Share

- 8 - หึงพี่หรอ

last update Tanggal publikasi: 2026-03-19 22:36:03

หลังจากเหตุการณ์หน้าตึกเรียนในเช้าวันนั้น บรรยากาศทุกอย่างดูปกติดี ไม่มีใครพูดถึงเรื่องรถเสียอีก แต่สำหรับปลายฟ้าบางอย่างในใจกลับไม่เหมือนเดิม ทั้งวันนั้นเธอเผลอคิดถึงบทสนทนาสั้นๆ นั้นซ้ำไปซ้ำมา มันไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรลึกซึ้ง เป็นแค่การช่วยเหลือตามน้ำใจของเขา แต่ในใจเธอกลับรู้สึกหน่วงอย่างอธิบายไม่ถูก

ตอนพักเที่ยงโทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นเบา ๆ ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้หัวใจเธอกระตุก “ทิวเขา” เธอจ้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคว่ำหน้าจอลงโดยไม่ได้เปิดอ่าน ข้าวหอมที่นั่งฝั่งตรงข้ามเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ใครอ่ะ? ทำไมไม่อ่านละ?”

“ไม่มีอะไร?” ปลายฟ้าตอบเสียงเรียบ

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมทำหน้าเหมือนโดนหวยกิน”

“เปล่านี่”

“ฟ้า แกไม่ใช่คนโกหกเก่งนะ รู้ใช่ไหม?” ข้าวหอมถอนหายใจ ปลายฟ้ายิ้มจางๆ ส่งไปให้เพื่อนแต่ไม่ได้ตอบสิ่งที่ข้าวหอมสงสัย จนกระทั่งใกล้เวลาพักเที่ยงเขาก็ส่งข้อความมาอีก

ทิวเขา : กินข้าวหรือยัง?

เธอเห็นตัวหนังสือแจ้งเตือนบนหน้าจอ แต่ไม่เปิดอ่าน ข้อความที่สองตามมาไม่นาน

ทิวเขา : ทำไมไม่ตอบ?

ปลายฟ้ากดปิดหน้าจอทันที หัวใจเต้นเร็วอย่างคนทำผิด ทั้งที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผิดอะไร เธอเพียงแค่…ไม่อยากคุย ไม่อยากให้เขาเห็นความสั่นไหวของตัวเอง ไม่อยากให้เสียงในใจดังเกินไปกว่านี้ เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน ข้าวหอมเดินออกมาพร้อมเธอที่หน้าตึก

“กลับพร้อมกันไหม?” ข้าวหอมถามอย่างทุกวัน

“อื้ม ไปสิ” ทั้งสองเดินผ่านลานหน้าคณะ แสงแดดยามเย็นอ่อนลงแล้ว ลมพัดเบาๆ พอให้ความร้อนจางลง โทรศัพท์ปลายฟ้าสั่นเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ เธอไม่ต้องดูก็รู้ว่าใคร ข้าวหอมเหลือบมองแล้วถอนหายใจ

“ยังไม่ตอบอีกเหรอ?”

“ฟ้าไม่รู้จะตอบอะไรอ่ะ” ข้าวหอมมองเธอเงียบๆ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงรถจอดแทรกเข้ามา รถคันคุ้นตาจอดอยู่ข้างทางไม่ไกลนัก ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตขาวพร้อมเสื้อช้อปใส่คลุมด้านนอกก้าวลงจากรถอย่างมั่นคง ปลายฟ้าชะงักทันทีเมื่อเห็นเขา

“ฟ้า” ทิวเขาเดินตรงเข้ามา สายตาคมจับจ้องเพียงคนเดียว เสียงเรียกนั้นทำให้หัวใจเธอเต้นแรงกว่าเดิม

“งั้น….ฉันแยกไปก่อนนะ เผื่อมีเรื่องต้องคุยกัน” ข้าวหอมกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหู แล้วก็รีบเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างรู้หน้าที่ ปลายฟ้ายืนนิ่งมือกำสายกระเป๋าแน่น ทิวเขาหยุดตรงหน้าเธอในระยะห่างไม่มากนัก

“ทำไมไม่ตอบข้อความพี่?”

“ฟ้า…ยุ่งค่ะ” ปลายฟ้าเอกที่จะตอบอย่างบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมมองสบตากับเขา

“ยุ่งทั้งวัน?” น้ำเสียงเขาไม่ได้ดุ แต่มีความสงสัยชัดเจน

“ค่ะ” เขาจ้องหน้าเธออยู่นาน ราวกับพยายามอ่านบางอย่างจากแววตาที่พยายามหลบหนี

“ฟ้า มองหน้าพี่”

“ไม่ค่ะ” เธอปฏิเสธในทันทีและไม่ยอมเงยหน้ามามองเขาตามที่เขาบอก ทิวเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้ามาอีกนิดจนเธอถอยหลังอัตโนมัติ

“หนีอะไรอยู่? โกรธอะไรพี่?”

“ฟ้าไม่ได้หนีค่ะ”

“งั้นทำไมไม่คุยกับพี่ละครับ?” ปลายฟ้าเงียบและเม้มปากแน่น ความเงียบที่หนักอึ้งจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจน ทิวเขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากเขาจะยกขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก

“หรือว่า…”

“อะไรคะ?” เธอเงยหน้าขึ้นอย่างเผลอตัว แววตาเขาฉายประกายบางอย่าง คล้ายความเจ้าเล่ห์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

“หึงพี่เหรอ?” คำถามที่เขาถามออกมาตรงๆ ทำให้เธอเบิกตากว้างและทำหน้าเลิ่กลั่ก

“ไม่ใช่นะคะ!”

“รีบปฏิเสธเลยนะ”

“ก็…มันไม่ใช่ไงคะ” ทิวเขาแค่นหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาใกล้อีกจนเธอแทบชนอกเขา

“ไม่ใช่จริงๆ หรอ?” ปลายฟ้าถอยอีกก้าว เขาเอื้อมมือไปแตะกำแพงด้านหลังเธอเบาๆ เพื่อกั้นทางไว้โดยไม่ได้แตะตัว แต่แค่ทำให้เธอไม่สามารถหนีเขาไปทางไหนได้ก็เท่านั้น

“พี่ไปกินข้าวกับนิริน แล้วฟ้าเงียบใส่พี่ทั้งวัน” แม้น้ำเสียงของเขายังเรียบนิ่ง แต่มีรอยยิ้มเจืออยู่

“ฟ้าไม่ได้เงียบเพราะเรื่องนั้น”

“แล้วเพราะอะไรครับ?”

“ก็…ไม่มีอะไร” เขาหัวเราะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำฟังแล้วอบอุ่นอย่างประหลาด

“ตัวเล็ก เคยโกหกไม่เก่งยังไง ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ” ดวงตากลมเงยมามองสบกับเขาด้วยใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับถูกจับได้

“ฟ้าไม่ได้โกหก”

“งั้นบอกพี่หน่อย ว่าทำไมถึงไม่ตอบ”

“ก็…แค่ไม่รู้จะตอบอะไร” ปลายฟ้าก้มหน้า เสียงของเธอเบาลงกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่าคำตอบที่ใช้ตอบเขาไปมันไม่ได้สมเหตุสมผลเลยสักนิดเดียว

“พี่ถามว่ากินข้าวหรือยัง มันยากตรงไหน?”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องกินข้าว” คำพูดหลุดของเธอออกมาโดยไม่ทันคิด เขาเงียบไปทันที สายตาคมอ่อนลงเล็กน้อย

“งั้นมันเรื่องอะไรละ?” ปลายฟ้ากัดริมฝีปากแน่น เธอไม่เคยพูดเรื่องความรู้สึกตรงๆ กับใครโดยเฉพาะกับเขา ทิวเขายืนรอ ไม่เร่ง ไม่กดดัน เพียงแต่ยังไม่ถอยไปไหน

“ฟ้าไม่ชอบที่พี่ไปกินข้าวกับนิรินเหรอ?” คำถามนั้นตรงเกินไป เธอส่ายหน้าแรงๆ เพื่อตอบกลับแล้วยกมือส่ายไปมาปฏิเสธเป็นพัลวันแม้จะรู้ว่าตอนนี้กำลังปกปิดความรู้สึกเอาไว้ไม่มิด

“ไม่ใช่ค่ะ พี่จะไปกับใครก็ได้ ฟะ….ฟ้าจะไปโกรธพี่ทำไมคะ”

“จริงอ่ะ?”

“ค่ะ” เขามองเธอนิ่งๆ ก่อนจะเอียงศีรษะเล็กน้อยอย่างคนครุ่นคิด

“ถ้าอย่างนั้นพี่ไปกับคนอื่นอีก ฟ้าก็จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” หัวใจของเธอกระตุกอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเขาพูดประโยคนั้นออกมา แค่เงียบไปครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิดแต่ก็ตอบเขาด้วยท่าทีว่าไม่เป็นอะไรเหมือนอย่างเคย

“มันก็เรื่องของพี่นี่คะ”

“ตอบแบบนี้ แปลว่าเป็นสินะ”

“ไม่ได้เป็น!” เธอเงยหน้าขึ้นเถียง ดวงตาใสวาววับด้วยความเขินและความโกรธปนกัน ทิวเขามองภาพนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง

“พี่แค่แซวเอง ทำเป็นดุไปได้”

“พี่…”

“แต่ถ้าฟ้าหึงจริงๆ พี่ก็ดีใจนะ” ประโยคหลังเขาพูดช้าลง น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนเธอชะงัก

“ดีใจทำไมคะ?”

“เพราะอย่างน้อยมันแปลว่าฟ้าสนใจพี่ไง” ความตรงไปตรงมาของเขาทำให้เธอพูดไม่ออก ลมเย็นพัดผ่าน เงาของทั้งสองทอดยาวบนพื้นซีเมนต์ ทิวเขาถอนมือออกจากกำแพง แล้วกลับมายืนตรงตามเดิม แต่สายตายังไม่ละไปไหน

“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับนิริน พี่ช่วยเพราะรถเสีย แค่นั้นเอง” น้ำเสียงเขาเรียบ ไม่พยายามอธิบายเกินจำเป็นและแฝงไปด้วยความจริงใจอย่างที่เขาชอบทำ

“พี่ดูแลเขาเหมือนที่ดูแลทุกคนที่พี่เห็นว่าเดือดร้อนนั่นแหละ” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

“แต่กับฟ้า มันไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนยังไงคะ?” เขาเงียบไปชั่วครู่ คล้ายกำลังเลือกคำจะสื่อสารให้เธอได้เข้าใจความรู้สึกของเขามากที่สุด

“พี่เป็นห่วงฟ้ามากกว่าคนอื่น” ประโยคแสนธรรมดานั้นกลับทำให้ความหนักอึ้งในใจเธอค่อยๆ คลายลง ปลายฟ้าเม้มปากเบาๆ

“พี่ก็พูดแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่า”

“พี่เคยเรียกใครว่าตัวเล็กไหม” เธอส่ายหน้าทันทีเมื่อเขาถาม มันเป็นสรรพนามที่ตอนเด็กเขาเคยสัญญาว่าเขาจะใช้มันเพื่อเรียกเธอเพียงคนเดียว และตั้งแต่กลับมาเจอเขาอีกครั้ง เธอยังไม่เคยได้ยินเขาเรียกใครด้วยสรรพนามสนิทสนมนี้เลย

“งั้นก็พอรู้แล้วใช่ไหมว่าต่างกันยังไง?” บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างอ่อนโยน ทิวเขาเอื้อมมือมาดึงสายกระเป๋าที่เธอกำแน่นอยู่ให้คลายลงเบา ๆ

“คราวหน้าถ้าไม่พอใจอะไร บอกพี่ตรงๆ ก็ได้”

“ฟ้าไม่ได้ไม่พอใจ”

“งั้นที่หนีหน้า ไม่คอบข้อความ มันเรียกว่าอะไร?” เธอเงียบไปอีกครั้ง ก่อนจะพึมพำเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน

“ก็…แค่ไม่ชอบ”

“ไม่ชอบอะไรครับ?”

“ไม่ชอบที่เห็นพี่ดูแลคนอื่นแบบนั้น” คำสารภาพแผ่วเบานั้นทำให้เขายิ้มออกมาชัดเจนกว่าทุกครั้ง ปลายฟ้าหลับตาแน่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอพูดสิ่งที่ม่ควรจะพูดออกมา

“เข้าใจแล้ว แต่ฟ้าต้องเข้าใจพี่ด้วย พี่ไม่ได้ทำเพราะชอบไปซะทุกคนหรอกนะ” เขาก้มลงเล็กน้อยให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเธอ จับจ้องมองว่าเธอรับร็ในสิ่งที่เขาพูดหรือยัง ก่อนที่เธอจะเพียงพยักหน้ารับช้าๆ

“พี่ทำเพราะมันเป็นนิสัยพี่”

“ค่ะ”

“แต่พี่เลือกได้ว่าจะใส่ใจใครมากกว่า” เขายืนตัวตรงอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลง ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นอีกครั้งแล้วมองสบตากับเขา เธอไม่รู้ว่าคิดไปเองไหม แต่เขาดูจริงใจเสียจนเธอใจเต้นแรงไม่เป็นล่ำสัน

“แล้วพี่เลือกใครคะ?” มุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่เธอต้องการคำตอบ

“ฟ้าคิดว่าไงล่ะครับ? ตัวเล็ก” แก้มเธอแดงจัดทันที จนเขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ

“ให้พี่ไปส่งไหม?” เธอลังเลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้ารับ ระหว่างเดินไปด้วยกันความอึดอัดเมื่อครู่เหมือนละลายหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอุ่นวาบบางอย่างในอก และแม้เขาจะยังคงเป็นคนสุขุม พูดน้อย และตรงไปตรงมาเหมือนเดิม แต่วันนี้ปลายฟ้าได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเขาด้านที่เจ้าเล่ห์เล็กๆ ด้านที่แกล้งแซว และด้านที่ยอมตามง้อใคร เพียงเพราะไม่อยากให้เธอหลบหน้าอีกต่อไป เป็นแบบนี้แล้วเธอจะอดทนไม่ให้ใจเต้นแรงได้ยังไง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 41 - จบบริบูรณ์

    แสงแดดอ่อนๆ ในยามบ่ายทอแสงผ่านต้นไม้เขียวขจีภายในสวนหย่อมของมูลนิธิเด็กกำพร้าบ้านรักละมุน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความสดใสและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทางมูลนิธิจัดงานเลี้ยงขอบคุณผู้สนับสนุน และแขกคนสำคัญที่เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าก็คือทิวเขาและปลายฟ้ารถกระบะคันใหญ่สองคันบรรทุกของเล่น อุปกรณ์การเรียน และของใช้จำเป็นมาเต็มพิกัด ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นความตั้งใจของคุณเกริกพลพ่อของทิวเขา ที่ฝากฝังให้ลูกชายและว่าที่สะใภ้เป็นตัวแทนนำมาบริจาค เพื่อเป็นการตอบแทนความดีงามที่ปลายฟ้ามอบให้กับครอบครัวของเขา"พี่ทิวเขาคะ ระวังนะ กล่องนั้นมันหนัก" ปลายฟ้าเอ่ยเตือนพลางรีบเข้าไปช่วยพยุงกล่องหนังสือที่ทิวเขากำลังยกขึ้นจากท้ายรถ"สบายมากครับฟ้า แค่นี้พี่ไหว" ทิวเขาหันมายิ้มกว้าง แผ่นหลังที่เคยดูเคร่งเครียดแบกรับภาระของตระกูล บัดนี้ดูผ่อนคลายและมีความสุขอย่างเห็นได้ชัด"ดูสิ เด็กๆ วิ่งมารอรับของกันใหญ่แล้ว"หลังจากจัดการมอบของและเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ เสร็จเรียบร้อย ทิวเขาจึงชวนปลายฟ้ามาเดินเล่นพักผ่อนในสวนด้านหลังมูลนิธิ ซึ่งเป็นมุมสงบที่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   -40- ใครใช้ให้เวลาครางน่ารัก NC

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรที่ถูกโปรยไว้บนกำมะหยี่สีดำ ผ้าม่านเนื้อดีราคาแพงสะบัดไหวเพียงแผ่วเบาตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ ภายในห้องที่เคยดูอ้างว้างและเย็นชาของ ทิวเขาบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่ปลายฟ้ามักจะใช้เป็นเครื่องหอมติดตัวหลังจากผ่านมรสุมชีวิตที่เกือบจะพรากเขาและเธอออกจากกันชั่วนิรันดร์ ทุกวินาทีที่ได้อยู่ร่วมกันจึงกลายเป็นสิ่งล้ำค่า ทิวเขายืนพิงกรอบประตูระเบียง มองดูหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนจัดแจกันดอกไม้อยู่ที่โต๊ะกลางห้อง เธอสวมเพียงเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งของเขาที่ชายเสื้อยาวลงมาปิดถึงต้นขา เผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวยที่ทำให้ลำคอของเขาแห้งผากทุกครั้งที่มอง"ฟ้าครับ... ดึกแล้วนะ ยังไม่พักผ่อนอีกเหรอ?" ทิวเขาเดินเข้าไปหาจากด้านหลัง วงแขนแกร่งโอบรัดเอวบางไว้หลวมๆ พลางเกยคางลงบนไหล่เนียน ปลายฟ้าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มหวาน เธอเอนหลังพิงอกอุ่นของเขาอย่างวางใจ"ฟ้าแค่อยากจัดห้องให้เรียบร้อยค่ะ พี่ทิวเขาเรียนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปอาบน้ำก่อนไหมคะ?""พี่

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 39 - คลี่คลาย

    สายลมเอื่อยๆ ของต้นฤดูร้อนพัดผ่านลานกิจกรรมคณะ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความขัดแย้งและหยาดน้ำตา บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสงบสุขที่หวนคืนมาอีกครั้ง หลังจากพายุลูกใหญ่พัดผ่านไป ท้องฟ้าหลังฝนดูจะสดใสกว่าที่เคยเป็นมา คุณเกริกพลเริ่มเปิดใจและยอมรับในตัวของปลายฟ้ามากขึ้น แม้จะยังไม่สนิทใจร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การที่เขายอมให้ทิวเขาพาเธอคนนี้เข้าบ้านไปทานข้าวด้วยกันบ่อยครั้ง ก็ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่งดงามที่โต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ทิวเขากำลังสวมบทบาทเป็นติวเตอร์จำเป็นให้กับสามสาว ปลายฟ้า ข้าวหอม และยี่หวา อย่างขะมักเขม้น เพื่อเตรียมตัวสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง"ข้อนี้ต้องใช้สูตรนี้สิฟ้า... ดูนะ พี่จะทำให้ดูช้าๆ" ทิวเขากระซิบพลางกุมมือเล็กให้เขียนตามอย่างอ่อนโยน"พี่ทิวเขาคะ... ฟ้าว่าฟ้าเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ" ปลายฟ้ายิ้มหวานจนตาปิด ทำเอาทิวเขาแทบไม่มีสมาธิจะติวต่อ"แหม... ติวกันหรือมาจีบกันเนี่ย มดเดินเต็มโต๊ะหมดแล้ว" ยี่หวาแสร้งแซวพลางทำหน้ามุ่ยใส่ในขณะที่ทุกคนกำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอและมั่นคงก็ดังใกล้เข้ามา ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ตัดเย็

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 38 - นิเข้าใจแล้ว

    ภายในคอนโดมิเนียมหรูของรามิลเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ข้าวหอมนั่งกุมมือยี่หวาไว้แน่นบนโซฟาตัวยาว ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียวและเต็มไปด้วยรอยคราบน้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิท โดยมีคิมหันต์ยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ประตูห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น"เราสองคนรออยู่ที่นี่นะ อย่าออกไปไหนเด็ดขาด ไอ้คิมมึงอยู่กับน้องนะ" รามิลเอ่ยกำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด"พี่รามิล... ระวังตัวด้วยนะ" ข้าวหอมเอ่ยเสียงสั่น"ถ้าฟ้าเป็นอะไรไป ข้าวคงไม่ให้อภัยตัวเองเลย""เชื่อใจพวกพี่นะข้าว พวกพี่จ่วยเพื่อนข้าวกลับมา" รามิลตบบ่าแฟนสาวเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้คิมหันต์"ฝากดูแลสาวๆ ด้วยนะมึง มีอะไรโทรหากูทันที" คิมหันต์พยักหน้าด้วยแววตาแน่วแน่เสียงรถพุ่งทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่มุ่งสู่ชายขอบกรุงเทพ ทิวเขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยใบหน้าเคร่งขรึมประหนึ่งรูปปั้นหิน แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นปนความหวาดกลัว... กลัวว่าผู้เป็นพ่อจะทำอะไรที่ร้ายแรงไปกว่าการกักขัง ส่วนริวที่นั่งเบาะหลังกำลังเช็กอุปกรณ์สื่อสารและแผนที่ผังโกดังอย่างละเอียด"ไ

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 37 - ปลายฟ้าถูกจับไป

    ภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง บรรยากาศเงียบสงัดมีเพียงเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพจรที่ดังสม่ำเสมอ ทิวเขานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยไร้ที่ติบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยรอยเขียวช้ำและพลาสเตอร์ปิดแผลหลายจุด ดวงตาคมหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดขณะทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมายแกรก... เสียงประตูเปิดออกเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของรามิลที่เดินจูงมือข้าวหอมเข้ามาในห้อง ข้าวหอมมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินตามแรงจูงของแฟนหนุ่มเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง"เป็นไงบ้างคะพี่ทิวเขา... หนักเอาการเลยนะนั่น" ข้าวหอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย ทิวเขาแค่นยิ้มฝืนๆ"แค่นี้ยังน้อยไปมั้งเทียบกับสิ่งที่พี่ทำไว้... ขอบใจนะที่มาเยี่ยม""พี่ทิมคะ... ฟ้าเป็นห่วงพี่มากเลยนะ" ข้าวหอมเอ่ยขึ้นพลางมองรอยช้ำบนตัวทิวเขาด้วยความสงสาร"แต่พวกเรายังไม่กล้าให้ฟ้ามาตอนนี้ กลัวจะสวนกับ..."ยังไม่ทันที่ข้าวหอมจะพูดจบ ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น คุณเกริกพลเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่ทรงอำนาจและใบหน้าที่ถมึงทึง สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดกึกอยู่ที่ร่างของข้าวห

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 36 - ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนิริน

    แสงสุดท้ายของวันกำลังจะลับขอบฟ้าที่ชายหาดหัวหิน ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงดูสวยงามทว่ากลับให้ความรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก เสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่าดูเหมือนจะพยายามชะล้างความตึงเครียดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้จางหายไป แต่มันกลับไม่ระคายผิวความรู้สึกผิดที่เกาะกินใจของคนกลุ่มหนึ่งได้เลยปลายฟ้านั่งกอดเข่าอยู่บนผืนทรายขาวละเอียดที่เริ่มเย็นชื้นตามอุณหภูมิที่ลดลง ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่เลือนลาง น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งไปทิ้งรอยจางๆ ไว้บนแก้มใส ความคำรามในใจของเธอดังกว่าเสียงคลื่นเสียอีก ทุกถ้อยคำที่นิรินสาดใส่เมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในหู ราวกับประกาศนียบัตรแห่งความล้มเหลวในฐานะเพื่อน"ฟ้า..." เสียงเรียกเบาๆ พร้อมสัมผัสอุ่นที่หัวไหล่ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อยข้าวหอมกับยี่หวาทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก ทั้งคู่ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองหรือรำคาญใจที่ทริปพักผ่อนครั้งนี้พังทลายลง ในทางกลับกัน แววตาของพวกเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจและความเป็นห่วง"แกโอเคไหมฟ้า...?" ยี่หวาถามพลางลูบหลังเพื่อนเบาๆ"ฟ้า... ฟ้าขอโทษนะทุกคน เพราะฟ้าแท้ๆ เลย เรื่องราวมันถึงได้บานปลายขนาดน

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 11 - ประกาศคู่หมั้น

    ค่ำคืนนี้บ้านหลังใหญ่ของครอบครัวนิรินสว่างไสวด้วยแสงไฟสีอุ่น สนามหญ้าด้านหน้าถูกจัดโต๊ะรับรองแขกอย่างสวยงาม โคมไฟเล็กๆ ถูกแขวนเรียงรายตามแนวต้นไม้ ลมเย็นพัดผ่านเบาๆ พาเอากลิ่นดอกไม้หอมอ่อนลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณรถหรูหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าประตูบ้าน แขกผู้ใหญ่ในชุดสูทและเดรสหรูทยอยเดินเข้ามาพูดคุยท

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   -10- พ่ออยากให้หมั้น

    แสงแดดส่องผ่านกระจกบานสูงของอาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ เสียงนักศึกษาพูดคุยกันจอแจอยู่ตามมุมต่างๆ ของลานกว้างหน้าตึก บรรยากาศของมหาวิทยาลัยยังคงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาเหมือนทุกวันที่มุมหนึ่งของลานใต้ต้นไม้ใหญ่ มีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่พร้อมเก้าอี้สี่ตัวติดกัน กลุ่มชายหนุ่มสี่คนกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ ทิวเ

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 9 - ข้ออ้าง

    บ่ายวันศุกร์ท้องฟ้าเหนือมหาวิทยาลัยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทอง ปลายฟ้ากำลังเก็บเอกสารลงกระเป๋า เธอเพิ่งเรียนเสร็จวิชาสุดท้ายของวัน และกำลังจะเดินกลับหอพักตามปกติ ก่อนที่โทรศัพท์ในจะมือสั่นเบาๆ ชื่อที่ปรากฏทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอย่างทุกครั้งเธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกดอ่านข้อความ ‘เลิกเรียนยังครับ?’ ป

  • เมียวิศวะ (เด็กในความลับของพี่ทิวเขา)   - 7 - แค่เลี้ยงข้าวตอบแทน

    เริ่มต้นเช้าของวันด้วยท้องฟ้าสีครามใส สายลมอ่อนๆ พัดผ่านถนนสายหลักที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวเมือง รถราแน่นกว่าปกติเพราะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ใช้เส้นทางนิรินขับรถเก๋งสีขาวคันหรูออกจากบ้านด้วยใบหน้าสดใส เธอฮัมเพลงเบา ๆ ตามเพลิสต์ที่เปิดไว้ วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะเมื่อคืนได้คุยกับทิวเขาเรื่องงานคณะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status