Masukบทที่4 บังเอิญ
เวลาเกือบหนึ่งเดือนผ่านไป... หลังจากวันที่เมฆพาเธอไปคลินิก เขาก็หายไปจากชีวิตของลูกพลับอย่างเงียบงัน ไม่มีการติดต่อ ไม่มีแม้แต่ข้อความ วันแล้ววันเล่า จากที่เคยเผลอเหลียวมองประตูห้อง รอฟังเสียงเคาะ... วันนี้เธอกลับเดินผ่านโดยไม่คิดอะไรอีกแล้ว หรือพยายามไม่คิดต่างหาก... เธอใช้ชีวิตแบบเดิม – ไปเรียน, ทำงานร้านกาแฟ และเมื่อมีเวลาว่างพิเศษ เธอก็รับงานเสิร์ฟอาหารตามร้านต่าง ๆ เพื่อเก็บเงินค่าหน่วยกิต และคืนนี้… เป็นอีกคืนที่เธอต้องรับงานเพิ่มชั่วคราวที่ “Shiro Hana” ร้านอาหารญี่ปุ่นกึ่งบาร์สุดหรูใจกลางสุขุมวิท เวลา 20:35 น. – Shiro Hana บรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยโคมไฟญี่ปุ่นสีอุ่น ผนังไม้ และเสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ เคล้ากลิ่นซุปดาชิและสาเก ลูกพลับใส่ยูนิฟอร์มของร้าน และผ้ากันเปื้อนสีดำเรียบ เธอมัดผมขึ้นเป็นหางม้าเล็ก ๆ เพื่อความคล่องตัว “โต๊ะวีไอพีจองไว้แล้วนะพลับ โต๊ะในสุด” ผู้จัดการร้านสาวกระซิบกับเธอเบา ๆ “ลูกค้าเก่าน่ะ” “รับทราบค่ะ” เธอหยิบเมนูพร้อมกระดาษจดออเดอร์ เดินไปยังโต๊ะสุดหรูติดผนังไม้ฉลุ แต่เมื่อก้าวไปถึงโต๊ะ... สายตาเธอก็ชะงัก หัวใจเหมือนถูกกระชากวูบ ร่างสูงในชุดสูทดำกำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะ ดวงตาคมดุยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ชายหนุ่มตรงหน้า — เมฆ และข้าง ๆ เขา มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยสองคนในชุดราตรีนั่งแทรกอยู่ อีกสองฝั่งคือพวกลูกน้องคุ้นหน้า คนหนึ่งคือพี่คิง เธอตัดใจ ก้มหน้าทันที ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ตามมารยาทพนักงาน แล้วส่งเมนูให้ “สวัสดีค่ะ ขออนุญาตรับออเดอร์ค่ะ” เธอไม่สบตา ไม่พูดชื่อเขา ไม่แสดงท่าทีว่าเคยรู้จัก ราวกับ... เขาเป็นเพียง ‘ลูกค้าคนหนึ่ง’ แต่สำหรับเมฆ... แค่เพียงเสียงของเธอ เขาก็รู้แล้ว ใจเขาเต้นช้าลง ก่อนจะเร่งขึ้นอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ เมฆเบือนหน้ามาทางเธอทันที ดวงตาคมจ้องนิ่งไปยังใบหน้าที่เขาแสนคุ้นเคย หญิงสาวในรัศมีความหรูหราของร้าน แต่กลับดูแตกต่างจากทุกคนในร้านนี้ แต่ลูกพลับไม่เงยหน้าขึ้น ไม่แม้แต่ชำเลืองมอง เธอจดออเดอร์อย่างรวดเร็ว แล้วโค้งเล็กน้อย “รอสักครู่นะคะ” แล้วหมุนตัวจากไป...โดยไม่หันกลับ เมฆมองแผ่นหลังนั้นเงียบ ๆ ราวกับโลกทั้งร้านหายไปหมด เสียงหัวเราะของผู้หญิงข้างตัว เสียงเพลง เสียงแก้วกระทบกัน — ทุกอย่างจางลงในหูเขา พี่คิงขยับตัวเล็กน้อย โน้มตัวกระซิบใกล้หูเขา “พี่เมฆ... จะทักมั้ยครับ?” เมฆไม่ตอบ มือเขากำแก้วสาเกแน่น ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว...แทบจะไม่ใช่คำสั่ง “เดี๋ยวนี้เธอเดินหนีฉันได้เร็วเหมือนกันนะ...” แม้จะเจ็บเล็กน้อยในใจ แต่ลูกพลับก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเธออย่างมืออาชีพ เธอไม่แม้แต่จะเผลอมองโต๊ะวีไอพีอีกครั้ง — ทั้งที่รู้ว่า เขายังอยู่ตรงนั้น เธอรู้ดี... ผู้หญิงที่นั่งข้างเขาไม่ใช่เพื่อน หรือแค่คนรู้จัก ท่าทางแนบชิด สายตา หัวเราะเบา ๆ แบบ “คนกำลังคบกัน” — บอกทุกอย่างชัดเจน ‘ก็แน่อยู่แล้ว... คนอย่างเขา จะจำอะไรกับฉันได้’ เธอคิด ขณะเดินถือถาดเครื่องดื่มไปเสิร์ฟอีกโต๊ะ แววตานิ่งเยือก ทั้งที่ภายในสั่นไหว เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ร้านยังครึกครื้น ลูกค้าทยอยกันเข้ามาเพิ่ม และในมุมมืดใกล้บาร์ มีโต๊ะของชายไฮโซกลุ่มหนึ่งที่เริ่มดื่มหนัก ลูกพลับได้รับมอบหมายให้ดูแลโต๊ะนั้น เพราะเธอสุภาพ พูดจาดี ลูกค้าจึงชื่นชอบ ...แต่สิ่งที่ตามมาคือ “มากเกินไป” “น้องงง~ มาเสิร์ฟพี่อีกแก้วสิครับ” เสียงผู้ชายอายุราวสี่สิบในชุดสูทเน้นแบรนด์เรียกเสียงยาน ๆ “ค่ะ รอสักครู่นะคะ” ลูกพลับพยักหน้านอบน้อม แล้วหันไปหยิบขวดวิสกี้ ขณะเธอเทลงแก้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างจงใจ “น้องชื่ออะไรเหรอ... มาทำงานแบบนี้ไม่น่าเบื่อเหรอ?” “ไม่ค่ะ หนูโอเคดีค่ะ” เธอยิ้มจาง ๆ มือของชายอีกคนเอื้อมมาจับเบา ๆ ที่ข้อมือเธอ “แล้วมีแฟนหรือยังล่ะ?” ลูกพลับชะงักทันที แววตาเริ่มเปลี่ยน “ขอโทษนะคะ รบกวนอย่าแตะตัวหนูค่ะ” ชายไฮโซหัวเราะ “เฮ้ยยย ใจเย็นสิ เราก็ลูกค้าอะเนอะ~” “แต่ร้านนี้ก็มีระเบียบค่ะ” เธอพูดนิ่งขึ้น “โห ดุด้วย... น่ารักแล้วซ่าอีก อย่างนี้ยิ่งชอบเลย” ชายคนหนึ่งลุกขึ้น ทำท่าจะเดินมาชิดอีกฝั่งโต๊ะ โครม! เสียงเก้าอี้ขยับดังลั่น คนในร้านบางส่วนเริ่มหันมอง พนักงานเสิร์ฟอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มเดินเข้ามา และในอีกมุม... พี่คิง ที่นั่งอยู่โต๊ะเมฆรีบลุกขึ้นทันที เขาขยับตัวอย่างว่องไว เดินผ่านผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเจ้านายก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ “พี่เมฆครับ... โต๊ะมุมนั้น มีเรื่องกับเด็กเสิร์ฟ ดูเหมือนจะเป็นพลับครับ” เมฆที่ก่อนหน้านี้ยังคุยกับผู้หญิงข้างตัว แม้จะไม่มีสมาธิก็ตาม — ตอนนี้ดวงตาคมจัดของเขาเงยขึ้นทันที “ว่าไงนะ?” “พวกไฮโซลวนลามครับ จับข้อมือ ถามเรื่องส่วนตัว ผมเห็นพลับพยายามเลี่ยงแล้วครับ แต่คนพวกนั้นไม่ฟังเลย” เมฆเงียบไปเพียงวินาทีเดียว ก่อนจะลุกพรวดจากเก้าอี้ ผู้หญิงข้างตัวรีบจับแขนไว้ “จะไปไหนคะคุณเมฆ?” เขาไม่ได้ตอบอะไรแม้แต่น้อย แค่ปรายตามองอย่างเฉยชา แล้วสะบัดแขนออกเบา ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะด้านหลังร้าน...ที่ตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของครึ่งร้านแล้ว “น้องงงง~ มานั่งกับพี่หน่อยเถอะน่า~” ลูกพลับพยายามเบี่ยงตัวถอยหลังเมื่อชายไฮโซในชุดสูทลายแบรนด์ดังขยับตัวเข้าหา สายตาของเขามันวาวด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือหนาเอื้อมคว้าแขนเธอเต็มแรง “อย่าค่ะ—!” เธอขืนตัวสุดแรง มือหนึ่งพยายามดันออก แต่ไม่ทันขาดคำ ร่างของเธอก็ถูกดึงเข้าไปหาแรง ๆ ฟึบ! แขนหนากอดรัดจากด้านหลัง กลิ่นเหล้าหึ่งทะลุเสื้อผ้า “มานั่งตักพี่หน่อย อย่าดื้อเลยนะ...” “ปล่อยค่ะ!!” ลูกพลับตะโกนพร้อมถีบสุดแรงเกิดเข้าที่หน้าแข้งของชายคนนั้น ผลั่ก!! “โอ๊ย!!” ร่างเขาผงะล้มไปชนขอบเก้าอี้ แต่ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว พลับรีบถอยหลัง แต่ไม่ทันหลบ มือหยาบกระชากผมเธอแล้ว ตบเต็มแรงเข้าแก้มซ้าย เพี๊ยะ!!! เสียงดังลั่นร้าน... ร่างของลูกพลับเซถลา ล้มลงไปกับพื้น หัวกระแทกขอบโต๊ะจนหน้าหงาย เธอหน้าชา รู้สึกเลือดซึมที่มุมปาก เสียงคนในร้านเริ่มแตกตื่น พนักงานรีบวิ่งเข้ามา แต่ยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้โต๊ะไฮโซนั้นตรง ๆ ...ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ จะดังขึ้น และทุกอย่างก็ เงียบลงราวกับหยุดหายใจ “ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้” เสียงเข้มต่ำ เย็นยะเยือก ทุ้มต่ำจนทำให้หัวใจของทุกคนในร้านสั่นสะเทือน ชายหนุ่มในสูทดำ เดินตรงเข้ามาพร้อมแววตาดุดันที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เมฆก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่ลังเล ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย “ใครวะ? มายุ่งไรกับ—” ผัวะ!!! หมัดแรกของเมฆกระแทกเข้าเต็มหน้า ร่างไฮโซร่วงลงกับพื้นทันที เลือดกำเดาทะลักออกปากออกจมูก เสียงแก้วตกแตก เงียบงันทั้งร้าน “มะ...มึงเป็นใคร!?” ชายอีกคนลุกขึ้นเตรียมจะเข้าไปหา แต่ พี่คิง ตามมาติด ๆ พร้อมลูกน้องอีก 2 คน และทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมวางบางสิ่งลงบนโต๊ะ แถบตะเข็บปืน + ป้ายสัญลักษณ์ "เมฆา" สีเงิน ทุกคนในร้านชะงักโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะชายกลุ่มไฮโซที่เริ่มหน้าถอดสี “จะให้ฉันทวนคำถามมั้ย?” เมฆพูดเสียงเย็น “ฉันบอกให้ปล่อยเธอ” ชายที่โดนต่อยตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะยันตัวขึ้น “พะ...พี่เมฆ! ผมไม่รู้จริง ๆ ครับว่าเธอเป็นคนของพี่” พี่คิงพูดเร็ว รีบเข้าห้าม แต่สายตาเมฆยังจับจ้องไปที่ลูกพลับที่นั่งพิงขอบโต๊ะอยู่ เธอเลือดซึมที่ริมฝีปาก หน้าแดงเป็นปื้น เสื้อยูนิฟอร์มมีรอยยับจากแรงกระชาก แต่เธอกลับไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้แสดงความอ่อนแอเลยสักนิด เมฆเดินเข้าไปนั่งย่อตรงหน้าเธอ สายตาแข็ง ๆ ที่เขาเคยใช้กับโลกทั้งใบ... ตอนนี้อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เจ็บตรงไหน?” เขาถามเสียงต่ำ ลูกพลับส่ายหน้าเบา ๆ หอบหายใจน้อย ๆ “ไหวค่ะ…” เมฆหันขวับไปทางพนักงานร้าน “น้ำแข็งกับผ้าเย็น มาเดี๋ยวนี้” “คะ...ค่ะ!” จากนั้นเขาหันกลับมามองเธอ “ทำไมไม่ร้อง?” เขาถามอีก ลูกพลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “ร้องไป...มันช่วยอะไรเหรอคะ?” เธอยิ้มบาง ๆ เจือเลือดที่มุมปาก “ไม่มีเวลาให้มาเสียใจร้องไห้หรอกค่ะ” เมฆเงียบไป ก่อนพูดเบา ๆ ชัดถ้อยชัดคำ “จำคำนี้ไว้นะลูกพลับ” “ตั้งแต่วินาทีนี้ไป...เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้ว” หลังเหตุการณ์ในร้านสงบลง ลูกพลับไม่พูดอะไรสักคำ เธอลุกขึ้นเงียบ ๆ แม้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขมับและมุมปาก ไม่มีคำกล่าวขอบคุณ ไม่มีคำอธิบาย เธอเพียงแค่เดินเลี่ยงหลังร้าน ไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบงัน … ทุกย่างก้าวของเธอในตอนนั้น หนักขึ้นเหมือนแบกก้อนหินเอาไว้ในอก แม้ไม่มีใครเอ่ยไล่ แต่เธอรู้ดี — ว่าต่อให้ไม่ถูก "ไล่ออกทันที" วันพรุ่งนี้ก็คงไม่มีชื่อเธอในตารางงานอีกต่อไป มันไม่ใช่เพราะเธอผิด แต่เพราะเธอเป็นแค่เด็กเสิร์ฟธรรมดา — ที่ไม่ควร “สร้างเรื่อง” กับลูกค้าระดับวีไอพี … เธอถอดยูนิฟอร์มของร้านออกอย่างระวัง เปลี่ยนกลับเป็นเสื้อยืดธรรมดากับยีนส์ขาสามส่วน แล้วหยิบกระเป๋าผ้าของตัวเองขึ้นพาดไหล่ ก่อนจะเดินออกจากหลังร้าน — ไม่มองใคร ไม่พูดอะไร ... ฝนตกปรอย ๆ ตอนที่เธอเดินออกมา เธอไม่มีร่ม มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กในกระเป๋าที่เอาขึ้นมาคลุมหัวไว้ ถนนในยามค่ำแสงไฟส่องแฉลบผิวถนนเปียกน้ำ เสียงฝนกระทบพื้นเหมือนคอยกลบเสียงสะอื้นที่เริ่มหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว ลูกพลับเดินเรื่อย ๆ พยายามก้มหน้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำตา แต่สุดท้าย... ก็ห้ามไม่ไหว หยดน้ำตาไหลลงมาพร้อมเม็ดฝน เธอกัดริมฝีปากแน่น ฝืนกลืนเสียงสะอื้นไว้ในอก “เราต้องไม่ร้อง...” “แค่นี้เอง เคยแย่กว่านี้มาก็ผ่านมาแล้ว…” แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย หัวใจมันเหนื่อยเกินไป เหมือนทุกอย่างถาโถมเกินรับไหว อีกด้านฝั่งถนน – ภายในรถยนต์สีดำ พี่คิงขับรถเบา ๆ ตามเธอมาเงียบ ๆ ไฟหน้ารถส่องต่ำเพื่อไม่ให้สะดุดตา ส่วนเมฆนั่งนิ่งอยู่เบาะหลัง มองออกไปทางหน้าต่างฝั่งเดียวกับที่ลูกพลับเดิน เขาเห็นเธอเปียกปอน เห็นผ้าขนหนูเล็ก ๆ ที่แทบไม่ช่วยอะไร เห็นเธอก้มหน้า... แต่กลับสังเกตได้ชัด — ว่าเธอกำลังร้องไห้ เขานิ่งงัน ไม่มีคำพูด ไม่มีคำสั่งใด ๆ ออกจากปาก แค่เพียงกำหมัดแน่น... และสายตาคม ๆ ที่เคยเย็นชา กลับสั่นเล็กน้อยราวกับอารมณ์กำลังขัดแย้งกันภายใน พี่คิงเหลือบตามองกระจกมองหลัง แล้วถามเบา ๆ “จะให้ผมจอดรับมั้ยครับ?” เมฆไม่ตอบในทันที ก่อนจะพูดเสียงเบา… ช้า และเรียบนิ่งกว่าปกติ “ไม่ต้อง...”บทที่45 ตอนพิเศษค่ำคืนหนึ่งในเดือนธันวาคม — กรุงเทพฯร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมภูผา ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินเนอร์หรูส่วนตัวของ “สองครอบครัวใหญ่” ใต้ท้องฟ้าสีมืดมิดปนแสงดาว พื้นไม้สีเข้มสะท้อนแสงไฟนวลที่ประดับประดารอบโต๊ะอาหารยาว ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ทั้งไทย ฝรั่ง ญี่ปุ่น และขนมหวานสำหรับเด็กเจ้าแฝดทั้งสี่—นาวา, พาย, ขุนเขา, สายลม—วิ่งเล่นรอบโต๊ะด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ห่างจากสายตาของแม่ๆ และพ่อๆ ที่คอยมองและยิ้มอย่างภูมิใจพลับใส่เดรสยาวสีครีม ผมยาวปล่อยสลวย หน้าสดใสขึ้นมากตั้งแต่มีลูก ส่วนพลอยในเดรสสีชมพูอ่อนก็ดูละมุนละไมยิ่งขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศแบบครอบครัว พวกเธอเหมือนแม่ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีหัวหน้าแก๊งค์อย่าง “เมฆ” กับ “ภูผา” ยืนอยู่ข้างๆ... พร้อมทำหน้าที่สามีและพ่ออย่างเต็มภาคภูมิแต่ในค่ำคืนนี้... จะมีเรื่องที่ทำให้หัวใจอบอวลกว่านั้นเกิดขึ้นขณะที่อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป เหลือเพียงแชมเปญและเค้กขนาดเล็ก—ภูผาหันไปสบตากับเมฆเบาๆ ก่อนจะพยักหน้าให้กันซันที่นั่งหัวโต๊ะ ยิ้มมุมปากทันที “เอ้า...จะเริ่มยังไง รอดูอยู่นานละนะ”จู่ๆ เมฆลุกขึ้นช้าๆ กุมมือของพลับไ
บทที่44 อยากมีลูกอีกNCเสียงหัวเราะจากลานสวนค่อย ๆ ซาเมื่อเมฆเริ่มทำตัวอ้อนภรรยาหนักขึ้น เขาทั้งโอบทั้งหอมพลับซ้ายขวาไม่หยุด จนทุกคนต้องส่ายหน้า“พอเลยพี่เมฆ หอมเข้าไป เดี๋ยวก็หอบเมียกลับเข้าห้องแน่!” ซันแซวพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม“เออ มันอุ้มไปแน่กูดูหลายรอบละ” ภูผาก็เสริมพลางหัวเราะเบา ๆ พลอยเองก็นั่งอมยิ้ม ส่ายหน้าเบา ๆแต่เมฆไม่ได้สนใจคำแซวสักนิด เขาก้มลงกระซิบข้างหูพลับเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มพลับในท่าเจ้าสาวเต็มตัวกลางสวนหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงฮือฮา“เฮ้ยยย! มันจริงว่ะ!!” ซันอ้าปากค้าง“โอ้ยย พี่เมฆบ้าา!” พลับหน้าแดงจัด ดิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยอมให้อุ้มอย่างว่าง่ายเพราะรู้ว่าเถียงไปก็ไม่รอดก่อนจะก้าวเดินเพื่อเข้าบ้าน เมฆก็หันมามองทั้งสามคนแล้วตะโกนออกมาเสียงดังฟังชัด“แยกย้ายกันนอนได้แล้ว คืนนี้กูจะขยันจัดเมียให้หนัก ๆ ฮ่า ๆๆๆ!”เสียงหัวเราะและเสียงโห่ของเพื่อน ๆ ก็ตามหลังไปตลอดทาง ส่วนพลับก็เอาหน้าซุกอกเมฆอย่างอายจัด จนไม่กล้าเงยหน้ามองใครเมฆพาพลับเข้าห้องอย่างเบามือ วางเธอลงที่เตียงด้วยท่าเจ้าสาวอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียงดวงเดียวในห้อง แสงสลัวสีส้มอ่อนส่องก
บทที่43 วันครอบครัวเช้าวันเสาร์อากาศแจ่มใส แดดอ่อนๆ ส่องลอดผ้าม่านสีครีมในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์เมฆา บ่งบอกถึงวันหยุดแสนสุขที่รอคอย พลับตื่นตั้งแต่เช้าเพราะเสียงหัวเราะของน้องพายและน้องนาวาที่วิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่หน้าห้องน้ำ เด็กแฝดวัยสามขวบครึ่งกำลังดีดดิ้นด้วยความตื่นเต้น เพราะรู้ว่าพ่อแม่จะพาไปสวนน้ำพลับยิ้มกว้าง หยิบมือถือมากดโทรหาพลอยทันที“ฮัลโหลพี่พลอย ตื่นยังงงง~” เสียงสดใสของเธอดังลอดเข้าไปในปลายสาย“ยังไม่ได้หลับเลยแก! ลูกขุนเขากับสายลม ตื่นตั้งแต่ตีห้า จะไปสวนน้ำให้ได้เนี่ย” พลอยบ่นทั้งที่หัวเราะแทรกอยู่ในน้ำเสียง“ดีเลย! วันนี้ที่ห้างเรามีเปิดโซนใหม่ด้วยนะ เป็นโซนเด็กเล็กพอดี ไปกันๆ เดี๋ยวพี่เมฆเขาจองโซน VIP ไว้แล้ว เงียบคน ไม่ต้องเบียดใคร เด็กๆ เล่นน้ำได้สบายเลย”“โอ๊ย ดีอ่า งั้นเจอกันกี่โมง?”“สิบเอ็ดโมง”รถตู้หรูสีดำของบ้านเมฆจอดสนิทที่หน้าโรงแรมของภูผาในเวลาสิบเอ็ดโมงเช้าเป๊ะ เด็กน้อยสองแฝด นาวาและพาย วิ่งลงจากรถทันทีด้วยความตื่นเต้น ตะโกนลั่นว่า “น้องขุนเขา! น้องสายลม! ไปสวนน้ำกันนน!!” ข้างหลังคือพลับที่ยืนเท้าสะเอวรอรับพลอย ส่วนเมฆนั้นลงมายืนกอดอกพิงรถ ชะเง้อมองหาเพื่อนร
บทที่42 NCสิ้นเดือนเหมือนสวรรค์ของชาวแก๊งค์บรรยากาศของวันสิ้นเดือนบน “ตึกเมฆา” ในวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ…แสงแดดยามสายลอดกระจกเข้ามาในห้องทำงานหรูของเมฆ สะท้อนผิวพื้นหินอ่อนจนระยิบระยับ เสียงหัวเราะของ “น้องนาวา” และ “น้องพาย” ลูกฝาแฝดของเมฆและพลับดังเจื้อยแจ้วในห้อง ทำเอาบรรยากาศที่เคยเย็นชาจากความเป็นมาเฟีย กลับดูอบอุ่นแบบบ้าน ๆ อย่างไม่น่าเชื่อพลับนั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ เปิดกล่องของเล่นให้ลูก ๆ ระหว่างรอให้เมฆจัดการเรื่องเงินเดือนลูกน้อง ข้าง ๆ คือโต๊ะไม้สักขนาดใหญ่ที่เมฆใช้ประชุมงานมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน วันนี้โต๊ะนี้กลับกลายเป็นโต๊ะวาง “ซองขาว” เงินเดือนสำหรับคนของเขาลูกน้องแก๊งเมฆา ทุกคนในชุดดำเรียบร้อย เดินขึ้นมาตามลำดับแผนก ทีละคน…สองคน…จนเต็มห้องคิงส์ยืนประจำจุดด้านหน้า กวักมือเรียกทีละชื่อ ช่วยแจกซองเงินแบบเงียบขรึม“ไอ้บอย–การเงิน”“ไอ้ทอม–ภาคสนาม”“ไอ้เอก–ข่าวกรอง”ทุกคนรับซองด้วยท่าทางนอบน้อม ก่อนจะหันไปยกมือไหว้พลับที่นั่งอยู่พร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสียงหัวเราะของลูกฝาแฝดยังคงดังเป็นจังหวะเสริมจังหวะเครียด ๆ ของชายชุดดำในห้องอย่างลงตัว… นาวากำลังลากรถของเล่นวิ่งรอบโต๊ะ ส่ว
บทที่41 เซ็นต์สัญญาบ่ายวันหนึ่ง ณ ตึกเมฆาหลังผ่านเหตุการณ์มากมายในชีวิต ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ ทั้งธุรกิจ กลุ่มแก๊งค์ และหัวใจของทุกคนเมฆกลับมาทำงานตามปกติในตำแหน่งประธานบริษัทเมฆา อินเตอร์กรุ๊ป ขณะที่ซันนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้าม โต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารโครงการใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้น — “ห้างหรูระดับเอเชียใจกลางกรุงเทพฯ” โครงการที่เคยถูกพักไว้เมื่อหลายเดือนก่อนเพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันวันนี้ มิสเตอร์ลี นักลงทุนรายใหญ่จากสิงคโปร์นัดเข้าพบอีกครั้งเพื่อสรุปดีล และครั้งนี้ เมฆก็เตรียมแผนไว้ล่วงหน้า“เดี๋ยวอีกคนจะตามมา… ผู้ถือหุ้นใหม่ของโครงการ” เมฆพูดขณะเซ็นเอกสาร“ใคร?” ซันเลิกคิ้วประตูกระจกเลื่อนเปิดออก…ภูผา ในชุดสูทสีเข้ม เดินเข้ามาเงียบๆ พร้อม พลอย ที่ตอนนี้อุ้มท้องโตแปดเดือนกว่า ใบหน้ายิ้มละไมและดูสดใสขึ้นมากหลังจากพักฟื้นจนหายดี เธอแต่งชุดเดรสยาวคลุมเข่า สวมรองเท้าแตะสบายๆ เดินเคียงข้างสามีมาอย่างอ่อนโยน“มาแล้วครับหุ้นส่วนใหม่” เมฆยิ้มเล็กน้อย“ไม่คิดว่าฉันจะมาอยู่ฝั่งเดียวกันจริงๆ ล่ะสิ” ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปจับมือกับมิสเตอร์ลีซันหัวเราะ “โห… จากคู่กัดกลายเป็น
บทที่40 คลอดแล้วจ้าผ่านไปหลายเดือน—ฤดูฝนมาเยือนพร้อมเสียงฟ้าร้องเบา ๆ ตอนกลางคืน...ในบ้านหลังใหญ่ของ “เมฆา บารมีอนันต์” แห่งตระกูลมาเฟียที่ใครก็ไม่กล้ายุ่ง เวลานั้นทุกอย่างเงียบสงบ… ยกเว้นห้องนอนใหญ่ที่เปิดไฟสลัว เสียงหอบหายใจของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ“อื้อ… เมฆ… เมฆ… พี่เมฆ!”ลูกพลับร้องเสียงหลง มือข้างหนึ่งกุมท้องแน่น ขาเกร็งจนเธอลุกจากเตียงไม่ขึ้นเมฆที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าโน้ตบุ๊กไม่ไกล รีบเผ่นพรวดมาหาทันที สีหน้าตกใจสุดขีด“เป็นอะไร! เจ็บเหรอ!”“เจ็บท้อง… มันจุกไปหมดเลย เหมือนจะคลอด… พี่เมฆ… ฮึก…”“เวรเอ๊ย!” เมฆสบถลั่น รีบประคองเธอขึ้นอย่างทุลักทุเล แผ่นหลังกว้างของเขาเปียกเหงื่อ มือสั่นจนน่าแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นเมฆเป็นแบบนี้“เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล! อดทนนะพลับ! เดี๋ยวพี่จัดการเอง!”เขารีบโทรหาพี่คิงส์ให้เตรียมรถ สั่งให้ป้าติ๋มหยิบกระเป๋าเตรียมคลอดที่จัดไว้มาวางท้ายรถ แล้วตัวเองก็อุ้มพลับขึ้นรถไปเองเลยไม่ให้ใครจับ“อย่าเจ็บมากนะคนเก่งของพี่… เดี๋ยวก็ได้เจอลูกเราแล้วนะ…”ในรถ พี่คิงส์ขับพุ่งฝ่าฝนกลางคืนไปด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เขาเคยขับ มือจับพวงมาลัยแน่น หน้าตา





![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

