Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2025-10-09 23:29:01

บทที่ 3

ไม่ลืม

“ตอนนี้นายรู้สึกยังไง มีอาการอะไรบ้าง” เสียงทุ้มของนายแพทย์สุดเขตเอ่ยถามคนไข้กิตติมาศักดิ์ซึ่งกำลังนั่งจิบชาผลไม้อยู่ในสวนหย่อมเล็ก ๆ ภายในบ้าน และกำลังสนใจปลาคราฟหลากสีที่แหวกว่ายอยู่ในบ่อมากกว่าหมอที่กำลังรอฟังคำตอบ “ดูจากอาการแล้วคงไม่เป็นไรมากหรอกมั้ง”

“ฉันไม่ได้เป็นไร บอกแล้วว่าไม่ต้องมาตรวจ เสียเวลา” สุดโปรดละสายตาจากปลาคราฟแล้วหันไปพูดกับหมอซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ที่อายุห่างกันเพียงแค่สองปีด้วยน้ำเสียงปกติทว่าติดแหบเล็กน้อย

“แม่บอกให้มา แล้วเช้านี้ฉันก็ว่างพอดี แต่ฟังจากเสียง นายน่าจะเป็นหวัดนะ” แพทย์หนุ่มวินิจฉัยอาการของน้องชายคร่าว ๆ “มีอาการอื่นอีกไหม เช่นปวดหัว ตัวร้อน หรือวิงเวียนศีรษะ”

“เมื่อวานตัวร้อนนิดหน่อย แล้วก็ปวดหัว แต่วันนี้ดีขึ้นแล้ว” คนเป็นน้องตอบพร้อมยกถ้วยชาผลไม้ขึ้นมาจิบอีกครั้ง

“งั้นก็กินยาตามปกติ ไม่นานเดี๋ยวก็หาย ที่บ้านมียากินใช่ไหม”

“มี”

แพทย์หนุ่มพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะชวนน้องชายคุยตามประสาพี่น้องที่ไม่เจอกันนาน เพราะต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง เมื่อหกปีที่แล้วสุดโปรดมีเหตุจำเป็นทำให้ต้องย้ายไปทำงานไกลถึงประเทศฝรั่งเศส พอน้องชายกลับมาประเทศไทย สุดเขตก็ไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะนั่งคุยด้วย เนื่องจากมีงานที่คลินิกและมีเคสผ่าตัดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แล้วพอจะเข้าไปหาที่บริษัทหรือจะเข้ามาหาน้องที่บ้าน เขาก็ดันไม่มีเวลาว่างอีก กระทั่งผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนถึงได้มานั่งคุยกับน้องชายที่โตมาด้วยกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ

“ปลื้มอยู่ไหน” สุดเขตถามหาหลานชายวัยเจ็ดขวบ เขามาถึงที่นี่ได้สักพักหนึ่งแล้ว ทว่ายังไม่เห็นแม้แต่เงาของหลาน

“อยู่บนห้อง นอนยังไม่ตื่น”

คนเป็นลุงพยักหน้า ไม่ได้ว่าอะไรที่หลานตื่นสายในวันหยุด จากนั้นก็หันกลับมาถามไถ่น้องชายต่อ “นายจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม หมายถึงเรื่องที่นายจะย้ายกลับมาอยู่ไทย”

“เรื่องงานที่โน่นลงตัวหมดแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร เหลือแค่จัดการเรื่องเอกสารอีกนิดหน่อย ฉันให้พัฒน์กับคุณชาอยู่จัดการให้ เพราะฉันต้องรีบพาปลื้มกลับไทยให้ทันโรงเรียนเปิดเทอม” สุดโปรดบอกพี่ชาย พัฒน์กับคุณชาที่กล่าวถึงคือวรพัฒน์กับณิชาซึ่งเป็นผู้ช่วยคนสนิทของเขานั่นเอง

“เออ พูดถึงเรื่องโรงเรียนเจ้าปลื้ม เป็นไงบ้าง เกิดอะไรขึ้น ฉันได้ยินมาจากแม่ว่าย้ายโรงเรียนมาสองที่แล้ว ไม่โอเคเหรอ”

สุดโปรดถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ ตอนนี้เรื่องโรงเรียนของลูกเป็นเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกเครียดเป็นอย่างมาก และยังไม่รู้ว่าควรจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี “เจ้าปลื้มเข้ากับเพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้น่ะ”

“ทำไมถึงเข้าไม่ได้”

“มีหลายอย่างที่ต้องปรับตัว เข้าไปใหม่ ๆ เจ้าปลื้มก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร อาจจะเพราะเป็นเด็กใหม่ด้วยก็เลยโดนเพื่อนแกล้ง เด็กพวกนั้นเขารู้จักกันและสนิทกันอยู่แล้ว พอเจ้าปลื้มเข้าไป เห็นไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวก็คงนึกสนุก อยากแกล้ง ใช้ให้ไปทำนู่นทำนี่ ปลื้มบอกว่าบางวันก็โดนเพื่อนบังคับให้ไปเปิดกระโปรงเพื่อนผู้หญิง”

“เฮ้ย แล้วเจ้าปลื้มก็ยอมทำตามอะนะ” สุดเขตถามขึ้นด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าหลานของตนจะกล้าทำเรื่องที่ไม่น่ารักอย่างนั้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสุดโปรดส่ายหน้า “พอไม่ทำตามแล้วเป็นไง”

“เละ”

“หมายถึงเละยังไง”

“ต่อยกันเละเลย กูนี่โคตรปวดหัว” ครั้นนึกถึงเรื่องนี้ คนเป็นพ่ออย่างสุดโปรดก็ถึงกลับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับแล้วคลึงไปมาด้วยความเครียด

“โห ถึงขั้นต่อยกันเลยเหรอวะ แล้วผลเป็นไง ใครแพ้ใครชนะ”

“ปลื้มสิ ครูเล่าให้ฉันฟังว่าพอเถียงกันเดือด ๆ แล้วไม่มีใครยอมใคร ปลื้มวิ่งเข้าไปปล่อยหมัดรัว ๆ เลย เด็กคนนั้นยังไม่ทันได้ทำอะไรด้วยซ้ำ”

“สุดจัด เชื้อลุงมันแรงว่ะ” สุดเขตตบเข่าอย่างถูกใจฉาดใหญ่หลังจากได้ฟังวีรกรรมของหลานชายวัยเจ็ดขวบ ก่อนจะกลับมาจริงจังอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของน้องชาย “แล้วนายจัดการเรื่องนี้ยังไง”

“ผิดก็ว่าไปตามผิด ฉันก็ทำโทษปลื้มไม่ให้เล่นเกมอาทิตย์หนึ่ง แล้วก็บอกว่าอย่าทำแบบนี้อีก ส่วนเรื่องชกต่อยฉันก็ไปเคลียร์ที่โรงเรียนแล้ว ผู้ปกครองเด็กคนนั้นก็มา ฝั่งนั้นเขาก็โมโหอยู่หน่อย ๆ ที่เจ้าปลื้มไปต่อยลูกเขา แต่ก็เข้าใจว่าเด็ก เลยต้องการแค่คำขอโทษจากเจ้าปลื้ม”

“แล้ว ?”

“ก็ไม่แล้วไง หลังจากขอโทษไปแล้ว พอกลับบ้านมาฉันก็ถามลูกว่าจะเอายังไง ยังอยากเรียนที่โรงเรียนนั้นต่อไหม ซึ่งคำตอบก็เป็นอย่างที่คิด ลูกไม่อยากอยู่ที่โรงเรียนนั้นแล้ว ฉันก็โอเค รีบหาโรงเรียนใหม่ให้ คราวนี้เลือกเป็นโรงเรียนรัฐบาล แต่ชื่อเสียงก็ระดับท็อปของประเทศ”

“แต่ก็ยังไม่โอเคอีกใช่ไหม”

“ใช่” สุดโปรดถอนหายใจอีกครั้ง “เรื่องเดิม ๆ แต่คราวนี้โดนล้อเรื่องการพูดด้วย ตอนอยู่ฝรั่งเศสส่วนมากจะใช้ภาษาฝรั่งเศสกับภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่วนภาษาไทยปลื้มจะได้ใช้แค่เฉพาะตอนที่พูดกับฉัน แล้วก็ตอนที่คุณชาสอนอ่านกับเขียนเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้พูดบ่อย ปลื้มชินกับการพูดภาษาอังกฤษมากกว่า เวลาพูดภาษาไทยสำเนียงเลยฟังดูแปร่ง ๆ”

เพราะรู้อยู่แล้วว่าสักวันก็ต้องได้ย้ายกลับมาอยู่ไทย เขาจึงมักจะใช้ภาษาไทยกับลูกอยู่เสมอ ทว่าช่วงหลัง ๆ เขางานยุ่งมาก เลยไม่ค่อยมีเวลาสอนลูกเท่าไร แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่มีผู้ช่วยคนสนิทอย่างณิชาช่วยสอนแทน หากก็สอนได้ไม่เต็มที่อยู่ดีเพราะเธอก็ต้องทำงานเช่นกัน

“คือยังไง ล้อเรื่องสำเนียง ?” คนเป็นลุงยังคงถามต่อด้วยความเป็นห่วงหลาน

“ก็พูดไทยไม่ชัด บางทีก็นึกคำไทยไม่ออกแล้วพูดเป็นภาษาอังกฤษแทน เหมือนที่พูดกับนายตอนนายโทร. ไปนั่นแหละ สำเนียงจะออกเหน่อ ๆ เลยฟังดูตลกสำหรับเด็ก ๆ”

“ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่ เรื่องนี้แค่ทำไมต้องล้อเลียนกันด้วย”

“ฉันก็ไม่รู้ว่ะ จริง ๆ เพื่อนก็ล้อเลียนกันขำ ๆ นั่นแหละ แต่เจ้าปลื้มไม่ชอบไงเพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาด ปลื้มบอกว่าเพื่อนชอบมาบังคับให้พูด พอยอมพูดก็พากันหัวเราะเหมือนเขาเป็นตัวตลก”

คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพราะเด็กก็คือเด็ก อาจจะมีล้อเลียน หยอกล้อ หรือเล่นกันไปตามประสา ทว่าสุดโปรดไม่ได้คิดแบบนั้น เขามองว่ามันคือการบุลลีซึ่งอาจจะกลายเป็นปมที่ติดอยู่ในใจลูกชายของเขาไปทั้งชีวิต ทำให้ขาดความมั่นใจในการพูด

“แล้วนายจะทำไงต่อ ย้ายอีกเหรอ”

“คงต้องอย่างนั้น เพราะเจ้าปลื้มไม่โอเคกับโรงเรียนนี้แล้ว” สุดโปรดตอบด้วยความหนักใจ เพราะตอนนี้เขายังหาโรงเรียนใหม่ให้ลูกไม่ได้

“ถ้าโรงเรียนใหม่เป็นแบบเดิมอีกล่ะ”

“นี่แหละที่ฉันเครียด” คุณพ่อลูกหนึ่งยกมือขึ้นมากุมขมับอีกครั้ง หาโรงเรียนดี ๆ ให้ลูกว่ายากแล้ว ยังต้องมานั่งเครียดเป็นห่วงอีกลูกจะเข้ากับเพื่อนได้หรือไม่

“ไม่ลองให้เรียนแบบ Home School ดูล่ะ” นายแพทย์หนุ่มแนะนำ ในเมื่อไปเรียนที่โรงเรียนมีปัญหา ก็จ้างครูมาสอนที่บ้านเลยน่าจะดีกว่า

“คิดอยู่ แต่คงเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย ฉันอยากให้ปลื้มมีเพื่อนวัยเดียวกัน อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป จะได้มีสังคม”

“ก็จริง” สุดเขตพยักหน้าเข้าใจและเห็นด้วย ก่อนจะถามต่อ “แล้วหาโรงเรียนใหม่ได้ยัง”

“เล็งที่ Q. Bangkok แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ” โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงอันดับต้น ๆ ของประเทศ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา สำหรับลูกเท่าไร่เขาก็ยอมจ่าย ทว่าที่ไม่ให้ลูกไปเรียนที่นี่ตั้งแต่แรกเพราะมันค่อนข้างไกลจากบ้าน เขาไม่อยากให้ลูกเสียเวลาไปกับการเดินทาง เพราะมันน่าเบื่อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 105

    ตอน...พิเศ๊ษพิเศษวันนี้ครอบครัวของสุดโปรดกับสุพรรณวดีถือโอกาสมาทำบุญที่วัด เพื่อระลึกถึงบิดาที่ล่วงลับทั้งสองคน โดยมีคุณแก้วมณีกับคุณสุนีย์เป็นธุระ จัดหาอาหารและข้าวของต่าง ๆ มาถวายพระประเสริฐกับชินภัทรจากไปคนละปี ทว่าจากไปในเดือนที่ไล่เลี่ยกัน ทั้งสองครอบครัวเลยตกลงกันว่าต่อไปนี้จะทำบุญระลึกถึงร่

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 104

    “เรามีน้องให้เจ้าปลื้มกันนะ เจ้าปลื้มอยากมีน้อง พี่ก็อยากมีเอยตัวน้อย ๆ อีกคน” สุดโปรดเอ่ยขอด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล“แล้วถ้ารอบนี้ได้ผู้ชายอีกล่ะ”“ก็ไม่เป็นไร ถ้าได้ผู้ชาย เราก็ทำใหม่อีก”“แล้วถ้ายังได้ผู้ชายอีกล่ะคะ” สุพรรณวดีลองพูดอีก แล้วรีบพูดดักหน้าก่อนที่เขาจะพูดถึงลูกคนที่สี่ “แต่บอกไว้ก่อนนะว่

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 103

    ตอนพิเศษ“พี่โปรด เอยถามได้ไหม ทำไมยังเก็บรูปพวกนี้กับของของเอยเอาไว้” เธอผละออกมาเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเขา อันที่จริงเธอตั้งใจจะถามหลายครั้งแล้ว หากไม่มีจังหวะได้ถามเลยพอนึกได้เขาก็ไม่อยู่ให้ถาม พอเขาอยู่เธอก็ดันลืม“ทิ้งไม่ลง” เพราะมันเป็นห้องนอนของเราสองคน ข้าวของมากกว่าครึ่งเป็นของสุ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 102

    ตอนพิเศษ 2“อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปฝรั่งเศสนะ รอบนี้ว่าจะพาเอยกับลูกไปด้วย” สุดโปรดเอ่ยขึ้นมาในคืนหนึ่ง หลังจากกินข้าวเสร็จและขึ้นมาอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เด็กชายปุณยวีร์เห่อนอนกับพ่อแม่แค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้น ผ่านไปไม่ถึงเดือนหนุ่มน้อยก็แยกไปนอนห้องของตัวเอง หากก็มีบ้างที่ขอมานอนด้วยอีก แต่ก็ไม่บ่อยนัก

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 101

    “แล้วตอนนี้ปลื้มอายุเท่าไรฮะ”“แปดขวบแล้วค่ะ”ปุณยวีร์ยกนิ้วทั้งสิบของตนเองขึ้นมากาง แล้วมุ่นคิ้วคิดอยู่สักพัก “เหลืออีกสิบสองปีเหรอฮะ ปลื้มถึงจะเข้าร้านอาพัฒน์ได้”“ใช่แล้วครับ” สุพรรณวดียิ้มกว้างด้วยความภูมิใจ แม้การนับเลขจะเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้ หากเธอก็อดชื่นชมลูกไม่ได้อยู่ดี“ก็ได้ฮะ อีกสิ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 100

    ตอนพิเศษ 1หลังจากสังเกตพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์และแท็บเล็ตของลูกชายมาสักระยะ ก็พบว่าปุณยวีร์ชักจะติดงอมแงมมากขึ้นทุกวัน สุดโปรดกับสุพรรณวดีที่ใจอ่อนผ่อนปรนให้ลูกเล่นมาตลอด จึงตกลงกันว่าต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังก่อนที่ลูกจะติดไปมากกว่านี้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อตัวลูกในอนาคตโดยวิธีแก้แบบเบสิก

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 99

    “เข้าบ้านกันค่ะ พี่น่าจะเมาแล้ว ไปนอนพักสักหน่อย” วันนี้เขาตื่นมาช่วยเธอเตรียมงานตั้งแต่เช้ามืด อีกทั้งยังเป็นธุระจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้อีกหลายอย่าง จึงคิดว่าเขาน่าจะเหนื่อยล้ามากพอสมควร“เดี๋ยวก่อนสิ” สุดโปรดคว้าข้อมือคนรักเอาไว้ก่อนที่เธอจะได้เดินออกไปหญิงสาวหันกลับมามองเขาอีกครั้ง พลางเลิกคิ้วขึ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 98

    ตอนจบพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของสุพรรณวดีผ่านไปอย่างเรียบง่าย แขกที่ถูกเชิญมาร่วมงานมีไม่มากนัก เนื่องจากมีพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างจำกัด กอปรกับเจ้าของบ้านอยากจัดแบบเรียบ ๆ จึงชวนแค่เฉพาะคนที่สนิทกันจริง ๆ เท่านั้น“แล้วนี่เอยไม่ย้ายไปอยู่บ้านของคุณสามีเหรอ” มัลลิกาถามขึ้นขณะนั่งดื่มสังสรรค์กันหลังจาก

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 97

    สุดโปรดถอนหายใจเบา ๆ ส่ายหน้ามองลูกชายอย่างอ่อนใจระคนเอ็นดู ก่อนจะยอมลงให้แกในที่สุด“ก็ได้ พ่อให้นอนด้วยก็ได้”แต่ถ้าหลับเมื่อไร จะขโมยแม่หนีไปอีกห้องเลยคอยดู ...คนเป็นพ่อเอ่ยต่อในใจหลังจากรถตู้สีดำจอดสนิทที่หน้าประตูโรงเรียนนานาชาติ ปุณวีร์ก็ลุกจากเบาะ ขยับเข้าไปหาบิดาแล้วเอียงแก้มทั้งสองข้างให้พ

  • เมียสุดโปรด   บทที่ 96

    บทที่ 24ตอนจบ“ทำไมเมื่อคืนนี้แม่แอบไปนอนห้องพ่อล่ะ” ปุณยวีร์ถามขึ้นมาด้วยสีหน้ายุ่ง ๆ ระหว่างนั่งรับประทานมื้อเช้า เด็กชายไม่ได้โกรธที่พ่อแม่นอนด้วยกัน เพียงแต่งอนนิด ๆ เพราะไม่มีใครชวนตนไปนอนด้วยเลยและที่หนุ่มน้อยรู้ ก็เพราะว่าเมื่อเช้านี้แกตื่นมาแล้วไม่เจอใคร จำได้ว่าก่อนนอนยังมีมารดานอนอยู่ข้า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status