Share

- 13 - อควาเรียม

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-28 12:37:14

 

 

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักศึกษาหน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ที่เพิ่งเลิกคลาสเริ่มซาลงหลังผ่านเวลาเลิกเรียนไปสักพัก เหลือเพียงกลุ่มเพื่อนสนิทสี่สาวที่ยังคงยืนรำลึกความหลังและวางแผนมื้อเย็นกันอยู่ที่หน้าลานเกียร์

ปลายฟ้ายืนยันกับเพื่อนๆ ด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานว่าเธอจะกลับหอพักไปปั่นรายงานที่ค้างไว้ แม้ข้าวหอมจะพยายามชวนไปหาอะไรกินที่ตลาดหลังมอ หรือนิรินที่คะยั้นคะยอจะเลี้ยงบุฟเฟต์หรู แต่สาวน้อยร่างบางก็ยังคงปฏิเสธอย่างเกรงใจ จนกระทั่ ยี่หวาต้องเป็นคนสรุปจบให้ทุกคนแยกย้ายกันไปตามทางของตน

"บ๊ายบายนะทุกคน เจอกันพรุ่งนี้" ปลายฟ้าโบกมือลาเพื่อนรักทั้งสามคนจนแผ่นหลังของพวกเธอหายลับไปกับฝูงชน

เมื่อความเงียบเริ่มปกคลุม ปลายฟ้าถอนหายใจเบาๆ พลางกระชับสายกระเป๋าเป้ เตรียมจะก้าวเท้าเดินไปยังป้ายรถเมล์ ทว่าจังหวะที่เธอกำลังจะหันตัวกลับ แรงดึงจากมุมตึกก็ทำให้เธออุทานออกมาด้วยความตกใจ

"อุ๊ย!"

ร่างบางเซปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่คุ้นเคย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ฃที่ผสมกับกลิ่นสะอาดทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาขวางใส่คนที่แอบมาดักรอ

"พี่ทิวเขา! เล่นอะไรเนี่ย ฟ้าตกใจหมดเลย"

ทิวเขาในชุดช็อปสีแดงท่าที่ดูเท่จนเกือบทำเอาสาวๆ แถวนั้นเดินชนเสา ยืนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่นที่มุมปาก เขาไม่ได้เอ่ยขอโทษสักคำ แต่กลับคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น

"ไปกับพี่"

"ไปไหนคะ? ฟ้าบอกเพื่อนไปแล้วว่าจะกลับหอไปทำรายงาน พี่ทิวเขาปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" ปลายฟ้าพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงของเขากลับมีมากกว่าหลายเท่า

"รายงานค่อยทำ คืนนี้พี่รับผิดชอบเอง" เขาพูดสั้นๆ ตามสไตล์คนพูดน้อยแต่ได้ใจความ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งลากเธอไปยังรถสีดำคันหรูที่จอดแอบอยู่ในที่ลับตาคน

"พี่ทิวเขา! ไม่เอาค่ะ ฟ้าไม่ไป..."

คำประท้วงของเธอถูกกลืนหายไปเมื่อเขาเปิดประตูรถแล้วดันร่างเล็กเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะอ้อมมาประจำที่นั่งคนขับ ล็อกประตูเสร็จสรรพจนปลายฟ้าทำได้เพียงนั่งหน้ามุ่ย กอดอกมองค้อนเขาตาไม่กะพริบ

"จะพาฟ้าไปไหนคะ ถ้าไม่ไปส่งที่หอฟ้าจะโกรธจริงๆ ด้วย"

"ไปที่ที่... ตัวเล็กเคยอยากไปมาตลอดไง" ทิวเขาเปรยออกมาเบาๆ ขณะหักพวงมาลัยออกสู่ถนนใหญ่ คำว่า 'ตัวเล็ก' ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ ความเคืองขุ่นเมื่อครู่มลายหายไปเกินครึ่ง เหลือเพียงความตื่นเต้นที่เริ่มก่อตัวขึ้นแทน

 

รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของอควาเรียมชื่อดังใจกลางเมือง ปลายฟ้ามองป้ายด้านหน้าด้วยดวงตาเป็นประกาย เธอจำได้ว่าตอนเด็กๆ ที่มูลนิธิ เธอเคยฝันอยากมาเห็นปลาตัวใหญ่ๆ ในตู้กระจกสักครั้ง แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด ฝันนั้นจึงถูกเก็บพับไว้ในส่วนลึกเสมอมา พอได้มาเรียนในเมืองเงินส่วนใหญ่ก็เก็บไว้ใช้ในชีวิตประจำวนมากกว่าจะเอามาหาความสุขใส่ตัว

"พี่จำได้... ว่าฟ้าเคยอยากมา" ทิวเขาเอ่ยขึ้นขณะเดินเคียงข้างเธอเข้าไปข้างใน

"จำได้ด้วยเหรอคะ? มันตั้งนานมาแล้วนะ"

"เรื่องของตัวเล็ก... พี่ไม่เคยลืม" เขากล่าวสั้นๆ แต่ทำเอาคนข้างๆ หน้าร้อนผ่าว

บรรยากาศภายในอควาเรียมถูกตกแต่งด้วยแสงไฟสีน้ำเงินนวลตา ราวกับว่าพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่โลกอีกใบที่ตัดขาดจากความวุ่นวายภายนอก ปลายฟ้าตื่นตาตื่นใจกับฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ว่ายเวียนอยู่ในตู้กระจกใส เธอวิ่งจากตู้หนึ่งไปสู่อีกตู้หนึ่งเหมือนเด็กๆ จนทิวเขาต้องลอบยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

"พี่ทิวเขาดูนั่นสิคะ! ปลาปักเป้าตัวนั้นหน้าตาตลกจัง" ปลายฟ้าชี้ชวนพลางหันมาลากแขนเสื้อช็อปของเขาให้ขยับเข้าไปใกล้

ทิวเขาปล่อยให้เธอจูงไปตามใจชอบ เขาไม่ได้สนใจปลาพวกนั้นเท่ากับแสงสีน้ำเงินที่ตกกระทบลงบนใบหน้าหวานใส ความนวลเนียนของผิวหน้าและแววตาร่าเริงของปลายฟ้าทำให้เขารู้สึกว่า... การขัดคำสั่งพ่อที่ให้ไปกินข้าวที่บ้านนิรินวันนี้ดูคุ้มค่าไปเลย โชคดีที่อควาเรียมทำให้ปลายฟ้าลืมที่จะผลักไสเขาออกไปชั่วขณะ

"ฟ้าชอบไหม?" เขาถามขณะที่ทั้งคู่หยุดยืนอยู่ที่หน้าอุโมงค์แก้วขนาดใหญ่ที่มีฉลามและกระเบนตัวยักษ์ว่ายผ่านไปมา

"ชอบที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณนะคะพี่ทิวเขา... ที่ไม่ลืมสัญญา" ปลายฟ้าพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองฝูงปลาที่แหวกว่ายอยู่เหนือหัว

"ตอนที่พี่หายไป ฟ้าคิดว่าพี่คงลืมทุกอย่างไปหมดแล้วจริงๆ"

"พี่มีเหตุผล... ที่ต้องทำให้ตัวเองดูเข้มแข็งและร่ำรวย เพื่อวันหนึ่งพี่จะได้กลับมาโอบอุ้มมูลนิธิและดูแลฟ้าได้จริงๆ" ทิวเขาขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ชนกัน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่วางอยู่บนขอบราวเหล็ก

"ที่ผ่านมาพี่อาจจะไม่ได้อยู่ข้างๆ แต่ทุกความสำเร็จของพี่... พี่ทำเพื่อรอวันนี้

พวกเขาสองคนเดินมาถึงโซนจัดแสดงแมงกะพรุนที่เรืองแสงหลากสีอยู่ในตู้ทรงกลม ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงนีออนสะท้อนออกมา บรรยากาศเริ่มเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

"ว้าว... เหมือนอยู่ในอวกาศเลยค่ะ"

ปลายฟ้าพึมพำพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกเพื่อดูแมงกะพรุนตัวใสที่ขยับเขยื้อนอย่างอ้อยอิ่ง ทิวเขามองจังหวะที่เธอกำลังเพลิดเพลิน เขาจึงแกล้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

"ฟ้า... หันมาทางนี้หน่อย"

คนถูกเรียกหันมาตามเสียงเรียก ทันทีที่ใบหน้าหวานสบเข้ากับเลนส์กล้อง แสงแฟลชก็ทำงานพร้อมกับเสียงชัตเตอร์ ปลายฟ้าที่ยังไม่ทันตั้งตัวทำหน้าเหวอใส่กล้องไปเต็มๆ

"พี่ทิวเขา! ลบเลยนะคะ หน้าฟ้าต้องตลกมากแน่ๆ" เธอพยายามจะแย่งโทรศัพท์ในมือเขา

"ไม่ลบ น่ารักดีออก หน้าเหมือนปลาปักเป้าตัวเมื่อกี้เลย" เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงที่ปลายฟ้าไม่ค่อยได้ยินนัก เธอแกล้งทำเป็นงอน สะบัดหน้าหนีแล้วกอดอกเดินนำไปอีกทาง

"โอเคๆ ไม่ล้อแล้วครับ... ตัวเล็ก อย่าเดินเร็วสิ เดี๋ยวก็หลงหรอก" ทิวเขารีบก้าวตามไปคว้าไหล่บางไว้ ก่อนจะพลิกตัวเธอให้หันกลับมาหา ในระยะที่ใกล้ชิดกันจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้า ปลายฟ้าเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอพยายามมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบคู่นั้น

"พี่ทิวเขารู้ไหมคะ... ตอนนี้พี่เปลี่ยนไปเยอะมาก" เธอพูดเสียงเบา

"พี่ดูสุขุม ดูน่าเกรงขาม จนบางทีฟ้าก็แอบกลัว"

"กลัวอะไร?"

"กลัวว่าพี่จะไม่ใช่พี่ทิมคนเดิมที่เคยทำแผลให้ฟ้าตอนหกล้ม กลัวว่ารุ่นพี่ทิวเขาคนนี้จะเข้าถึงยากเกินไปสำหรับเด็กทุนอย่างฟ้า ยิ่งตอนนี้ที่พี่เป็นคู่หมั้นกับนิริน….”

ทิวเขาถอนหายใจยาว เขาเชยคางมนขึ้นเพื่อให้เธอสบตาเขาตรงๆ

"ฟังนะฟ้า... ไม่ว่าพี่จะอยู่ในชุดนักศึกษา หรือชุดสูทราคาแพง ไม่ว่าใครจะเรียกว่าทิวเขาหรือทิม แต่สำหรับฟ้า พี่คือ 'พี่' คนเดิมเสมอ พี่อาจจะพูดไม่เก่ง แต่อยากให้ฟ้าดูที่การกระทำ... พี่มารอฟ้าที่คณะ พี่พาฟ้ามาที่นี่ พี่ขัดคำสั่งพ่อ ทั้งหมดนี้มันชัดเจนพอหรือยัง?"

ปลายฟ้านิ่งงัน หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้เธอไปไม่เป็น

"แล้ว... แล้วถ้าคนอื่นเห็นล่ะคะ?”

"ไม่ต้องสนคนอื่น สนแค่พี่ก็พอ" เขาตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะลดมือลงมาบีบจมูกเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู

"เลิกคิดมากได้แล้ว ไปดูโชว์นางเงือกกันเถอะ เดี๋ยวจะจบซะก่อน"

 

หลังจากเดินชมจนทั่ว ทิวเขาก็พาปลายฟ้ามานั่งที่ร้านอาหารบรรยากาศดีที่มองเห็นตู้ปลาขนาดยักษ์เป็นฉากหลัง เขาเลือกโต๊ะที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวที่สุด

"สั่งสิ อยากกินอะไรสั่งเลย พี่เลี้ยงเอง" เขาเลื่อนเมนูไปให้

ระหว่างมื้ออาหาร ทั้งคู่พูดคุยกันถึงเรื่องราวในอดีตที่มูลนิธิ ทิวเขาเล่าเรื่องความกดดันในการต้องปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ และการต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้พ่อบุญธรรมยอมรับ ขณะที่ปลายฟ้าก็เล่าเรื่องความยากลำบากในการสอบชิงทุน และความแสบของกลุ่มเพื่อน แต่ทันทีที่ได้ยินชื่อนิรินบรรยากาศก็พาลพาอึดอัดไปหมด

"อิ่มหรือยัง?" เขาถามเมื่อเห็นเธอวางช้อน

"อิ่มมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ"

"คราวหน้าก็ห้ามปฏิเสธเวลาพี่ชวนไปไหนอีก เข้าใจไหม?"

 

รถคันเดิมกลับมาจอดที่หน้าหอพักในช่วงดึก บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ ปลายฟ้าปลดเข็มขัดนิรภัยและหันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง

"ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่ทิวเขา ขอบคุณสำหรับอควาเรียมด้วยค่ะ"

"เดี๋ยว..." ทิวเขาคว้าต้นแขนเธอไว้ก่อนที่เธอจะเปิดประตู

"พรุ่งนี้มีเรียนกี่โมง?"

"แปดโมงครึ่งค่ะ มีวิชาแคลคูลัส"

"งั้นแปดโมงเช้า พี่จะมารอรับที่ใต้หอ ห้ามสายนะ"

"พี่ทิวเขา! ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ เดี๋ยวเพื่อนฟ้าสงสัย"

"พี่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องสนคนอื่น... พี่จะมารับ" เขาพูดย้ำด้วยน้ำเสียงที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ

"ฝันดีนะ... ตัวเล็ก"

ปลายฟ้าหน้าร้อนวูบรีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าหอไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิวเขามองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนกระทั่งเธอก้าวหายเข้าไปในตึก รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าคมสัน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่แอบถ่ายเธอไว้ในอควาเรียม... รูปที่เธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุขที่สุด

แต่ความสุขนั้นกลับถูกรบกวนด้วยสายตาที่เย็นเยียบจากโทรศัพท์ที่สั่นแจ้งเตือนขึ้นมา เป็นข้อความจากพ่อของเขา...

‘พรุ่งนี้เย็น แกต้องไปกินข้าวบ้านหนูนิรินอีกรอบ ห้ามเบี้ยวนัดอีก’

ทิวเขากำโทรศัพท์แน่น แววตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและกดดัน เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะขับรถออกไปสู่ความมืดทิ้งความหวานหอมในค่ำคืนนี้ไว้เบื้องหลัง เพื่อกลับไปเผชิญกับความจริง

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 41 - จบบริบูรณ์

    แสงแดดอ่อนๆ ในยามบ่ายทอแสงผ่านต้นไม้เขียวขจีภายในสวนหย่อมของมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านรักละมุน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความสดใสและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทางมูลนิธิจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุน และแขกคนสำคัญที่เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าก็คือทิวเขาและปลายฟ้ารถกระบะคันใหญ่สองคันบรรทุกของเล่น อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นมาเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นความตั้งใจของคุณเกริกพลพ่อของทิวเขา ที่ฝากฝังให้ลูกชายและว่าที่สะใภ้เป็นตัวแทนนำมาบริจาค เพื่อเป็นการตอบแทนความดีงามที่ปลายฟ้ามอบให้กับครอบครัวของเขา"พี่ทิวเขาคะ ระวังนะ กล่องนั้นมันหนัก" ปลายฟ้าเอ่ยเตือนพลางรีบเข้าไปช่วยพยุงกล่องหนังสือที่ทิวเขากำลังยกขึ้นจากท้ายรถ"สบายมากครับฟ้า แค่นี้พี่ไหว" ทิวเขาหันมายิ้มกว้าง แผ่นหลังที่เคยดูเคร่งเครียดแบกรับภาระของตระกูล บัดนี้ดูผ่อนคลายและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด"ดูสิ เด็กๆ วิ่งมารอรับของกันใหญ่แล้ว"หลังจากจัดการมอบของและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ เสร็จเรียบร้อย ทิวเขาจึงชวนปลายฟ้ามาเดินเล่นพักผ่อนในสวนด้านหลังมูลนิธิ ซึ่งเป็นมุมสงบที่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   -40- ใครใช้ให้เวลาครางน่ารัก NC

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรที่ถูกโปรยไว้บนกำมะหยี่สีดำ ผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงสะบัดไหวเพียงแผ่วเบาตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องที่เคยดูอ้างว้างและเย็นชาของ ทิวเขาบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่ปลายฟ้ามักจะใช้เป็นเครื่องหอมติดตัวหลังจากผ่านมรสุมชีวิตที่เกือบจะพรากเขาและเธอออกจากกันชั่วนิรันดร์ ทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกันจึงกลายเป็นสิ่งล้ำค่า ทิวเขายืนพิงกรอบประตูระเบียง มองดูหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนจัดแจกันดอกไม้อยู่ที่โต๊ะกลางห้อง เธอสวมเพียงเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากทุกครั้งที่มอง"ฟ้าครับ... ดึกแล้วนะ ยังไม่พักผ่อนอีกเหรอ?" ทิวเขาเดินเข้าไปหาจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้หลวมๆ พลางเกยคางลงบนไหล่เนียน ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน เธอเอนหลังพิงอกอุ่นของเขาอย่างวางใจ"ฟ้าแค่อยากจัดห้องให้เรียบร้อยค่ะ พี่ทิวเขาเรียนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำก่อนไหมคะ?""พี่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 39 - คลี่คลาย

    สายลมเอื่อยๆ ของต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกิจกรรมคณะ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความขัดแย้งและหยาดน้ำตา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขที่หวนคืนมาอีกครั้ง หลังจากพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป ท้องฟ้าหลังฝนดูจะสดใสกว่าที่เคยเป็นมา คุณเกริกพลเริ่มเปิดใจและยอมรับในตัวของปลายฟ้ามากขึ้น แม้จะยังไม่สนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่เขายอมให้ทิวเขาพาเธอคนนี้เข้าบ้านไปทานข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่งดงามที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ทิวเขากำลังสวมบทบาทเป็นติวเตอร์จำเป็นให้กับสามสาว ปลายฟ้า ข้าวหอม และยี่หวา อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมตัวสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง"ข้อนี้ต้องใช้สูตรนี้สิฟ้า... ดูนะ พี่จะทำให้ดูช้าๆ" ทิวเขากระซิบพลางกุมมือเล็กให้เขียนตามอย่างอ่อนโยน"พี่ทิวเขาคะ... ฟ้าว่าฟ้าเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ" ปลายฟ้ายิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาทิวเขาแทบไม่มีสมาธิจะติวต่อ"แหม... ติวกันหรือมาจีบกันเนี่ย มดเดินเต็มโต๊ะหมดแล้ว" ยี่หวาแสร้งแซวพลางทำหน้ามุ่ยใส่ในขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงก็ดังใกล้เข้ามา ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ตัดเย็

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 38 - นิเข้าใจแล้ว

    ภายในคอนโดมิเนียมหรูของรามิลเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ข้าวหอมนั่งกุมมือยี่หวาไว้แน่นบนโซฟาตัวยาว ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท โดยมีคิมหันต์ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น"เราสองคนรออยู่ที่นี่นะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ไอ้คิมมึงอยู่กับน้องนะ" รามิลเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"พี่รามิล... ระวังตัวด้วยนะ" ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่น"ถ้าฟ้าเป็นอะไรไป ข้าวคงไม่ให้อภัยตัวเองเลย""เชื่อใจพวกพี่นะข้าว พวกพี่จ่วยเพื่อนข้าวกลับมา" รามิลตบบ่าแฟนสาวเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้คิมหันต์"ฝากดูแลสาวๆ ด้วยนะมึง มีอะไรโทรหากูทันที" คิมหันต์พยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่เสียงรถพุ่งทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่มุ่งสู่ชายขอบกรุงเทพ ทิวเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมประหนึ่งรูปปั้นหิน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นปนความหวาดกลัว... กลัวว่าผู้เป็นพ่อจะทำอะไรที่ร้ายแรงไปกว่าการกักขัง ส่วนริวที่นั่งเบาะหลังกำลังเช็กอุปกรณ์สื่อสารและแผนที่ผังโกดังอย่างละเอียด"ไ

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 37 - ปลายฟ้าถูกจับไป

    ภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอ ทิวเขานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยไร้ที่ติบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเขียวช้ำและพลาสเตอร์ปิดแผลหลายจุด ดวงตาคมหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดขณะทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายแกรก... เสียงประตูเปิดออกเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของรามิลที่เดินจูงมือข้าวหอมเข้ามาในห้อง ข้าวหอมมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินตามแรงจูงของแฟนหนุ่มเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง"เป็นไงบ้างคะพี่ทิวเขา... หนักเอาการเลยนะนั่น" ข้าวหอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ทิวเขาแค่นยิ้มฝืนๆ"แค่นี้ยังน้อยไปมั้งเทียบกับสิ่งที่พี่ทำไว้... ขอบใจนะที่มาเยี่ยม""พี่ทิมคะ... ฟ้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ" ข้าวหอมเอ่ยขึ้นพลางมองรอยช้ำบนตัวทิวเขาด้วยความสงสาร"แต่พวกเรายังไม่กล้าให้ฟ้ามาตอนนี้ กลัวจะสวนกับ..."ยังไม่ทันที่ข้าวหอมจะพูดจบ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น คุณเกริกพลเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่ทรงอำนาจและใบหน้าที่ถมึงทึง สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดกึกอยู่ที่ร่างของข้าวห

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 36 - ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนิริน

    แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้าที่ชายหาดหัวหิน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงดูสวยงามทว่ากลับให้ความรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนจะพยายามชะล้างความตึงเครียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้จางหายไป แต่มันกลับไม่ระคายผิวความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจของคนกลุ่มหนึ่งได้เลยปลายฟ้านั่งกอดเข่าอยู่บนผืนทรายขาวละเอียดที่เริ่มเย็นชื้นตามอุณหภูมิที่ลดลง ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เลือนลาง น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งไปทิ้งรอยจางๆ ไว้บนแก้มใส ความคำรามในใจของเธอดังกว่าเสียงคลื่นเสียอีก ทุกถ้อยคำที่นิรินสาดใส่เมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับประกาศนียบัตรแห่งความล้มเหลวในฐานะเพื่อน"ฟ้า..." เสียงเรียกเบาๆ พร้อมสัมผัสอุ่นที่หัวไหล่ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยข้าวหอมกับยี่หวาทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก ทั้งคู่ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือรำคาญใจที่ทริปพักผ่อนครั้งนี้พังทลายลง ในทางกลับกัน แววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเป็นห่วง"แกโอเคไหมฟ้า...?" ยี่หวาถามพลางลูบหลังเพื่อนเบาๆ"ฟ้า... ฟ้าขอโทษนะทุกคน เพราะฟ้าแท้ๆ เลย เรื่องราวมันถึงได้บานปลายขนาดน

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 29/1 - สัญชาตญาณ

    เช้าวันอาทิตย์ที่อากาศสดใสชวนให้หัวใจเบิกบาน แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวละมุนเข้ามาทักทายสองร่างที่ยังคงกกกอดกันอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา ทิวเขาลืมตาขึ้นมาพบกับใบหน้าหวานของปลายฟ้าที่ซบอยู่กับอกแกร่งของเขา แพขนตายาวงอนหลับสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเธอคือท่วงทำนองที่เพราะที่สุดที่เขาเคยได้ย

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 25 - ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ยอม

    ความวุ่นวายในงานเลี้ยงจบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัด ทิวเขาขับรถออกจากโรงแรมหรูด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงอารมณ์เบื้องลึก เขาปลดเนกไทที่รัดรึงลำคอออกอย่างบ้าคลั่ง ประหนึ่งพยายามกระชากพันธะสัญญาที่พ่อบุญธรรมเพิ่งประกาศกลางงานทิ้งไป แสงไฟจากเสากิ่งข้างทางสาดส่องเข้ามาในรถเป็นระยะ สลับกับความมื

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 19 - ก็แค่เด็กที่เขาเคยรู้จัก

    แสงเทียนเริ่มมอดดับลงภายในแต่ยังคงทิ้งกลิ่นอายอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งความรักที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ แสงแดดรำไรคืบคลานเข้ามาพาดผ่านร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่เสิ่นลู่ถิงค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความอบอุ่นจากอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นแต่ก

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 18 - ทำตามหน้าที่

    เช้าวันใหม่บนดอยสูงมาพร้อมกับอากาศที่หนาวเหน็บกว่าทุกวัน ไอหมอกหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณจนมองแทบไม่เห็นทางเดินระหว่างเรือนพัก เสียงไก่ป่าขันระงมรับรุ่งอรุณสลับกับเสียงฝีเท้าของเหล่านักศึกษาอาสาที่เริ่มตื่นมาทำภารกิจส่วนตัวแต่ที่หน้าเรือนพักหญิง กลับมีบรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อย เมื่อข้าวหอมที่ได้รับบ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status