไปด้วยความหงุดหงิด“มึงหรอกเหรอ ทับทิมไปไหนแล้วล่ะ” แววตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย ท่าทางของเสือลักษมณ์ราวกับคนเสียสติทำเอาสายน้ำทำอะไรไม่ถูก ถึงคนรักเขาบางทีจะเอาแต่ใจยังไงก็ไม่เคยฉุนเฉียวแบบนี้“ฮะ? คุณทับทิม ถามถึงคุณทับทิมทำไมเหรอจ๊ะ” สายน้ำขมวดคิ้วงงงัน เสียงสั่นเครือ“ไปตามทับทิมมา” เขาสั่งเสียงห้วน ดวงตาแดงก่ำคล้ายคนบ้า พร่ำเพ้อหาแต่ทับทิมอยู่อย่างนั้น“คุณทับทิมไม่อยู่จ้ะ” สายน้ำตอบเบา ๆ ใจเต้นแรง รู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดความจริงออกไป“ฮะ ไปไหน” เขากัดฟันถาม น้ำเสียงดุดัน“ไม่รู้จ้ะ” เขาก้มหน้าลง สายตาเต็มไปด้วยความกลัว ไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกไปว่าเสือลักษมณ์นั่นแหละที่เป็นคนไล่เธอออกจ
“ให้สายน้ำนอนกับพี่ลักษมณ์เหรอจ๊ะ” สายน้ำตาโตเงยหน้ามองตาแป๋ว ความเขินอายทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก เขายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ในห้องนอนกว้างที่มีเพียงเขากับเสือลักษมณ์“อืม ไม่อยากนอนกับกูเหรอ” เสือลักษมณ์ยื่นแขนโอบกอดร่างเล็กจากด้านหลัง คางหนาวางแนบไหล่มน น้ำเสียงทุ้มทอดออดอ้อนจนสายน้ำหน้าแดงซ่านตึก ตึก ตึกเสียงหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุ แม้จะเป็นผัวเมียกันแล้ว แต่สายน้ำก็ยังคงไม่ชินเสือลักษมณ์โหมดอ้อน อีกฝ่ายอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ จนสายน้ำทำอะไรไม่ถูก“นอนด้วยกันนะ” คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่น ราวกับเป็นคำสั่งที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน สายน้ำได้แต่พยักหน้ารับ ใครจะปฏิเสธได้กันพ่อคุณ ประเดี๋ยวก็งอนอีก จนตอนนี้สายน้ำไม่รู้เลยว่าใครกันแน่ที่เป็นผัว ใครเป็นเมีย ดูท่าแล้วเขานี่แหละจะเป็นผัว“จ้ะ”“อ๊ะ! พี่ลักษมณ์” สายน้ำสะดุ้งเมื่อถูกอีกฝ่ายกดปลายจมูกลงบนซอกคอ จนทั้งร้อนและจั๊กจี้ไปพร้อมกัน“จะทำอะไรจ๊ะ” เขาถามเสียงสั่น มือกำชายเสื้อแน่น กระเป๋าใส่เสื้อผ้ายังวางบนพื้น ไม่ทันจะได้จัดของก็โดนจู่โจมเสียแล้วเสือลักษมณ์เปลี่ยนจากกอดเอวมาโอบไล่ พาเมียรักไปนั่งบนเตียง สายน้ำได้แต่เออออตาม“ไม่ได้ทำอ







